Se connecterฆ่าเพศเมียชนชั้นสูง ฆ่าญาติร่วมสายเลือด ไม่ว่าข้อไหนก็เพียงพอให้เขาติดคุกหลายสิบปีเจียงถิงยังคงไม่พูดอะไรเขาเพียงทำหน้าเย็นชา ยกมือเหวี่ยงเอกสารออกมาหนึ่งแผ่น สองแผ่น สามแผ่น... โยนเอกสารทั้งปึกลงบนโต๊ะทีละแผ่นซูเฉินก้มลงมองบนเอกสารเหล่านั้นเต็มไปด้วยภาพใบหน้าของผู้ตายที่มีสภาพน่าสยดสยอง ทั้งหมดล้วนเป็นคนที่ตายด้วยมือของเขาผู้อาวุโสตระกูลซู สามีอสูรของซูถงเวย และคนในตระกูลที่เคยรังแกเขาในสถานพักฟื้นเจียงถิงมองเขาอย่างเย็นชา “นายคิดว่าฉันสืบเรื่องพวกนี้ไม่เจอเหรอ?”ซูเฉินหลับตาลงแน่นอนว่าเขารู้ ขอเพียงราชวงศ์คิดจะสืบ ก็ต้องสืบเจอแน่นอนก่อนหน้านี้ที่เขากล้าลงมือ เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้สำคัญมากพอ ขอเพียงไม่ทิ้งร่องรอยให้เห็น เพศผู้ตายไปไม่กี่คนก็ไม่มีใครเอิกเกริกตามสืบแต่การที่เจียงถิงทำแบบนี้ ก็เท่ากับกำลังบอกเขาอย่างชัดเจนว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เขารู้ทุกอย่างซูเฉินลืมตาขึ้น สบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น“องค์ชายใหญ่คิดจะจัดการผมยังไง?”น้ำเสียงของเจียงถิงเจือความโกรธ “นายควรถามตัวเองว่า ยังจะสร้างปัญหาให้เธออีกแค่ไหน”“นายอาศัยฐานะสามีเอกขององค์หญิงก่อเรื่
เมื่อนึกถึงสองฝ่ามือนั้นที่ตบจนมือตัวเองยังเจ็บ ยิ่งพูดก็ยิ่งไม่มั่นใจอาจจะ...ออกแรงไปหน่อยจริง ๆ...แต่ตอนนั้นเธอโกรธมากนี่นา!ผู้หญิงอ้วนคนนั้นพูดจาแย่เกินไปแล้ว ทำไมถึงพูดคำร้ายกาจขนาดนั้นออกมาได้!ซูเฉินอาการดีขึ้นทุกวัน จะให้เขาถูกคำพูดพวกนั้นกระทบกระเทือนอีกได้ยังไง!ซูเฉินมองเธอ พลางปลอบเบา ๆ “ไม่ใช่เพราะองค์หญิง...เดิมทีเธอก็อยู่ได้อีกไม่กี่วันแล้ว”เจียงจือเซี่ยกะพริบตา ราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ซูเฉินมองเธออย่างตึงเครียดเขารู้มาตลอดว่าองค์หญิงรู้ว่าเขากำลังแก้แค้นซูถงเวยแต่เธอไม่เคยซักถาม ตระกูลซูเกิดเรื่อง สถานพักฟื้นระเบิด ซูถงเวยถูกส่งเข้าองค์กรคุ้มครอง เธอไม่เคยถามสักคำแต่วันนี้ เธอเห็นแล้วเห็นซูถงเวยกลายเป็นสภาพนั้น เธอจะคิดอย่างไร?จะรู้สึกรังเกียจเขาไหม?ซูเฉินหลุบตาลง นิ้วมือค่อย ๆ กำแน่นเขาฆ่าคนไปมากมาย ทั้งผู้อาวุโสของตระกูลซู ทั้งสามีอสูรของซูถงเวย ตอนที่พวกเขาตาย สภาพดูไม่ได้ยิ่งกว่าซูถงเวยเสียอีกหากองค์หญิงรู้ทั้งหมด จะมองเขาด้วยสายตาแบบไหน“ซูเฉิน...”มือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากผ้าห่ม กุมมือของเขาไว้เบา ๆซูเฉินเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาคู่
ซูถงเวยตายแล้วตายด้วยน้ำมือขององค์หญิงซูเฉินนั่งอยู่บนพื้น แผ่นหลังแนบติดกับกำแพงแน่นเขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ เรื่องนี้เหนือความคาดหมายของเขาโดยสิ้นเชิงแต่ตอนนี้ไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนั้นเพราะเพศเมียในอ้อมกอดของเขากำลังตัวสั่น“ซูเฉิน...” เสียงของเจียงจือเซี่ยอู้อี้อยู่ตรงอกเขา แฝงความสั่นเครือที่กลั้นไม่อยู่ “ไป...ให้ไกลกว่านี้อีกหน่อยได้ไหม...”พูดพลาง เธอก็ซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของชายหนุ่มอีก ราวกับอยากยัดตัวเองเข้าไปในร่างของเขาให้ได้ฮือออ แม่จ๋า! ฉันฆ่าคนแล้ว!!เมื่อกี้ที่บอกว่าจะฆ่าเธอ ก็ไม่ได้คิดจะฆ่าจริง ๆ สักหน่อย ทำไมถึงขาดใจตายไปได้ล่ะ!เจียงจือเซี่ยไม่เหลือท่าทีบ้าคลั่งเหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว พอนึกว่ามีศพอยู่ไม่ไกล แถมยังขาดใจตายด้วยมือของตัวเอง ก็กลัวแทบตายเธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เหลือบมองไปทางเตียงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบซุกหน้ากลับลงไปเร็วกว่าเดิม ทั้งร่างยิ่งสั่นหนักขึ้น“ฮือออ...”เธอเป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมาย เรื่องนองเลือดที่สุดที่เคยทำก็คือฆ่าไก่ฆ่าปลา แต่ตอนนี้กลับฆ่าคนเป็น ๆ ตาย!!!ซูเฉินเห็นเธอกลัวแทบตาย แต่ยังดื้อแอบมองครั้
แต่พนักงานต้อนรับของโรงพยาบาลกลางก็ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินว่าเธอมาหาซูเฉิน“องค์หญิง วันนี้นักบำบัดซูไม่ได้มานะครับ”ไม่ได้มาเหรอ?เจียงจือเซี่ยยืนอยู่หน้าประตูโรงพยาบาล ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็มุดเข้าไปในรถ กลับรถแล้วบินออกไปอย่างรวดเร็ว……ภายในศูนย์คุ้มครองเพศเมียซูถงเวยนอนแผ่อยู่บนเตียงราวกับกองเนื้อเน่า ผิวหนังเต็มไปด้วยรอยด่างสีน้ำตาลเป็นหย่อม ๆ ขยับขึ้นลงตามลมหายใจ ดูน่าขยะแขยงมากซูเฉินหลุบตา ค่อย ๆ กดลูกสูบกระบอกฉีดยาอย่างมั่นคง ดันของเหลวหยดสุดท้ายเข้าสู่ร่างกายของเธอเพศเมียบนเตียงสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ลำคอส่งเสียง “ฮึก ฮึก” ออกมาพิษในร่างของซูถงเวยใกล้ถูกแทนที่ออกไปจนหมดแล้ว รอยเน่าเปื่อยตามร่างกายก็ค่อย ๆ สมานตัว บางครั้งเธอยังได้สติกลับคืนมาและด่าทอเขาอย่างสาดเสียเทเสียแต่เขารู้ว่าอีกไม่นาน ซูถงเวยจะกลายเป็นคนบ้า ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธอ และสุดท้ายจะตายด้วยโรคทางสมองแบบนี้ต่อให้สืบยังไง ก็ไม่มีทางสาวมาถึงตัวเขาได้ซูเฉินชักมือกลับ ไม่แม้แต่จะมองเธอสักนิด ก่อนหันหลังเดินจากไปเพิ่งเปิดประตู เสียงแหบพร่าก็ดังมาจากด้านหลัง“ซู...เฉิน...”ซูถงเว
เจียงจือเซี่ยเดินออกจากประตูพระราชวังด้วยใบหน้าแดงก่ำ สายตาหลุกหลิก ฝีเท้าก้าวเร็วจี๋ ราวกับมีอะไรไล่ตามอยู่ข้างหลังเจียงหวยพิงรถรออยู่นาน พอเห็นน้องสาวเป็นแบบนี้ เครื่องหมายคำถามก็ค่อย ๆ ผุดขึ้นในหัวเป็นอะไรไป?ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยถาม เจียงถิงก็เดินตามออกมาติด ๆพี่ใหญ่ยังคงทำหน้าเย็นชา แต่แววตากลับเข้มจนน่ากลัวเจียงหวยหุบปาก ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนมองเจียงจือเซี่ยด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจอุตส่าห์เป็นฝ่ายเข้าไปใกล้ชิดพี่ใหญ่ก่อน แต่กลับโดนดุเหรอ?ดูสิ โดนดุจนโมโหหน้าแดงไปหมดแล้วพี่ใหญ่ก็เหมือนกัน กับน้องสาวจะอ่อนโยนกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง วัน ๆ เอาแต่ทำหน้าขรึม ใครเห็นแล้วจะไม่กลัว?เจียงหวยถอนหายใจ เปิดประตูรถ “ขึ้นรถเถอะ พี่รองไปส่งเอง”ขณะมองน้องสาวก้มหน้ามุดเข้าไปในรถ จู่ ๆ คอเสื้อของเขาก็ตึงขึ้นทั้งตัวถูกหิ้วถอยหลังไปสองก้าว เขาหันไปมองพี่ใหญ่ด้วยสีหน้างุนงง“?”เจียงถิงพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ฉันไปส่ง”เจียงหวย “???”เขายังไม่ทันตั้งตัว พี่ใหญ่ก็นั่งลงบนที่นั่งคนขับ ประตูรถปิดดัง “ปัง” รถลอยฟ้าทะยานขึ้นและบินออกไปทันทีเจียงหวยยืนตากลมหนาวอยู่ที่เดิมด้
ลู่เจวี๋ยทำตามอย่างว่าง่ายเจียงจือเซี่ยมองสำรวจอย่างละเอียด อืม แขนขายังอยู่ครบ ยังแข็งแรงดีเธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนพยักหน้าด้วยความพอใจ “ต้องระวังตัวให้ดีนะ ฉันรอนายกลับมาอยู่นะ”ลู่เจวี๋ยมององค์หญิง แววตาเต็มไปด้วยความโหยหาจนแทบล้นออกมา พลางพยักหน้ารัว ๆเมื่อสายตากวาดผ่านฉากหลังขององค์หญิง แววเจ้าเล่ห์ก็วาบขึ้นในดวงตาของเขาเขาขยับเข้าใกล้หน้าจอ ชี้ไปที่ใบหน้าตัวเอง “องค์หญิง จูบผมสักทีได้ไหม?”แววตาของเจียงถิงเข้มขึ้น เขากัดฟันแน่นเมื่อได้ยินคำขอของแฟนหนุ่ม แก้มของเจียงจือเซี่ยก็แดงระเรื่อ เธอเม้มริมฝีปาก แอบมองพี่ใหญ่ตรงมุมห้อง ก่อนรีบทำปากจู๋ใส่หน้าจอลู่เจวี๋ยถอยหลังไปเล็กน้อยอย่างว่าง่ายและพึงพอใจเจียงจือเซี่ยมองเวลานับถอยหลังของการสื่อสาร แล้วรีบพูดว่า “เอาล่ะ ๆ ใกล้หมดเวลาแล้ว ฉันรอนายกลับมานะ!”ลู่เจวี๋ยพยักหน้าอย่างอาลัยอาวรณ์เมื่อหน้าจอแสงดับลง เขากระตุกมุมปากส่งเสียงหึ ก่อนหันหลังจากไปเจียงถิงต้องคอยดูอยู่ข้าง ๆ แน่นอนเขาจงใจทำแบบนั้นเองจงใจให้หมอนั่นเห็นว่าองค์หญิงตามใจเขามากแค่ไหน……ทันทีที่หน้าจอแสงดับ เจียงจือเซี่ยก็สบเข้ากับเจียงถิงที่กำลั






