เข้าสู่ระบบ“เหตุใดจึงอนุมัติ”
“ฝ่ายจัดซื้อเสนอว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน
ชายคนนี้ใช้ชื่อว่า หลิวจื้อเฉิง ตามเอกสาร เขาเป็นนักวิจัยจากต่างมณฑลที่กำลังศึกษาการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน และต้องการขอเข้าศึกษาดูงานที่ศูนย์การแพทย์แห่งนี้ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นก่อนโทรศัพท์แจ้งฝ่ายบริหาร ไม่นาน รองผู้อำนวยการก็เดินลงมาต้อนรับด้วยตนเอง“ยินดีต้อนรับครับ ทางเราได้รับหนังสือประสานงานล่วงหน้าแล้ว”หลิวจื้อเฉิงยิ้มสุภาพ “ต้องรบกวนทุกท่านด้วยครับ”ไม่มีใครรู้ว่า ชายผู้นี้ไม่ได้เป็นนักวิจัยตามที่กล่าวอ้าง เขาเป็นคนที่หวังกั๋วเฉียงส่งมา หลังได้รับคำสั่งเพียงประโยคเดียว“เข้าไปทำให้ผู้คนเชื่อว่าคุณสนิทกับหลี่น่า”หลี่น่ากำลังตรวจผู้ป่วยรายสุดท้ายของช่วงเช้า เมื่อเลขานุการเดินเข้ามาเคาะประตู“หัวหน้าหลี่คะ มีนักวิจัยจากต่างมณฑลมาขอพบ”เธอพยักหน้า “เชิญเข้ามาได้เลย”ไม่กี่อึดใจต่อมา หลิวจื้อเฉิงก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน เขาโค้งศีรษะอย่างสุภาพ“สวัสดีครับคุณหมอหลี่ ผมติดตามผลงานของคุณมาหลายปี รู้สึกเป็นเกียรต
หนิงเอ๋อเงียบไป คำพูดนั้นทำให้เธอหวนนึกถึงอดีต เธอเคยถูกความอิจฉาครอบงำจนทำลายชีวิตตัวเอง เธอไม่อยากกลับไปเป็นคนแบบเดิมอีก แต่เมื่อมองความจริงในชีวิต ไม่มีงาน ไม่มีครอบครัว ไม่มีอนาคต ความสิ้นหวังก็ค่อย ๆ กัดกินหัวใจอีกครั้ง หวังกั๋วเฉียงหยิบซองเอกสารวางบนโต๊ะ ภายในเป็นธนบัตรจำนวนหนึ่ง"นี่เป็นเพียงเงินมัดจำ ถ้าคุณช่วยผม คุณจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่"หนิงเอ๋อมองเงินตรงหน้า มือของเธอสั่นเล็กน้อย ภาพหลี่น่าที่ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้คนผุดขึ้นมาในความคิด ขณะที่ตัวเองต้องเดินหลบสายตาผู้คนทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ความอิจฉาที่เธอคิดว่าดับไปแล้วเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างช้า ๆ เธอสูดหายใจลึกก่อนยื่นมือไปรับซองเงิน หวังกั๋วเฉียงยิ้มมุมปาก"ยินดีต้อนรับ...ตั้งแต่วันนี้เกมของเราจะเริ่มต้น"ในเวลาเดียวกัน ที่ศูนย์การแพทย์ประจำมณฑล หลี่น่ากำลังสอนแพทย์ฝึกหัดเรื่องการวินิจฉัยโรคอย่างละเอียด เธอไม่รู้เลยว่าเงามืดจากอดีตกำลังค่อย ๆ เคลื่อนกลับมาอีกครั้ง และศัตรูคนใหม่ไม่ใช่คนที่ลงมือด้วยอารมณ์เหมือนหวังหมิ่นแต่เป็นชายผู้พร้อมวางแผนอย่างอดทนเพื่อทำลายทุกสิ่งที่เธอสร้างขึ้น
“รางวัลแพทย์ดีเด่นประจำมณฑลในปีนี้ มอบให้แก่คุณหมอหลี่น่า”เสียงปรบมือดังกึกก้อง หลี่น่าเดินขึ้นเวทีอย่างสง่างาม ผู้ว่าการจับมือเธอแน่น“คุณไม่ได้รักษาเพียงคนไข้ แต่คุณเปลี่ยนทั้งระบบการแพทย์ของมณฑล”เธอรับโล่รางวัลด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เมื่อได้รับเชิญให้กล่าวความรู้สึก หลี่น่ากล่าวเพียงสั้น ๆ“รางวัลนี้เป็นของแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคน เพราะไม่มีใครช่วยชีวิตผู้ป่วยได้เพียงลำพัง”ผู้คนต่างลุกขึ้นยืนปรบมือให้อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ที่กองบัญชาการหน่วยพิเศษ หวังเหว่ยกำลังเข้ารับการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ นายพลผู้บังคับบัญชาติดเครื่องหมายยศบนบ่าของเขา ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ตั้งแต่วันนี้ คุณคือผู้บังคับการหน่วยพิเศษ ผมเชื่อว่าคุณจะนำกำลังพลได้อย่างสมศักดิ์ศรี”หวังเหว่ยทำความเคารพอย่างสง่างาม“ผมจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังครับ”หลังพิธีเสร็จสิ้น เขาไม่ได้ตรงกลับกองบัญชาการ แต่ขับรถไปรับภรรยาและลูกชายทันที เมื่อเฉินอวี่เห็นพ่อในชุดเครื่องแบบใหม่ เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าไปก
หวังเหว่ยไม่เคยขอให้เธอลาออกจากงาน ไม่เคยขอให้ลดความสามารถของตัวเอง ทุกครั้งที่หลี่น่าต้องออกไปช่วยเหลือผู้ป่วยกลางดึก เขาจะเป็นคนขับรถไปส่ง ทุกครั้งที่เธอต้องเดินทางไปอบรมแพทย์ต่างเมือง เขาจะดูแลบ้านและมารดาของเธอด้วยรอยยิ้มเมื่อทั้งสองมีลูกน้อย ครอบครัวก็ยิ่งอบอุ่นขึ้น หลินซูอิงย้ายมาอยู่ด้วยกัน และใช้ชีวิตอย่างสงบในบั้นปลาย บ้านหลังเล็กเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กน้อย และกลิ่นอาหารที่แม่ของหลี่น่าทำทุกเย็นวันหนึ่ง ศูนย์การแพทย์แห่งใหม่เปิดทำการอย่างเป็นทางการ บุคลากรทางการแพทย์จากหลายมณฑลเดินทางมาร่วมพิธี นักศึกษาแพทย์หลายร้อยคนยืนเรียงแถวอยู่ภายในหอประชุม หลี่น่าสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาด เธอยืนอยู่บนเวที มองผู้คนตรงหน้าอย่างเงียบงัน ปลายนิ้วสัมผัสผ้ากาวน์เบา ๆ ความทรงจำในอดีตหวนกลับมา เธอนึกถึงผู่เยว่ แพทย์หญิงในชีวิตก่อนผู้หญิงที่เชื่อมาตลอดว่า หากตั้งใจทำงานหนัก อดทน และเป็นคนดี ความยุติธรรมจะมาถึงเอง แต่สุดท้ายกลับถูกใส่ร้าย ถูกหักหลัง และเสียชีวิตโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะอธิบายความจริง หากไม่มีโอกาสครั้งที่สองผู่เยว่คงไม่มีวันรู้ว่าความเมตตาเพียงอย่างเดียว ไม่อาจปกป้องคนดีได้ หล
คำพูดเรียบง่ายเหล่านั้น กลับทำให้หัวใจของหลี่น่าสั่นไหวมากกว่าคำสัญญาที่สวยหรูใด ๆ เธอก้มมองมือของตัวเอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ“รู้ไหม...เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่า ตัวเองคงไม่มีวันแต่งงานอีก”หวังเหว่ยไม่ได้รีบถามเหตุผล เขาเพียงนั่งฟัง หลี่น่าค่อย ๆ เอ่ยความในใจที่ไม่เคยบอกใคร“ชีวิตแรกของฉัน ฉันถูกเพื่อนร่วมงานหักหลัง คนที่ฉันไว้ใจที่สุด เป็นคนผลักฉันลงเหว”เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า “ชีวิตนี้ ฉันก็ถูกสามี คนในครอบครัว และคนใกล้ตัวทรยศอีกครั้ง บางครั้งฉันก็คิดว่า การไม่ไว้ใจใครเลย น่าจะปลอดภัยที่สุด”หวังเหว่ยเอื้อมมือมากุมมือเธอเบา ๆ เขาไม่ได้บีบแน่น ไม่ได้รั้งไว้ เพียงวางมือเคียงกันอย่างอ่อนโยน หลี่น่ามองมือคู่นั้น แล้วกล่าวต่อ“ฉันกลัว ...กลัวว่าวันหนึ่ง ถ้าฉันเปิดใจ ทุกอย่างจะจบเหมือนเดิม”หวังเหว่ยยิ้มบาง “ผมเข้าใจ เพราะความไว้ใจ ไม่ใช่สิ่งที่ขอแล้วจะได้ มันต้องพิสูจน์”เขามองเธอด้วยสายตาที่มั่นคง “ผมไม่เคยหวังให้คุณเชื่อใจผมตั้งแต่วันแรก ผมแค่พยายามทำให้ทุกวันของผม เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณค่อย ๆ เชื่อใจ”หลี่น่าหัวเราะทั้งน้ำตา“คุณรู้ไหม ว่าคุณเป็นผู้ชายที่แปลกที่สุดที่ฉันเคยเจอ ตรงไหน คุณไม่เคย
หญิงคนนั้นยิ้มบาง“แม่รับจ้างซักผ้า เย็บเสื้อ และทำงานในโรงย้อมเล็ก ๆ ถ้าไม่ทำ ก็ไม่มีเงินอยู่”หลี่น่าจับมือแม่ไว้เบา ๆ “ต่อไปนี้ แม่ไม่ต้องทำแล้ว”มารดาส่ายหน้า “แม่ยังไหว”หลี่น่ายิ้มอ่อน “ตอนนี้ถึงเวลาที่ลูกจะดูแลแม่บ้าง”หลังให้ยาและจัดตารางการรักษาเรียบร้อย ทั้งสองจึงนั่งคุยกันใต้ต้นหลิวหน้าบ้าน หลี่น่าถามคำถามที่ค้างคาใจมาตลอด“ทำไมแม่ไม่เคยมาหาหนู”หญิงคนนั้นก้มหน้าลง มือที่เหี่ยวย่นกำแน่น“แม่เคยคิดจะกลับไป หลายครั้ง แต่ทุกครั้ง...” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “ก็มีคนมาหาแม่”หลี่น่าขมวดคิ้ว “ใคร”“คนของตระกูลหวัง”คำตอบนั้นทำให้หวังเหว่ยซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ เงยหน้าขึ้นทันที หญิงคนนั้นเล่าต่อ“พวกเขาบอกว่า ถ้าแม่กลับไป ลูกจะได้รับอันตราย พวกเขารู้ว่าลูกอยู่กับครอบครัวบุญธรรม และขู่ว่าจะทำให้ลูกหายไปเหมือนแม่”น้ำตาไหลลงบนใบหน้าของเธอ “แม่เลยหนี แม่ยอมให้ลูกเกลียด ดีกว่าให้ลูกต้องตาย”หลี่น่ากุมมือแม่แน่นกว่าเดิม “แม่ไม่ได้ทิ้งหนู แม่กำลังปกป้องหนู”หญิงคนนั้นร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจกลั้น หลายวันต่อมา หลี่น่าพาแม่กลับมายังมณฑล พร้อมเริ่มรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับคดีเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน







