Masuk“นางแต่งหน้าแต่งตัวทุกวัน เฝ้ารออยู่ที่นี่ทุกค่ำคืน ก็เพียงเพื่อรอให้แม่ทัพหลี่กลับมา”ชั่วขณะนั้น ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันเดิมทีเมิ่งชิ่นกับหยางอ๋องเต็มไปด้วยความเคียดแค้นต่อผีสาวตนนี้ แต่เมื่อล่วงรู้เหตุผลทั้งหมดแล้ว คำตำหนิติเตียนเหล่านั้นกลับไม่อาจเอ่ยออกมาได้อีกผีสาวตนนี้…ช่างน่าสงสารยิ่งนัก“นางคงเฝ้าอยู่ที่นี่ทุกวัน แม้ตายไปแล้ว ก็ยังยึดมั่นในความยึดติดนี้ เชื่อมั่นว่าแม่ทัพหลี่ยังไม่ตาย”“บังเอิญภายหลังสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างใหม่กลายเป็นจวนหยางอ๋อง นางจึงยังคงอาศัยอยู่ที่นี่เรื่อยมา”ซ่งรั่วเจินมองไปยังสตรีที่ยืนอยู่มุมห้อง หลังได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ของนาง ที่หางตาของนางก็มีหยดน้ำตาไหลรินลงมา“ข้านึกออกแล้ว ที่แท้คนที่ข้ารอคอยมาโดยตลอดคือคุณชายหลี่!”ความทรงจำของผีสาวแตกกระจัดกระจาย นางรู้เพียงว่าตนกำลังรอใครสักคน จึงเฝ้าอยู่ที่นี่วันแล้ววันเล่า แต่กลับไม่อาจนึกออกว่าแท้จริงแล้วกำลังรอผู้ใดจนกระทั่งได้ฟังคำพูดของนายหญิงเมิ่ง ความทรงจำทั้งหมดจึงประดังกลับมา“ข่าวจากชายแดนบอกว่าคุณชายหลี่เพียงหายสาบสูญ หาศพไม่พบ ข้าเชื่อว่าเขายังไม่ตายอย่างแน่นอน!”“เขามีวรยุทธ์สู
ซ่งรั่วเจินเพ่งมองห้องตรงหน้า ไม่นานก็รับรู้ได้ถึงที่ซ่อนของวิญญาณคนอื่น ๆ ในยามนั้นก็รู้สึกได้เช่นกันว่า ห้องนี้ชวนให้หนาวเย็นผิดปกติ ทั้งที่เป็นวันแดดจ้า กลับไม่เพียงไม่มีแสงอาทิตย์ส่องเข้ามา ยังแผ่ไอเย็นเยียบออกมาเป็นระลอกอีกด้วยความรู้สึกเช่นนี้…ราวกับสถานที่ที่ไม่เคยต้องแสงตะวันมานานแสนนานนายหญิงเมิ่งเผลอถูแขนตนเองโดยไม่รู้ตัวแม้นางจะไม่รู้เรื่องอาคมสิ่งลี้ลับ แต่ยามนี้ก็ยังสัมผัสได้ถึงความผิดปกติไม่ควรเลย ช่างไม่สมเหตุสมผลจริง ๆ!“หยางอ๋อง เหตุใดเรือนหลังในจวนของท่านจึงมีที่ซึ่งไม่เห็นแสงอาทิตย์ตลอดวันเช่นนี้?” นายหญิงเมิ่งอดถามไม่ได้โดยทั่วไปแล้ว การปลูกเรือนย่อมคำนึงถึงทิศรับแดด แม้จะไม่หันเข้าหาแดด อย่างน้อยในหนึ่งวันก็ควรมีแสงส่องถึงบ้างแต่เรือนตรงหน้านี้กลับทั้งเย็น ทั้งชื้น ไม่ใช่สถานที่ที่คนธรรมดาจะพึงใจอยู่อาศัยเลยหยางอ๋องขมวดคิ้ว ตอบว่า “ตั้งแต่ตอนที่เสด็จพ่อพระราชทานจวนนี้ให้ ก็มีเรือนหลังนี้อยู่แล้ว ข้าเลือกอยู่ในลานที่ถูกใจที่สุด ส่วนที่อื่น ๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก”“ข้าจำได้ว่า ครั้งแรกที่ข้ามาที่นี่ก็รู้สึกไม่ชอบสถานที่แห่งนี้แล้ว ภายหลังจึงแทบไม่เคยมา
เพียงเอ่ยถ้อยคำนี้ออกมา สีหน้าแววตาของทุกคนก็เปลี่ยนไป นี่หมายความว่าจะไปจับผีหรือ!“เหตุใดอยู่ดี ๆ จวนหยางอ๋องของพวกเราจึงมีผีสาวได้?”หยางอ๋องคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เพียงได้ฟังก็รู้สึกขนลุกซู่ ไม่ควรจะเป็นเช่นนี้เลย!สีหน้าของเมิ่งชิ่นพลันแฝงความเคลือบแคลง “หยางอ๋อง อย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้ท่านเคยทำผิดต่อสตรีอื่น จนมาจบชีวิตในจวน?”“ไม่มี! ไม่มีแน่นอน!”หยางอ๋องปฏิเสธอย่างไม่ลังเล“นอกจากเจ้าแล้ว หลายปีมานี้ข้าไม่เคยมีหนี้รักใด ๆ ยังไม่ต้องพูดว่าทำให้สตรีถึงแก่ชีวิตเลย แม้แต่สาวใช้ต้นห้องก็ยังไม่เคยมี”หยางอ๋องรีบยืนยันความบริสุทธิ์ของตน เรื่องนี้เขามั่นใจว่าไม่เคยมีสิ่งใดต้องละอายแก่ใจดังนั้น เขาเองก็ยิ่งคิดไม่ออกว่าเหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ช่างประหลาดนักจริง ๆนายหญิงเมิ่งเห็นสีหน้าของหยางอ๋องก็ไม่คล้ายกำลังพูดจาเหลวไหล ยิ่งไปกว่านั้น หลายปีมานี้หยางอ๋องติดต่อคบหากับสกุลเมิ่งอยู่ตลอดนิสัยใจคอเป็นเช่นไร นายท่านเมิ่งย่อมรู้แจ้งเป็นอย่างดี อย่างไรเสียพวกเขาก็ใช่ว่าจะไม่รู้อะไรเลย แล้วส่งบุตรสาวแต่งเข้ามาได้“หากหยางอ๋องเป็นคนทำให้นางตายจริง นางก็คงกลายเป็นผีร้ายมาทวงช
ที่แท้ทุกสิ่งล้วนไม่ใช่ภาพลวงตา!น่ากลัวว่าในช่วงเวลานี้ชิ่นเอ๋อร์ไม่ได้มองเขาเป็นบุรุษเลยแม้แต่น้อย กลับมองเขาเป็นสหายหญิงที่ดีเสียด้วยซ้ำ!มิน่าเล่า!หยางอ๋องไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดดี ไม่พูดไม่ได้ว่าชิ่นเอ๋อร์คิดว่าเขาเป็นเช่นนั้น แต่ยังคงช่วยเก็บงำความลับไว้อย่างเงียบ ๆ นับว่าดีเหลือเกินจริง ๆ!เพียงแต่เมื่อนึกถึงว่าเขาเผยภาพลักษณ์ของสตรีต่อหน้าฮูหยินที่ตนหลงรักมาโดยตลอด ก็ยิ่งรู้สึกอับอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนขายหน้าไปชั่วชีวิตแล้ว!เขาแทบไม่กล้าจินตนาการภาพยามค่ำคืนที่ตนเองลอบสวมอาภรณ์สตรี นั่งแต่งหน้า หวีผมอยู่หน้าคันฉ่องตามลำพัง ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!“เรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ข้าไม่รู้เลยว่ากลางคืนข้าทำเรื่องเหล่านี้ลงไป”หยางอ๋องดึงสติกลับมา บัดนี้ไม่ใช่เวลาจะมัวติดใจเรื่องเสียหน้าอีกต่อไป สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือต้องรู้ให้ได้ว่าเหตุใดเรื่องทั้งหมดจึงเกิดขึ้น และเหตุใดตัวเขาเองจึงไม่รับรู้อะไรเลย!“เพราะท่านโดนผีสาวสิงกาย” ซ่งรั่วเจินเอ่ย“ช่วงนี้ท่านรู้สึกอ่อนล้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ง่วงงุนอยู่ตลอด เป็นเพราะท่านเข้าใจว่าตนเองได้พักผ่อนแล้ว แต่
หลังจากหยางอ๋องได้ฟังเช่นนั้น ความหวังก็พลันลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง“พูดเช่นนี้ หมายความว่าข้ายังมีทางรอดหรือ?”“แน่นอน” ซ่งรั่วเจินพยักหน้าฉู่จวินถิงหัวเราะเบา ๆ “มีพี่สะใภ้ของเจ้าอยู่ ต่อให้เจ้าอยากตาย น่ากลัวว่าก็ไม่ง่ายนัก”หยางอ๋องอดหัวเราะไม่ได้ แต่ไม่นานก็ฉุกคิดถึงความผิดปกติในถ้อยคำนั้น จึงเอ่ยถามอย่างสุดระงับ “คำว่าดูดกลืนพลังชีวิตหมายความว่าอย่างไร?”ซ่งรั่วเจินเลื่อนสายตาไปทางเมิ่งชิ่น “เจ้าเล่าเถิด”“ชิ่นเอ๋อร์?”หยางอ๋องฉงนใจ มีเรื่องใดกันที่เขาไม่รู้ แต่ชิ่นเอ๋อร์กลับรู้?“ท่านอ๋อง เรื่องนี้ยาวนัก คืนหนึ่งหลังจากหม่อมฉันแต่งเข้ามาได้ไม่นาน จู่ ๆ หม่อมฉันก็ตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วพบว่าท่านไม่ได้อยู่บนเตียง”“หม่อมฉันจึงออกไปตามหาท่าน ก็เห็นท่านสวมอาภรณ์สตรีอยู่ในอีกห้องหนึ่ง ทั้งยังยืนแต่งหน้า หวีผมอยู่หน้าคันฉ่องเพคะ”“อะไรนะ?”หยางอ๋องเบิกตากว้าง ไม่อาจเชื่อหูตนเองเขาชี้มาที่ตนอย่างเหลือจะเชื่อ เอ่ยว่า “เจ้าหมายความว่าข้าไม่ยอมนอนกลางดึก กลับไปนั่งแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่ในห้องอื่น?”เมิ่งชิ่นพยักหน้าเบา ๆ “ตอนนั้นหม่อมฉันก็รู้สึกประหลาดใจ แต่ไม่กล้าพูดออกมา”“เ
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยเตือนญาติผู้พี่ว่าเหวินเมี่ยวจูนิสัยใจคอไม่ดี ไม่ควรคบหาอย่างลึกซึ้ง”“แต่ญาติผู้พี่กลับไม่เชื่อ ทั้งยังคิดว่าข้าซุบซิบนินทา จงใจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา”“คิดไม่ถึงเลยว่าพอเกิดเรื่องขึ้นจริง นางกลับซัดทอดเหวินเมี่ยวจูออกมาเสียเอง?”เมิ่งชิ่นแทบไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดไปชั่วขณะ รู้สึกเพียงว่าชวนอับจนคำพูดยิ่งนักเมื่อแรกนางยังเคยคิดว่าญาติผู้พี่ช่างไร้เดียงสา กังวลว่าจะถูกเหวินเมี่ยวจูวางกลอุบาย บัดนี้ดูแล้ว ทั้งคู่แท้จริงเป็นคนประเภทเดียวกัน ไม่ต่างอันใดเลยเรื่องของปู้ชิงเหยาครั้งนี้เอิกเกริกใหญ่โต เมื่อเหวินเมี่ยวจูถูกซัดทอดออกมา ชื่อเสียงก็พังทลายโดยสิ้นเชิงไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ผู้ใดที่คิดจะมาสู่ขอ ก็จะรู้ว่านางมีจิตใจอำมหิตดุจงูพิษ เป็นถึงคุณหนูตระกูลใหญ่ แต่กลับเต็มไปด้วยเล่ห์กล ย่อมต้องถอยหนีอย่างไม่คิดลังเลสำหรับหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือน นี่นับเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงถึงชีวิตคิดหวังอยากแต่งงานกับตระกูลสูงศักดิ์อีกครั้ง น่ากลัวว่าเป็นไปไม่ได้แล้ว“เดิมทีเหวินเมี่ยวจูก็ไม่ใช่คนดี เจ้าเล่ห์ช่างวางแผน โหงวเฮ้งก็ดูเป็นคนแข็งกระด้างใจคอคับแคบ!”นายห







![จอมนางคู่บัลลังก์ [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)