Masukเมื่อนักเขียนสาวสายกาวต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่าง “พิมมา” ทาสสาวท้ายครัวในยุค ร.5 ที่สวยสะบัดระดับ SSS แต่ดวงกุดถูกใส่ร้ายจนตัวตายในนิยายต้นฉบับ ทว่าพิมมาคนใหม่ไม่ได้มามือเปล่า เธอมาพร้อมกับ “ระบบสุ่มไอเทมวิเศษ” และหัวใจที่บ้าผู้ชายหล่อแบบเต็มสูบภารกิจกอบกู้เกียรติยศและช่วยเลิกทาสจึงกลายเป็นเรื่องรอง เพราะภารกิจหลักของเธอคือการ "ตก" คุณพี่ปรินทร์ ขุนนางหนุ่มรูปงามที่ฉลาดเป็นกรดและรวยล้นฟ้า ชนิดที่ว่าแค่เศษทองก้นถุงของเขาก็ซื้อเรือนทาสได้ทั้งหลัง พิมมาต้องงัดสกิล “การละคร” ระดับตัวแม่ สวมบทนางเอกเจ้าน้ำตาผู้อ่อนแอต่อหน้าคนทั้งเรือน แต่ลับหลังกลับแอบใช้ไอเทมวิเศษปั่นหัวศัตรูและรุกจีบคุณพี่ปรินทร์แบบไม่พัก ทว่าขุนนางมาดนิ่งอย่างเขากลับไม่เคี้ยวหมูอย่างที่คิด ยิ่งเธอละครเก่งเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งจ้องจับผิด (และจ้องจับหัวใจ) เธอมากขึ้นเท่านั้น ท่ามกลางบรรยากาศพระนครที่กำลังเปลี่ยนแปลง พิมมาจะใช้ไอเทมวิเศษและจริตอันแพรวพราวล่ารักคุณพี่ปรินทร์ได้สำเร็จ หรือจะถูกเขา "จับกิน" เสียก่อน ภารกิจรักปนแสบครั้งนี้...พิมมาขอสู้ตายเพื่อผู้ชายเกรดพรีเมียม!
Lihat lebih banyakเสียงรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดดังประสานกับเสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกห้องเช่าขนาดกะทัดรัดในย่านใจกลางกรุง แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนลงบนใบหน้าจิ้มลิ้มของ โบตั๋น หญิงสาววัยยี่สิบกลางๆ ที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น หน้าจอเบื้องหน้าปรากฏหน้าต่างโปรแกรมเขียนนิยายที่ค้างคาไว้ตรงฉากเลิฟซีนสุดเร่าร้อน
โบตั๋นไม่ใช่แค่นักเขียนธรรมดา แต่เธอคือ ‘babybunny’ นามปากกาชื่อดัง (ที่บางคนแอบเรียกว่านามปากกาฉาว) ผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งนิยายรักโรมานซ์แฟนตาซี ชนิดที่ว่าพระเอกต้องหล่อวัวตายความล้ม และนางเอกต้องสวยสะบัดไม่เกรงใจใคร “โอ๊ย! ทำไมมันเขียนไม่ออกแบบนี้นะ!” โบตั๋นร้องออกมาพร้อมกับขยี้ผมจนฟูเป็นรังนก เธอกวาดสายตามองกองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกระป๋องกาแฟที่วางระเกะระกะรอบตัว ชีวิตนักเขียนไส้แห้งที่รอเงินค่าลิขสิทธิ์งวดหน้ามันช่างบีบคั้นหัวใจ โบตั๋นถอนหายใจยาวพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง สายฟ้าฟาดลงมาวูบหนึ่งทำให้เธอกะพริบตาถี่ๆ “ถ้าฉันสวยเหมือนนางเอกในนิยายที่ตัวเองเขียนก็คงดีสิ ไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งปั่นนิยายส่งบก. แบบนี้... อยากทะลุมิติไปเจอผู้ชายรวยๆ หล่อๆ แบบท่านขุนในนิยายจังเลยวุ้ย!” เธอบ่นพึมพำกับตัวเองตามประสาคนเพ้อเจ้อ ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ประโยคสุดท้ายของบทลงไป แต่ในจังหวะนั้นเอง... เสียงสายฟ้าฟาดดัง ‘เปรี้ยง!’ ดังสนั่นกว่าครั้งไหนๆ ไฟในห้องดับวูบลงทันที พร้อมกับกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านจากปลั๊กพ่วงเข้าสู่ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และลามมาถึงปลายนิ้วที่ยังกดค้างอยู่บนปุ่ม Enter [ระบบ: ตรวจพบความปรารถนาที่แรงกล้าจากโฮสต์ 'babybunny'] [ระบบ: ทำการติดตั้ง 'ระบบแม่หญิงการละคร' เข้าสู่จิตใต้สำนึก...] “กรี๊ดดดด!” โบตั๋นร้องได้เพียงครู่เดียว ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป พร้อมกับความรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบใหม่ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า โบตั๋นรู้สึกเหมือนถูกเหวี่ยงลงมาจากที่สูง ร่างของเธอปะทะเข้ากับพื้นไม้ที่แข็งกระด้าง กลิ่นอับชื้นของฝุ่นและกลิ่นธูปจางๆ ลอยมาเตะจมูก เธอกระแอมไอออกมาอย่างหนักพลางพยายามลืมตาที่หนักอึ้ง “แม่พิมมา! ฟื้นแล้วรึเจ้าคะ!” เสียงแหลมเล็กที่เต็มไปด้วยความตกใจดังขึ้นข้างหู โบตั๋นสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามลุกขึ้นนั่งแต่ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั้งตัว เมื่อสายตาเริ่มปรับโฟกัสได้ สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือกองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่มันคือ... พื้นเรือนไม้เก่าๆ และเด็กสาวคนหนึ่งที่นุ่งผ้าแถบเก่าคร่ำคร่ากำลังนั่งคุกเข่ามองเธอด้วยตาค้าง “ที่นี่... ที่ไหน?” โบตั๋นถามด้วยเสียงที่แหบพร่า “ก็ท้ายเรือนท่านเจ้าคุณไงเจ้าคะ! แม่พิมมาสลบไปตั้งนานหลังจากโดนคุณหญิงสั่งโบย...” เด็กสาวคนนั้นน้ำตาคลอ โบตั๋นขมวดคิ้ว ‘พิมมา?’ ‘ท่านเจ้าคุณ?’ ‘โดนโบย?’ ชื่อพวกนี้มันคุ้นหูเหมือนนิยายพีเรียดที่เธอเพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อวันก่อนชัดๆ! เธอรีบก้มมองตัวเองทันที... ผิวพรรณที่เคยหมองคล้ำจากการอดนอนกลับกลายเป็นผิวขาวเนียนละเอียดราวกับน้ำนม แม้จะเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือและรอยเปื้อนฝุ่น แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความ ‘นุ่มนวล’ ที่ไม่เคยมีมาก่อน [ยินดีด้วยโฮสต์! คุณได้เข้าสู่ร่างของ 'พิมมา' ทาสสาวผู้สวยที่สุดในพระนคร (เกรด SSS)] [เป้าหมายปัจจุบัน: เอาชีวิตรอดจากการถูกใส่ร้าย และอัปเกรดฐานะจากทาสสู่ยอดหญิง] เสียงสังเคราะห์ที่ดังขึ้นในหัวทำให้โบตั๋นแทบเสียสติ “ระบบ? ระบบจริงๆ เหรอเนี่ย!” “แม่พิมมาพูดกับใครเจ้าคะ? หรือว่าสมองจะกระทบกระเทือนไปแล้ว!” เด็กสาวนามว่า ‘อีจ้อย’ ร้องห่มร้องไห้ โบตั๋นยังไม่ทันได้อธิบายอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นบนเรือนไม้ ตามมาด้วยเสียงตวาดแหววของสตรีที่ฟังดูจองหองสุดขีด “อีพิมมา! มึงฟื้นแล้วก็ดี อีขโมย! กล้าดียังไงมาหยิบฉวยผ้าไหมลายอย่างของกูไปซ่อนไว้ในสำรับทาส!” ประตูห้องเก็บของเก่าๆ ถูกผลักออกอย่างแรง ปรากฏร่างของสตรีสูงวัยในชุดหรูหราที่จ้องมองมาด้วยสายตาอาฆาต โบตั๋น (ในร่างพิมมา) นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง... ในนิยายที่เธอเคยอ่าน ทาสพิมมาจะคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนจนโดนโบยซ้ำ แต่นี่ใคร? นี่คือ babybunny นะเจ้าคะ! [ระบบ: แจ้งเตือน! คุณมีสิทธิ์สุ่มไอเทมเริ่มต้น 1 ครั้ง เพื่อแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้า] [ต้องการสุ่มเลยหรือไม่?] ‘สุ่มสิรออะไรล่ะ!’ โบตั๋นตะโกนในใจ [ยินดีด้วย! คุณได้รับไอเทม: 'หยาดน้ำตานางเอก (Grade S)'] คุณสมบัติ: เมื่อร้องไห้ ความสวยจะเพิ่มขึ้น 300% และผู้ชายที่พบเห็นจะเกิดสภาวะ 'อยากปกป้อง' อย่างรุนแรง พิมมา (ชื่อใหม่ของโบตั๋น) ยิ้มกริ่มในใจ แผนการละครเริ่มขึ้นทันที เธอค่อยๆ เงยหน้าที่ดูบอบบางแต่แฝงความสง่าขึ้นมองคุณหญิงป้าคนนั้น น้ำตาเม็ดโตเริ่มคลอเบ้าอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพยายาม “คุณหญิงเจ้าคะ... พิมมามิได้ทำ...” เสียงของเธอนุ่มนวลและสั่นเครือจนอีจ้อยยังชะงัก ในขณะที่พิมมากำลังโชว์สกิลการละครระดับรางวัลออสการ์อยู่นั้น เธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินตามคุณหญิงมาติดๆ เขาอยู่ในชุดราชปะแตนสีขาวสะอาดตา ใบหน้าหล่อเหลาคมกริบราวกับรูปปั้น สายตาเย็นชาคู่นั้นจ้องมองมาที่เธออย่างค้นหา [ระบบ: ตรวจพบตัวละครระดับพรีเมียม – 'ขุนปรินทร์' (เป้าหมายหลัก)] [สถานะ: รวยมหาศาล / ฉลาดเป็นกรด / กำลังสงสัยในการละครของคุณ] ‘โอ้โห... หล่อกว่าที่บรรยายไว้ในหัวอีก!’ พิมมาอุทานในใจ ขณะที่ข้างนอกยังแสร้งสะอื้นไห้จนตัวโยน “คุณพี่ปรินทร์เจ้าคะ ดูมันสิเจ้าคะ ยังจะกล้ามาบีบน้ำตา!” คุณหญิงหันไปหาชายหนุ่ม ปรินทร์นิ่งเงียบ เขาเดินเข้ามาใกล้พิมมาที่นั่งกองอยู่บนพื้น กลิ่นหอมสะอาดของชายหนุ่มทำให้พิมมาแทบจะลืมบท แต่เธอก็ยังทำใจดีสู้เสือ ช้อนตาขึ้นมองเขาด้วยความเศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่ชีวิตนักเขียนจะจินตนาการได้ “ถ้าหากคุณท่านเห็นว่าพิมมาผิด... ก็ลงโทษพิมมาเถิดเจ้าค่ะ แต่อย่าได้ตราหน้าว่าพิมมาเป็นคนลืมพระคุณคนเลย...” เธอกล่าวจบก็ก้มหน้าลงซบแขนตัวเอง ร้องไห้กระซิกๆ อย่างน่าสงสารจนหัวใจคนดูแทบละลาย ขุนปรินทร์มองทาสสาวตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าในใจของเขากลับมีความรู้สึกบางอย่างแล่นพล่าน ทำไมทาสคนนี้... ถึงได้ดูมีจริตจะก้านแปลกๆ นัก? “หยุดร้องเสียเถิดแม่พิมมา” เสียงทุ้มต่ำของปรินทร์ดังขึ้น “ถ้าเจ้าบอกว่าไม่ได้ทำ... งั้นก็พิสูจน์ให้พี่เห็นสิ ว่าผ้าไหมผืนนั้นมันไปอยู่ในสำรับของเจ้าได้อย่างไร” พิมมาลอบยิ้มภายใต้ใบหน้าที่ซบแขนอยู่ เอาล่ะ... เริ่มต้นได้สวย! ภารกิจล่ารักท่านขุนรวยล้นฟ้าในฉบับแม่หญิงการละครได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว! ท่ามกลางสายตาเกลียดชังของคุณหญิงแข และสายตาฉงนสงสัยของพวกบ่าวไพร่ที่มุงดูอยู่รอบเรือนทาส โบตั๋น ในร่างของ พิมมา รู้ดีว่านี่คือวินาทีตัดสินชีวิต เธอจะยอมถูกโบยจนหลังลายเหมือนพิมมาคนเก่าไม่ได้เด็ดขาด! พิมมาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาขัดแตะกระทบลงบนใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา ดวงตากลมโตที่สั่นระริกนั้นดูราวกับกวางตัวน้อยที่กำลังหลงทาง ปากอิ่มสีระเรื่อเม้มเข้าหากันน้อยๆ ราวกับจะสะกดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจ ‘ระบบ! สแตนด์บาย [หยาดน้ำตานางเอก] ทำงานเต็มพิกัดเลยนะ!’ เธอสั่งการในใจ [ระบบ: รับทราบ! ขณะนี้ความสวยของคุณเพิ่มขึ้นเป็น 350% (Bonus: แสงนวลใต้ออร่าทำงานอัตโนมัติ)] ในสายตาของ ขุนปรินทร์ ภาพทาสสาวที่นั่งกองอยู่บนพื้นไม้เก่าๆ กลับดูงดงามราวกับภาพวาดมณีล้ำค่าที่วางผิดที่ผิดทาง ผิวพรรณของเธอผุดผ่องจนน่าประหลาดใจสำหรับคนที่เป็นเพียงทาสท้ายครัว และน้ำตาใสๆ ที่ร่วงหล่นลงบนแก้มนวลนั้น... มันทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาของเขากระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “คุณพี่ปรินทร์เจ้าคะ! อย่าไปหลงกลมันนะเจ้าคะ อีพิมมามันนางมโนราห์กลับชาติมาเกิดชัดๆ!” คุณหญิงแขตวาดแหววพลางจะถันเข้าไปกระชากผมพิมมา “หยุดเถิดคุณหญิงป้า” เสียงของปรินทร์เข้มขึ้นจนทุกคนในที่นั้นเสียวสันหลัง “หากจะลงโทษคนโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน เห็นทีจะเสียการปกครองในเรือนเปล่าๆ” เขาก้าวเท้าเข้ามาหยุดตรงหน้าพิมมา ระยะห่างที่ใกล้กันเพียงคืบทำให้เธอได้กลิ่นกฤษณาจางๆ จากตัวเขา พิมมาแสร้งทำเป็นตัวสั่นเทาแล้วค่อยๆ คลานเข้าไปใกล้ปลายเท้าของชายหนุ่ม มือเรียวบางสั่นระริกยื่นไปแตะเบาๆ ที่ชายผ้าม่วงของเขา “คุณท่านเจ้าคะ... พิมมาเป็นเพียงทาสตัวเล็กๆ จะกล้าดีอย่างไรไปขโมยของมีค่าของคุณหญิง หากพิมมาทำจริง ขอให้ฟ้าผ่าพิมมาเสียเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ!” (พิมมาในใจ: สาบานไปงั้นแหละจ้า ฟ้าไม่ผ่าหรอก เพราะโบตั๋นคนนี้ทะลุสายฟ้ามาแล้ว!) “เจ้าบอกว่าไม่ได้ทำ... แล้วเหตุใดผ้าไหมลายอย่างถึงไปอยู่ในสำรับของเจ้าได้?” ปรินทร์ก้มลงมอง กลิ่นอายความกดดันจากชายหนุ่มผู้เป็นใหญ่ทำให้พิมมาต้องงัดมารยาเล่มที่ 101 ออกมาใช้ เธอช้อนสายตาขึ้นสบตาเขาตรงๆ น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งลงมาตามพวงแก้มในจังหวะที่เป๊ะที่สุด “พิมมาถูกคนใจร้ายแกล้งเจ้าค่ะ... มีคนแอบเอามาใส่ไว้ตอนพิมมาไปตักน้ำที่ท่าน้ำ พิมมาสาบานได้ว่าตอนพิมมาไม่อยู่ มีคนเดินเข้าออกห้องพักพิมมาหลายคนนัก...” พิมมาปรายตาไปทาง ‘อีอึ่ง’ ทาสรับใช้คนสนิทของคุณหญิงแขที่ยืนหน้าซีดอยู่ไม่ไกล สายตาของพิมมาเปลี่ยนจากเศร้าสร้อยเป็นคมกริบเพียงวูบเดียวจนอีอึ่งสะดุ้ง “แม่พิมมา... เจ้ากำลังจะบอกว่ามีคน ‘ป้ายความผิด’ ให้เจ้าอย่างนั้นหรือ?” ปรินทร์ถามเลียบเคียง มุมปากของเขาหยักขึ้นน้อยๆ ราวกับเริ่มจะเห็นเค้าลางความสนุก “พิมมามิกล้ากล่าวโทษใครเจ้าค่ะ... พิมมาแค่เสียใจ ที่คุณหญิงป้าไม่เชื่อใจพิมมา ทั้งที่พิมมารับใช้มานาน...” เธอสะอื้นฮักพลางทำท่าจะโผเข้าหาหน้าขาของปรินทร์ตามสัญชาตญาณนางเอกมังฮวา แต่แล้วก็ชะงักไว้แบบพองาม [ระบบ: ภารกิจย่อยสำเร็จ! คุณได้รับค่า ‘ความสนใจ’ จากขุนปรินทร์ +20 แต้ม] [ระบบ: มอบไอเทมรางวัล [กลิ่นกายหอมหมื่นลี้] – ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ใกล้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม] กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ไม่มีในพระนครลอยฟุ้งออกมาจากตัวพิมมาทันที ขุนปรินทร์ที่ยืนใกล้ที่สุดถึงกับนิ่งไป กลิ่นนี้มันไม่ใช่กลิ่นอบร่ำทั่วไป แต่มันสดชื่นและเย้ายวนจนเขาต้องก้มลงไปหาที่มาของกลิ่นนั้นใกล้ขึ้น “เจ้าชื่อพิมมาใช่ไหม?” เขาถามด้วยเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าค่ะ... คุณท่าน” “ดี... ในเมื่อเรื่องยังไม่กระจ่าง พี่จะรับเจ้าไปอยู่ที่เรือนใหญ่ชั่วคราว เพื่อให้เจ้าพิสูจน์ความจริงต่อหน้าพี่ หากเจ้าไม่ได้ทำ พี่จะให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าเอง” คำประกาศของปรินทร์ทำให้ทั้งเรือนเงียบกริบ คุณหญิงแขอ้าปากค้าง ส่วนพิมมานั้นแอบยิ้มกริ่มจนแก้มตุ่ย ‘ไปอยู่เรือนใหญ่? หวานหมูโบตั๋นล่ะสิ! งานนี้ไม่ได้แค่ล้างมลทินนะจ๊ะ แต่จะล้างกระเป๋าคุณพี่ปรินทร์มาเปย์พิมมาด้วย!’ “แต่คุณพี่ปรินทร์เจ้าคะ! มันเป็นทาสนะเจ้าคะ!” คุณหญิงแขประท้วง “ทาสที่สวยและมีกลิ่นตัวหอมแบบนี้... ไม่น่าจะใช่หัวขโมยนะคุณหญิงป้า” ปรินทร์พูดทิ้งท้ายพลางมองมาที่พิมมาด้วยสายตาที่มีเล่ห์เหลี่ยมไม่แพ้กัน “ไปเสียสิแม่พิมมา... ไปรอพี่ที่เรือนใหญ่ อย่าให้พี่ต้องรอนาน” พิมมาก้มลงกราบแทบเท้าเขาด้วยจริตที่งดงามที่สุดในชีวิต “เจ้าค่ะ... คุณพี่... เอ๊ย คุณท่าน” การละครครั้งแรกผ่านไปอย่างงดงาม! พิมมาในร่างโบตั๋นรู้แล้วว่า โลกนี้ไม่ได้ยากเกินมือเธอ ตราบใดที่มีความสวยระดับ SSS และระบบที่พร้อมเปย์แบบนี้!แสงรุ่งอรุณที่ฉาบขอบฟ้ากรุงเทพมหานครในเช้านี้กลับมีสีม่วงประหลาด ราวกับท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีของบั๊ก (Bug) ในระบบ โบตั๋น ตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของ ปรินทร์ เป็นครั้งสุดท้าย เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่บนผิวหนัง สัมผัสจากเมื่อคืนยังคงตราตรึง แต่ความจริงที่รออยู่เบื้องหน้าคือภารกิจที่อาจไม่มีวันได้กลับมา “ถึงเวลาแล้วค่ะพี่ปรินทร์” โบตั๋นเอ่ยเสียงเรียบแต่เด็ดเดี่ยว เธอลุกขึ้นสวมเสื้อแจ็คเก็ตตัวเก่ง กระชับเป้โน้ตบุ๊กที่มี "ไวรัสลบตัวตน" ที่เขียนเสร็จสมบูรณ์เมื่อคืน ปรินทร์ลุกขึ้นยืน ร่างกายของเขาวันนี้ดูสง่างามอย่างประหลาด ดาบนิรันดร์แห่งโบตั๋นที่สะพายอยู่บนหลังเปล่งแสงสีเงินนวลตา เขาหยิบผ้าแพรสีชมพูอ่อนที่โบตั๋นเคยใช้ผูกผมมาผูกไว้ที่ข้อมือ “พิมมา... หากวันนี้ข้าต้องกลายเป็นเพียงเศษรหัสที่ล่องลอยในอากาศ ขอให้เจ้าจงรู้ไว้ว่า ลมทุกสายที่พัดผ่านใบหน้าเจ้า คือลมหายใจของพี่ที่คอยปกป้องเจ้าตลอดไป” ฝ่าพายุพิกเซล: เส้นทางสู่ศาลาว่าการ ทั้งคู่ก้าวออกจากที่ซ่อนมุ่งหน้าสู่เสาชิงช้าและศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ทันทีที่เท้าเหยียบลงบนลานคนเมือง ความเงียบงัดที่น่าขนลุกก็ถูกทำลายลงด้วยเสี
ท่ามกลางเสียงสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาในเขตพระนคร โบตั๋น และ ปรินทร์ เร่งฝีเท้าผ่านอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อมต่อมาจากย่านบ้านหม้อ จนมาโผล่ที่ห้องพักลับชั้นดาดฟ้าของอาคารไม้เก่าแก่แห่งหนึ่งแถวเสาชิงช้า ที่นี่เป็นที่พักที่โบตั๋นเคยใช้เป็นรังเขียนนิยายในยุคที่เธอยังไม่โด่งดัง มันถูกตัดขาดจากสัญญาณเครือข่ายอัจฉริยะทั้งหมด จึงเป็นพื้นที่เดียวที่ The Master ยังมองไม่เห็น เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องพักที่เต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ โบตั๋นก็แทบจะทรุดตัวลงด้วยความเหนื่อยล้า เธอรีบล็อกประตูและวางเป้โน้ตบุ๊กลงอย่างรวดเร็ว “เราปลอดภัยแล้วค่ะพี่ปรินทร์... อย่างน้อยก็ในคืนนี้” โบตั๋นเอ่ยพลางหันไปมองคนข้างกาย ปรินทร์ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างกายพิกเซลของเขากะพริบถี่ๆ เป็นจังหวะที่น่าใจหาย ดาบ "นิรันดร์แห่งโบตั๋น" ที่เขาสะพายไว้ข้างหลังกำลังแผ่คลื่นความร้อนเจือกลิ่นไหม้ของวงจรไฟฟ้าออกมาเป็นระยะ “พิมมา... ร่างกายของพี่มัน...” ปรินทร์พึมพำ นัยน์ตาสีทองฉายแววหวั่นใจ โบตั๋นรีบเดินเข้าไปประคองเขา “พี่ฝืนใช้พลังมากเกินไปค่ะ การหลอมดาบเล่มนั้นมันกัดกินรหัสพื้นฐานของพี่ไปเกือบครึ่ง... มาเถอะค่ะ ใ
แท็กซี่ไฟฟ้าไร้คนขับแล่นผ่านถนนราชดำเนินที่ประดับประดาด้วยไฟระยิบระยับ แม้จะเป็นช่วงสายของวันแต่มหานครกรุงเทพฯ กลับดูอึมครึมผิดปกติ ท้องฟ้าเหนือพระนครดูเหมือนจะถูกปกคลุมด้วยม่านพิกเซลจางๆ ที่มีเพียง ปรินทร์ และ โบตั๋น เท่านั้นที่มองเห็น มันคือ "Firewall" ขนาดยักษ์ที่ The Master กางครอบคลุมเขตพระนครเพื่อดักจับการเคลื่อนไหวของทุกอณูรหัส “พิมมา... อากาศที่นี่เริ่มมีรสโลหะ” ปรินทร์เอ่ยเสียงเครียด นัยน์ตาสีทองกะพริบถี่เป็นจังหวะเตือนภัย “มันกำลังบีบอัดพื้นที่ (Data Compression) หากเราช้ากว่านี้ เราจะถูกขังอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก” “อีกนิดเดียวค่ะพี่ปรินทร์” โบตั๋นรัวนิ้วลงบนโน้ตบุ๊กเพื่อเปลี่ยนเส้นทางเดินรถแท็กซี่ให้ซิกแซกไปตามตรอกซอกซอยเพื่อสลบการตามล่าของโดรนตรวจการ “เรากำลังจะเข้าสู่ ‘บ้านหม้อ’ เขตที่รหัสของ The Master เข้าไปไม่ถึง... เพราะที่นั่นคืออาณาจักรของอนาล็อก!” อาณาจักรแห่งแผงวงจรและเสียงเพลงเก่า รถแท็กซี่จอดลงที่ริมคลองหลอด ทั้งคู่ก้าวลงจากรถและแทรกตัวเข้าไปในฝูงชนย่านบ้านหม้อ ที่นี่คือโลกที่กาลเวลาหยุดนิ่ง แผงขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เก่าๆ ลำโพงขนาดมหึมา และกองแผง
แสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามรุ่งสางเริ่มปรากฏสู่สายตาผ่านหน้าต่างรถไฟที่ข้ามผ่านเขตดอนเมืองมุ่งหน้าสู่บางซื่อ โบตั๋น ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดขมับเล็กน้อยจากการใช้สมาธิอย่างหนักเมื่อคืน เธอรีบเช็กหน้าจอสมาร์ทโฟนและพบว่าสถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม คลิปวิดีโอของคุณพี่ปรินทร์ที่รักษะวารินมียอดวิวกว่า ๕๐ ล้านครั้งไปแล้ว และมีข่าวลือสะพัดว่า "เทพเจ้าดิจิทัล" กำลังเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยรถไฟขบวนนี้! “พี่ปรินทร์คะ... ดูเหมือนว่า The Master จะจงใจปล่อยข้อมูลให้คนแห่มารับเรานะคะ” โบตั๋นเอ่ยเสียงเครียด พลางมองดูฝูงโดรนนิรนามที่เริ่มบินขนาบข้างขบวนรถไฟ ปรินทร์ ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง นัยน์ตาสีทองกะพริบเป็นจังหวะวิเคราะห์ข้อมูลรอบข้าง “มันต้องการใช้ ‘มวลชน’ เป็นโล่มนุษย์พิมมา หากพี่สำแดงฤทธิ์เดชเพื่อป้องกันตัวท่ามกลางคนหมู่มาก พี่อาจจะกลายเป็นปีศาจในสายตาพวกเขา แตหากพี่มิจำแลงกาย พี่ก็จักถูกจับกุมโดยสมุนของมัน” “เราต้องชิงลงมือก่อนค่ะ!” โบตั๋นรีบเปิดโน้ตบุ๊ก “โบตั๋นจะสร้างสัญญาณรบกวน (Signal Jammer) ให้รัศมีรอบตัวพี่กลายเป็น ‘จุดบอด’ ของกล้องทุกชนิด แต่พี่ต้องสัญญานะคะว่าห้ามใช้พ
บรรยากาศที่สถานีรถไฟชุมพรยามดึกสงัดนั้นเงียบเชียบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรตามพงหญ้าข้างทางรถไฟ โบตั๋น ตัดสินใจละทิ้งรถ SUV คู่ใจไว้ที่ระนองและจ้างคนขับรถท้องถิ่นให้ขับมาส่งที่นี่ เพราะเธอรู้ดีว่า The Master กำลังดักจับสัญญาณ GPS ของรถทุกคันที่มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ การเดินทางด้วย "รถไฟนอน" จึงเป็น
ควันสีขาวจางๆ จากบ่อน้ำร้อนรักษะวารินค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความทรงจำอันพร่าเลือนของเหล่านักท่องเที่ยวที่เดินงงงวยราวกับเพิ่งตื่นจากฝันกลางวัน โบตั๋น ประคอง ปรินทร์ มาที่รถ SUV สีดำอย่างระมัดระวัง แม้บาดแผลทางกายของเขาจะสมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยรหัสซ่อมแซม แต่แววตาของเขากลับดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
ความเงียบสงัดของป่าโกงกางเริ่มถูกแทนที่ด้วยเสียงขับขานของนกป่าที่ออกหากินยามเช้าตรู่ แสงสีทองอ่อนๆ เริ่มแตะขอบฟ้าทางทิศตะวันออก สาดส่องผ่านกระจกหน้ารถ SUV ที่บัดนี้เครื่องยนต์กลับมาเดินเรียบอีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ โบตั๋น ค่อยๆ ผ่อนคันเร่ง ขับรถผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยวกลับเข้าสู่ตัวเมืองระนอง โดยมี ป
เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังซัดซ่าสม่ำเสมอ ลมทะเลหอบเอาความเค็มและกลิ่นอายของมหาสมุทรอินเดียมาปะทะใบหน้า รถ SUV สีดำของโบตั๋นค่อยๆ ชะลอตัวลงและจอดนิ่งสนิทริม "หาดประพาส" ชายหาดที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและทิวสนที่เรียงรายสวยงามของเมืองระนอง ปรินทร์ ก้าวเท้าลงจากรถด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจ เขามองไปที่





