LOGINทั้งสองพากันเดินออกไป ทิ้งให้สามีภรรยาอยู่ภายในห้องตรวจตามลำพัง บรรยากาศที่เคยวุ่นวายกลับเงียบลงท
เช้าวันถัดมา เธอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อเตรียมเปิดคลินิก แต่ทันทีที่เดินออกจากบ้านพักกลับพบว่ามีควันลอยขึ้นมาจากบริเวณครัวเล็กด้านหลังสถานีอนามัยหลี่น่าขมวดคิ้ว รีบเดินไปตรวจดูด้วยความกังวลว่าอาจเกิดไฟไหม้ ทว่าเมื่อผลักประตูครัวเข้าไป เธอกลับเห็นหวังเหว่ยยืนอยู่หน้าเตาฟืน แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงข้อศอก มือหนึ่งถือทัพพี อีกมือกำลังพยายามควบคุมเปลวไฟใต้หม้อบนโต๊ะมีข้าวต้มหม้อหนึ่ง ไข่ต้มสามฟอง และผักดองที่หั่นไว้ไม่เท่ากันหวังเฉินอวี่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก กำลังใช้มือปิดจมูกเพราะควันฟืน“แม่ครับ พ่อทำอาหารเช้า”หลี่น่ามองสภาพภายในครัวแล้วไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือถอนหายใจ“ทำไมไม่เปิดหน้าต่าง”หวังเหว่ยหันไปมองหน้าต่างซึ่งยังปิดสนิท ก่อนรีบเดินไปเปิด ควันที่อัดอยู่ด้านในจึงค่อย ๆ ลอยออกไป“ผมไม่ทันสังเกต”“คนที่ผ่านการฝึกทหารมาอย่างหนักกลับแพ้เตาฟืนหรือคะ”แววตาของหวังเหว่ยปรากฏความเก้อเขินเล็กน้อย“ในค่ายใช้เตาขนาดใหญ่ มีพลทหารดูแลไฟ ไม่เหมือนที่นี่”เฉินอวี่หัวเราะออกมา“พ่อบอกว่าพ่อทำได้
หลี่น่ายืนอยู่บนขั้นบันไดหน้าคลินิก เธอไม่ได้ห้ามเขา แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุน หวังเหว่ยมองผู้คนตรงหน้า ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงชัดเจน“ผมชื่อหวังเหว่ย เป็นสามีของคุณหมอหลี่น่า”เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีเขารอจนทุกคนเงียบลงจึงพูดต่อ“ผมมาที่นี่วันนี้ ไม่ได้มาในฐานะนายทหาร และไม่ได้มาเพื่อใช้ตำแหน่งบังคับให้ใครเชื่อคำพูดของผม”เขาหันไปมองหลี่น่าเพียงครู่เดียว“ผมมาในฐานะสามีที่เคยทำผิด”ชาวบ้านหลายคนเริ่มมองหน้ากันหวังเหว่ยสูดหายใจลึก“ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือว่าภรรยาของผมมีความสัมพันธ์กับชายอื่น มีภาพถ่าย มีคำพูดจากคนหลายคน และมีหลักฐานที่ดูเหมือนจริง”“ผมเชื่อสิ่งเหล่านั้น”เขากำมือแน่น“ผมไม่ได้ตรวจสอบให้ดี ไม่ฟังคำอธิบายของภรรยา และปล่อยให้ความโกรธทำให้ผมตัดสินเธอ”ลานหน้าคลินิกเงียบสนิทไม่มีใครคาดคิดว่านายทหารผู้สง่างามจะยอมรับความผิดของตนต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านหวังเหว่ยพูดต่อ“ตอนนี้เราพิสูจน์ได้แล้วว่าภาพถ่ายถูกตัดต่อ ชายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้ยอมรับว่าได้รับเงินให้จัดฉา
เขามองเธอด้วยแววตาหนักแน่น “ผมเข้าใจ”หลี่น่าหันไปเก็บอุปกรณ์บนโต๊ะ โดยไม่เห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าของหวังเหว่ย เธอยังไม่ยอมกลับไปกับเขา ยังไม่ยอมรับว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอเหมือนเดิม แต่เธออนุญาตให้เขาอยู่ใกล้สำหรับชายที่เคยถูกปิดประตูใส่หัวใจ นั่นก็นับเป็นโอกาสอันล้ำค่าแล้วเฉินอวี่จูงมือพ่อไปดูภาพวาดที่ติดอยู่บนผนัง พลางเล่าเรื่องโรงเรียน เรื่องเพื่อน และเรื่องต้นไม้ที่เด็ก ๆ ปลูกหน้าคลินิกอย่างตื่นเต้นหลี่น่ายืนฟังอยู่เงียบ ๆ ภาพพ่อกับลูกที่หัวเราะด้วยกันทำให้หัวใจของเธออ่อนลง แต่บาดแผลในอดีตยังเตือนว่าอย่ารีบเชื่อมั่นเพียงเพราะช่วงเวลาอันอบอุ่นเพียงชั่วครู่ เธอไม่ปฏิเสธว่าในใจยังมีความรู้สึกต่อหวังเหว่ยแต่ครั้งนี้ หากเขาต้องการให้เธอกลับไป เขาจะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ได้ต้องการเพียงภรรยาคนเดิมที่ยอมตามเขาทุกอย่าง เขาต้องยอมรับหลี่น่าคนใหม่ หญิงสาวที่มีความคิด มีอาชีพ มีศักดิ์ศรี และเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองได้ด้านนอกคลินิก สวี่อวี้เฉิงยืนอยู่ใต้ต้นไม้ เขามองผ่านหน้าต่างเข้าไปเห็นครอบครัวสามคนอยู่ร่ว
ทั้งสองพากันเดินออกไป ทิ้งให้สามีภรรยาอยู่ภายในห้องตรวจตามลำพัง บรรยากาศที่เคยวุ่นวายกลับเงียบลงทันทีหวังเหว่ยมองรอบคลินิก ชั้นวางยาได้รับการจัดใหม่ ผ้าม่านสะอาดถูกแขวนตรงหน้าต่าง กระถางต้นไม้เล็ก ๆ วางอยู่บนขอบหน้าต่าง และภาพวาดของหวังเฉินอวี่ถูกติดไว้บนผนังเหนือโต๊ะทำงาน เขามองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง“คุณเปิดคลินิกได้ดีมาก”หลี่น่าถอดถุงมือออกแล้วนำไปทิ้ง ก่อนตอบโดยไม่มองเขา“ชาวบ้านช่วยกันค่ะ ฉันทำคนเดียวไม่ได้”หวังเหว่ยพยักหน้า จากนั้นยกกล่องที่นำมาวางบนโต๊ะ“ผมเอาอุปกรณ์การแพทย์มาให้ มีเครื่องวัดความดันชุดใหม่ ผ้าพันแผล ยาฆ่าเชื้อ แล้วก็สมุดบันทึก”หลี่น่าหันมามองกล่อง“ของพวกนี้ราคาไม่ถูก”“ไม่สำคัญเท่าคนไข้ของคุณ”“ฉันจะจ่ายคืนให้”คำตอบนั้นทำให้หวังเหว่ยนิ่งไปเล็กน้อย “ไม่ต้องจ่าย ผมตั้งใจซื้อให้”“ฉันไม่อยากติดหนี้คุณ”“คุณไม่เคยติดหนี้ผม”หลี่น่าสบตาเขา “แต่คุณกำลังพยายามทำเหมือนทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว”หวังเหว่ยสูดลมหายใจลึก เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องได้ยิน
หวังเหว่ยมองเธออยู่นาน ก่อนกล่าวช้า ๆ“ผมอยากขอโทษ”หลี่น่าวางผ้าลง “คุณขอโทษมาหลายครั้งแล้ว”หวังเหว่ยส่ายหน้า “ที่ผ่านมา”“ผมขอโทษเพราะรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด แต่วันนี้…” เขาสูดหายใจลึก “ผมเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองผิดตรงไหน”หลี่น่ามองเขาอย่างสงบ หวังเหว่ยกล่าวต่อ“ผมปล่อยให้ข่าวลือมาตัดสินคุณ ผมเชื่อคำพูดของคนอื่น มากกว่าคำพูดของภรรยาตัวเอง”น้ำเสียงของเขาสั่นอย่างเห็นได้ชัด “ผมไม่เคยปกป้องคุณ ทั้งที่ผมควรเป็นคนแรกที่ยืนอยู่ข้างคุณ”ภายในคลินิกเงียบสนิท ซุนเยี่ยนที่กำลังจัดยาอยู่หลังห้องได้ยินทุกคำ เธอค่อย ๆ หยุดมือ โดยไม่ออกมารบกวนทั้งสองหลี่น่าหลุบตาลงครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองหวังเหว่ย“คุณรู้ไหม วันที่ฉันเสียใจที่สุด”หวังเหว่ยส่ายหน้า“ไม่ใช่วันที่คนทั้งโรงพยาบาลกล่าวหาฉัน ไม่ใช่วันที่มีภาพปลอมถูกเผยแพร่”เธอหยุดไปครู่หนึ่ง “แต่เป็นวันที่คุณมองฉัน เหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า”หัวใจของหวังเหว่ยเหมือนถูกบีบแน่น หลี่น่าพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ“วันนั้น ฉันรู้ทันทีว่า ไม่ว่าฉันจะอ
หลิวจื้อเฉิงยิ้มอย่างขมขื่น“เพราะผมเพิ่งรู้ แม่ของผมเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่เงินที่พวกเขาสัญญาจะช่วยค่ารักษา ไม่เคยจ่ายครบ”เขาหัวเราะทั้งน้ำตา “ผมขายศักดิ์ศรี สุดท้ายก็ไม่ได้ช่วยแม่ แถมยังทำลายคนบริสุทธิ์อีกคน”เขาทรุดตัวลงคุกเข่า “คุณหมอหลี่ ผมขอโทษ ผมไม่มีหน้าขอให้อภัย”หลี่น่ามองชายตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ“สิ่งที่ฉันต้องการ ไม่ใช่คำขอโทษ แต่คือความจริงทั้งหมด”หลิวจื้อเฉิงพยักหน้าทันที “ผมจะให้การทุกอย่าง ไม่ปิดบังแม้แต่คำเดียว”การสอบสวนดำเนินต่ออีกหลายชั่วโมง หลิวจื้อเฉิงให้ข้อมูลอย่างละเอียด เขาระบุชื่อคนกลางที่นำเงินมาให้ วัน เวลา และสถานที่นัดหมาย รวมถึงร้านถ่ายภาพที่รับตัดต่อภาพต้นฉบับ เจ้าหน้าที่จดบันทึกทุกคำ หวังเหว่ยถามคำถามสุดท้าย“คุณเคยพบหวังกั๋วเฉียงด้วยตัวเองไหม”หลิวจื้อเฉิงส่ายหน้า “ไม่บ่อย แต่ครั้งหนึ่ง ผมได้ยินเขาพูดกับลูกน้อง เขาบอกว่า...”ชายหนุ่มหยุดหายใจลึก ก่อนพูดช้า ๆ“ถ้าทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งเสียชื่อเสียง คนจะเชื่อข่าวลือมากกว่าความจริงเสมอ”คำพูดนั้น







