เพลิงรักใต้เงาแค้น

เพลิงรักใต้เงาแค้น

last updateHuling Na-update : 2025-10-07
By:  BosskerrOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
23Mga Kabanata
197views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

สิบปีมาแล้ว... เขายังคงถูกหลอกหลอนด้วยดวงตาอันสิ้นหวังของนาง จดหมายไร้นามเพียงฉบับเดียว จุดไฟแค้นให้เจ้าเมืองลู่หยางลุกขึ้นอีกครั้ง! เพื่อพิสูจน์ว่านางมิใช่กบฏ แต่คือรักเดียวที่เขาสาบาว่าจะปกป้อง!

view more

Kabanata 1

เพลิงรักใต้เงาแค้น ตอนที่ 1

ค่ำคืนแห่งปลายฤดูใบไม้ร่วง แคว้นเป่ยหลานซึ่งเคยอบอุ่นสุขสงบกลับคล้ายเย็นเยียบเป็นพิเศษ สายลมจากทิศเหนือพัดพาเอากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกเหมยแห้งผ่านแนวระเบียงเรือนสูง ขับให้เปลวไฟในโคมแดงไหวระริกอย่างไร้ทิศทาง

แม้ในยามราตรีจะเยือกเย็นเพียงใด แต่ในใจของชาวเป่ยหลาน ยังมีเพลิงอุ่นหนึ่งดวงส่องแสงไม่เคยริบหรี่ เพลิงนั้น คือ “ลู่หยาง” เจ้าเมืองผู้ยืนหยัดดุจขุนเขา ประคับประคองบ้านเมืองให้รอดพ้นจากห่าธนูและเพลิงสงครามมาได้หลายหนผู้คนต่างเรียกเขาว่า “เจ้าเมืองอักษรเหล็ก” อักษรที่เขียนจากน้ำหมึก แต่หนักแน่นยิ่งกว่าคำสั่งดาบ ทุกถ้อยคำของเขาเคยหยุดศึกได้โดยไม่ต้องแลกด้วยเลือดแม้แต่หยดเดียว

ลู่หยางมิใช่ขุนนางที่ได้ตำแหน่งด้วยสายเลือด หากแต่ปีนบันไดแห่งคุณธรรมขึ้นมาทีละขั้น เริ่มต้นจากทหารแนวหน้า สู่นายกอง จากผู้แบกหีบศพสหาย สู่นักเจรจาที่ขุนนางทั้งห้าตระกูลยังต้องยอมก้มหัวให้

ครั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองเมื่อสิบปีก่อน เมืองเป่ยหลานยังคงเต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากศึกใหญ่ ผู้คนอดอยากปากแห้ง ฝนแล้ง น้ำไม่หลั่งแม้สักหยด เด็ก ๆ หลายร้อยคนไม่มีแม้แต่ข้าวสุกมื้อล่าสุดให้กินประทังความหิวโหย

ลู่ก็มิได้เริ่มจากคำสั่ง หากแต่ย่ำเท้าฝ่าโคลนไปกลางท้องนา สืบหาต้นตอของความแห้งแล้งด้วยสองมือของตนเอง ฟื้นฟูคูคลอง เจรจากับเมืองข้างเคียงเพื่อแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์และแรงงาน เขาใช้กลยุทธ์แทนกระบี่ ใช้ความอดทนแทนกองทัพ

สองปีผ่านไป หลายสิ่งก็เริ่มเปลี่ยนแปลง น้ำไหล ข้าวงอก ผู้คนเริ่มกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง ถึงแม้จะยังไม่วิเศษดั่งเมืองหลวง แต่ก็พอให้มีชีวิตที่ไม่ต้องก้มหน้ารอเศษข้าวจากขบวนเสบียงหลวง

สามปีต่อมา ลู่หยางริเริ่มก่อตั้ง “หอศึกษาตงหลิน” เปิดสอนบุตรหลานของพวกชาวบ้านโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เลือกบัณฑิตเก่าที่เคยเร่ขายตัวอักษรริมทางให้มาสอน เด็กที่เคยไม่มีแม้แต่กระดานหินให้ขีดเขียน บัดนี้เริ่มเขียนอักษรด้วยพู่กัน

“หากคิดจะสร้างเมือง ก็ต้องสร้างคนเสียก่อน” เขาเคยเอ่ยไว้ในขณะที่แบ่งน้ำชากับอาจารย์เฒ่าที่ถูกลืมผู้หนึ่ง

ชื่อของลู่หยางจึงมิได้ดังเพราะอำนาจ

หากแต่ดังเพราะ ศรัทธา

เหนือหอสูงของจวนเจ้าเมือง แสงจันทร์ขาวนวลตกกระทบโต๊ะไม้จันทน์ในห้องหนังสืออย่างเงียบงัน ร่างสูงของบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่กลางเงาและแสง แววตาแน่วแน่สงบนิ่งราวกับหินผาฝ่ากาลเวลา คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากัน ดวงตาเรียวหรี่ลงเล็กน้อยยามจับสังเกตได้ถึงสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล

บุรุษผู้นี้ รูปร่างสูงสง่า แม้จะผ่านวัยกลางคนมาแล้วแต่ยังรักษากายและใจดั่งเหล็กกล้า

ดวงตาเรียวคม เงียบขรึมดุจหยก เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง

เสียงพูดนุ่มทว่าเด็ดขาด ยามสั่งทหารเพียงกะพริบตาก็เข้าใจคำสั่ง

บนหน้าผากของเขา แม้จะมีรอยแผลเป็นจาง ๆ จากศึกเมื่อวัยหนุ่ม แต่กลับยิ่งเสริมความสง่าให้ราวกับดาบที่ผ่านการฟาดฟันมานับครั้งไม่ถ้วน

แม้นภายนอกสงบเยือกเย็น แต่มิใช่ไร้ความรู้สึก ในความนิ่งเงียบนั้น แฝงความเศร้าลึก ๆ บางอย่างซึ่งแม้แต่ผู้ใกล้ชิดก็ยังไม่กล้าเอ่ยถาม

ลู่หยางคือภูเขาที่ไม่เคยบ่นต่อฟ้า คือสายน้ำที่ไหลเชี่ยวโดยไม่ส่งเสียง เขามีบาดแผลแต่เลือกจะปกปิดมันไว้เบื้องหลังแววตาแน่วแน่นั้น

ค่ำคืนนี้ แม้จันทราจะยังคงลอยเด่น แต่ในใจของลู่หยาง คล้ายมีเมฆดำจากอดีตค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาอย่างเงียบงัน

            แผนที่เขตชายแดนถูกคลี่ออกตรงหน้า ขีดเส้นด้วยหมึกแดงหลายจุดบ่งบอกถึงความไม่ปกติ แม้ภายนอกจะไร้ศึกสงคราม แต่ใต้ผิวของความสงบนั้น กลับมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน

“...แม่ทัพเฉินไม่เคยรายงานช้าเช่นนี้มาก่อน” ลู่หยางพึมพำ เขาเบือนสายตาไปยังม้วนรายงานข่าวลับที่เพิ่งส่งมาจากด่านหลงอวิ๋น ทว่าก่อนเขาจะหยิบมันขึ้นมา เสียงเคาะประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้น

“เข้ามา” เสียงของเขาราบเรียบ ไม่ดังและไม่เบา

บ่าวรับใช้วัยกลางคนผู้ติดตามรับใช้มาเนิ่นนาน เดินเข้ามาพร้อมกล่องไม้เล็กสีเข้ม กลิ่นไม้เก่าจาง ๆ โชยมาพร้อมความเย็นของลมราตรี

“เรียนท่านเจ้าเมือง มีบุคคลปริศนาให้ข้าน้อยนำสิ่งนี้มามอบให้แก่ท่านขอรับ” 

“ผู้ใดส่งมา”

“ข้าน้อยไม่เห็นหน้าผู้ส่งขอรับ เบื้องต้นข้าน้อยตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว ไม่มีกลไกพิษหรือความผิดปกติใด”

ลู่หยางพยักหน้า รับกล่องไม้นั้นมาด้วยมือข้างขวาที่เปื้อนหมึกดำจาง ๆ กล่องนั้นดูธรรมดาแต่แฝงความเก่าแก่ ราวกับผ่านกาลเวลามานานหลายปี

“เจ้าออกไปเถิด ข้าจะตรวจสอบเอง”

“ขอรับ”

บ่าวรับใช้ผู้นั้นรับคำก่อนจะเดินถอยออกไปจากห้องหนังสือไปอย่างเงียบเชียบ

ลู่หยางพลิกกล่องเบา ๆ พลางใช้ปลายนิ้วไล้ตามรอยแกะสลักบนฝาไม้ที่ถูกขัดจนเรียบเนียน กล่องดูเก่า ทว่าไม่ใช่เก่าธรรมดา หากเป็นเก่าที่ผ่านฤดูกาลหลายชั่วคน เมื่อปลายนิ้วไล้ไปถึงมุมหนึ่งก็พบรอยไหม้เล็ก ๆ แห้งกรังราวกับคราบเลือดเก่าที่หลับใหลมานาน

เขาค่อย ๆ เปิดกล่อง ไม้เสียดสีกันส่งเสียงแผ่วคล้ายเสียงกระซิบจากสายลมหนาวภายในมีเพียงซองจดหมายหนึ่งที่ฉีกขาดเพียงเล็กน้อย หากแต่ไม่ปรากฏชื่อ ไม่ปรากฏตราประทับใด มุมกระดาษมีรอยเปื้อนสีน้ำตาลแดง ซึ่งอาจเป็นสีของหมึกหรือเลือดก็ไม่มีใครบอกได้

หากแต่เมื่อดวงตาของลู่หยางจับจ้อง รอยหมึกนั้นกลับคล้ายมีชีวิต เคลื่อนไหวไปในห้วงความทรงจำ มือของเขาหยุดนิ่ง ใจเต้นหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบจดหมายนั้นขึ้นมา

กระดาษแผ่นนั้นเย็นยะเยือกราวกับว่ามันได้ผ่านฤดูเหมันต์มาเนิ่นนาน 

เมื่อคลี่ออก ลายพู่กันแปรงปรากฏขึ้น ลายมือหวัดแต่หนักแน่น เฉกเช่นเสียงของผู้ที่เป็นเจ้าของอักษรเหล่านี้

“ท่านยังจำค่ำคืนนั้นได้หรือไม่?”

ประโยคนั้นมิใช่คำถาม หากแต่เป็นสายลมแห่งความทรงจำที่พัดพาหัวใจให้สั่นไหว

ลู่หยางนิ่งงัน สีหน้าแปรเปลี่ยนช้า ๆ เสี้ยวหนึ่งแห่งแววตา...ไม่ใช่ความเศร้า ไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่คือความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่กล้าตั้งชื่อ

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
23 Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status