นางร้ายกลายเป็นแม่หมอปราบผี

นางร้ายกลายเป็นแม่หมอปราบผี

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-10-10
โดย:  คุณแม่แฝดสามจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
10
4 การให้คะแนน. 4 ความคิดเห็น
51บท
3.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

   บัวบูชาเป็นลูกสาวพ่อหมอปราบผี ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของว่านชิงอีซึ่งเสียชีวิตลง แต่เธอไม่ได้มาคนเดียวน้องกุมารปิงปิงก็ดันทะลุมิติเข้ามาด้วยเช่นกัน เพราะเป็นลูกสาวหมอผีความสามารถในการปราบผีจึงติดตัวมาด้วยเช่นกัน          ไม่ใช่แค่ปราบผีแต่ต้องมาช่วยเหล่าดวงวิญญาณ ที่ต้องการความช่วยเหลือ บัวบูชาที่ไม่รู้ว่าวิชาความรู้ในการปราบผีติดตัวมาได้อย่างไร แต่ในเมื่อทะลุมิติมาแล้วก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป อย่างน้อยก็มีกุมารน้อยปิงปิงเป็นเพื่อน   

ดูเพิ่มเติม

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

walanดี
walanดี
สนุกมากๆๆเพลินค้ะ
2025-12-07 01:00:24
1
1
walanดี
walanดี
เจอเม้นเลยต้องมาตามค่ะสั้นไปหน้อย55
2025-12-06 23:24:27
1
1
Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
เรื่องนี้สนุกมากๆ ตั้งแต่อ่านนิยายมา เรื่องนี้เรื่องแรกที่อ่านไปยิ้มไป แล้วก้หัวเราะไปด้วย สั้นๆได้ใจความไม่ยืดเยื้อ จบดี โดนเทไปหลายเรื่อง เรื่องราวซ้ำๆกัน แต่เรื่องนี้ถูกใจที่สุด ......ขอบคุณผู้เขียนคะ
2025-11-12 05:08:39
1
1
Triple Great
Triple Great
สนุกจนไม่อยากให้จบเลย
2025-11-02 00:34:47
1
1
51
ตอนที่1 ทะลุมาอยู่ในร่างใหม่
“คุณหนูตื่นเถอะเจ้าค่ะ คุณหนู!” บัวบูชาได้ยินเสียงปลุกก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดและเริ่มรำคาญ จะเรียกทำไมหนักหนาเนี่ยะคนจะนอน! ก่อนจะรีบลืมตาขึ้นมาหมายจะด่าคนที่เรียก “อ่าวปิงปิงมานั่งทำไมบนตัวข้า ลงไป!” “แล้วทำไมแต่งชุดเด็กจีนละวันนี้ เป็นกุมารทองต้องแต่งชุดไทย หรือว่าอยากเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว เอ้า!ข้าบอกให้ลงไป มานั่งอยู่บนตัวข้าแบบนี้มันหนักนะจะบอกให้!” บัวบูชาตาเขียวใส่น้องกุมารปิงปิง ที่ตั้งแต่เธอเกิดมาก็เจอน้องกุมารมาอยู่ที่บ้านเธอแล้ว เพราะพ่อของเธอเป็นพ่อครูร่างทรง แถมยังมีอาชีพเป็นหมอผีคอยปราบวิญญาณร้าย “คุณหนูพวกเราทะลุมิติมาอยู่ในยุคจีนโบราณเจ้าค่ะ” ปิงปิงเด็กน้อยวัยห้าขวบหน้าตาน่ารัก รีบเอ่ยบอกผู้เป็นนายสาว “ตลกละทะลุมิติ เจ้าพูดบ้าอะไร ดูซีรีย์กับแม่พี่บ่อยละสิ อินมากปะ?” บัวบูชายังคงนอนพูดเล่นกับน้องกุมารปิงปิง เพราะไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง “หากทะลุมิติมาจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้น?” “ก็เรือนของท่านถูกไฟไหม้ ข้าคิดว่าอาจมีคนไม่พอใจ ที่พ่อช่วยปราบวิญญาณร้ายให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อน ก็คงเป็นเจ้าของที่ดินที่ชาวบ้านอาศัยอยู่นั่นแหละเจ้าค่ะ อยากขับไล่คนให้ย้ายด้วยการใช้วิญญาณผ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่2 กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น
พอเข้ามาในเรือนยังไม่ทันได้นั่ง เสียงเอะอะข้างนอกก็ดังเข้ามา ว่านชิงอีกลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย นางเพิ่งจะทะลุมิติมาอยู่ในยุคนี้ อยากหาเวลาปรับตัวปรับใจ กับสถานที่อยู่แห่งใหม่ แต่ก็ยังมีคนตามมาวุ่นวาย ให้นางเดาคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากบิดาผู้แสนประเสริฐและท่านย่าผู้แสนใจดี “บุตรสาวสุดที่รักของพ่อ ได้ข่าวว่าเจ้าฟื้นแล้วจริงหรือนี่ ขอบคุณสวรรค์ๆ” ว่านจื่อหยวนพอก้าวเข้ามาเห็นว่านชิงอี ก็รู้สึกดีใจจนบรรยายไม่ถูก จึงรีบคุกเข่าคำนับฟ้าดินและขอบคุณสวรรค์ไม่หยุด เขาเชื่อแล้วว่าคำทำนายของท่านนักพรตเป็นจริง นางตายแล้วฟื้นจะมีใครทำเช่นนี้ได้ หากไม่ใช่คนที่เกิดมาพร้อมบุญญาธิการ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ยิ่งทำให้เขาปักใจเชื่อมากขึ้นเป็นร้อยเท่า ก่อนฮูหยินผู้เฒ่าจะก้าวเข้ามาอีกคน “หลานรักของย่าเจ้าฟื้นจากความตายจริงๆ หรือ มาให้ย่ากอดหน่อย เด็กดีของย่าหมดเคราะห์เสียทีนะ” ฮูหยินผู้เฒ่ากอดว่านชิงอีพร้อมลูบหัวลูบตัวไปมา ด้วยความรักใคร่และเอ็นดู ว่านชิงอีเริ่มทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน ได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้ผู้เป็นย่ากอดอยู่อย่างนั้น “เนื้อตัวเจ้าซีดมาก ซื่อหยวนไปบอกบ่าวในจวนให้ไปตุ๋นน้ำแกงร้อนๆ ให้หลาน
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่3 การเปลี่ยนแปลงของนาง
ว่านชิงอีหยิบประคำหยกเจ็ดสีออกมาสวมใส่ ก่อนจะรับรู้ถึงพลังบางอย่างไหลเวียนทั่วร่างก่อนจะหายไป จากนั้นนางก็หยิบสิ่งของที่อยู่ในยามออกมา มีข้าวสารเสก สายสิญจน์ ยันต์ มีดอาคม และหนังสือเก่าโบราณเล่มหนึ่ง พอนางเปิดขึ้นมาอ่านตัวอักษรในหนังสือ ก็ลอยมาเข้าตัวนางจนหมด จากนั้นหนังสือก็หายไป “ปิงปิงแปลกมากเลยหนังสือหายไปแล้ว” “ก็ไม่แปลกนี่เจ้าค่ะ ก็ท่านเป็นเทพผู้พิทักษ์ ย่อมมีอะไรเหนือกว่าผู้อื่นอยู่แล้ว” ปิงปิงอธิบายอย่างคล่องแคล่ว แต่จู่ๆ ก็มีบ่าวรับใช้หญิงเดินเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัว “คุณหนูสามท่านอยากจะชำระร่างกายเลยหรือไม่ ข้าจะได้เตรียมน้ำเจ้าค่ะ” บ่าวรับใช้หญิงยืนก้มหน้าเนื้อตัวสั่น ว่านชิงอีสังเกตเห็นว่าดวงตาของนางบอดหนึ่งข้าง จึงลุกเดินเข้าไปหา “เจ้าเงยหน้าขึ้น” บ่าวรับใช้หญิงยิ่งตัวสั่นมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เป็นอะไรตัวสั่นมากขนานนี้กลัวข้าเหรอ?” ว่านชิงอีกล่าวจบก็เอื้อมมือไปสัมผัสตัวนางเพื่อปลอบขวัญ แต่ทันใดภาพต่างๆ ในความทรงจำก็วิ่งแล่นเข้ามา ภาพที่ว่านชิงอีตบหน้าและสาดน้ำแกงใส่หน้าบ่าวรับใช้คนนี้ จนนางตาบอดเพราะน้ำแกงเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศ นี่มันอะไรกัน!ร่างนี้ร้ายกาจได
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่4 พี่น้องคืนดีกัน
วันต่อมาว่านชิงหลินและว่านชิงหลาน ก็มาหาว่านชิงอีที่เรือน เพราะเรื่องที่นางสามารถรักษาดวงตาของเสี่ยวหมาน ทำให้ทั้งสองคลางแคลงมาก เมื่อมาถึงก็เห็นว่านชิงอีเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก การแต่งเนื้อแต่งตัวก็เปลี่ยนไปจากเดิม ผมของนางเพียงแค่ม้วนเป็นก้อนกลมๆ ตรงกลางศีรษะแล้วปักปิ่นเรียบๆ ชุดที่นางสวมใส่ของเรียบๆ ไร้สีสันเหมือนแต่ก่อน “นี่เจ้าเตรียมตัวจะออกไปข้างนอกหรือ?” ชิงหลินเอ่ยถามขึ้น “เจ้าค่ะพี่ใหญ่จะไปด้วยกันหรือไม่? ข้าอยากไปเดินเที่ยวตลาดและอยากซื้ออะไรมาทำกินด้วย” “ฮึ!นิสัยเจ้าก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยสักนิดวันๆ เอาแต่เที่ยวเล่นและใช้เงินทองอย่างสุรุ่ยสุร่าย เป็นนิสัยที่เจ้าทำอยู่เป็นประจำ เจ้ารู้หรือไม่ยามนี้จวนของเราใกล้จะถังแตกอยู่แล้ว ทุกอย่างมันเป็นเพราะเจ้า!” ว่านชิงหลานเอ่ยอย่างโกรธเคือง กับนิสัยของว่านชิงอีที่แก้ไม่หาย “ชิงหลานเจ้าใจเย็นก่อนเถิด” ชิงหลินรีบเอ่ยปราม ว่านชิงอีทำหน้างงเพราะนางไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน “ข้าหรือ?” ว่านชิงอีชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ก็ใช่นะสิ ตั้งแต่เจ้าเกิดมาท่านพ่อ ท่านย่า ก็ดูแลเจ้าอย่างกับองค์หญิง เรือนของเจ้าก็สั่งให้ปลูกแบบพิเศษ เสื้อผ้าอาภรณ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่5 ปากพาซวย
พอกลับมาถึงจวนว่านชิงอีก็บอกให้เสี่ยวหมาน เอาของสดที่ซื้อจากตลาดไปเก็บที่ครัว ก่อนนางและพี่สาวจะพากันเดินไปพบกับมารดาที่เรือน ว่านซูอวี้แปลกใจที่เห็นสามพี่น้องเดินมาพร้อมกัน แถมยังดูสนิทสนมกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ” ว่านชิงอีเอ่ยขึ้นเมื่อมาถึง ว่านซูอวี้มองนางด้วยสายตาอ่อนโยน “พวกเจ้าไปไหนกันมาหรือ?” “ไปตลาดมาเจ้าค่ะ ท่านแม่พวกข้ามีเรื่องจะปรึกษากับท่านเจ้าค่ะ” ว่านชิงหลินคุณหนูใหญ่ เริ่มเล่าเรื่องราวที่ได้พูดคุยกันกับว่านชิงอี จนยามนี้เข้าใจกันดีแล้ว แม้กระทั่งเรื่องทรัพย์สินของว่านชิงอี ที่นางยินดีเอาไปเป็นส่วนกลางเพื่อใช้จ่ายภายในครอบครัว แต่พอได้ยินเช่นนั้นว่านซูอวี้กลับกังวลและไม่สบายใจ ฮูหยินผู้เฒ่าและสามีนางต้องไม่พอใจแน่ ว่านชิงอีเห็นสีหน้ามารดาก็เข้าใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ท่านแม่ท่านไม่ต้องกังวล เดี๋ยวข้าจะคุยกับท่านพ่อและท่านย่าเองเจ้าค่ะ ข้ามีวิธีพูดให้ท่านทั้งสองยอมแต่โดยดีเจ้าค่ะ” ว่านชิงอีเอ่ยพร้อมยกยิ้มและทำหน้าเจ้าเล่ห์ “แต่ว่าเงินเหล่านี้อาจจะช่วยสกุลเราไปได้ระยะหนึ่ง ท่านพ่อเงินเดือนก็คงไม่พอ เราต้องหารายได้ทางอื่นเพิ่ม วันนี้ข้าเดินสำรวจตลาดก
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่6 เริ่มมองเห็นวิญญาณ
ว่านชิงอีเดินตามเขาออกมาพร้อมกับเสี่ยวหม่านและปิงปิง ที่ยามนี้งงกับสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาสองคนพานางเดินไปที่ลับตาคน ก่อนจะหันกลับมามองนางอย่างพิจารณา สายตาคมกริบดั่งใบมีดจ้องมองนางอย่างจับผิด “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาเตี๊ยมกันมา?” ว่านชิงอีรีบนึกหาคำพูดว่าควรจะตอบอย่างไรดี แต่จู่ๆ ดาบก็พาดมาบนคอ ว่านชิงอีตกใจแทบสิ้นสติ นึกหาคำพูดไม่ออกเลยทีนี้เพราะหวาดกลัวสุดขีด “ข้ายังเป็นเด็กก็พูดไปเรื่อยเปื่อยท่านอย่าได้ถือสาเลยเจ้าค่ะ” ว่านชิงอีรีบพูดออกไปใบหน้าซีดเผือด เสี่ยวหมานเองก็หวาดกลัวจนไม่กล้าส่งเสียง แม้จะเป็นห่วงนางมากก็ตาม “แล้วที่เจ้าพูดว่าสามารถมองเห็นวิญญาณ อันนั้นก็พูดไปเรื่อยเปื่อยอีกสินะ” บุรุษหน้าหล่อแต่ดูอำมหิตอีกคนถามขึ้น แล้วจะให้นางตอบอย่างไรดีละ “ชะ..ใช่เจ้าค่ะ” ว่านชิงอีก้มหน้าเอ่ยตอบเสียงอุบอิบ เจินจางเหว่ยแค่นยิ้มมุมปากกับความไร้สาระของนาง “ข้าเกลียดคนชอบโกหกและพูดเล่นไปเรื่อย ข้าจะให้โอกาสเจ้าตอบอีกครั้ง” คราวนี้นำ้เสียงเขาดูเยียบเย็นมากจนนางขนลุก “ข้าเห็นวิญญาณจริงๆ เจ้าค่ะ” คราวนี้ว่านชิงอีรีบตอบเร็วปรือ “พิสูจน์สิ” เจินซีห่าวเอ่ยบอกนางน้ำเสียงกดดัน ว่านช
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่7 เลือดของนางเป็นยา
หลังจากเหว่ยอ๋องสงบสติอารมณ์ลงบ้างแล้ว เขาก็นึกโทษตนเองที่บันดาลโทสะใส่นาง จนเกือบจะฆ่านางไปแล้ว ในเวลานั้นเขาเพียงคิดว่า สิ่งที่นางพูดเป็นเรื่องไร้สาระเพราะหมอหลวงยังตรวจไม่พบ แล้วนางเอาอะไรมาพูด ที่จริงเป็นเพราะเขาไม่อยากเชื่อว่า คนสนิทใกล้ตัวจะกล้าลงมือกับเสด็จพ่อ จึงบันดาลโทสะใส่นาง ท่าทางของนางหวาดกลัวเขามาก เขานั่งมองนางพูดคุยกับเจินซีห่าวและจับมือเขาหนึ่งข้าง พวกเขาคงกำลังพูดคุยอยู่กับมารดาของเขาสินะ ท่าทางของนางดูผ่อนคลายมากกว่าอยู่กับเขาเสียอีก นางก็แค่สตรีวัยเยาว์ผู้หนึ่ง เขาคงทำให้นางกลัวไปแล้ว ว่านชิงอีพอได้พูดคุยกับเจินซีห่าวถึงรู้ว่าที่จริงแล้ว เขาเป็นคนคุยสนุกคนหนึ่งเลยทีเดียวเลย เขาเป็นบุตรของนางสนมขั้นผินกับฝ่าบาท แต่เพราะนางเสียชีวิตจากไป พระสนมกุ้ยเฟยจึงนำเขามาดูแลเลี้ยงดูพร้อมกันกับเหว่ยอ๋อง เขาจึงนับถือพระสนมเป็นเสมือนมารดา แต่พระสนมกุ้ยเฟยก็อายุสั้นล้มป่วยและเสียชีวิตเช่นกัน เวลานี้มีว่านชิงอีเป็นตัวเชื่อมเขาจึงมองเห็นพระสนมกุ้ยเฟยอีกครั้ง “คุณหนูว่านพอจะมีวิธีช่วยเหลือฝ่าบาทหรือไม่?” เจินซีห่าวคิดว่าต้องลองถามนางดู เขาเชื่อว่านางต้องมีวิธี “นั่นสิคุณหนูว่า
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่8 ได้รับบาดเจ็บ
“เจ้าอยากได้อะไรเป็นการตอบแทน” ฮ่องเต้เอ่ยถามขึ้นอย่างใจกว้าง ว่านชิงอีได้ยินเช่นนั้นก็แทบระงับอาการตื่นเต้นดีใจเอาไว้ไม่อยู่ “หม่อมฉันขอเป็นตั๋วเงินหมื่น….” นางเหลือบเห็นเหว่ยอ๋องจ้องมองมาที่นางเขม็ง เขาจะคิดว่านางโลภมากหรือเปล่านะ หากพูดออกไปเช่นนั้น แต่ว่าชีวิตอยู่ได้ก็ต้องใช้เงินนะว่านชิงอี ทำไงดีลำบากใจจริงเชียว “หม่อมฉันแล้วแต่พระองค์จะให้เลยเพคะ” ฮ่องเต้มองความอยู่เป็นของนางก็ยกยิ้มด้วยความเอ็นดู เลยนึกอยากแกล้งนางขึ้นมา “งั้นเราพระราชทานรางวัลให้เจ้าหมั้นกับเหว่ยอ๋องเป็นอย่างไร” ว่านชิงอีตกใจตาเบิกกว้าง ก่อนจะรีบพูดออกไปอย่างรวดเร็ว “ไม่ดีเพคะท่านอ๋องใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตหม่อมฉันไม่อยากตายเร็ว ขอเป็นตั๋วเงินหมื่นตำลึงก็พอเพคะ” พอพูดออกไปแล้ว ว่านชิงอีก็ต้องรีบเอามือมาปิดปาก อุ๊บส์!นางพูดอะไรออกไปแล้ว ดูสายตาของเขาสิถ้าฆ่านางได้คงฆ่าไปแล้วน่ากลัวชะมัด ฮ่องเต้หัวเราะออกมาอีกครั้งด้วยความชอบใจ ในความตรงไปตรงมาของนาง “ได้เดี๋ยวเราจะให้คนนำไปให้เจ้าที่จวน ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเราในวันนี้ ว่าแต่เราต้องกินยาให้หมดที่เจ้าต้มหรือ?” “เพคะต่อไปร่างกายของพระองค์จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่9 ท่านหญิงจวินจู่
เช้าวันต่อมา ฮ่องเต้ได้ส่งของรางวัลมาให้ว่านชิงอีที่จวน ซึ่งปกติคนที่นำมาจะเป็นหวังกงกง ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ แต่ว่าหวังกงกงถูกจับขังคุก ยังหาขันทีมารับตำแหน่งไม่ได้ ฮ่องเต้จึงให้ราชเลขามาส่งแทน “คุณหนูว่านชิงอีรับราชโองการ เนื่องจากคุณหนูว่านชิงอี มีความรู้ความสามารถ อีกทั้งกิริยามารยาทงดงาม จึงขอแต่งตั้งให้เป็นท่านหญิงจวินจู่ พระราชทานทองคำ10หีบผ้าไหม100พับ ตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึง จบราชโองการ” ฮูหยินผู้เฒ่ารีบให้คนหยิบถุงเงินให้กับราชเลขาเพื่อเป็นการขอบคุณ ราชเลขากลับไปนานแล้วแต่คนสกุลจ้าวยังคงคุกเข่าตกในภวังค์ของตน ทุกอย่างคล้ายดั่งความฝัน เสมือนเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง ว่านชิงอีให้เสี่ยวหมานประคองไปนั่ง แล้วนางก็นั่งมองพวกเขาอย่างเบื่อหน่ายและเอือมระอา พวกเขามีอาการแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พอมาวันนี้อาการยิ่งหนักกว่าเดิม แต่พอนางจะเรียกให้พวกเขาลุกขึ้น คนจากจวนอ๋องก็เข้ามา “ทูลท่านหญิงจวินจู่ ท่านอ๋องให้ส่งตั๋วเงินมาขอบคุณหนึ่งหมื่นตำลึงพ่ะย่ะค่ะ” ว่านชิงอีแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง นางขอเขาห้าพันตำลึงเขาให้มาหนึ่งหมื่น ให้ประชดนางหรือเปล่านะ พอนางหันกลับมามองพวกเขาที่นั่งคุ
อ่านเพิ่มเติม
10 ช่วยเหลือวิญญาณ
“ข้าลืมแนะนำท่านไปนี่องค์รัชทายาทเจินเฟยเทียน” องค์ชายเจินซีห่าวเอ่ยแนะนำ ว่านชิงอีลุกขึ้นยอบกาย “ถวายบังคมองค์รัชทายาทเพคะ” ว่านชิงอีนั่งลงก่อนจะถอนใจ กับความอึดอัดในการใช้คำศัพท์ “ท่านอ๋อง รัชทายาท องค์ชาย ต่อไปเรียกหม่อมฉันแค่คุณหนูสาม คุณหนูว่าน หรือว่านชิงอีก็พอเพคะ ตำแหน่งนี้หม่อมฉันไม่อยากได้ หม่อมฉันอึดอัดจะตายอยู่แล้ว อยากใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนคนทั่วไป หากพวกท่านยังเรียกท่านหญิง หม่อมฉันจะไม่พูดคุยกับพวกท่านอีกเลย” ว่านชิงอีระบายออกมาอย่างอัดอั้นตั้นใจ กับแหน่งหัวโขนที่ถูกสวมให้ รัชทายาทมองนางอย่างแปลกใจ นี่ใช่คนที่ผู้คนกล่าวถึงจริงหรือ? นางไม่อยากได้ตำแหน่งท่านหญิง ทั้งที่ตำแหน่งนี้หลายคนอยากได้กันมากแต่ไม่มีโอกาส “ได้ๆ ต่อไปข้าไม่เรียกแล้วเจ้าก็กินเถอะ” เจินซีห่าวเอ่ยด้วยความเอ็นดูนางเหมือนน้องสาวตัวน้อยคนหนึ่งของเขา “ข้าก็จะไม่เรียกเจ้าก็กินเสียหน่อย เย็นหมดแล้ว” รัชทายาทเอ่ยขึ้นบ้าง อยู่ๆ เขาก็นึกเอ็นดูสตรีนางนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น นางช่างไม่เหมือนใครเลยจริง “ไม่หิวก็ไม่ต้องฝืน” เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้นเขารู้ว่านางมีเรื่องในใจ คงเกี่ยวกับวิญญาณที่นางเห็นเมื่อครู่นี้ ว่านชิ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status