Masukผลคือแม้แต่เจียงถิงเองก็เงยหน้าขึ้นถามพวกเขาว่า “มู่หัวเย่ถูกขังไว้ที่ไหน?”เจียงหวยสูดหายใจเฮือก อดชูนิ้วโป้งให้ในใจไม่ได้พี่ใหญ่ พี่นี่สุดยอดจริง ๆ!……เขตรับรองมู่หัวเย่นอนแผ่อยู่บนเตียงอย่างเบื่อหน่ายถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงดยุกแห่งสหพันธรัฐ จะมัดเขาไว้ตลอดคงไม่ได้ โซ่ตรวนพิเศษที่ข้อมือและข้อเท้าจึงถูกถอดออกแล้วแต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีองครักษ์ชั้นยอดหลายคนยืนจับตาดูเขาอยู่หน้าประตูโดยเฉพาะเขาจ้องเพดานพลางขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดเจียงจือเซี่ยคือองค์หญิงแห่งจักรวรรดิตัวจริง แล้วชาติที่แล้วเจียงเหลียนทำอย่างไรถึงสวมรอยเป็นเธอได้ต่อหน้าต่อตาราชินีเพศเมียกับฝ่าบาท?ทำไมไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้ ถึงมีเพียงเจียงจือเซี่ยที่ทำร้ายเธอได้?เจียงจือเซี่ย...ก็แปลกมากเหมือนกันชาติที่แล้วเธอถูกเจียงถิงตัดสินโทษเนรเทศ แต่พอได้เกิดใหม่ กลับรักกับเจียงถิงเสียอย่างนั้น?เขาพลิกตัวไปอีกด้าน ความหงุดหงิดในใจยิ่งทวีขึ้นจู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากหน้าประตูเสียงองครักษ์ดังขึ้น “องค์หญิง พลเอก”หืม? สองคนนั้นมาหาเขาด้วยกันเหรอ?เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียง แล้วมองไปทางประตูประตูถูกผลักเปิด
เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงจือเซี่ยตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียในอ้อมกอดที่โอบเธอไว้แนบแน่น ถึงได้นึกขึ้นมาว่า ในที่สุดเธอก็ได้กินพี่ใหญ่แล้วไม่คิดเลยว่าพี่ใหญ่ที่ดูดุขนาดนั้น จริง ๆ แล้วจะอ่อนโยนมากขนาดนี้เธอลองสำรวจความรู้สึกของร่างกายอย่างละเอียด ไม่ได้ปวดเอวหรือปวดหลัง แค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยเจียงถิงรู้ว่าเธอตื่นแล้ว จึงกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น“...ตื่นแล้วเหรอ มีตรงไหนไม่สบายหรือเปล่า?”เจียงจือเซี่ยหน้าแดงพลางส่ายหน้า “มะ...ไม่มี”เจียงถิงพินิจสีหน้าเธออย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่าเธอไม่มีอาการไม่สบายใด ๆ ถึงได้ส่งเสียง “อืม” เบา ๆหลังจากนอนอ้อยอิ่งอยู่บนเตียงอีกพักหนึ่ง เจียงจือเซี่ยก็หลับตาลง สัมผัสถึงร่างจิตของตัวเองพอสัมผัสดู ก็ทำเอาเธอตกใจไม่น้อยรอยร้าวถี่ยิบที่ปกคลุมกลีบดอกไม้สีขาวดอกใหญ่ กลับหายไปถึงครึ่งหนึ่ง!ส่วนทะเลดอกไม้สีขาวเล็ก ๆ ก็แผ่ขยายออกไปจนสุดลูกหูลูกตา ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์แต่ละดอกเบียดเสียดกันแน่น ส่งสัญญาณแห่งความสุขออกมายิ่งเป้าหมายที่ร่างจิตของเธอปลอบประโลมกระสับกระส่ายมากเท่าไร ผลก็ยิ่งชัดเจนการปลอบประโลมครั้งนี้ทำให้รอยร้าวบนดอกไม้สีขาวดอกใหญ่สมานไ
หลังองค์หญิงกล่าวคำปฏิญาณจบ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นเมื่อพิธีจบลง แขกเหรื่อก็ทยอยแยกย้ายกันไปเป็นกลุ่มเล็ก ๆซ่งเหยียนดึงเฉินลี่ไปทางโต๊ะอาหาร ทั้งสองยังคุยกันเจื้อยแจ้วไม่หยุดจู่ ๆ สายตาของเธอก็หยุดอยู่ที่จุดหนึ่ง “เอ๊ะ? คนนั้นใครน่ะ?”เฉินลี่มองตามสายตาของเธอไปบริเวณริมฝูงชน ชายรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อนเขาสวมชุดพิธีการสีอ่อน ผมยาวสีเงินขาวรวบไว้ด้านหลังอย่างสบาย ๆ ใบหน้าเย้ายวนงดงามจนแทบดูไม่เหมือนคนจริง“เอ๊ะ? นั่นไม่ใช่...ลูกชายสายตรงของตระกูลหนิงเหรอ?”สายตาของคนรอบข้างต่างถูกเขาดึงดูดไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเริ่มกระซิบกระซาบกัน“เดี๋ยวนะ นั่นไม่ใช่หนิงอี้ที่หายหน้าไปหลังจากสละตำแหน่งแล้วเหรอ??”“เขาไม่ใช่เผ่าจิ้งจอกแดงเหรอ? ลักษณะแบบนี้...เผ่าจิ้งจอกขาว?!”“ตระกูลหนิงไม่ได้ดูถูกเผ่าจิ้งจอกขาวที่สุดเหรอ...”หนิงอี้ไม่สนใจเสียงซุบซิบเหล่านั้น เดินผ่านฝูงชนไปอย่างไม่รีบร้อน พลางนึกถึงภาพเจียงจือเซี่ยในชุดแต่งงานบนแท่นพิธีเมื่อครู่ซูเฉินยืนอยู่ข้างแท่นพิธี และเห็นเขาเข้าในทันทีเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินเข้าไปหาไม่กี่ก้าว ก่อนลดเสียงลง “นายมาทำไม?
ข่าวช็อกเรื่องที่สองตามมาติด ๆ ราวกับพุ่งกระแทกใส่พวกเขาเต็ม ๆ[วันนี้ องค์หญิงสามจะจัดพิธีกับสามีเอกคนที่สอง พลเอกเจียงถิงแห่งจักรวรรดิ ที่ดาวอ้ายเอ่อร์]เหล่าประชาชนที่เดิมยังกำลังถกเถียงเรื่องชาติกำเนิดของพลเอก ต่างเงียบกริบลงทันทีพวกเขาแทบตั้งตัวไม่ทันกับข่าวนี้“...งั้นไม่ใช่พี่ชายแท้ ๆ แต่เป็นสามีอสูรเหรอ?”ความคิดเห็นนี้ถูกดันขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของความคิดเห็นยอดนิยมด้านล่างเต็มไปด้วยจุดไข่ปลาและเครื่องหมายตกใจเรียงกันเป็นแถวยาว แต่ละคนเหมือนถูกฟ้าผ่าจนช็อกค้างไม่นานก็มีคนสังเกตเห็นจุดที่ทุกคนมองข้ามไป“งั้นพวกที่ก่อนหน้านี้ถกเถียงเรื่องชาติกำเนิดของพลเอก ดูให้ดี! สรุปแล้วท่านพลเอกก็ยังเป็นสมาชิกราชวงศ์อยู่ดี!”เหล่าประชาชนถือเทอร์มินัลถกเถียงกันอย่างคึกคักส่วนคนที่เป็นศูนย์กลางของพายุข่าวซุบซิบครั้งนี้ กำลังสวมชุดแต่งงานกระโปรงยาวตัวใหม่อยู่ในวังบนดาวอ้ายเอ่อร์ ยืนเท้าเอวมองชายที่บุกเข้ามาอย่างหมดคำพูด ก่อนตวาดใส่เขา“วันนี้ฉันกับพี่ใหญ่จัดพิธี นายอยู่นิ่ง ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง!”ชายร่างสูงข้างกายเธอก็แผ่บรรยากาศกดดันออกมาทั่วร่าง สายตาราวกับจะฆ่าคนได้มู่หัวเย่กว
แถมยังใช้เท้าถีบประตูปิดอีกด้วยเหล่าองครักษ์ “……”สัตว์เลี้ยงขององค์หญิงช่างรู้ความจริง ๆวันรุ่งขึ้น เจียงจือเซี่ยลุกจากเตียงด้วยขอบตาคล้ำเธอจะไปหลับลงได้ยังไง!เมื่อคืนหลังจากไล่หนิงอี้ออกไป เธอก็นอนพลิกไปพลิกมาคิดอยู่ครึ่งค่อนคืน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโง่จริง ๆ แล้วเธอเริ่มสงสัยเสี่ยวไป๋อย่างจริงจังตั้งแต่มันกลับมาครั้งนี้ช่วยไม่ได้ พิรุธมีเยอะเกินไป ถ้าเธอยังมองไม่ออกอีกก็คงดูถูกสติปัญญาตัวเองเกินไปแล้วแต่ทุกครั้งที่คิดจะเปิดโปงมัน เธอก็นึกถึงตอนที่เสี่ยวไป๋คอยปกป้องเธอแม้ต้องเผชิญหน้ากับมู่หัวเย่ระดับ SS เขาก็ยังตามติดเธอไปโดยไม่ลังเลเพราะแบบนี้เธอถึงได้ใจอ่อนครั้งแล้วครั้งเล่าฟ้าสว่างแล้ว เจียงจือเซี่ยนอนต่อไม่ไหวจริง ๆเธอลุกขึ้นมาทั้งขอบตาดำคล้ำ แล้วไปดูในห้องข้าง ๆข้างในว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เบาะยังอยู่ แต่จิ้งจอกหายไปแล้วเธอชะงักไป ก่อนที่เทอร์มินัลจะดังขึ้นพอดีหนิงอี้ [ผมต้องกลับไปที่ถนนมืดเพื่อจัดการธุระบางอย่าง]กลับไปแล้วเหรอ?เธอถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อยวินาทีต่อมา ข้อความอีกฉบับก็เด้งขึ้นมาหนิงอี้ [องค์หญิง ลองพิจารณาผมอย่างจริง
เจียงจือเซี่ยรู้สึกกระอักกระอ่วนมากเธอจ้องหางสีเงินขาวฟูนุ่มที่อยู่ข้างมือ ไม่กล้าขยับตัวเล่นอะไรของนายเนี่ย!ร่างอสูรของเพศผู้เผ่าอสูรเอามาเล่นตามใจได้ที่ไหนกัน?!ตอนนี้เธอไม่ได้ไม่รู้เรื่องพวกนี้แล้วนะ!แต่หางเส้นนั้นกลับค่อย ๆ เลื้อยมาพันเอง วนรอบข้อมือเธอหนึ่งรอบหนิงอี้โน้มตัวลง ค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้เธอเขาเปิดโอกาสให้เจียงจือเซี่ยผลักไสเขาไปหลายครั้ง เธอก็รับรู้ทุกครั้ง แต่ไม่เคยผลักไสเขาเลยรวมถึงครั้งนี้ด้วยทั้งที่เธอมั่นใจแล้วว่าเขาเป็นใคร แต่ตอนที่เขากำลังจะจากไป เธอก็ยังยื่นมือรั้งเขาไว้เพราะงั้นเขาถึงไม่ยอมปล่อยเธอไปเจียงจือเซี่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ กดหางที่อยู่ไม่สุขเส้นนั้นไว้ “นายอย่าเพิ่งขยับ อธิบายให้ฉันฟังก่อน?”สัตว์เลี้ยงของเธอไม่เพียงกลายเป็นมนุษย์ได้ แต่ยังกลายเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งอีกด้วยถึงจะเดาได้ตั้งนานแล้ว แต่พอเผชิญกับความจริงตรง ๆ ก็ยังรู้สึกแปลกพิลึกอยู่ดีหนิงอี้ไม่ตอบ แต่กลับเงยหน้าถาม “คุณชอบเสี่ยวไป๋ไหม?”เจียงจือเซี่ยชะงักไป “ชอบสิ”เขายกยิ้มที่มุมปาก “เสี่ยวไป๋ก็ชอบคุณ”เจียงจือเซี่ย “……”หา? เธอไม่ได้อยากได้คำอธิบายแบบนี้สักห







