เข้าสู่ระบบอวี๋ซิน หญิงสาวยุคใหม่ที่เคยมีชีวิตสุขสบายในเมืองใหญ่ เธอตื่นขึ้นมาอีกที กลับพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของหญิงสาวอีกคนในยุค 70 บ้านดินผนังแตกร้าว... เด็กฝาแฝดวัยสามขวบร้องไห้อย่างหิวโหย... และไม่มีข้าวสักเม็ดเหลืออยู่ในบ้าน ในยุคที่ความอดอยากคือความจริง การมีชีวิตอยู่ได้ในแต่ละวันคือการต่อสู้ แต่เมื่อเสียงประหลาดดังขึ้นในหัว [ระบบตลาดลับกำลังทำงาน แต้มเริ่มต้น 1000 แต้ม สามารถแลกเปลี่ยนทรัพยากรยุคใหม่กับสินค้าพื้นฐานได้] โชคชะตาของเธอก็เปลี่ยนไปในพริบตา จากหญิงยุคใหม่ที่เคยขายของออนไลน์มือทอง เธอต้องกลายเป็น "แม่เลี้ยงเดี่ยว" แห่งยุคอดอยาก ใช้แต้มในระบบแลกข้าว ไข่ และสิ่งจำเป็นเพื่อเลี้ยงลูกให้รอด พร้อมต้องปกปิดความลับจากสายตาเพื่อนบ้านที่ช่างสอดรู้
ดูเพิ่มเติมอวี๋ซิน หญิงสาวยุคใหม่ที่เคยมีชีวิตสุขสบายในเมืองใหญ่ เธอตื่นขึ้นมาอีกที กลับพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของหญิงสาวอีกคนในยุค 70
บ้านดินผนังแตกร้าว... เด็กฝาแฝดวัยสามขวบร้องไห้อย่างหิวโหย... และไม่มีข้าวสักเม็ดเหลืออยู่ในบ้าน ในยุคที่ความอดอยากคือความจริง การมีชีวิตอยู่ได้ในแต่ละวันคือการต่อสู้ แต่เมื่อเสียงประหลาดดังขึ้นในหัว [ระบบตลาดลับกำลังทำงาน แต้มเริ่มต้น 1000 แต้ม สามารถแลกเปลี่ยนทรัพยากรยุคใหม่กับสินค้าพื้นฐานได้] โชคชะตาของเธอก็เปลี่ยนไปในพริบตา จากหญิงยุคใหม่ที่เคยขายของออนไลน์มือทอง เธอต้องกลายเป็น "แม่เลี้ยงเดี่ยว" แห่งยุคอดอยาก ใช้แต้มในระบบแลกข้าว ไข่ และสิ่งจำเป็นเพื่อเลี้ยงลูกให้รอด พร้อมต้องปกปิดความลับจากสายตาเพื่อนบ้านที่ช่างสอดรู้ ทว่าเบื้องหลังชีวิตอันแร้นแค้นนั้น ยังมีปริศนาเงินเดือนของสามีทหารที่ส่งกลับบ้านแต่ไม่เคยถึงมือเธอ... เมื่อโชคชะตาพาให้มาเริ่มต้นใหม่ในโลกที่เต็มไปด้วยความลำบาก อวี๋ซินจะใช้หัวใจของแม่และระบบตลาดลับ สร้างชีวิตและอนาคตให้ลูกทั้งสองได้อย่างไร ไปเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ++++++++++
อวี้ซินสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเด็กร้องไห้แหลมเล็กสองเสียงสลับกัน เธอปรือตามองไปรอบห้อง ก่อนจะพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง แต่เป็นบ้านดินหลังเก่าที่ฝาผนังเต็มไปด้วยรอยร้าว ฝุ่นละอองปลิวว่อน กลิ่นเหม็นอับของฟางชื้นโชยเข้าจมูก
เธอพยายามยันกายลุกขึ้นจากเตียงไม้ผุ เห็นเด็กเล็กสองคนกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่มุมห้อง คนหนึ่งตาโต หน้าเปื้อนน้ำมูก อีกคนแก้มตอบ ร่างกายผอมจนเห็นซี่โครง ทั้งคู่กำลังจ้องเธอด้วยสายตาหวาด ๆ
“แม่… หิว…” เสียงเล็กสั่นเครือ หัวใจของอวี้ซินร่วงวูบลงไปถึงตาตุ่ม
ความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาเหมือนกระแสน้ำเชี่ยว เธอ…ทะลุมิติมาในร่างหญิงสาวชื่อเดียวกันในยุคเจ็ดศูนย์
ร่างนี้เป็นภรรยาทหารที่ถูกส่งไปประจำการไกลโพ้น ทิ้งลูกฝาแฝดวัยสามขวบให้อยู่กับแม่เพียงลำพัง แต่แม่แท้ ๆ ของร่างนี้เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน ผู้หญิงเจ้าของร่างเดิมก็อ่อนแอจนสิ้นลมหายใจ เพราะขาดอาหารและเจ็บป่วย
ตอนนี้… เธอกลายเป็น... แม่ของเด็กสองคนโดยสมบูรณ์ อวี้ซินก้าวลงจากเตียง เท้าเปล่ากระทบพื้นดินเย็นเฉียบ เธอเดินไปหาลูกฝาแฝดด้วยหัวใจที่สั่นระรัว มือเล็ก ๆ ของพวกเขากำเสื้อเธอแน่นราวกับกลัวว่าจะหายไปอีก
“ไม่ร้อง แม่อยู่ตรงนี้แล้ว” เธอตบหลังเบา ๆ พยายามกล่อม แต่แค่เอ่ยปาก เสียงตัวเองยังสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ สายตากวาดรอบบ้าน ทั้งเก่า และทรุดโทรม หัวใจเหมือนจะวางวาย ต้องอยู่แบบอัตคัดแบบนี้หรือ เธอเริ่มเดินสำรวจบ้านใหม่อีกครั้ง พลางหยิกตัวเองไปด้วย
‘อ๊ะ! เจ็บ!’ หยิกแรงแบบเหมือนหนังจะหลุด ทว่าความจริงก็คือ... เธอทะลุมิติมาจริง ๆ ในบ้าน ด้านนอก โดยรอบ และสุดท้ายจบที่ห้องครัว...
ไม่มีข้าวสารสักเม็ด ไม่มีน้ำมัน ไม่มีผักแม้แต่ใบเดียว ตู้ไม้ตรงมุมห้องแทบจะว่างเปล่า เธอยกฝาหม้อดู ก็พบเพียงน้ำข้าวขุ่น ๆ ครึ่งถ้วย
นี่คือชีวิตในชนบทจีนยุคเจ็ดศูนย์... ความอดอยาก ความแร้นแค้น และการจับจ้องของคนรอบข้าง
ทันใดนั้น เสียง ‘ติ๊ง’ เบา ๆ ดังขึ้นในหัว
[ระบบแลกเปลี่ยนพร้อมทำงาน]
[ภารกิจเริ่มต้น รักษาชีวิตลูกฝาแฝดให้ผ่านสามวันแรก]
อวี้ซินขมวดคิ้ว เธอจำได้ว่าเคยไลฟ์สดขายของออนไลน์เก่งขนาดไหน
แต่การมียอดคนดูสูงสุดเป็นล้านมันไม่ได้ช่วยอะไรในยุคนี้ ที่นี่ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีโทรศัพท์มือถือ แต่กลับมี “ระบบ” ที่โผล่มาในหัวเธอแทน
“ระบบ เธอมีอะไรให้ฉันบ้าง?” เธอถามอย่างระแวง
[สามารถแลกเปลี่ยนทรัพยากรยุคใหม่... เป็นสินค้าพื้นฐานที่ไม่ผิดสังเกต]
[แต้มเริ่มต้น 100 % ด้วยความที่เธอเปิดระบบใหม่ เธอจะมีแต้มเริ่มต้นอยู่ที่ 1000 แต้ม จะแลกเปลี่ยนหรือไม่?]
อวี้ซินหันไปมองลูก ๆ ที่น้ำตายังไหลพราก
“ข้าวหนึ่งถุง ราคาเท่าไหร่”
[ข้าวสาร 10 กิโลกรัม 50 แต้ม]
“ฉันขอไข่ไก่ 4 ฟอง”
[10 แต้ม]
“10 แต้มเองหรือ”
“เนื้อหมูบดผสมมันหมู”
[เนื้อหมูบดผสมมันหมู 120 แต้ม จะแลกเปลี่ยนหรือไม่?]
“แน่นอน จัดมาเลย อย่าได้เสีย จัดมา” เธอตอบแทบจะไม่คิด
เศษแสงวาววับปรากฏขึ้นที่มุมห้อง ก่อนจะกลายเป็นถุงปุ๋ยสีขาว แต่เมื่อจับดู กลับเต็มไปด้วยเมล็ดข้าวสารคุณภาพดี และอีกสองอย่างที่เธอเรียกร้อง อวี้ซินรีบหันไปดูลูก ๆ ที่ตะลึงตาโต เธอรีบยกนิ้วแตะริมฝีปาก
“เงียบไว้นะ เธอกับน้องห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าได้ของพวกนี้มา เข้าใจไหม” เด็กสองคนพยักหน้าแรง ๆ น้ำตาหยุดลงทันที ราวกับรู้ว่าความลับนี้สำคัญยิ่งกว่าเรื่องอื่นใด อวี้ซินก่อไฟด้วยฟืนชื้น ๆ ควันลอยคลุ้งจนแสบตา
แต่สุดท้ายก็หุงข้าวหม้อเล็กจนสำเร็จ กลิ่นข้าวสุกหอมลอยฟุ้งในบ้านดิน เด็กแฝดนั่งรอจนตัวสั่น เมื่อเปิดฝาหม้อไอน้ำพุ่งขึ้น พวกเขาตาโตเป็นประกาย
อวี้ซินตักข้าวร้อน ๆ ให้ลูกคนละถ้วย แม้จะอยากตักมากกว่านี้ แต่เธอก็ต้องเก็บไว้ส่วนหนึ่ง เผื่อมื้อเย็น
“กินช้า ๆ นะ มันร้อน อีกอย่างหนูต้องเคี้ยวกันด้วย เดี๋ยวติดคอ”
หงส์ขาวปรากฏในมุมสายตา แสงสีขาวระยิบระยับจาง ๆ คล้ายละอองหิมะในอากาศ[อวี้ซิน… เธอทำภารกิจครบทั้งห้าด้านแล้ว] เสียงของหงส์ขาวนุ่มนวล เหมือนกระซิบกลางหัวใจ‘ห้าด้าน?’ เธอถามในใจรู้สึกโหวงเหวง เหมือนว่าหงส์ขาวจะมาลา แล้วก็ไม่อยู่กับเธอแล้ว[ภารกิจชีวิต ครอบครัว ความเมตตา การสร้างสรรค์ และศรัทธา เธอผ่านทั้งหมดแล้ว]‘แล้วฉันจะหายไป หรือว่าเธอจะหายไป?’[เธอมีสิทธิ์เลือกอยู่ในโลกนี้ตลอดไป]อวี้ซินหลุบตาลง เห็นนิ้วมือของอวี้เหวินเจ๋อยังสอดประสานกับมือของเธอ เด็กทั้งสองกำลังหัวเราะคิกคักอยู่ตรงหน้า ภาพนั้นชัดเจนยิ่งกว่าฝันใด ๆ‘แล้วเธอละหงส์ขาว เธอก็จะหายไปใช่ไหม เพราะฉันได้เลือกแล้ว ฉันขออยู่ตรงนี้ อยู่กับคนที่ฉันรัก อยู่กับครอบครัวนี้อย่างมีความสุข หงส์ขาว’อวี้ซินนึกกลัวเหมือนกัน หรือหงส์ขาวจะจากไปตลอดกาล การใช้ชีวิตโดยไม่มีหงส์ขาวต้องลำบากแน่ ๆ ใจหายวับ...‘ตอบสิหงส์ขาว หรือว่าเธอจะหายไป?’ เสียงในใจของอวี้ซินสั่นพร่า ราวกับสายลมพัดผ่านกลีบดอกบ๊วยในยามค่ำคืน[@#$^*!*$] เสียงเหมือนวิทยุที่จูนไม่ตรงช่อง เสียงของหงส์ขาวในครั้งนี้ฟังดูไกลเหลือเกิน เหมือนดังมาจากปลายขอบฟ้า‘หงส์ขาว… เธอก็จะหา
‘โอเค พรุ่งนี้นะ วันนี้ฉันยังช็อกอยู่ สรุปแล้วเรื่องเมื่อกี้ มันคือเรื่องจริงไหม’แต่หงส์ขาวก็ไม่ตอบเสียแล้วเด็กสองคนยังแหกปากเรียกแม่อยู่ข้างนอก แม้จะเป็นความวุ่นวาย แต่เธอก็คิดว่า เลือกแบบนี้ดีที่สุดกลิ่นสบู่สมุนไพรจาง ๆ จากฝ่ามือยังติดอยู่ข้างแก้ม อวี้ซินล้างหน้าจนเย็นเฉียบ แล้วเงยหน้ามองเงาตัวเองในกระจก ไม่มีน้ำตาเธอ มีเพียงแต่รอยยิ้มกลับปรากฏขึ้นแทน‘ฉันเลือกที่จะอยู่ในโลกนี้ และอยู่กับพี่เจ๋อ กับลูก’“รอเดี๋ยวนะเด็ก ๆ แม่จะเสร็จแล้ว”ทว่าเสียงเด็ก ๆ ก็หายไป จนอวี้ซินต้องรีบอาบน้ำ และแต่งตัวออกมาจากห้องน้ำ เธอไม่รู้ว่าการอยู่ต่อจะพาไปถึงไหน แต่รู้เพียงว่าตอนนี้... มีสองชีวิตเล็ก ๆ ที่ต้องพึ่งเธอ และมีชายคนหนึ่งที่ยังใหเธอได้กอดเสียงฝีเท้าดังขึ้นตรงลานหน้าบ้าน… เสียงประตูไม้เปิดออก พร้อมกลิ่นอุ่นของขนมแป้งนึ่งลอยเข้ามา“พ่อกลับมาแล้ว” อวี้เหวินเจ๋อยิ้มให้กับเด็ก ๆ“เป็นไงบ้างเมื่อคืนสนุกไหมคะ”“ก็ไม่เท่าไรหรอก เพราะว่าพ่อคิดถึงหนูกับแม่ เอ่อ... แล้วแม่ล่ะ”“แม่กำลังอาบน้ำคะ”“พี่เจ๋อ...” เสียงเรียกของเธอดังขึ้น“มาพอดี พี่ซื้อมาฝาก”“โอ้! กำลังหิวค่ะ”“ใช่ กำลังหิวอยู่เลย”“ไปเ
ดูเหมือนร่างเธอแข็งทื่อ และอวี้ซินก็ยังพูดในสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเธอ[คืนที่เกิดเรื่อง ทำให้เธอมาอยู่ที่นี่เมื่อหกเดือนก่อน เธอรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ทว่านอนอยู่ในห้องไอซียู ยังไม่รู้สึกตัว]‘แล้วเธอหมายถึงอะไรล่ะ ทำไมต้องมาบอกตอนนี้’ น้ำตาของเธอรื้นขึ้น[ภารกิจสุดท้ายของเธอกำลังเริ่มต้น] เสียงของหงส์ขาวนั้นดังชัดเจนอวี้ซินขยับริมฝีปากถาม‘ภารกิจ? ภารกิจอะไร? ฉันตายแล้วหรือยังไง?’[ไม่ เธอยังมีชีวิตอยู่ ร่างกายของเธอนอนอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง สมองของเธออยู่ในภาวะโคม่า แต่จิตวิญญาณถูกดึงมาที่นี่]ภาพของลูกชายวัยจะสี่ขวบ เจี้ยนหมิงและอี้หลันปรากฏขึ้นในหัว ใบหน้ายิ้มแป้นของเด็กทั้งคู่ที่เรียกเธอว่าแม่ ด้วยเสียงใส ๆ แล้วต่อด้วยภาพชายอีกคนหนึ่ง“พี่เจ๋อ” อวี้เหวินเจ๋อสามีที่อบอุ่นที่สุดในโลก หัวใจอวี้ซินหดรัดจนแทบหายใจไม่ออก‘แล้วฉันต้องกลับไปหรือยังไง’ เธอยังถามประโยคนั้นซ้ำ ๆ‘แล้วพวกเขาล่ะ... พวกเขาจะอยู่อย่างไร’ น้ำตาร่วงเผาะลงมาในทันที ภาพในหัวหมุนวูบ อวี้ซินเห็นตัวเองที่อยู่กำลังนั่งอยู่ที่บ้านหลังเดิม ที่โต๊ะกินข้าว เด็กสองคนที่น่ารักร้องบอกแม่ว่าหิว ๆ พร้อม ๆ กัน เพื่อจะให้แม่ป้
คนเป็นพ่ออาสาพาเด็ก ๆ อาบน้ำ และพาใส่ชุดนอน ส่งลูก ๆ เข้านอนเรียบร้อยอวี้เหวินเจ๋ออาบน้ำเสร็จ ก็มานั่งรออวี้ซินที่เข้าห้องน้ำต่อจากเขา ชายหนุ่มนั่งมองท้องฟ้า และบรรยากาศโดยรอบ สายลมเย็นยามเย็นพัดผ่านมากระทบที่ใบหน้า เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดอวี้ซินเมื่ออาบน้ำเสร็จ ก็รีบเข้ามาหาสามี“เป็นอย่างไรบ้างคะ อากาศที่นี่แตกต่างจากที่บ้านเราไหม”“มาก แต่พี่ก็ชอบนะ มันมีกลิ่นของความเจริญ ที่มาพร้อมกับความหวังนะ”“ฮึ! มันเป็นอย่างไรหรือคะ” เธอนั่งหลับตาลง แล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด“สดชื่น” อวี้เหวินเจ๋อถึงกับหัวเราะออกมา แต่พอเธอลืมตาขึ้น ใบหน้าของสามีก็ห่างไม่ถึงคืบ“คืนนี้”“อะไร?” ใบหน้าของอวี้ซินเหรอหรา“ก็...” ทำตากรุ้มกริ่ม และตาเล็กตาน้อย“พี่นี่!” เธอจิ้มนิ้วไปที่ปลายจมูกของเขา แต่อวี้เหวินเจ๋อกับจับมือของเธอ แล้วเอาเข้าปาก“ทำอะไร พี่เจ๋อนี่ ทะลึ่งใหญ่นะเดี๋ยวนี้”ทว่าเขาก็รวบร่างของเธอเอาไว้ทั้งร่าง “มาเถอะ เข้านอน พี่ง่วงแล้ว อีกอย่างก่อนนอนเราต้องมีอะไรทำกัน”“พี่เจ๋อ ฉันเหนื่อย จนขาจะหลุดแล้ว”“ฮื้อ... อาซินนอนเฉย ๆ ที่เหลือพี่เจ๋อทำเอง”“หื่นหนักนะคะ”“จ้ะ” ยอมรับหน้าตาเฉย แต่เธอก็
เสียงในหัว ‘หงส์ขาว พวกเขาไม่ได้พูดเล่น’[ใช่... เธอได้รับคำสั่งซื้อทั้งหมด 5 ราย รวม 50 ห่อ]‘โอ้โห งวดนี้ต้องทำจริงจังแล้วสิ ทั้งที่อยากจะวางมือ ไม่คิดนะว่าจะเป็นธุรกิจใหม่’[ใช่ และอย่าลืม… ทุกห่อใช้แต้มในการผลิต 15 แต้ม รวมทั้งหมด 750 แต้ม แต่เธอจะได้ผลตอบแทนด้วยนะ]‘แล้วฉันควรตั้งราคาเท่าไรดีล
“จะได้เบาแรงของอาซินไง”“หือ... พี่ต้องซ่อมแซมบ้านไม่ใช่หรือคะ ต้องรีบทำน่า” เผลอไผลทำหน้าเศร้า ๆ ออกมาอีก เพราะคำพูดที่เธอพูดหมายถึง ใกล้เวลาที่เขาจะต้องกลับไปทำงานแล้ว อวี้เหวินเจ๋อจึงยกมือขึ้นไปขยี้หัวของภรรยาเบา ๆ“พี่จะรีบจัดการให้เสร็จในสามสี่วันนี่แหละ”“จ้ะ”“แม่กินอีก”“แม่ต้องกินเยอะ ๆ นะ
อวี้ซินและอวี้เหวินเจ๋อเดินไปที่ร้านถ่ายรูป แต่ทางร้านบอกว่า ให้รออีกราวยี่สิบนาที รูปก็น่าจะเสร็จ ทั้งสองคนจึงได้เดินออกจากร้านถ่ายรูปด้วยรอยยิ้ม“พี่เจ๋อ เราสองคนทำอะไรตั้งเยอะตั้งแยะ มีเรื่องหนึ่งที่เราลืม”“อะไรอีกล่ะจ๊ะ”“ฉันหิวข้าวค่ะ”“อ๊า!” แล้วท้องของอวี้เหวินเจ๋อก็เลื่อนลั่นดังขึ้นมา อวี้
“ตั้งชื่อลูกชายของเราตามผู้มีพระคุณไหมครับ”“โอ๊ะ! ไม่ได้นะครับ คือผมว่า อย่าเลย”“ได้สิคะ อย่างไรชื่อนี้ก็คือมงคลสุด ๆ ฉันจะตั้งชื่อลูกชายของฉันว่า เหวินหงดีไหมคะ ขอคำว่าเหวินมาคำหนึ่ง”อวี้เหวินเจ๋อได้แต่อมยิ้ม อวี้ซินก็เช่นกัน นึกไม่ถึงว่าทั้งสองสามีภรรยาจะดีกับตนและสามีเช่นนี้ อวี้ซินรู้ดีว่าใน





