LOGINเขาพูดถึงเผ่าพันธุ์ แต่เธอกลับสนใจแค่สีผมเหรอ?จริง ๆ เลย...เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วไม่พูดอะไรอีกนอกประตู เหยียนฉีกำลังพิงกำแพงงีบอยู่จู่ ๆ ประตูก็ถูกผลักเปิด ทำเอาเขาสะดุ้งเฮือกเจียงจือเซี่ยรีบออกมาจากข้างใน ก่อนจะสาวเท้าจากไปอย่างเร่งรีบเขายังไม่ทันได้ทักทาย ก็ได้ยินน้ำเสียงเย็นเยียบดังมาจากด้านหลัง“เหยียนฉี”เหยียนฉีชะงักตัวแข็ง ก่อนหันกลับไปมองลูกพี่พิงกรอบประตูอยู่ ดวงตาใต้หน้ากากจ้องเขานิ่ง ๆ อย่างชวนให้ขนลุกเหยียนฉี “...”ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าท่าไม่ค่อยดีเลยนะ?……ชายแดนอวกาศ ภายในห้องบัญชาการของยานรบหลักแผนที่ดวงดาวลอยอยู่กลางแท่นบัญชาการ จุดแสงหนาแน่นระบุทุกความเคลื่อนไหวล่าสุดของเผ่าแมลงเจียงถิงนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ปลายนิ้วค่อย ๆ เลื่อนไปบนหน้าจอแสงนายทหารผู้บังคับบัญชาหลายคนยืนแยกอยู่สองฝั่ง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงนายทหารคนหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อน “พลเอก ช่วงนี้เผ่าแมลงก่อความวุ่นวายบ่อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงสามเท่า แถมทุกครั้งยังเป็นการจู่โจมขนาดเล็ก โจมตีเสร็จก็ถอย ไม่ยอมปะทะยืดเยื้อเลยครับ”นายทหารอีกคนขมวดคิ้ว ก่อนพูดต่อ “นี่ไม่เหมือนวิธีของเ
ชายที่อยู่ด้านหลังมีผมยาวสีเงินขาวทิ้งตัวลงข้างไหล่ ยิ่งขับให้ใบหน้านั้นโดดเด่นสะดุดตาเขาหลุบตามองเธอด้วยรอยยิ้มกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มเมื่อไร้หน้ากากบดบัง ในดวงตาเรียวยาวคู่นั้นมีอารมณ์ที่เธออ่านไม่ออกพลุ่งพล่านอยู่ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ น้ำเสียงเนือย ๆ แฝงความแหบพร่าเล็กน้อย“องค์หญิง จะรีบไปไหนเหรอครับ?”เจียงจือเซี่ยกลืนน้ำลาย ก่อนยิ้มเจื่อน ๆ “...ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”เธอไม่ได้ตั้งใจล่วงรู้ความลับใหญ่ขนาดนี้ของเขาจริง ๆกำไรที่ให้เธอ...คงไม่เอาคืนหรอกใช่ไหม?นั่นมันส่วนแบ่งปีละกว่าร้อยล้านเหรียญทองเลยนะ!หนิงอี้มองท่าทางกระอักกระอ่วนของเธอ แล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้ตอนแรกเขาก็ลนไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็สงบลงก็แค่ตัวตนของ “หมิงเย่” ถูกเปิดเผยเท่านั้นตราบใดที่เธอไม่รู้ว่าเสี่ยวไป๋เป็นใคร ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวเจียงจือเซี่ยแอบเหลือบมองเขา ในใจก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายทำไมบิ๊กบอสคนนี้ถึงยิ้มแบบนั้น หรือว่าจะโมโหจนเสียสติไปแล้ว?ขณะกำลังคิดฟุ้งซ่าน มือใหญ่ข้างหนึ่งก็วางลงบนศีรษะเธอหนิงอี้จับศีรษะเธอไว้ แล้วพากลับไปนั่งลงจากนั้นเขาก็ค่อย ๆ จัดแขนเสื้อ ก่อนนั่งลงตรง
เขาแทบจะวิ่งสุดแรงกลับมา โชคดีที่ยังทันเวลา“องค์หญิงเกรงใจเกินไปแล้วครับ แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”เจียงจือเซี่ยกล่าวขอบคุณ ก่อนจะถามเรื่องสำคัญ “เพศเมียคนนั้นที่ฉันฝากให้นายตรวจสอบครั้งก่อน แล้วก็มู่หัวเย่ เป็นยังไงบ้าง?”หนิงอี้ยกมือขึ้น ก่อนส่งข้อมูลให้เธอ“ข้อมูลที่ตอนนี้สืบหาได้อยู่ในนี้หมดแล้วครับ”เจียงจือเซี่ยรับมา ก่อนเปิดดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจียงเหลียนบันทึกการติดตามระบุว่า ครั้งสุดท้ายที่พบร่องรอยของเจียงเหลียนคือเธอลักลอบเดินทางไปยังดาวทะเลทรายเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยดาวทะเลทราย? ไป๋จืออวี้ก็ถูกพี่ใหญ่โยนไปที่นั่นไม่ใช่เหรอ?เธอกดความสงสัยในใจไว้ก่อน แล้วเปิดข้อมูลของมู่หัวเย่ต่อพอเห็นเข้า เธอก็สูดลมหายใจเฮือกให้ตายสิ เยอะจริง ๆเธอเปิดดูคร่าว ๆ ยิ่งดูก็ยิ่งตกใจประวัติการก้าวขึ้นสู่อำนาจของมู่หัวเย่ในสหพันธ์ แทบจะเป็นประวัติศาสตร์แห่งการเหยียบย่ำผู้อื่นขึ้นมาท่ามกลางการนองเลือดนับตั้งแต่เขาเริ่มโดดเด่นขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นดยุกหรือกลุ่มอำนาจใดที่ขวางทางเขา หากไม่ตายอย่างมีเงื่อนงำ ก็ต้องชื่อเสียงป่นปี้ทุกเรื่องล้วนเต็มไปด้วยข้อสงสัย แต่กลับไม่มีสักเรื่อ
หลังจากหยอกเสี่ยวไป๋อยู่พักหนึ่ง เจียงจือเซี่ยก็หยิบเทอร์มินัลออกมา ก้มหน้าพิมพ์ข้อความหมิงเย่ทั้งทำงานมีประสิทธิภาพและไว้ใจได้ เธอต้องขอบคุณเขาสักหน่อยแน่นอนว่าเรื่องหลักคือต้องไปถามดูว่า เรื่องที่ให้สืบเจียงเหลียนกับมู่หัวเย่คืบหน้าไปถึงไหนแล้วเธอค่อย ๆ วางเสี่ยวไป๋ลงบนตั่งนุ่ม แล้วกำชับเสียงอ่อน “รอฉันกลับมาดี ๆ ห้ามวิ่งไปไหนนะ”พูดจบ เธอก็หันหลังเดินออกจากห้องนอนทันทีที่เจียงจือเซี่ยออกไป จิ้งจอกที่เมื่อครู่ยังนอนนิ่งอย่างว่าง่ายอยู่บนตั่งนุ่มก็กระโดดพรวดขึ้นมา ตะกุยหน้าต่างอย่างลนลานแล้วกระโดดออกไปเมื่อกี้มันเห็นชัดเจนว่าเธอส่งข้อความหา “หมิงเย่” บอกว่าจะไปหาเขาที่ถนนมืด!……เจียงจือเซี่ยเพิ่งเดินออกจากประตูวังหลวง ก็เจอร่างคุ้นเคยเดินสวนมาซูเฉินสวมชุดนักวิจัย ในมือถือเอกสารชุดหนึ่ง พอเงยหน้าขึ้นเห็นเธอ แววยิ้มก็ปรากฏขึ้นในดวงตาทันทีเขารีบเดินเข้ามาหา “องค์หญิง คุณ...”เขาชะงักไป เมื่อเห็นว่าเธอเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก จึงถามหยั่งเชิงว่า “จะไปหาลู่เจวี๋ยเหรอครับ?”เจียงจือเซี่ยส่ายหน้า “เปล่า ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอกสักพัก แล้วนายมาทำอะไรที่นี่?”เมื่อได้ยินว
แววอารมณ์ที่ยากจะอธิบายพาดผ่านดวงตาของหนิงอี้เขาชักมือกลับ เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองตัวเองเส้นผมยาวสีเงินขาวทิ้งตัวลงบนไหล่ เปล่งประกายจาง ๆ ท่ามกลางความมืดสายตาเลื่อนไปหยุดที่หางฟูนุ่มด้านหลังเขาลังเลเล็กน้อย ก่อนวางหางลงในอ้อมกอดของเธออย่างระมัดระวัง แล้วใช้หางคลอเคลียแก้มเธอเบา ๆ ราวกับกำลังล่อใจชอบไหม?เจียงจือเซี่ยส่งเสียงอืออย่างงัวเงีย ยื่นมือรวบเจ้าสิ่งขนนุ่มฟูเข้ามากอดไว้เต็มอ้อมแขนหนิงอี้ชะงักหายใจไปชั่วขณะเขาก้มมองใบหน้าเล็กที่ดูพึงพอใจของคนตรงหน้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างพอใจดูท่าจะชอบสินะเขาหลุบตาลง ปล่อยให้เธอกอดอยู่อย่างนั้นจู่ ๆ คนในอ้อมกอดก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับรู้สึกว่าหางที่ขยับไปมารบกวนฝันดี จึงอ้าปากงับเข้าไปหนึ่งที“!”รูม่านตาของหนิงอี้หดลงเล็กน้อย ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นจากปลายหางขึ้นไปถึงแผ่นหลังเขาหลุดเสียงครางอู้อี้ในลำคอ ก่อนจะกลั้นสุดกำลังไม่ให้เสียงอื่นเล็ดลอดออกมาหลังกัดเสร็จ เจียงจือเซี่ยก็แลบลิ้น ก่อนผลักหางที่ “อยู่ไม่สุข” ออกไปอย่างรังเกียจ แล้วพลิกตัวนอนต่อหนิงอี้มองเธออย่างตัดพ้อ สุดท้ายก็ไม่กล้าล่อใจเธออีกแล้ว
เพิ่งมีความสงสัยแวบขึ้นมาในใจ จู่ ๆ จิ้งจอกน้อยก็เงยหน้าขึ้น ส่งเสียง “อิง” เบา ๆ อย่างอ่อนแรง ราวกับไม่มีเรี่ยวแรงเธอรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที บอกเหล่าองครักษ์ว่า “ลำบากพวกนายแล้ว” ก่อนอุ้มเสี่ยวไป๋หันหลังเดินจากไปเหล่าองครักษ์มองหน้ากันด้วยสีหน้าชวนบอกไม่ถูกพวกเขายังไม่ทันได้บอกว่า จิ้งจอกตัวนี้จู่ ๆ ก็โผล่มาเองไม่เพียงไม่หลบคน ยังวางมาดราวกับเป็นนายใหญ่ เดินเอื่อย ๆ เข้ามาในวิลล่าเองอีกต่างหากพวกเขาไม่ได้เป็นคนหามันเจอสักหน่อย เห็นชัด ๆ ว่ามันกลับมาเองหนิงอี้ถูกอุ้มกลับห้องนอนไปตลอดทาง เขาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเพศเมีย สูดกลิ่นหอมที่ทำให้ทั่วร่างรู้สึกสบาย ก่อนหรี่ตาลงอย่างพึงพอใจ...ที่นี่ยังดีที่สุดอยู่ดีขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น“องค์หญิง ผมเองครับ”เสียงของซูเฉินดังมาจากด้านนอกประตูร่างของหนิงอี้แข็งทื่อไปทั้งตัวเจียงจือเซี่ยอุ้มเสี่ยวไป๋ไปเปิดประตู ซูเฉินยืนอยู่หน้าประตู ในมือถือกล่องปฐมพยาบาลใบหนึ่ง“ได้ยินว่าเจอเสี่ยวไป๋แล้ว ผมเลยมาเปลี่ยนยาให้มันครับ”ตอนนี้เขายังไม่มีสถานะอะไร แน่นอนว่าต้องคว้าทุกข้ออ้างเพื่อได้อยู่กับอง







