Share

บทที่ 9

last update publish date: 2026-10-22 07:04:12

“ก่อนอื่น ข้าต้องรู้ว่าของทุกชิ้นไปอยู่ที่ไหน”

ซูหว่านหนิงหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง

“จากวันนี้ไป ห้ามผู้ใดนำของในเรือนออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว หากไม่มีคำสั่งจากข้า”

“เจ้าค่ะ”

“ร้านค้าทั้งหมดส่งบัญชีตรงมาที่ข้า”

“เจ้าค่ะ”

“เงินจากสินเดิมห้ามส่งเข้าคลังใหญ่ของจวนอีก”

ชิงหลัวลังเล “ถ้าฮูหยินผู้เฒ่าถามล่ะเจ้าคะ”

ซูหว่านหนิงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ “ก็บอกว่าข้ากำลังตรวจบัญชี”

“ถ้านางไม่พอใจ?”

มุมปากของหญิงสาวยกขึ้นเล็กน้อย

“ยิ่งไม่พอใจยิ่งดี”

ชิงหลัวงุนงง ซูหว่านหนิงไม่ได้อธิบาย เพราะคนที่ได้ผลประโยชน์จากช่องโหว่ ย่อมเป็นคนแรกที่ดิ้นรนเมื่อช่องโหว่นั้นถูกปิด หากอยากรู้ว่าใครเอาเงินไป ก็เพียงหยุดเงินไม่ให้ไหลออก แล้วดูว่าใครจะรีบวิ่งมาหา

โรซี่มองตัวเลขสุดท้ายที่วงไว้ด้วยหมึกแดงอีกครั้ง เกือบหนึ่งในสาม ไม่ใช่เงินหายเล็กน้อย แต่มันคือทรัพย์สินมหาศาลที่ถูกดูดออกจากมือซูหว่านหนิงทีละน้อย ตลอดเวลาหลายปีที่นางยอมทุกคนโดยไม่เคยถามว่าทำไม

หญิงสาวยกมือแตะสมุดบัญชีเบา ๆ ชีวิตก่อนโรซี่เคยเป็นคนที่มองหาช่องว่างในสัญญาเพื่อทำกำไร แต่ชีวิตนี้ ดูเหมือนคนอื่นจะใช้ช่องว่างจากความอ่อนแอของซูหว่านหนิงทำกำไรจากนางเสียเอง

“ชิงหลัว”

“เจ้าคะ”

“พรุ่งนี้เริ่มตามของกลับมา”

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ “ตามของทั้งหมดหรือเจ้าคะ”

ซูหว่านหนิงมองกองบัญชี แล้วตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “ทุกชิ้น”

เพราะต่อจากนี้ไป ไม่ว่าใครจะเป็นแม่สามี ญาติของจวน คุณหนูเสิ่น หรือแม้แต่คนจากบ้านเดิม ของที่เป็นของซูหว่านหนิง นางจะเอาคืนทั้งหมด และหากใครไม่ยอมคืนดี ๆ โรซี่ก็พร้อมจะคิดทั้งต้นทั้งดอกให้ครบทุกอีแปะ

เพราะหลังจากตรวจบัญชีเพียงวันเดียว นางก็พบความจริงที่น่าตกใจที่สุด สินเดิมของซูหว่านหนิงหายไปเกือบหนึ่งในสาม

บัญชีเล่มแรก

เช้าวันต่อมา เรือนของซูหว่านหนิงเงียบผิดปกติ

ประตูใหญ่ยังคงปิดตามคำสั่งของเจ้าของเรือน บ่าวที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องถูกห้ามเข้าออก ส่วนชิงหลัวนั่งจัดสมุดบัญชีและเอกสารสินเดิมอยู่ข้างโต๊ะจนเต็มพื้นที่ ซูหว่านหนิงเองนั่งพิงเก้าอี้ด้วยใบหน้าที่ยังซีดเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บ บนศีรษะยังมีผ้าพันแผล แต่ตรงหน้ากลับมีกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวเลขวางเรียงกันหลายแผ่น

เมื่อคืนหลังจากพบว่าสินเดิมหายไปเกือบหนึ่งในสาม นางไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น

ซูหว่านหนิงตรวจบัญชีซ้ำอีกหลายรอบ ก่อนแยกรายการทรัพย์สินออกเป็นสี่ประเภท ทรัพย์สินที่ยังอยู่ครบ ทรัพย์สินที่ถูกยืมออกไป ทรัพย์สินที่ถูกนำไปใช้โดยมีหลักฐาน และทรัพย์สินที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าไปอยู่ที่ใด ประเภทสุดท้ายมีจำนวนมากที่สุด ยิ่งตรวจ โรซี่ยิ่งรู้สึกว่าระบบจัดการทรัพย์สินของเจ้าของร่างเดิมเละเทะจนน่าเหลือเชื่อ

ซูหว่านหนิงคนเดิมมีทรัพย์สินมหาศาล แต่กลับไม่มีอำนาจควบคุมทรัพย์สินของตัวเองอย่างแท้จริง ใครอยากได้อะไรก็มาขอ ใครต้องการเงินก็อ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายของจวน และเพียงพูดว่า “คนครอบครัวเดียวกัน” หญิงสาวผู้อ่อนแอก็พร้อมจะยอมทุกอย่าง

ตอนที่ 7

โรซี่มองรายการตัวเลขตรงหน้าแล้วนึกถึงตัวเองในชีวิตก่อน หากมีลูกค้าคนไหนบริหารทรัพย์สินเช่นนี้ นางคงบอกทันทีว่าต่อให้มีเงินมากแค่ไหน สุดท้ายก็หมด

“ฮูหยินเจ้าคะ” ชิงหลัวเดินเข้ามา “พ่อบ้านใหญ่มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”

ซูหว่านหนิงวางพู่กัน “ให้เข้ามา”

ไม่นานนัก ชายวัยห้าสิบกว่าในชุดเรียบร้อยก็เดินเข้ามา เขาชื่อ เฉียนฝู เป็นพ่อบ้านใหญ่ของจวนฉางหนิงโหว ทำงานอยู่ในจวนมานานกว่ายี่สิบปี และเป็นคนที่ฉินซูอี๋ไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง

เฉียนฝูเดินเข้ามาแล้วประสานมือ “คารวะฮูหยินใหญ่ขอรับ”

น้ำเสียงสุภาพ แต่ท่าทางไม่ได้แสดงความเคารพมากนัก ซูหว่านหนิงมองเพียงแวบเดียวก็เข้าใจ พ่อบ้านคนนี้ไม่ได้เห็นนางเป็นเจ้านายจริง ๆ อย่างมากก็เป็นเพียงสะใภ้จากตระกูลพ่อค้าที่แต่งเข้ามาเพราะมีเงิน และยังเป็นหญิงอ่อนแอที่ไม่กล้าขัดคำสั่งแม่สามี

“นั่งสิ”

เฉียนฝูแปลกใจเล็กน้อย “บ่าวยืนได้ขอรับ”

“ตามใจ”

ซูหว่านหนิงไม่เสียเวลา นางหยิบสมุดบัญชีเล่มหนึ่งขึ้นมาวางตรงหน้า

“รู้จักบัญชีเล่มนี้หรือไม่”

เฉียนฝูเหลือบมอง “เป็นบัญชีค่าใช้จ่ายของจวนขอรับ”

“ปีที่แล้ว?”

“ขอรับ”

“ดี” ซูหว่านหนิงเปิดไปยังหน้าที่ทำเครื่องหมายเอาไว้ “เดือนสาม จวนเบิกเงินห้าร้อยตำลึงจากร้านผ้าไหมฝั่งตะวันตกของข้า เขียนว่าใช้ซ่อมเรือนรับรอง ถูกต้องหรือไม่”

เฉียนฝูนิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบ

“น่าจะถูกต้องขอรับ เรื่องผ่านมานานแล้ว บ่าวจำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมด”

“ไม่เป็นไร ข้าจำให้”

ซูหว่านหนิงเปิดกระดาษอีกแผ่น

“เดือนสี่ เบิกอีกสามร้อยตำลึง เขียนว่าซื้อเครื่องเรือนใหม่ให้เรือนรับรอง เดือนห้าอีกสองร้อยห้าสิบตำลึงสำหรับเปลี่ยนหลังคา เดือนเจ็ดอีกหนึ่งร้อยแปดสิบตำลึงสำหรับซ่อมกำแพง”

นางเงยหน้าขึ้น “รวมเท่าไร”

เฉียนฝูเริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศไม่ถูกต้อง “บ่าวคำนวณไม่เก่งขอรับ”

“หนึ่งพันสองร้อยสามสิบตำลึง”

ซูหว่านหนิงตอบทันที “เรือนรับรองหลังนั้นสร้างใหม่ได้เกือบทั้งหลังแล้วกระมัง”

เฉียนฝูรีบกล่าว “ฮูหยินใหญ่ไม่ทราบ ราคาวัสดุช่วงนั้นสูงขึ้นมากขอรับ”

“สูงขึ้นเท่าไร”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 17

    “ขอรับ”“เตรียมรถ”“ฮูหยินใหญ่!” จ้าวต้าฝูแทบร้องไห้ “บ่าวรู้! บ่าวรู้ว่าใคร!”ซูหว่านหนิงยกมือให้หลี่เซิงหยุด “เช่นนั้นพูด”จ้าวต้าฝูหอบหายใจ “แต่ถ้าบ่าวพูด คนผู้นั้นอาจฆ่าบ่าว”“ถ้าเจ้าไม่พูด เจ้าอาจถูกส่งให้ทางการวันนี้”นางตอบอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าเลือกเอง”จ้าวต้าฝูกัดฟัน ชิงหลัวมองอยู่เงียบ ๆ นางเริ่มเข้าใจวิธีของเจ้านายแล้ว ซูหว่านหนิงไม่ได้ขู่จะฆ่า ไม่ได้ขู่จะซ้อม นางเพียงวางทางเลือกสองทางตรงหน้า แล้วปล่อยให้จ้าวต้าฝูเลือกทางที่เสียหายน้อยกว่า“วันนั้นมีคนเอาเงินให้เจ้าหรือไม่”จ้าวต้าฝูหลบตา “มีขอรับ”ชิงหลัวสูดลมหายใจ แม้จะคาดไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินคำสารภาพจริง ๆ ก็ยังตกใจ“เท่าไร”“ยี่สิบตำลึงขอรับ”ซูหว่านหนิงเลิกคิ้ว “ชีวิตและชื่อเสียงของฮูหยินจวนโหวมีราคาแค่ยี่สิบตำลึง?”จ้าวต้าฝูรีบส่ายหน้า“บ่าวไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องถึงขนาดนี้ขอรับ! เขาบอกแค่ให้บ่าวเข้าไปพูดคุยกับฮูหยิน ให้ยืนใกล้ ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็จับแขนไว้สักครู่”“เพื่ออะไร”“ให้คนอื่นเห็นขอรับ”คำตอบนั้นตรงกับความทรงจำของซูหว่านหนิงทุกอย่าง นางถามต่อ“มีใครถูกจัดให้ไปเห็น”“บ่าวไม่ทราบขอรับ เขาแค่บอกว่าพอบ่าวเข้าไปใกล้ฮ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 16

    นางยิ้มบาง ๆ “ข้าแค่อยากเชิญเขากลับมาคุยเรื่องที่ยังค้างอยู่”ชิงหลัวมองสีหน้านั้นแล้วอดรู้สึกไม่ได้ว่า หากจ้าวต้าฝูรู้ว่าฮูหยินใหญ่กำลังรออยู่ เขาคงอยากวิ่งให้ไกลกว่าเดิมอีกหลายสิบลี้ ไม่นาน พ่อบ้านรองประจำเรือนของซูหว่านหนิงก็มาถึงเขาชื่อหลี่เซิง เป็นชายวัยสี่สิบกว่า เดิมติดตามมาจากสกุลซูพร้อมสินเดิม แต่หลังแต่งเข้าจวนหลายปี อำนาจส่วนใหญ่กลับถูกคนของเรือนหลักกดไว้ จึงเหลือหน้าที่ดูแลเรื่องเล็กน้อยภายในเรือนเท่านั้นเมื่อซูหว่านหนิงสั่งให้เขาสืบเรื่องจ้าวต้าฝู หลี่เซิงเองก็แปลกใจ“ฮูหยินใหญ่ต้องการให้บ่าวทำอย่างไรขอรับ”“หาคนที่ไว้ใจได้สองคน ออกไปถามตามประตูเมือง โรงเตี๊ยม และเส้นทางกลับหมู่บ้านของเขา”“ถ้าพบตัวเล่าขอรับ”“พากลับมา”“ต้องมัดหรือไม่ขอรับ”“ไม่ต้อง”หลี่เซิงเงยหน้าขึ้น ซูหว่านหนิงกล่าวอย่างใจเย็น“บอกเขาว่าถ้ายอมกลับมาคุยกับข้าเอง เรื่องยังมีทางจบง่าย แต่ถ้าหนี ข้าจะส่งคนไปแจ้งทางการว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายฮูหยินจวนโหว”หลี่เซิงเข้าใจทันที “บ่าวทราบแล้วขอรับ”หลังเขาออกไป ชิงหลัวอดถามไม่ได้ “ถ้าเขายังไม่ยอมกลับมาล่ะเจ้าคะ”“เขาจะกลับ”“ฮูหยินมั่นใจหรือเจ้าคะ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 15

    “เช่นนั้นก็ควรคิดตามสมควรเจ้าค่ะ เงินมีต้นทุนของมัน”“ซูหว่านหนิง!”เสียงเรียกดังจนบ่าวด้านนอกสะดุ้ง ซูหว่านหนิงกลับนั่งตัวตรงอย่างสงบ“เจ้าคะ”“เจ้าคิดว่าที่นี่คือร้านค้าสกุลซูหรือ ถึงจะมานั่งพูดเรื่องต้นทุน เรื่องดอกเบี้ยกับข้า!”“ไม่ใช่เจ้าค่ะ”“ถ้าเช่นนั้นก็จำไว้ว่าที่นี่คือจวนฉางหนิงโหว!”“ข้าจำได้ดีเจ้าค่ะ” ซูหว่านหนิงมองรอบห้อง “เพราะเป็นจวนโหว จึงยิ่งควรมีระเบียบมากกว่าร้านค้าธรรมดาไม่ใช่หรือเจ้าคะ”ฉินซูอี๋ถึงกับหายใจแรง นางไม่เคยถูกลูกสะใภ้ย้อนเช่นนี้มาก่อน เมื่อก่อนเพียงนางขมวดคิ้ว ซูหว่านหนิงก็หน้าซีดแล้ว เพียงพูดว่านางทำให้จิ่งเหิงลำบากใจ ซูหว่านหนิงก็พร้อมยอมทุกอย่าง แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับนั่งไล่บัญชีกับนางเหมือนกำลังทวงหนี้จากลูกค้า“ข้าจะไม่ทำสัญญาอะไรทั้งนั้น” ฉินซูอี๋กล่าวเด็ดขาด“ได้เจ้าค่ะ” ซูหว่านหนิงกลับตอบง่ายเกินคาด ฉินซูอี๋ชะงัก“ถ้าเช่นนั้นก็คืนเงินภายในสามวันพร้อมกับของที่ยืมไป”“เจ้า!”“ข้าจะให้ชิงหลัวทำรายการส่งมาให้เจ้าค่ะ จะได้ไม่ตกหล่น”คราวนี้แม้แต่เสิ่นอวี้โหรวก็เริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังเลยเถิด“พี่สะใภ้ เรื่องนี้รอพี่จิ่งเหิงกลับมาก่อนดีหรือไม่เจ้

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 14

    “ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“เมื่อก่อนเจ้าไม่ใช่คนคิดเงินทองกับคนในบ้าน”“เมื่อก่อนข้าเกือบเสียสินเดิมไปหนึ่งในสามแล้วเจ้าค่ะ”คำตอบตรงเกินไปจนฉินซูอี๋พูดไม่ออกชั่วขณะ ซูหว่านหนิงหยิบบัญชีอีกเล่ม“และยังมีเรื่องนี้”“อะไรอีก”“เงินจำนวนหลายร้อยตำลึงจากร้านของข้า ไม่ได้เข้าคลังใหญ่ แต่ถูกส่งตรงเข้าเรือนหลัก”บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที เสิ่นอวี้โหรวหลุบตา ฉินซูอี๋กลับยังคงวางท่าขรึม“ข้าเป็นผู้ดูแลจวน ย่อมมีค่าใช้จ่าย”“ข้าไม่ได้บอกว่าท่านแม่ไม่มีสิทธิ์ใช้เงิน” ซูหว่านหนิงกล่าว “ข้าเพียงถามว่า ใช้เงินของใคร”“เจ้า!”“หากเป็นเงินของจวน ข้าไม่ถาม แต่หากเป็นเงินจากสินเดิมของข้า ข้าย่อมต้องรู้”ฉินซูอี๋หัวเราะอย่างเย็นชา “แล้วเจ้าคิดจะให้ข้าทำอย่างไร คืนเงินให้เจ้าหรือ”“เจ้าค่ะ”คำตอบมาเร็วเสียจนคนทั้งห้องตกตะลึง ฉินซูอี๋มองนางเขม็ง“เจ้าพูดจริง?”“จริงเจ้าค่ะ”ซูหว่านหนิงเปิดกระดาษอีกแผ่น“ข้ารวมยอดเบื้องต้นไว้แล้ว เฉพาะเงินที่ตรวจพบว่าถูกส่งเข้าเรือนหลักโดยไม่มีรายละเอียดชัดเจน มีทั้งหมดเก้าร้อยแปดสิบตำลึง ยังไม่รวมเครื่องประดับ ผ้าไหม และของมีค่าที่ถูกนำออกจากเรือนข้า”ฉินซูอี๋หน้าแด

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 13

    “เจ้าค่ะ”“เอาบัญชีสามเล่มนั้นมาด้วย”ชิงหลัวมองตามนิ้วของนาง “ทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ”“ทั้งหมด”“เจ้าค่ะ”ซูหว่านหนิงเปลี่ยนเสื้อคลุมตัวนอกให้เรียบร้อย ก่อนเดินออกจากเรือนอย่างไม่รีบร้อน บ่าวที่เห็นนางระหว่างทางต่างพากันหลบสายตา แต่เมื่อหญิงสาวเดินผ่านไปแล้วก็เริ่มกระซิบ“นั่นฮูหยินใหญ่จริง ๆ หรือ”“หน้าตาเหมือนเดิม แต่ดูน่ากลัวขึ้นมาก”“เมื่อก่อนนางเดินผ่านยังยิ้มให้พวกเรา”“ข้าได้ยินว่าพ่อบ้านเฉียนโดนถามบัญชีจนพูดไม่ออก”“ระวังเถอะ อย่าพูดดัง”ซูหว่านหนิงได้ยินบางประโยค แต่ไม่สนใจ สำหรับโรซี่ คนที่มัวเสียเวลาใส่ใจคำนินทาย่อมไม่มีเวลาจัดการเรื่องสำคัญ และตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือเงินเมื่อมาถึงเรือนหลัก นางเห็นฉินซูอี๋นั่งรออยู่แล้ว ข้างกายคือเสิ่นอวี้โหรว หญิงสาวผู้นั้นลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นนาง“พี่สะใภ้”ซูหว่านหนิงมองเพียงชั่วครู่ “คุณหนูเสิ่น”เสิ่นอวี้โหรวชะงัก เมื่อก่อนซูหว่านหนิงมักเรียกนางว่า “อวี้โหรว” ตามคนในครอบครัว แต่วันนี้กลับเรียกห่างเหินเช่นนั้น ฉินซูอี๋เห็นลูกสะใภ้เข้ามาแล้วไม่รีบคารวะก็ยิ่งไม่พอใจ“หว่านหนิง”“ท่านแม่”ซูหว่านหนิงคำนับตามมารยาทอย่างพอดี ฉินซูอี๋มองนา

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 12

    ซูหว่านหนิงปิดสมุดบัญชี นางคิดมาตลอดว่าเงินจากสินเดิมถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายของจวนอย่างไร้ระเบียบ แต่ดูเหมือนเรื่องจะมากกว่านั้นมีคนใช้คำว่า “ค่าใช้จ่ายของจวน” เป็นข้ออ้างเพื่อดึงเงินออกจากทรัพย์สินของนาง แล้วส่งตรงไปยังเรือนส่วนตัว ที่สำคัญ ทุกครั้งล้วนมีลายมือชื่อของซูหว่านหนิงเอง เจ้าของร่างเดิมถูกทำให้เชื่อว่าตนกำลังช่วยครอบครัวสามี แต่แท้จริงแล้วนางกำลังจ่ายเงินให้คนอื่นใช้ชีวิตหรูหรา โรซี่นั่งลงช้า ๆ คราวนี้มุมปากของนางไม่ได้มีรอยยิ้ม“ข้าเข้าใจแล้ว”ชิงหลัวถามเบา ๆ “เข้าใจอะไรเจ้าคะ”ซูหว่านหนิงวางฝ่ามือลงบนบัญชีเล่มแรกที่เปิดโปงเส้นทางเงินได้อย่างชัดเจน“เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงไม่อยากให้ข้าตรวจบัญชี”เพราะเพียงบัญชีเล่มแรกที่นางตรวจอย่างจริงจัง ก็เผยความลับออกมาเสียแล้ว เงินจากสินเดิมของซูหว่านหนิงจำนวนไม่น้อย ไม่ได้ถูกใช้เพื่อจวนฉางหนิงโหว แต่มันถูกส่งตรงเข้าเรือนของฉินซูอี๋ แม่สามีของนางสะใภ้เริ่มทวงหนี้ข่าวที่ซูหว่านหนิงสั่งตรวจบัญชีและเรียกพ่อบ้านใหญ่มาซักถามเรื่องเงินแพร่ไปถึงเรือนหลักในเวลาไม่ถึงครึ่งวันฉินซูอี๋นั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status