LOGINหากหลี่น่าเชื่อผลเดิมและให้ยาลดโพแทสเซียมแก่จางกั๋ว ระดับโพแทสเซียมของเขาจะต่ำลงไปอีกจนเกิดหัวใจเ
หวังเหว่ยค่อย ๆ วางผู้ป่วยลงตามคำสั่ง จากนั้นถอยไปยืนข้างเตียงพร้อมรอฟังงานต่อไปหลี่น่าตรวจการหายใจและชีพจร ก่อนสั่งซุนเยี่ยน“เตรียมออกซิเจน แล้วเอายาใต้ลิ้นมา”“ค่ะ”หลี่น่าหันไปหาหวังเหว่ย“ช่วยเปิดหน้าต่าง อย่าให้คนมุง แล้วไปบอกญาติให้เตรียมเกวียน เราต้องส่งโรงพยาบาลอำเภอ”หวังเหว่ยพยักหน้าและทำตามทันที เขากันชาวบ้านออกจากประตู จัดทางเดินให้โล่ง และให้คนไปตามเกวียนจากบ้านผู้ใหญ่บ้านระหว่างนั้นอาการของลุงหม่ายังไม่ดีขึ้น หลี่น่าจึงต้องรีบให้การรักษาเบื้องต้นเมื่อเกวียนมาถึง หวังเหว่ยก็เป็นคนอุ้มผู้ป่วยออกไปอีกครั้ง เขาจัดผ้าห่มรองด้านล่าง ใช้เชือกยึดแผ่นไม้ไม่ให้ขยับ และกำชับคนขับให้หลีกเลี่ยงทางขรุขระ“ผมจะขับรถจี๊ปนำไปเอง”หลี่น่ามองเขา“คุณรู้ทางลัดไปโรงพยาบาลหรือ”“ผู้ใหญ่บ้านบอกเส้นทางแล้ว ผมจะไปเคลียร์ทางข้างหน้า”“ระวังด้วย ถนนยังลื่น”หวังเหว่ยชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำเตือน ก่อนตอบเบา ๆ“ผมจะระวัง”ชาวบ้านที่ยืนอยู่ใกล้กันมองทั้งสองคนสลับไปมา บางคนยิ้มอย่างร
หวังเหว่ยหันมาพยักหน้า สวี่อวี้เฉิงปีนขึ้นไปช่วยอีกคน ทั้งสองใช้ผ้าใบหนาคลุมส่วนที่รั่วและยึดด้วยเชือกจนแน่น ระหว่างที่หวังเหว่ยกำลังลงจากหลังคา เท้าของเขาเหยียบพลาดบนขั้นบันไดที่เปียก ร่างสูงไถลลงมาหลายขั้น หลี่น่ารีบเข้าไปจับแขนเขาโดยไม่ทันคิด“หวังเหว่ย!”เขายึดขอบบันไดไว้ได้ทัน ก่อนกระโดดลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย มือของหลี่น่ายังคงกำแขนเขาแน่น“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”หวังเหว่ยมองมือของเธอ ก่อนตอบเสียงเบา“ไม่เจ็บ”เมื่อรู้ตัวว่ากำลังแสดงความเป็นห่วง หลี่น่าจึงรีบปล่อยมือ“ฉันแค่ไม่อยากให้มีคนเจ็บเพิ่ม”“ผมเข้าใจ”แม้จะพูดเช่นนั้น แต่รอยยิ้มในดวงตาของเขาทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้เชื่อทั้งหมดหลี่น่าหันไปหยิบผ้าสะอาดส่งให้“เช็ดตัวก่อน เดี๋ยวจะป่วย”หวังเหว่ยรับผ้ามา“ขอบคุณ”“อย่าเพิ่งคิดว่าฉันหายโกรธ”“ผมไม่คิดอย่างนั้น”“แล้วคุณยิ้มอะไร”“ผมดีใจที่คุณยังเป็นห่วง”หลี่น่าจ้องเขาเขม็ง“ฉันเป็นหมอ ต่อให้เป็นคนแปลกหน้าฉันก็เป็นห่วง”หวังเหว่ยพยักหน้าด้ว
เช้าวันถัดมา เธอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อเตรียมเปิดคลินิก แต่ทันทีที่เดินออกจากบ้านพักกลับพบว่ามีควันลอยขึ้นมาจากบริเวณครัวเล็กด้านหลังสถานีอนามัยหลี่น่าขมวดคิ้ว รีบเดินไปตรวจดูด้วยความกังวลว่าอาจเกิดไฟไหม้ ทว่าเมื่อผลักประตูครัวเข้าไป เธอกลับเห็นหวังเหว่ยยืนอยู่หน้าเตาฟืน แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงข้อศอก มือหนึ่งถือทัพพี อีกมือกำลังพยายามควบคุมเปลวไฟใต้หม้อบนโต๊ะมีข้าวต้มหม้อหนึ่ง ไข่ต้มสามฟอง และผักดองที่หั่นไว้ไม่เท่ากันหวังเฉินอวี่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก กำลังใช้มือปิดจมูกเพราะควันฟืน“แม่ครับ พ่อทำอาหารเช้า”หลี่น่ามองสภาพภายในครัวแล้วไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือถอนหายใจ“ทำไมไม่เปิดหน้าต่าง”หวังเหว่ยหันไปมองหน้าต่างซึ่งยังปิดสนิท ก่อนรีบเดินไปเปิด ควันที่อัดอยู่ด้านในจึงค่อย ๆ ลอยออกไป“ผมไม่ทันสังเกต”“คนที่ผ่านการฝึกทหารมาอย่างหนักกลับแพ้เตาฟืนหรือคะ”แววตาของหวังเหว่ยปรากฏความเก้อเขินเล็กน้อย“ในค่ายใช้เตาขนาดใหญ่ มีพลทหารดูแลไฟ ไม่เหมือนที่นี่”เฉินอวี่หัวเราะออกมา“พ่อบอกว่าพ่อทำได้
หลี่น่ายืนอยู่บนขั้นบันไดหน้าคลินิก เธอไม่ได้ห้ามเขา แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุน หวังเหว่ยมองผู้คนตรงหน้า ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงชัดเจน“ผมชื่อหวังเหว่ย เป็นสามีของคุณหมอหลี่น่า”เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีเขารอจนทุกคนเงียบลงจึงพูดต่อ“ผมมาที่นี่วันนี้ ไม่ได้มาในฐานะนายทหาร และไม่ได้มาเพื่อใช้ตำแหน่งบังคับให้ใครเชื่อคำพูดของผม”เขาหันไปมองหลี่น่าเพียงครู่เดียว“ผมมาในฐานะสามีที่เคยทำผิด”ชาวบ้านหลายคนเริ่มมองหน้ากันหวังเหว่ยสูดหายใจลึก“ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือว่าภรรยาของผมมีความสัมพันธ์กับชายอื่น มีภาพถ่าย มีคำพูดจากคนหลายคน และมีหลักฐานที่ดูเหมือนจริง”“ผมเชื่อสิ่งเหล่านั้น”เขากำมือแน่น“ผมไม่ได้ตรวจสอบให้ดี ไม่ฟังคำอธิบายของภรรยา และปล่อยให้ความโกรธทำให้ผมตัดสินเธอ”ลานหน้าคลินิกเงียบสนิทไม่มีใครคาดคิดว่านายทหารผู้สง่างามจะยอมรับความผิดของตนต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านหวังเหว่ยพูดต่อ“ตอนนี้เราพิสูจน์ได้แล้วว่าภาพถ่ายถูกตัดต่อ ชายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้ยอมรับว่าได้รับเงินให้จัดฉา
เขามองเธอด้วยแววตาหนักแน่น “ผมเข้าใจ”หลี่น่าหันไปเก็บอุปกรณ์บนโต๊ะ โดยไม่เห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าของหวังเหว่ย เธอยังไม่ยอมกลับไปกับเขา ยังไม่ยอมรับว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอเหมือนเดิม แต่เธออนุญาตให้เขาอยู่ใกล้สำหรับชายที่เคยถูกปิดประตูใส่หัวใจ นั่นก็นับเป็นโอกาสอันล้ำค่าแล้วเฉินอวี่จูงมือพ่อไปดูภาพวาดที่ติดอยู่บนผนัง พลางเล่าเรื่องโรงเรียน เรื่องเพื่อน และเรื่องต้นไม้ที่เด็ก ๆ ปลูกหน้าคลินิกอย่างตื่นเต้นหลี่น่ายืนฟังอยู่เงียบ ๆ ภาพพ่อกับลูกที่หัวเราะด้วยกันทำให้หัวใจของเธออ่อนลง แต่บาดแผลในอดีตยังเตือนว่าอย่ารีบเชื่อมั่นเพียงเพราะช่วงเวลาอันอบอุ่นเพียงชั่วครู่ เธอไม่ปฏิเสธว่าในใจยังมีความรู้สึกต่อหวังเหว่ยแต่ครั้งนี้ หากเขาต้องการให้เธอกลับไป เขาจะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ได้ต้องการเพียงภรรยาคนเดิมที่ยอมตามเขาทุกอย่าง เขาต้องยอมรับหลี่น่าคนใหม่ หญิงสาวที่มีความคิด มีอาชีพ มีศักดิ์ศรี และเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองได้ด้านนอกคลินิก สวี่อวี้เฉิงยืนอยู่ใต้ต้นไม้ เขามองผ่านหน้าต่างเข้าไปเห็นครอบครัวสามคนอยู่ร่ว
ทั้งสองพากันเดินออกไป ทิ้งให้สามีภรรยาอยู่ภายในห้องตรวจตามลำพัง บรรยากาศที่เคยวุ่นวายกลับเงียบลงทันทีหวังเหว่ยมองรอบคลินิก ชั้นวางยาได้รับการจัดใหม่ ผ้าม่านสะอาดถูกแขวนตรงหน้าต่าง กระถางต้นไม้เล็ก ๆ วางอยู่บนขอบหน้าต่าง และภาพวาดของหวังเฉินอวี่ถูกติดไว้บนผนังเหนือโต๊ะทำงาน เขามองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง“คุณเปิดคลินิกได้ดีมาก”หลี่น่าถอดถุงมือออกแล้วนำไปทิ้ง ก่อนตอบโดยไม่มองเขา“ชาวบ้านช่วยกันค่ะ ฉันทำคนเดียวไม่ได้”หวังเหว่ยพยักหน้า จากนั้นยกกล่องที่นำมาวางบนโต๊ะ“ผมเอาอุปกรณ์การแพทย์มาให้ มีเครื่องวัดความดันชุดใหม่ ผ้าพันแผล ยาฆ่าเชื้อ แล้วก็สมุดบันทึก”หลี่น่าหันมามองกล่อง“ของพวกนี้ราคาไม่ถูก”“ไม่สำคัญเท่าคนไข้ของคุณ”“ฉันจะจ่ายคืนให้”คำตอบนั้นทำให้หวังเหว่ยนิ่งไปเล็กน้อย “ไม่ต้องจ่าย ผมตั้งใจซื้อให้”“ฉันไม่อยากติดหนี้คุณ”“คุณไม่เคยติดหนี้ผม”หลี่น่าสบตาเขา “แต่คุณกำลังพยายามทำเหมือนทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว”หวังเหว่ยสูดลมหายใจลึก เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องได้ยิน







