นางเอกเลือดเย็นผู้หลงรักตัวประกอบ

นางเอกเลือดเย็นผู้หลงรักตัวประกอบ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-20
Oleh:  ม่านกู่Ongoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
104Bab
2.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ทะลุมิติมาเป็นนางเอกในนิยายที่กำลังอ่าน ‘สตรีผู้ถือตำราลับสกุลหยาง’ บุตรีของหมอหลวงผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในแคว้นต้าเหลียง บิดาและบุตรสาวค้นพบความลับของยาสมุนไพร พระเอกของนาง ก็ต้องเลือกเองน่ะสิ

Lihat lebih banyak

Bab 1

1

“โง่ที่สุด... โง่มาก... โง่เง่าเป็นบ้า!”

เหม่ยฉีสบถซ้ำไปซ้ำมา อารมณ์เคียดแค้นสาหัสซึมลึกถึงก้นบึ้งจิตใจนาง แทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่าริมฝีปากสั่นระริก มือกำหมัดแน่น นางโกรธจนหน้าแดงก่ำไปหมด

“หมายถึงใครเจ้าคะ? คุณหนูไม่พอใจใคร ข้าจะไปลากคอพวกนางมาลงโทษให้คุณหนูสบายใจ”

“จะใครเล่า! นักเขียนบ้านี่ไง วางพล็อตเรื่องมาซะดิบดี นางเอกฉลาดชะมัด รู้มันทุกเรื่อง รู้ไปหมดทุกอย่าง เรื่องแค่นี้กลับไม่รู้ ทำไมไม่รู้...” ปลายเสียงหายลงคอแห้งผากไป เมื่อดวงตาทั้งสองมองเห็นชัดเจนว่าคนที่นางกำลังคุยด้วยเป็นใครก็หาได้รู้ไม่ “พวกเจ้าเป็นใคร!? ทะ... ที่นี่... ที่ไหน?”

เหม่ยฉีหน้าตะลึงลาน เบิกตามองหญิงสาวในวัยไล่เลี่ยกับนาง ทั้งสองสวมชุดสีครีมอ่อน มีเครื่องประดับน้อยชิ้น คลับคล้ายคลับคลาสาวใช้ในยุคโบราณ ด้านหลังของพวกนางมีเครื่องเรือนไม้ ลมพัดอ่อนเย็นสบายผ่านบานหน้าต่างเข้ามา แน่นอนว่าไม่ใช่หน้าต่างห้องนอนในตึกสูงระฟ้า!

“คุณหนูรองจำพวกข้าไม่ได้หรือเจ้าคะ?”

สาวใช้มองหน้ากันอย่างงุนงง คุณหนูรองทำหน้าเหมือนเห็นผี อยู่ดี ๆ นางก็ลุกพรวดจากฟูก วิ่งโวยวายไปทั่วเรือน ‘นี่มันที่ไหน! ข้าฝัน ฝันไปแล้ว!’

คุณหนูในชุดขาวสะอาดไม่ทันได้รับขันน้ำเพื่อล้างหน้าบ้วนปาก แต่งตัวสวยงาม เกล้าผมด้วยปิ่นทองอย่างพิถีพิถัน อาหารเช้าอันควรละเมียดละไมชิม โดยเฉพาะผักปลาเพื่อสุขภาพ คุณหนูรองมีนิสัยจุกจิก รักสวยรักงามยิ่งกว่าใครในเรือนหมอหลวง นางมักดูแลสุขภาพผิวพรรณให้งดงามอยู่เสมอ ผิวของนางผ่องขาวดั่งหิมะ ไม่มีแม้รอยแผลเป็น ทุกรุ่งเช้านางจะยืนหน้าคันฉ่อง ชื่นชมแก้มแดงปลั่งมีเส้นเลือดฝาดจาง ๆ

รับรองว่าเป็นเรื่องใหญ่แน่! ใครเล่าจะอยากโดนลงโทษในวันอากาศสดชื่นแจ่มใสเช่นนี้

เรือนกว้างขวางเกิดเสียงดังราวเสียงกลอง ล้วนเป็นเสียงฝีเท้าของคุณหนูรองและบ่าวรับใช้ บ่าวหญิงชายเข้าไปไถ่ถามว่าคุณหนูรองต้องการสิ่งใด มีอะไรให้รับใช้หรือไม่ นางตั้งคำถามแปลก ๆ ตะคอกใส่พวกเขา

เรื่องคุณหนูรองล้มป่วย แถมตื่นนอนมาก็เสียสติไปแล้วถึงหูบิดา นางทำหน้าตาประหลาด คะยั้นคะยอถามว่าพวกเขาเป็นใคร ทว่านางกลับเรียกขานบ่าวรับใช้ได้ถูกต้อง ไม่มีคนไหนที่นางจำชื่อเสียงเรียงนามไม่ได้

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

อาการปวดขมับทำให้เหม่ยฉีหยุดยืนอยู่กับที่ ความทรงจำเจ้าของร่างแล่นไหลเข้ามาในหัวนาง พลันหันไปกระจกบานหนึ่งในห้องรับรองแขก

“เยว่ฉี!”

‘สตรีผู้ถือตำราลับสกุลหยาง’

นิยายที่นางกำลังอ่าน!

นางเอกของเรื่องเป็นบุตรีหมอหลวงผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในเมืองหลวงอันมั่งคั่ง กำลังทหารเข้มแข็ง ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิผู้มีคุณธรรมกว่าทุกแว่นแคว้น ชาวประชาอยู่ดีกินดี เป็นยุคสมัยที่รุ่งเรืองที่สุด

อย่ากระนั้นเลย ขนาดว่าบ้านเมืองสุขสงบแล้วการแพทย์เป็นหนึ่งในใต้หล้า ตัวละครเอกของเรื่องคือหมอหลวง ‘ไท่ซือจิ่ว’ ได้รับการขนานนามว่าเป็นหมอเทวดา ฝีมือเก่งฉกาจเสียจนเป็นที่ถูกใจของฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์ ว่ากันว่าไม่มียาตำรับใดที่เขาไม่สามารถปรุงมันขึ้นมา

ครั้งหนึ่ง ฮองเฮาองค์ก่อนเกือบถูกลอบปลงพระชนม์ด้วยยาพิษของแคว้นศัตรู ไม่ว่าหมอคนไหนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไร้หนทางแก้ แต่เมื่อมาถึงมือหมอหลวงผู้นี้ ฮองเฮากลับรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์

ไท่ซือจิ่วได้ถ่ายทอดวิชาการปรุงยาให้กับบุตรสาวด้วย เยว่ฉีเป็นหมอสตรีคนแรกในต้าเหลียง นางมุ่งมั่นอยู่กับการทำงานในโรงปรุงยา

“ก็ต้องเป็นนางนั่นแหละ ห้องนอนข้าไม่ใหญ่ขนาดนี้!”

แม้แต่ภาษาที่พลั้งปากพูดดันเป็นหญิงโบราณไปเสียอย่างนั้น เหม่ยฉีส่ายหน้ามองเรือนกว้างขวางแบ่งแยกเป็นสัดส่วน ตกแต่งด้วยของมีค่าสมฐานะผู้ดี เรือนไม้แยกย่อยที่ล้อมลานทั้งสี่ทิศ ต้นไม้เขียวชอุ่ม มีป่าไผ่ด้านหน้าเรือนรับรองแขกในทิศอุดร สวนน้ำตกประดับด้วยหินนิลหายาก บ่อปลาซึ่งรวมทั้งบ่อแล้วต่อให้นางตรากตรำทำงานครึ่งชีวิตก็คงไม่มีปัญญาจะซื้อแม้ปลาสักตัว

ที่นี่ไม่ต่างจากพระราชวังขนาดย่อม ด้วยความที่เป็นทั้งบ้านพักอาศัยและโรงปรุงยา ฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้สร้างโรงยาขนาดใหญ่ใกล้กับวังหลวง เพื่อราชวงศ์และขุนนางทั้งหลายจะได้รับรักษาอย่างทันท่วงทียามป่วยไข้

หลังสำรวจพื้นที่โดยรอบในระยะเวลาอันสั้น โดยไร้บ่าวรับใช้ซึ่งพาลหวาดกลัวนางจนไปหาที่หลบซ่อนตัวในเรือน นางเหงื่อท่วมโทรมกาย พบชายร่างสูงใหญ่เดินผ่านไปไว ๆ ทางชะลอมไม้ไผ่สำหรับตากสมุนไพรวางเรียงราย

นางขยับจมูดตามกลิ่นอบอวลของใบไม้ที่ถูกต้มและเผา ชะโงกคอมองเรือนไม้สำหรับปรุงยา มีทั้งบ่าวรับใช้และผู้มาศึกษาวิชายา ได้ยินพวกเขาเรียก ‘ท่านหมอหลวงขอรับ’ ต่างคนเข้าไปช่วยงานเจ้าของเรือนอย่างขยันขันแข็ง ทุกคนสวมชุดสีขาว

“ลูกสาว... เจ้าควรรับสมุนไพรบำรุงร่างกายเสียหน่อย... ข้าได้ยินเรื่องแปลก ๆ จากบ่าวรับใช้ในเรือน”

“ทะ... ท่าน!” นางชี้หน้าบุรุษร่างสูงโปร่งในชุดขาว อายุราว ๆ สามสิบกว่าปี ไม่สิ! กลิ่นยาตลบขนาดนี้ก็ต้องเป็นท่านหมอหลวง แล้วเขาเรียกนางลูกสาว หมอหลวงไท่ซือจิ่วอายุสี่สิบสามปี “หน้าเด็กชะมัด! ท่านหมออายุสี่สามปีจริงหรือ?”

“ก็ใช่น่ะสิ เจ้าจำอายุบิดาไม่ได้รึไง หรือว่าเจ้าดื่มยาผิดขนานจนสติเลอะเลือนไปแล้ว ไหน... มาให้ข้าดู อาการเจ้าเป็นยังไงบ้าง? ลูกสาว”

นางฝันไปแน่ ๆ เป็นความฝัน!

เหม่ยฉีกลับมามีสีหน้านิ่งเรียบ หันไปทางเครื่องชาม แทนที่จะหยิกตนเองให้ตื่น นางพุ่งไปคว้ามันแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะ เขวี้ยงจานไปสองสามใบ

เพล้ง! เพล้ง!  

“สามสหายแห่งเหมันต์[1]ฤดูของข้า! นั่นชามพระราชทานเชียวนะ ลูกสาว เจ้าทำอะไร? เจ้าเสียสติไปแล้ว!”

“ไท่ซือจิ่ว!”

“เจ้าไม่เรียกข้าท่านพ่อ!”

“ท่านพ่อรึ!?”

หากเป็นบุตรสาวของไท่ซือจิ่ว ก็คงไม่ฝันแน่นอน เหม่ยฉีอ้าปากค้าง เข้าไปกอดบิดาผู้ซึ่งนางพานพบเป็นคราแรก “ขอโทษที่ทำให้ท่านพ่อตกใจ ลูกสาวจะทำงานชดใช้ให้”

“เรื่องเล็กน้อย ของนอกกายไม่สำคัญเท่าลูกสาวข้าหรอก เจ้ามีสติดีแล้วใช่ไหม?”

เหม่ยฉีพยักหน้า...

ใครเล่าจะคิดว่านอนอ่านนิยายในห้องพัก นั่งด่านักเขียนอยู่ดี ๆ ดันหลุดเข้ามาเป็นตัวละครที่นางด่าทอสารพัดว่าโง่ นักเขียนก็โง่เง่าไม่แพ้กัน

-------------

[1] ซุ่ยหานซานโหย่ว (岁寒三友) ประกอบด้วยต้นไม้สามชนิด ต้นสน (松, sōng) ต้นไผ่ (竹, zhú) และต้นบ๊วย (梅, méi)

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
104 Bab
1
“โง่ที่สุด... โง่มาก... โง่เง่าเป็นบ้า!” เหม่ยฉีสบถซ้ำไปซ้ำมา อารมณ์เคียดแค้นสาหัสซึมลึกถึงก้นบึ้งจิตใจนาง แทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่าริมฝีปากสั่นระริก มือกำหมัดแน่น นางโกรธจนหน้าแดงก่ำไปหมด“หมายถึงใครเจ้าคะ? คุณหนูไม่พอใจใคร ข้าจะไปลากคอพวกนางมาลงโทษให้คุณหนูสบายใจ”“จะใครเล่า! นักเขียนบ้านี่ไง วางพล็อตเรื่องมาซะดิบดี นางเอกฉลาดชะมัด รู้มันทุกเรื่อง รู้ไปหมดทุกอย่าง เรื่องแค่นี้กลับไม่รู้ ทำไมไม่รู้...” ปลายเสียงหายลงคอแห้งผากไป เมื่อดวงตาทั้งสองมองเห็นชัดเจนว่าคนที่นางกำลังคุยด้วยเป็นใครก็หาได้รู้ไม่ “พวกเจ้าเป็นใคร!? ทะ... ที่นี่... ที่ไหน?”เหม่ยฉีหน้าตะลึงลาน เบิกตามองหญิงสาวในวัยไล่เลี่ยกับนาง ทั้งสองสวมชุดสีครีมอ่อน มีเครื่องประดับน้อยชิ้น คลับคล้ายคลับคลาสาวใช้ในยุคโบราณ ด้านหลังของพวกนางมีเครื่องเรือนไม้ ลมพัดอ่อนเย็นสบายผ่านบานหน้าต่างเข้ามา แน่นอนว่าไม่ใช่หน้าต่างห้องนอนในตึกสูงระฟ้า!“คุณหนูรองจำพวกข้าไม่ได้หรือเจ้าคะ?”สาวใช้มองหน้ากันอย่างงุนงง คุณหนูรองทำหน้าเหมือนเห็นผี อยู่ดี ๆ นางก็ลุกพรวดจากฟูก วิ่งโวยวายไปทั่วเรือน ‘นี่มันที่ไหน! ข้าฝัน ฝันไปแล้ว!’คุณหนูในชุดขาวสะอา
Baca selengkapnya
2
เหม่ยฉีนั่งมองคันฉ่องไม้ฉลุลายโบตั๋น หลังจากที่นางหลับไปสามคืนแล้วพบว่าตัวเองติดอยู่ในนิยายจริง ๆ ทุกรุ่งเช้ามีบ่าวรับใช้นำอ่างล้างหน้าเข้ามา สาวใช้คนสนิทอย่างซูหนี่ว์ช่วยแต่งตัวและเกล้าผมให้นางอย่างสวยงาม จากนั้นนางก็ขอบ่าวให้ยกอาหารมาลองหลายอย่าง อาหารเต็มโต๊ะ! ผิดจากที่ที่นางจากมา นางเจริญอาหาร ลิ้นรับรู้รสชาติเป็นอย่างดี นางขอสุรารสเลิศมาดื่มจนเมามาย ใช้ชีวิตอย่างสตรีร่ำรวยในยุคโบราณทว่าในสถานที่ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีโลกโซเชียล นางถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง นางไม่มีความสุขเท่าไรนักที่นี่ไม่ใช่กรุงปักกิ่ง พูดถึงแคว้นเยียน[1]นั้นนางจำได้ว่าอยู่ไกลออกไปพอสมควรตัวเอกของเรื่องอาศัยในต้าเหลียง[2] มันจึงไม่มีกลิ่นอายบ้านเกิดเมืองนอนของนางแม้แต่น้อย เลวร้ายเสียยิ่งกว่าคือนางอาจอยู่เมืองที่ไม่มีกำแพงหมื่นลี้[3]ด้วยซ้ำไปเหม่ยฉีตรงไปสำรวจลานกว้างด้านหน้าเรือนไม้ ต้นไม้รายล้อมรอบดูร่มรื่นสบายตา มีม้านั่งหินสำหรับจิบชาเป็นมุมรับรองแขก ถัดไปเป็นน้ำตกที่มีหินสีนิล ดูอย่างไรก็เป็นที่พำนักอาศัยของเศรษฐีใหญ่ แม้ว่าเขาจะไม่ใช้ประโยชน์มันอย่างคุ้มค่าก็ตามครั้นนางนึกขึ้นได้ว่าเป็นนิยาย!
Baca selengkapnya
3
“ใช่... ข้าจำได้ว่าโรงปรุงยามีทหารองครักษ์มาคุ้มกัน คอยให้ความช่วยเหลือ วันใดข้าต้มยาสมุนไพรให้เสนาบดีและบุคคลสำคัญในราชสำนัก ทหารผู้รับหน้าที่ดูแลยาจะนำไปให้นักโทษชิม ก่อนที่ผู้ดื่มยาจริงจะได้ดื่ม ระหว่างนั้นก็รอเฝ้าดูอาการว่าไม่มีสิ่งใดผิดปรกติ ไม่น้อยกว่าสิบเค่อหรือมากกว่า นักโทษบางรายยังมีการเฝ้าติดตามอาการในระยะยาว...”กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อน ท่านหมอหลวงเสียหน้าไม่น้อย กว่าจะยอมให้บุตรสาวชิมสมุนไพรบำรุงได้ เขากังวลว่ามันอาจเป็นพิษอีก เขาอธิบายเรื่องนี้กับลูกสาวเพราะคิดว่านางควรรู้ กระทั่งหม้อต้มยาสุกหอมเกือบทั้งหมด ดันนึกเรื่องสำคัญที่จำต้องสั่งสอนบุตรสาว“ลูกสาว เจ้าดูแลบ่าวรับใช้ดี ๆ อย่าใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจพวกเขา ทุกวันนี้ไม่มีใครไปยุ่งวุ่นวายกับเจ้าแล้ว ไม่ควรออกปากลงโทษใครโดยไร้เหตุผล”“เจ้าค่ะท่านพ่อ ต่อไปนี้ข้าจะทำตัวดี ๆ ราวกับว่าไม่ใช่ลูกสาวคนเดิมของท่านพ่อทีเดียว ข้าจะเป็นเยว่ฉีคนใหม่”“ให้มันจริงเถอะ หากข้าเป็นพวกเขา คงขอลาออกไปทำงานที่อื่น ไม่รู้อะไรทำให้พวกเขายอมดูแลคุณหนูคุ้มดีคุ้มร้ายอย่างเจ้ามานาน”“เงินเจ้าค่ะ! เงิน ๆ ระบบทุนนิยมคงอยู่ในทุกสมัย ข้าใ
Baca selengkapnya
4
“ท่านผู้ตรวจการหายหน้าหายตาไปร่วมสองเดือน แต่ยังให้ม้าเร็วมาส่งจดหมายทุกอาทิตย์ ไม่เคยตกหล่น สาวใช้ที่จวนเสนาบดีบอกพวกข้าว่าคุณชายสามเขียนจดหมายถึงคุณหนูรองตั้งหลายฉบับเจ้าค่ะ”“จดหมาย...” นางเงียบไป มือหยิบกล่องไม้ฉลุลายบุปผชาติงาม เปิดมันออกแล้วขยุ้มเศษกระดาษเป็นหยิบข้าวสาร นางกำกระดาษเปื้อนหมึกจนยับเยิน “จดหมายรักผ่านนักกวี นี่เขาแต่งมันด้วยตัวเองไหมนะ?”“จดหมายให้คนรัก ย่อมเขียนด้วยตนเอง ทำไมคุณหนูจึงคิดเช่นนั้นเจ้าคะ?” ซูหนี่ว์มีสีหน้าสงสัย ซิงอี ซีซวนยกน้ำชาและเครื่องประดับสวยงามเข้ามาในห้องนอน ลองบนเกล้าผมคุณหนู อันนี้สวยอันนี้ดี คุณหนูรองสวมอะไรก็งาม ก่อนที่พวกนางจะหันไปสนใจจดหมาย น่าแปลกที่คุณหนูไม่มีท่าทางตื่นเต้นเหมือนเคย นางเอากระดาษโบกลมต่างพัด“ข้าหลวงผู้ตรวจราชการติดภารกิจเดินทางไปต่างแคว้น ตรวจตราเรื่องการบริหารงาน คุณชายสามงานยุ่งวุ่นวายเท่าไร ไม่เคยละเลยคุณหนูรอง”ซีซวนชื่นชมท่านผู้ตรวจการเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับสาวใช้คนอื่น อาจเพราะพวกเขาได้รับของฝากมากมายเป็นสินน้ำใจเหม่ยฉีแค่นหัวเราะ นางรู้... เรื่องที่เขาชอบติดสินบนบ่าวรับใช้ในเรือน!“องครักษ์คนสนิทของเขาช่วยเขียนจ
Baca selengkapnya
5
‘นี่มันนิยายแนวตำราแพทย์ บิดาและบุตรสาวค้นพบความลับของยาสมุนไพรหลากหลายชนิด บุตรสาวตัวร้ายกลับตัวกลับใจเพราะตำราลับและการรักษาชีวิตผู้คน ได้โปรดเข้าใจข้าด้วย อีตาคุณชายหลิว!’“ท่านหมอหลวงเปรียบเสมือนผู้มีพระคุณของข้า ตระกูลจางล้วนให้ความเคารพท่านพ่อของเจ้า ผู้ใหญ่หวังให้เจ้าปรองดองเช่นครอบครัวเดียวกัน ข้าผูกพันกับเจ้า...”“เดี๋ยวนี้ข้าไม่ชอบเดินทางไกล ข้าไม่สนใจเรื่องชายหญิง ขอท่านอย่าได้เดือดร้อนเพราะข้า ไม่ใคร่บังคับจิตใจผู้ใด ข้าเพียง...” นางเงียบไป นึกทีเด็ดขึ้นได้เพราะว่าเป็นแก่นเรื่อง สำคัญที่สุดในประเด็นนี้ “ปรารถนาการเป็นข้ารับใช้แผ่นดิน หัวใจข้า ร่างกายข้า ยินดีเสียสละทั้งหมดนั้นเพื่อต้าเหลียง ต่อแต่นี้ไปขอให้เราคงไว้ซึ่งมิตรภาพที่ดีต่อกันฉันพี่น้อง เป็นมิตรสหายย่อมดีกว่า หากมีบุตรสาวผู้ดีบ้านไหนรับเงื่อนไขของท่านได้ ขอท่านอย่าได้ลังเลใจที่จะผูกสัมพันธ์กับนาง ข้าลาเจ้าค่ะ ใต้เท้า”เหม่ยฉียกมือทำความเคารพอดีตคนรักอย่างนอบน้อม หลังตัดสัมพันธ์อย่างไม่มีเหลือเยื่อใย นางลุกขึ้นเดินหายเข้าโรงปรุงยาไป คุณชายหลิวยืนนิ่งอึ้ง ทั้งสับสน เศร้าเสียใจเพราะคำพูดจาโหดร้ายของนางให้ตายเถอะ! น
Baca selengkapnya
6
เหม่ยฉีหยิบตำราสมุนไพรบำรุงกำลังมานั่งอ่านบนเก้าอี้ไม้หน้าตาเรียงราย นางเงยหน้ามองท้องฟ้าเปิดโล่งที่ไร้ควันจากหม้อยา นึกขึ้นได้ว่าในนิยายมีการกล่าวถึงเหล่าตัวประกอบผู้หลงใหลชอบพอคุณหนูรอง“อื้ม... ถ้าคุณหนูเยว่คนงามไม่มัวขลุกอยู่ในโรงปรุงยา คงได้มีสามีไปแล้วสักสิบคน ยี่สิบ... ได้กลายเป็นนิยายฮาเร็มแน่ล่ะ”บิดาเปิดประตูไม้เข้ามาพร้อมทหารองครักษ์ทั้งห้า พวกเขามายืนเฝ้าโรงปรุงยาตามเวลา ดันมาได้ยินเข้าพอดี บิดาอุทาน“เจ้าจะมีสามียี่สิบคนเลยรึ! ไม่ได้การแล้วลูกสาว ข้าว่าเจ้าต้องรับยาขนานใหญ่ พบหมอโดยเร็ว” พลันหันไปบอกเหล่าทหาร ขอให้ลืมเรื่องที่บุตรสาวพูดเสีย อย่าได้แพร่งพรายออกไปเป็นอันขาด จะทำให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ บิดารีบปิดประตูโรงปรุงยา คว้าเก้าอี้นั่งจับข้อมือเล็กขึ้นตรวจชีพจร“ชีพจร... แปลกไป”เหม่ยฉีนึกตลกขบขันหน้าตาประหลาดใจของแพทย์หลวงผู้นี้ เขาทำให้นางนึกถึงบิดาผู้ล่วงลับ นางรู้สึกเหมือนว่านางเป็นบุตรสาวของเขาจริง ๆบิดาปล่อยข้อมือเล็ก เบิกตากว้าง “หรือจะเป็นวิญญาณร้าย?”“รบกวนท่านพ่อไปเชิญแม่หมอมาขับไล่วิญญาณร้ายสิเจ้าคะ ข้าจะดิ้น...” พูดพลางดิ้นไปมา กระพือปีกไก่ “เต้นแร้ง
Baca selengkapnya
7
เยว่ฉีปฏิบัติตามพระประสงค์ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน มีพระบรมราชโองการให้นางทำหน้าที่ดูแลแม่ทัพเจี้ยนหยู่ จัดสรรยาบำรุงกำลังอย่างดีให้เขาคุ้มกันภัยบ้านเมือง ทว่าทรงขอให้นางคอยสอดแนมเขาด้วยฮ่องเต้องค์นี้มีพระสติปัญญาเป็นเลิศในการซื้อใจคน ยังเป็นที่รักของปวงประชา น้ำพระทัยกว้างขวาง พระองค์ไม่ทำร้ายแม่ทัพครึ่งปีศาจเหมือนฮ่องเต้องค์ก่อนที่ปฏิบัติกับเขาอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตในมือเรียวมีตะกร้าไม้ นางปัดผ้าให้พ้นศีรษะเพื่อเข้าไปในกระโจม แม่ทัพเจี้ยนหยู่ยืนข้างหลังโต๊ะไม้ทรงกลม เรือนผมสีเงินเรียบลู่บนแผ่นหลังกว้าง“มาแล้วหรือ? เยว่ฉี”หลังจากที่ผ้าผืนใหญ่ปิดลง เหลือเพียงนางและเขา มือที่ถือตะกร้าใส่ยาสั่นเทา เหม่ยฉีลอบกลืนน้ำลาย ขยับปลายจมูกดมกลิ่นคาวเลือด กลิ่นโคลนดิน นางเห็นแค่เรือนผมสีเงินบนแผ่นหลังใต้ชุดสีนิล คาดว่าเขาคงรีบมาที่กระโจมโดยไม่ได้อาบน้ำเสียก่อน นางรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ชอบกล“นำยามาให้ข้า รีบเข้ามา วางเอาไว้”เหม่ยฉีรับคำสั่ง วางตะกร้าไม้ลงบนโต๊ะไม้กลมถัดจากแผนที่ขนาดใหญ่ซึ่งนางไม่กล้าสอดรู้สอดเห็น เพียงหลุบตามองบุรุษร่างสูงกำยำ แข็งแกร่งสมเป็นแม่ทัพใหญ่ จนเขาหันกลับมาจ้องนางด้วยสีห
Baca selengkapnya
8
หลังปรับความเข้าใจกันแล้ว หญิงสาวนั่งลงบนตั่งไม้ กำชับเรื่องยาและการดูแลสุขภาพมีเพียงบุตรีท่านหมอหลวงได้รับโอกาสอันทรงเกียรติ นางเป็นผู้เดียวในต้าเหลียงที่ใกล้ชิดแม่ทัพอสรพิษเจี้ยนหยู่จ้องนางตาไม่กะพริบ แลเห็นนางจัดแจงสำรับยาวางไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ อากัปกิริยาของนางเหมือนเยว่ฉีทุกประการ เมื่อนางนั่งลงข้างกาย เขาสะบัดชายเสื้อ เลื่อนมือขึ้นแตะลำคอเพรียวระหง ด้วยความรู้สึกอับอายขายหน้าที่เข้าใจนางผิด “เจ้าเจ็บไหม?”“เจ็บเจ้าค่ะ ข้าไม่คิดว่าท่านจะบั่นคอข้า ท่านผิดคำพูดที่ให้ไว้กับท่านพ่อ”“ข้าไม่ได้ตั้งใจ” เขาสะบัดหน้าหนีนาง ท่าทางอ้ำอึ้งไร้ความกล้าหาญผิดวิสัยแม่ทัพใหญ่ หญิงสาวลุกไปหยิบตลับยาแล้วกลับมานั่งลงที่เดิม เอียงคอบอกให้เขารับผิดชอบนางบุรุษร่างกำยำบรรจงมือทายาบดสมุนไพรบนต้นคอของนาง ด้วยหน้าตาเคร่งเครียด อีกใจไม่เลิกสงสัยนาง เขาหลุบตามองนางที่ยิ้มตอบอย่างใจดี ก่อนจะยกปลายนิ้วซึ่งเคยเป็นกรงเล็บผิดมนุษย์มนาขึ้นดูให้แน่ใจว่ามือคู่นี้จะไม่ทำนางบาดเจ็บอีก‘ดูเข้าสิ ทำร้ายข้า ทายาให้ข้า อับอายขายหน้าไม่พอ ดันหวาดกลัวที่ตัวเองเป็นปีศาจ คิดเองเออเองว่าไม่ควรแตะต้องบุตรีท่านหมอหลวง
Baca selengkapnya
9
-จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ เยว่ฉี X แม่ทัพเจี้ยนหยู่-จัดลำดับความสำคัญของตัวละครในนิยายเรียบร้อยแล้ว ยามเซินนี้นางพยายามนึกว่าใครเป็นผู้เขียน นั่ง ๆ นอน ๆ นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก มิหนำซ้ำดันมีเรื่องประหลาด ลายมือของนางกลายเป็นลายมือของเยว่ฉี ที่นางรู้เรื่องนี้เพราะตำราบางเล่มในโรงยามีการลงพู่กันด้วยลายมือเยว่ฉี“ตกลงเขาคิดยังไงกับเยว่ฉีกันแน่นะ?” นางบ่นพึมพำบนม้านั่งหินในสวนด้านหลังห้องนอนของนาง หัวคิดทบทวนถึงเรื่องราวในอดีตเยว่ฉีเรียนรู้การใช้สมุนไพรเพื่อเลิกฝิ่นผ่านการสอนงานของบิดา นางยอมเป็นเครื่องต่อรองทางการเมืองอย่างเต็มใจ มิใช่เพียงเพราะเวทนาบุรุษอสรพิษที่ถูกฮ่องเต้องค์ก่อนกักขัง นางมีนิสัยทะเยอทะยานมาตั้งแต่เล็ก ๆ นางเป็นผู้มีเมตตา แต่ก็มองการณ์ไกลแม่ทัพเจี้ยนหยู่อาจคิดกับนางอย่างผู้มีพระคุณ เขายอมอยู่ในแผ่นดินต้าเหลียง แม้ผลัดเปลี่ยนแผ่นดินแล้วก็ตาม ก็เพื่อนางคุณชายจางเข้ามาพัวพันกับตระกูลหยางด้วยฝีมืออาวุโส พวกเขาอุตส่าห์ไปคัดขอคำอนุญาตอย่างเป็นทางการจากราชสำนัก ให้ท่านผู้ตรวจการมาเยี่ยมเยียนโรงปรุงยาแห่งนี้ได้ ด้วยความคาดหวังให้บุตรชายปรองดองกับเยว่ฉี“ชาเจ้าค่ะคุณหนู ท่านผู
Baca selengkapnya
10
‘ปล่อยข้า’เสียงที่ดังขึ้นในภวังค์ทำให้นางประหลาดใจ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าไม่มีทางที่เสียงของใต้เท้าจะออกมาจากปากงู นางปล่อยอสรพิษร้ายลงบนพื้นแล้วยืนหันหลัง ให้เวลาเขาสวมเสื้อผ้า เขามักจะเปลือยกายเช่นนี้หากกลายเป็นอสรพิษเจี้ยนหยู่กำลังสงสัยนาง แต่นางก็ฉลาดนัก นางเอะใจตั้งแต่ทหารคนสนิทของเขาไม่มายืนเฝ้านางหน้าประตูโรงปรุงยาแล้ว ทั้งที่เขาควรจะต้องจับตาดูนางอย่างเข้มงวด“ท่านได้ยินที่ข้าพูดกับสาวใช้หรือไม่เจ้าคะ? แม่ทัพเจี้ยน”“ข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น”ลึก ๆ ในใจบุรุษทั้งสับสนและหวาดกลัว เขาหลบเลี่ยงการสบตา ในขณะที่นางมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน นางยิ้มเชิญชวนเขาเข้าไปชิมยาสูตรใหม่ เขาสวมชุดสีนิลสองชั้นและผ้าคาดเอว เป็นเสื้อผ้าที่หยิบมาอย่างเร่งรีบ“เยว่ฉี... เจ้าไม่เคยยิ้มให้ข้า”“มีรอยยิ้มให้เพียงบิดากับชายที่รัก แล้วมิตรสหายผู้มีพระคุณ ผู้ดูแลข้าเป็นอย่างดีเล่า? เป็นไปได้หรือว่าข้าจะไม่สนใจไยดีสักนิด”“เจ้าเย็นชา สุขุม เพราะข้าเคยสอนเจ้าให้ปกปิดอารมณ์จากศัตรู มิตรสหาย มนุษย์ไม่แน่นอน จากมิตรสหายอาจกลายเป็นศัตรู วันใดวันหนึ่ง”‘ก็จริงอย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ ในนิยายเรื่องนี้หลังจากที่ข้าแต่งงา
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status