เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ

เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ

last updateآخر تحديث : 2026-01-24
بواسطة:  หรงเย่า / นาย่าمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
68فصول
2.8Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ไม่รู้สวรรค์บันดาลหรือเวรกรรมนำพา ทำให้ ‘ลิลลี่’ หญิงสาวที่ติดนิยายเป็นชีวิตจิตใจ จับพลัดจับผลูตื่นขึ้นมาในร่างของ ‘เซียงป่ายเหอ’ ปราชญ์หญิงผู้ซึ่งสิ้นใจเพราะถูกวางยาพิษ จากงานศพกลายเป็นงานแต่งงาน เพราะทันทีที่พบ ‘หลินหยาง’ ชีวิตของนางก็เริ่มวุ่นวาย ฉากเข่นฆ่ากลับกลายเป็น วีรบุรษช่วยโฉมงาม งานแต่งงานซึ่งนางวางแผนเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น ไหนเลยจะคิดว่านั่นเป็นการหาเรื่องเดือดร้อนเข้าหาตัว จากที่คิดจะใช้เขาเป็นเครื่องมือให้ตัวเองออกจากวังหลวง กลับกลายมาเป็นถูกชายหนุ่มหล่อเหลายั่วยวนจนน้ำลายหก วิญญาณสาวหื่นอย่างลิลลี่ จะทนถูกเขายั่วยวนได้นานแค่ไหน เพราะในขณะที่เขาวางแผนเอาชนะนาง นางกลับเอาแต่คิดเรื่องจับเขารวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัว ทั้งยังเอาแต่คิดว่าหากไม่ได้ทำ ชาตินี้ทั้งชาตินางต้องรู้สึกติดค้างตัวเองเป็นแน่

عرض المزيد

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
68 فصول
บทที่ 1
ท่ามกลางความเย็นเยียบของฤดูหนาว ดอกเหมยเบ่งบานสะพรั่งท้าทายหิมะที่เริ่มโปรยปราย มองไปเหนือผิวน้ำของแม่น้ำแห่งโชคชะตา แพลำน้อยที่ลอยล่องเหนือผิวน้ำ ไหลเอื่อยไปโดยไร้จุดหมายบนแพถูกตบแต่งด้วยดอกป่ายเหอ[1]สีขาว ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว กระนั้นร่างอรชรงดงามดุจหยกซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ กลับไม่สะท้านต่อความหนาวเหน็บเสียงร่ำไห้ที่ดังอยู่เบื้องหลัง ขณะที่แพลำน้อยไหลออกห่างจากชายฝั่ง ทำให้บรรยากาศเศร้าโศกปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ว่ากันว่าปราชญ์หญิงแห่งแคว้นฉิน ผู้ซึ่งนำพาแคว้นให้พ้นภัยพิบัติได้สั่งเสียเอาไว้เช่นนั้น...หากแม้นนางสิ้นลมเมื่อใด ขอให้นำร่างของนางใส่ลงบนแพ นางต้องการให้แม่น้ำโอบกอดนาง ให้มหาสมุทรเปิดรับนางสู่อ้อมแขนเสียงร้องไห้ดังระงม ในยามที่แพลำน้อยไหลเรื่อยไปกับสายน้ำ ประชาชนมากมายร่ำไห้ นับจากนี้ไม่มีอีกแล้วปราชญ์หญิงผู้ปราดเปรื่องไม่มีแล้ว...เซียงป่ายเหอหากแต่...ดวงตาที่ปิดสนิทของหญิงสาวกะพริบเปิด ใบหน้าและดวงตาขาวซีดพลันเริ่มมีสีสัน ทรวงอกสะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะหายใจ หลังจากที่แน่นิ่งไปนานเสียงสำลักคราหนึ่งดังให้ได้ยิน ก่อนที่เสียงไอถี่ๆ จะตามมา อากาศหนาวเหน็บอาจไม่ส่งผลต่อร่าง
اقرأ المزيد
บทที่ 2
“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือส่งเสียงเรียกมาจากประตูห้องที่ปิดสนิทหลายวันมานี้หญิงสาวพบว่าหลิ่งจือผู้นี้ นอกจากจะเป็นผู้คุ้มกันเพียงหนึ่งเดียวที่วางใจได้แล้ว ผู้อื่นเซียงป่ายเหอล้วนไม่เคยเห็นอยู่ในสายตาสิ่งที่ได้รับรู้มาส่วนใหญ่แล้ว หญิงสาวได้ยินมาจากสาวใช้ซึ่งพูดคุยกัน ในยามที่คิดว่านางนอนหลับอยู่บนเตียง และนั่นนับเป็นเรื่องดี เพราะแม้เจ้าของร่างยังคงเป็นเซียงป่ายเหอกระนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าเซียงป่ายเหอได้สิ้นลมไปแล้ว หลงเหลือเพียงวิญญาณของลิลลี่ ซึ่งยังคงงุนงงว่าตนเข้ามาอยู่ในร่างของเซียงป่ายเหอได้อย่างไรเรื่องสำคัญที่หญิงสาวได้ยินมาอกีเรื่อง ก็คือปราชญ์หญิงผู้หนึ่ง จะมีผู้คุ้มกันซึ่งถูกเลี้ยงดูมาพร้อมๆ กับฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก เรียกได้ว่าในขณะที่เซียงป่ายเหอเรียนรู้ทุกอย่างจนแตกฉาน หลิ่งจือเองก็เรียนวรยุทธ์กระทั่งเก่งกาจไม่อาจประเมิน“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือก้าวเข้ามาในห้อง“เข้ามาสิ”“วันนี้ดีขึ้นหรือไม่เจ้าคะ”“ดีขึ้นมากแล้ว”“องค์จักรพรรดินีมีพระราชโองการให้ท่านหมอหลวงเข้ามาตรวจอาการของท่านปราชญ์เจ้าค่ะ”“อืม เข้ามาสิ”น้ำเสียงเรียบเรื่อยของหญิงสาว ทำให้ผู้ที่ก้าวเข้าไปชะงักในทันที กระท
اقرأ المزيد
บทที่ 3
ภายหลังหญิงสาวจึงได้รู้ว่า บ่าวรับใช้เหล่านี้ถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในตำหนักฮุ่ยเจ๋อ หากกล้าก้าวออกไปมีโทษตายสถานเดียวทอดสายตามองไปยังทางเดินในสวน ดอกป่ายเหอหลากสีกำลังชูช่องดงามดึงดูดสายตาเอาไว้เป็นอย่างดี“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือขมวดคิ้วทั้งยังเดินตามหญิงสาวมา“หลิ่งจือ ข้าอยากอยู่คนเดียวสักพัก”“เอ่อ”เมื่อรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายลังเล หญิงสาวพลันหันหลังกลับไปมอง หัวใจหดเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย ในใจรู้สึกกังวลเพราะแม้แต่อิสระเพียงชั่วครู่ นางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้มีหรอกหรือ“ทำไมหรือ”น้ำเสียงนั้นแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาซึ่งจ้องเขม็งตรงมา ทำให้หลิ่งจือกลืนน้ำลาย ในใจครุ่นคิดว่านางคงคิดไปเอง ผู้เป็นนายหาได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด“เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าน้อยจะถอยออกไป หากท่านปราชญ์ต้องการสิ่งใด ข้าน้อย”“ไม่ต้อง ข้าอยากอยู่คนเดียวเพื่อคิดอะไรเงียบๆ หากคิดตกแล้วจะกลับเข้าไปเอง”“เจ้าค่ะ”หลิ่งจือมองตามแผ่นหลังของคนที่เดินจากไปด้วยดวงตาหลากหลาย บางครานางกลับยังคงรู้สึกว่าเซียงป่ายเหอตรงหน้า คือหญิงสาวแปลกหน้าที่นางไม่เคยรู้จักในที่สุดหญิงสาวก็ได้อยู่คนเดียว แต่การอยู่คนเดียวเช่นนี้กลับทำให้รู้สึกโดด
اقرأ المزيد
บทที่ 4
“ป่ายเหอ ข้าเคยรับปากหากบัลลังก์ของข้ามั่นคง ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไป ขอเพียงเจ้าไม่ออกจากเมืองหลวง เจ้าจะโกรธหรือไม่หากข้าจะบอกว่าข้าปล่อยเจ้าไปได้ แต่คงไม่อาจปล่อยอิ่นเหยียน”ให้ตายเถอะ ซื้อหวยไม่เคยถูก...พอลองคาดเดาความสัมพันธ์อันสมควรตายของคนสามคนกลับถูกเผงเสียได้ลิลลี่เอ๋ย นอกจากคำว่าซวยแล้ว ยังมีคำอื่นเหมาะจะใช้ในเวลานี้อยู่อีกหรือ!!!มองดูผู้เป็นนายเอาแต่นั่งทอดถอนหายใจ หลังจากที่องค์จักรพรรดินีทรงเสด็จกลับไปแล้ว หลิ่งจือที่กำลังยืนอยู่นอกห้องพลันขมวดคิ้ว ใบหน้าเหม่อลอยบวกกับท่าทีแปลกๆ ของอีกฝ่ายทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ“ท่านปราชญ์”“หลิ่งจือเจ้าเข้ามาสิ”มองเห็นองครักษ์ของตนมองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เซียงป่ายเหอย่อมหนักใจเป็นธรรมดา นางทั้งต้องระวังตัว แต่ก็ต้องหารายละเอียดของคนที่เกี่ยวข้องกับเซียงป่ายเหอ ดังนั้นเรื่องแรกที่ต้องทำก็คือหาแนวร่วมที่ไว้ใจได้ก่อนหน้านี้เคยใคร่ครวญหาวิธีกลับบ้าน แต่เพราะเป็นคนขี้ขลาดและกลัวเจ็บ เรื่องฆ่าตัวตายนะหรือ...เหอๆๆ ลืมไปได้เลย ไม่ว่าใครต่างก็รักชีวิตตัวเองทั้งนั้นอีกทั้งเมื่อได้มาแล้ววิธีที่ดีที่สุดที่จะเอาชีวิตรอดในที่ซึ่งไม่คุ้นเคย แน
اقرأ المزيد
บทที่ 5
“เพื่อเป็นการตัดปัญหา ข้าน้อยคิดว่าท่านควรแต่งนายท่านเข้าตำหนัก มีเพียงทางนี้ท่านจึงจะสามารถออกจากวังหลวงได้”“เอ๋” เซียงป่ายเหอเลิกคิ้ว“คือ...ท่านอาจยังไม่ต้องแต่งนายท่านก็ได้ เพียงรับข้ารับใช้สักหลายๆ คน”“เดี๋ยวๆ ข้ารับใช้มิใช่เต็มตำหนักหรอกหรือ แล้วข้า...”“ข้าน้อยไม่ได้หมายถึงบ่าวรับใช้เจ้าค่ะ ข้าน้อยหมายถึงข้ารับใช้ เอ่อ ที่คอยอุ่นเตียง”สวรรค์!!! ลิลลี่จะเป็นลมอ่านนิยายมาก็หลายเรื่อง มีบ้างที่นางเอกมีสามีหลายๆ คน แต่นี่ถึงกับแยกนายท่านและข้ารับใช้ ราวกับมีเมียหลวงเมียน้อยโอย... ในที่สุดก็แยกออก‘นายท่าน’ ในที่นี้ก็คือบุรุษที่สตรีแคว้นฉินแต่งเข้าบ้าน หรือก็คือสามีหลวง...กระมังส่วน ‘ข้ารับใช้’ ก็คืออนุนั่นเอง“หลิ่งจือ”“เจ้าคะ”“ข้าอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกสักพัก เจ้าไม่ต้องตามมา” นางต้องการเวลาในการตั้งสติเสียหน่อยในยามที่เดินออกมาจากห้อง หญิงสาวเดินสวนกับบ่าวรับใช้ในตำหนักฮุ่ยเจ๋อ ใบหน้าเยาว์วัยของเด็กหนุ่มหลายคน ทำให้นางอดที่จะสะท้อนใจขึ้นมาไม่ได้เด็กหลายคนยังอายุไม่ถึงสิบห้าด้วยซ้ำกระมัง แม้แคว้นฉินจะมีอิสตรีครองบัลลังก์ แต่เรื่องที่สตรีสามารถมีทั้งนายท่านและข้ารับใช้ที
اقرأ المزيد
บทที่ 6
มองดูกลุ่มคนที่เดินมาถึงยังจุดที่นางยืนอยู่ วันนี้คงไม่อาจหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แม้ไม่รู้ว่าในบรรดาคนที่มานางเคยรู้จักหรือไม่ แต่หากยิ่งปลีกตัวไปก็รังแต่จะทำให้น่าสงสัย“คารวะท่านปราชญ์ ข้าน้อยเซี่ยซู อัครมหาเสนาบดีแคว้นฉู่”เซียงป่ายเหอมองอัครมหาเสนาบดีหนุ่มตรงหน้า ในใจก็ลอบสูดปากอย่างชื่นชม เขาเป็นเพียงชายหนุ่มวัยไม่เกินสามสิบ แต่กลับมีฐานะเป็นถึงอัครมหาเสนาบดี หน้าตาหรือก็หล่อเหลาคมเข้ม ท่วงท่าหรือก็สุขุมเยือกเย็น“นี่คือกุนซือผู้ติดตามของข้า หลินหยาง ด้านหลังคือองครักษ์นามเฟยอวี่”เซียงป่ายเหอมองกวาดไปยังบุรุษทั้งสองคน คนแรกนามหลินหยาง นางเพียงปรายตามองก็ต้องประหลาดใจ ชายหนุ่มอีกสองคนเองก็คงอายุไม่ต่างจากเซี่ยซู แต่คนที่นางสนใจมากกว่าผู้อื่นคือหลินหยาง เพราะอีกฝ่ายจ้องนางเขม็งราวกำลังพิจารณาดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยยามที่นางสบตา กระนั้นนางก็หาได้ใส่ใจเพียงรับคารวะแล้วมองไปยังเฟยอวี่เฮ้อ นางลอบถอนหายใจกับตัวเองบุรุษที่นี่ไยจึงมีแต่คนหน้าตาดีทั้งสิ้น หัวใจของซือเจ้เต้นรัวจนไม่อาจหยุดแล้ว!!! ฮือ...งานดีจริงๆแม้ในใจกำลังตื่นเต้น แต่ใบหน้าและดวงตาของเซียงป่ายเหอยังคงเรียบเฉย นางกล
اقرأ المزيد
บทที่ 7
ชายหนุ่มยอมอยู่นิ่งในที่สุด เขามองดูการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก่อนลอบมองใบหน้าของคนที่กำลังพาเขาว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง เสี้ยวหน้าจริงจังของนางทำให้คิ้วเข้มของเขามุ่นลง“ท่านปราชญ์” เขากระซิบเมื่อเท้าแตะพื้นดินใต้น้ำดูเหมือนนางจะพาเขามาถึงฝั่งได้จริงๆ ครานี้นางสอดสองแขนเข้ากับตัวเขาเพื่อลากร่างสิ้นเรี่ยวแรงขึ้นฝั่ง“ข้าไม่เคยรู้ว่าท่านปราชญ์ว่ายน้ำเป็น”ได้ยินดังนั้นเซียงป่ายเหอพลันปล่อยมือ ร่างสูงจมลงไปในน้ำทันที หญิงสาวนึกขึ้นได้ก็รีบควานลงไปงมเขาขึ้นมา ชายหนุ่มสำลักน้ำก่อนมองนางด้วยรอยยิ้ม“เรื่องนี้...คงไม่ถึงขั้นต้องคิดฆ่าคนปิดปากกระมัง เป็นความลับถึงเพียงนั้นเลยหรือ” เขาหัวเราะเซียงป่ายเหอถลึงตาใส่เขา“หุบปาก!” นางตวาดก่อนลากเขาขึ้นไปส่งให้ขันทีและนางกำนัลที่รออยู่บนฝั่ง ดูเหมือนการต่อสู้ที่เก๋งกลางทะเลสาบจะยุติลงไปแล้ว อีกทั้งร่างที่กำลังถูกหิ้วออกไปนั้น คงจะเป็นมือสังหารที่บุกเข้ามาเมื่อครู่กระมังหลิ่งจือปราดเข้ามาพร้อมกับเสื้อคลุม นางมองผู้เป็นนายสลับกับใบหน้าขาวซีดของชายหนุ่ม รู้สึกประหลาดใจกับรอยยิ้มของเขาซึ่งมองตรงมายังผู้เป็นนาย“ท่านปราชญ์ ปลอดภัยดีหรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ย
اقرأ المزيد
บทที่ 8
เปิดหน้าถัดไป ถัดไป และถัดไป เนื้อเรื่องตรงกับเรื่องราวก่อนหน้านี้ กระทั่งมาเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ตรงที่ชายหนุ่มในนิยายเป็นฝ่ายช่วยชีวิตหญิงสาว ทั้งยังอุ้มนางขึ้นมาจากทะเลสาบ“ท่านปราชญ์”มองดูเซียงป่ายเหอมือกำสมุดภาพเล่มนั้นแน่นจนข้อซีดขาว หลิ่งจือพลันรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง นางรับรู้ได้ถึงอารมณ์โกรธกรุ่นของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน“ตอนจบปราชญ์หญิงเกิดความซาบซึ้งจึงแต่งเขาเป็นนายท่านอย่างนั้นเรอะ”น้ำเสียงเย็นเยียบทำเอาหลิ่งจือคุกเข่าลงอย่างแรง “ขอท่านปราชญ์อย่าได้มีโทสะ เรื่องนี้ข้าน้อยจะสอบสวนหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้”มองดูอีกฝ่ายคุกเข่าลงพร้อมเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง เซียงป่ายเหอครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงบอกให้นางยืนขึ้น “ช่างเถิด จะทำอย่างไรได้เล่า พวกเขาวันๆ อยู่แต่ในกำแพงสูง การเล่นสนุกนี้ก็เป็นเพียงเรื่องที่ทำเพื่อความสำราญเล็กๆ น้อย หากข้ามีโทสะและเอาความ รังแต่จะเป็นการยอมรับและทำให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะ”“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือมองหญิงสาวราวกับมองคนแปลกหน้า“หลิ่งจือ”“เจ้าคะ”“ข้าขอบอกเจ้าตามตรง” หญิงสาวใคร่ครวญดีแล้ว อย่างน้อยนางก็ควรจะพูดกับคนสนิทให้กระจ่าง หาไม่คงไม่อาจเอาตัวรอดไปได้อย่าง
اقرأ المزيد
บทที่ 9
วันต่อมาจักรพรรดินีทรงเสด็จมาเยี่ยมอาการป่วยของเซียงป่ายเหอ และการเสด็จมาครั้งนี้ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าหูตาของอีกฝ่าย ถูกวางเอาไว้ทั่วทั้งตำหนักฮุ่ยเจ๋อ เพราะจูเชวี่ยเอ่ยถามเรื่องที่นางไล่นางกำนัลและขันทีออกมาจากตำหนักเมื่อวันวาน“หม่อมฉันเพียงรู้สึกหงุดหงิดเพคะ อยากอยู่ตามลำพังแต่เหตุการณ์วันนั้นจึงต้องให้หลิ่งจือรั้งอยู่ เพราะเกรงว่าจะมีมือสังหารบุกเข้ามาอีก”เซียงป่ายเหอตอบด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน หลิ่งจือบอกนางว่าเซียงป่ายเหอคนก่อนมักทำอะไรคาดเดาได้ยาก บางครานางทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง โดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรซุกซ่อนไว้ทั้งสิ้น ดังนั้นการตอบเช่นนี้นับว่าเป็นเซียงป่ายเหอโดยแท้มองดูสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าแย้มยิ้มด้วยความเข้าอกเข้าใจ เซียงป่ายเหอได้แต่สงสัย ในใจของนางให้อย่างไรก็ยังกังขา เพราะนี่คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ต้องการชีวิตนางวันนั้นหากนางมองไม่ผิด หนึ่งในมือสังหารพุ่งเป้ามาที่ตัวนางชัดๆ จนถึงตอนนี้แม้แต่กับหลิ่งจือ นางเองก็ยังไม่ได้เล่าให้ผู้ใดฟังเพียงแต่...หลินหยางผู้นั้น…“เจ้าหายดีแล้วกระมัง”“เพคะ”“เรื่องนี้คงยากจัดการเสียแล้ว เพราะเกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นฉู่และแคว้นฉินข
اقرأ المزيد
บทที่ 10
“ท่านไปเยี่ยมคุณชายหลินเช่นนี้ อาจยิ่งทำให้ข่าวลือ...” มองไปรอบๆ นางกำนัลและขันทีต่างก็หยุดชะงักมองมา ทันทีที่ได้ยินนางเอ่ยถึงหลินหยาง“ไสหัวไปให้หมด!” หลิ่งจือตวาดออกมาเสียงดัง แม้กระทั่งเซียงป่ายเหอยังสะดุ้งหญิงสาวมองไปรอบๆ ดูเหมือนจะได้ผลดี เพราะทุกคนต่างก็หายตัวไปอย่างลนลาน ราวกับมีความตายกำลังไล่ล่า “หลิ่งจือ เจ้าเคยบอกข้าว่าสงสัยองค์จักรพรรดินี ข้าบอกเจ้าก็ได้วันนั้นที่เกิดเรื่อง ข้าคิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือข้า ไม่ใช่คนแคว้นฉู่”“อะไรนะเจ้าคะ!”“เจ้าเบาเสียงหน่อย” เซียงป่ายเหอมองซ้ายขวาก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ที่ข้าต้องไปเยี่ยมคุณชายหลินก็เพราะเขาเองก็คงคิดเช่นนั้น”ใบหน้าของหลิ่งจือเกิดเค้าความยุ่งยากขึ้นมาในทันที นางมองสบตากับเซียงป่ายเหอ จากนั้นจึงเม้มปากด้วยความหนักใจ“แคว้นฉู่ภายใต้การนำของเซี่ยซู แคว้นฉินไหนเลยจะแข็งแกร่งได้ถึงครึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นช่างอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นยิ่งนัก”“เจ้าจะพูดอะไร”“มาคิดๆ ดูแล้ว หรือนี่เป็นความตั้งใจของเซี่ยซูที่ต้องการให้ท่านกับองค์จักรพรรดินีขัดแย้งกัน แสร้งทำเป็นช่วยท่านเอาไว้เพื่อเอาชนะใจท่าน”ได้ยินดังนั้นหญิงสาว
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status