Share

บทที่ 2

Auteur: มังกรเร้นรุ้งยาว
ดวงตาอันเย็นชาของเหยียนจี๋สือเงยขึ้น

ซูจือจือหรี่ตาลง ยืนขวางหน้าเขา

“เหยียนจี๋สือ ความกล้าของเจ้านับวันยิ่งมากขึ้นแล้วจริง ๆ กล้าพาใครก็ไม่รู้เข้ามาในห้องของข้า”

อาจเป็นเพราะตัวเขาเป็นผู้มีตำแหน่งสูงส่ง ดังนั้นจึงไม่กลัวว่าซูจือจือจะบังเอิญมาเห็นอันใด

เหยียนจี๋สือส่งสัญญาณให้องครักษ์เงากลับไป ส่วนตนเองเอียงตัวถอยหลัง เว้นระยะห่างของทั้งสอง

“คุณหนูใหญ่มาหาข้ามีเรื่องอันใด?”

ดวงตาของซูจือจือแดงก่ำ

ทุกครั้งหลังเสร็จกิจเขาก็เป็นเช่นนี้ตลอด แทบอยากตัดเส้นแบ่งเขตกับตนเองทันที

หากคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นซูฉางเล่อ เขาจะเย็นชาเฉกเช่นนี้หรือไม่?

ซูจือจือไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ซูฉางเล่อวางยาอันใดให้เขากันแน่

ใบหน้าจืดชืด นอกจากแสร้งทำตัวบริสุทธิ์ผุดผ่องแล้ว นางจะมีอันใดมาเทียบกับตนเองได้เล่า?

แต่เหยียนจี๋สือกลับถูกนางทำให้หลงใหลจนหัวหมุน หลงใหลถึงขั้นอยู่บนเตียงของตนยังต้องเรียกชื่อนาง

วินาทีนี้ซูจือจือตระหนักรู้ได้อย่างแท้จริงแล้ว

นางเป็นถึงสตรีงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ต้องการสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น ใยต้องก้มหัวให้กับคนรักด้วย

นับจากวันนี้เป็นต้นไป ซูจือจือจะใช้ชีวิตของตัวเอง

“วันพรุ่งองค์หญิงมีงานเลี้ยง เจ้าไปกับข้า”

สีหน้าซูจือจือเต็มไปด้วยความเย็นชา

เหยียนจี๋สือขมวดคิ้วเล็กน้อย “วันพรุ่งข้ารับปากคุณหนูรองเอาไว้แล้วว่าจะช่วยเอาชาดทาปากไปให้......”

“นางก็ไปด้วย” ซูจือจือพูดตัดบทเขาโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมามองเลย

เหยียนจี๋สือชะงักงันเล็กน้อย สุดท้ายก็ยอมจำนน

“ตกลง ข้ารับปากเจ้า”

หัวใจซูจือจือรู้สึกอ้างว้าง

เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ด้วย แค่พูดถึงซูฉางเล่อ เขาก็ยอมได้ทุกอย่าง

แต่เหยียนจี๋สือก็ไม่จำเป็นต้องร้อนใจไปก็ได้

อีกไม่นานตนเองจะทำให้เขาได้สมความปรารถนาแล้ว

เช้าวันต่อมา ซูจือจือเพิ่งออกจากเรือนก็เห็นเหยียนจี๋สือรออยู่ข้างรถม้าแล้ว

เขาสวมอาภรณ์คลุมยาวพญางูแขนแคบสีดำ ปากแขนเสื้อปักลวดลายเมฆมงคลด้ายทอง ยืนอยู่บนพื้นหิมะอันหนาวเหน็บ รูปร่างหน้าตาเรียบร้อย สง่างามยิ่งนัก

หากเป็นเมื่อก่อนนางคงออดอ้อนทำตัวน่ารัก พยายามใช้ทุกวิถีทางยั่วเย้าเขาไปแล้ว

ทว่าตอนนี้ซูจือจือไม่แม้แต่จะชายตามอง เดินผ่านเขาไป ราวกับว่าเหยียนจี๋สือเป็นคนที่ไม่สำคัญเลยก็มิปาน

เหยียนจี๋สือรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย จึงมองไปที่นาง

วันนี้เป็นงานเลี้ยงยามราตรีขององค์หญิง บุตรสาวขุนนางและผู้สูงศักดิ์จำนวนมากไปร่วมงานเลี้ยงด้วย บนถนนเส้นทางในวังจึงเต็มไปด้วยรถม้า

ซูจือจือเพิ่งออกจากบ้านก็เห็นซูฉางเล่อยืนอยู่ที่ประตู

นางสวมอาภรณ์ปักลายสีขาวลากพื้นขอบกระโปรงปักลายดอกบัว ใบหน้างดงามดั่งหยก กำลังพูดคุยยิ้มแย้มอยู่กับเหล่าคุณหนูที่อยู่รอบ ๆ ท่าทางบริสุทธิ์ไร้พิษภัย

ซูจือจือรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าสายตาของเหยียนจี๋สือที่อยู่ข้าง ๆ ถูกซูฉางเล่อดึงดูดไปหมดแล้ว

“พี่หญิงใหญ่ ในที่สุดท่านก็ออกมาแล้ว!”

ซูฉางเล่อเห็นพวกเขาก็รีบก้าวเท้าเล็ก ๆ วิ่งเหยาะมาหา จะเอื้อมมือเกี่ยวแขนซูจือจืออย่างสนิทสนม

ซูจือจือกลับจ้องหน้านางอย่างเขม็ง กล่าวเสียงแข็งและเย็นชาว่า

“อยู่ห่าง ๆ ข้าหน่อย”

ซูฉางเล่อเหมือนได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างมาก น้ำตาคลอเบ้า มองไปที่เหยียนจี๋สือพลางกล่าว

“พี่ใหญ่เหยียน ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายนะเจ้าคะ ท่านพ่อแค่อยากให้ข้าเข้าหาพี่หญิงให้มากหน่อยก็เท่านั้น......”

ทันใดนั้นสายตาที่เหยียนจี๋สือมองไปที่ซูจือจือก็เย็นยะเยือกราวกับธารน้ำแข็ง

ซูฉางเล่อจึงอาศัยจังหวะนี้เกี่ยวแขนเหยียนจี๋สือ กล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “พี่ใหญ่เหยียน ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ท่านช่วยเอาชาดทาปากเอาเครื่องประทินเส้นผมมาให้ข้า ข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไรดีแล้วเจ้าค่ะ”

สายตาของเหยียนจี๋สือพลันอ่อนโยนลงทันที “คุณหนูรองเกรงใจเกินไปแล้ว แค่เรื่องเล็กน้อยเอง”

เรื่องเล็กน้อยหรือ?

ซูจือจือยิ้มเย้ยหยัน วิ่งฝ่าฝนไปทั่วทั้งเมืองหลวงเรียกว่าเรื่องเล็กน้อยอย่างนั้นหรือ?

นางจ้องแขนของทั้งสองที่กำลังเกี่ยวพันกันอยู่ สีหน้าทวีความเย็นชาขึ้น

“ซูฉางเล่อ ตอนนี้เหยียนจี๋สือยังเป็นชายบำเรอของข้า อยากได้ผู้ชายก็ไปหาเองสิ อย่าได้เอาเล่ห์เหลี่ยมยั่วยวนคนอื่นของแม่เจ้ามาใช้!”

สีหน้าของซูฉางเล่อเปลี่ยนไปทันที สายตาของเหยียนจี๋สือก็พลันเปลี่ยนเย็นชายิ่งกว่าเดิมด้วย

ในตอนนี้เองคนบังคับรถม้าก็เอ่ยปากพูดแทรกทั้งสามคนขึ้น

“คุณหนูใหญ่ ใกล้ถึงเวลาแล้ว เชิญขึ้นรถม้าขอรับ”

ซูจือจือก็คร้านจะสนใจซูฉางเล่อแล้วเหมือนกัน ยกเท้าจะก้าวขึ้นรถม้า

ซูฉางเล่อกลับเร็วกว่านางก้าวหนึ่ง

“ไอหยา ต้องขอโทษพี่หญิงจริง ๆ เจ้าค่ะ ข้าชอบรถม้าคันนี้เข้าแล้ว ท่านไปนั่งรถม้าของสาวใช้คันหลังเถอะเจ้าค่ะ”

“ถึงอย่างไรท่านพ่อก็รักข้าที่สุุด ข้าอยากได้สิ่งใด ท่านพ่อก็ตอบตกลง พี่หญิงใหญ่คงไม่อยากทำให้ท่านพ่อไม่สบายใจหรอกกระมัง?”

ซูจือจือยิ้มเย้ยหยัน นั่นหน่ะสิ

เมื่อก่อนหากพวกนางทั้งสองชอบสิ่งใดที่เหมือนกัน ท่านพ่อก็จะสั่งให้นางยอมให้ซูฉางเล่อทุกครั้ง

ทว่าวันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

ซูจือจือกล่าวอย่างเย็นชา “ลงไป”

ซูฉางเล่อตกใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังกัดฟันกล่าวว่า “ไม่ลง!”

ภายใต้สถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน

บริเวณรอบห้อมล้อมไปด้วยคุณหนูจากจวนต่าง ๆ พากันกระซิบกระซาบข้างหูมองมาที่ความวุ่นวายนี้

สีหน้าของซูฉางเล่ออับอายเล็กน้อย “พี่หญิงใหญ่ ท่านจะให้ข้าเรียกท่านพ่อออกมาจริง ๆ ใช่หรือไม่ท่านถึงจะยอมหยุด ท่านไม่กลัวอับอายขายหน้าผู้คนหรอกหรือ?”

ริมฝีปากแดงของซูจือจือยกยิ้มขึ้น “เจ้ารีบไปเรียกสิ เกรงว่าครั้งนี้เขาจะไม่ออกมา”

สีหน้าซูฉางเล่อซีดขาวเขียวคล้ำสลับกันไปมา เสียงหัวเราะเยาะของทุกคนที่อยู่บริเวณรอบยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ

นางรีบใช้สาวใช้ข้างกาย “รีบไปเชิญท่านพ่อมาเดี๋ยวนี้”

สาวใช้รีบวิ่งเข้าไปในจวน แต่ไม่นานนักนางก็วิ่งออกมาอย่างหน้านิ่วคิ้วขมวด กระซิบบางอย่างข้างหูซูฉางเล่อ

สีหน้าซูฉางเล่อพลันย่ำแย่อย่างไร้ที่เปรียบ เห็นชัดว่าบิดาซูปฏิเสธนาง

ซูจือจือยกยิ้มมุมปาก ย่างเท้าก้าวขึ้นรถม้า

ท่านพ่อของนางปฏิเสธก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะพระเก้าพันปีคือผู้ที่เขาไม่อาจล่วงเกินได้

ตอนนี้ซูจือจือเป็นว่าที่ภรรยาของพระเก้าพันปี บิดาซูย่อมไม่ปฏิบัติกับนางเหมือนเมื่อก่อนอยู่แล้ว

ในขณะที่ซูฉางเล่อกำลังอับอายที่สุด ขบวนเกี้ยวอันหรูหรามีม้าพ่วงสิบแปดตัวตกแต่งด้วยทองคำ ประดับด้วยหยกก็ปรากฏขึ้น คนบังคับรถม้าด้านหน้าตะโกนเสียงดังก้องว่า

“เชิญคุณหนูรองซูขึ้นเกี้ยวขอรับ!”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 20

    เช้าวันสุดท้าย พาซูจือจือออกนอกเมือง มาถึงศาลเยว่เหล่าใกล้หน้าผา“ตามตำนาน ใครก็ตามที่ทำสัญญาแต่งงานที่ศาลเยว่เหล่า จะอยู่ด้วยกันชั่วชีวิต……”เขามองซูจือจือด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ซูจือจือเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขาก็มิปาน“เหยียนจี๋สือ เจ้าบอกว่าครบสามวัน เจ้าจะปล่อยข้าไป”“ข้าก็พูดเช่นนั้นจริง” ดวงตาของมืดลง จ้องตรงไปที่นาง “แต่วันนี้ ตรงนี้ ข้าอยากให้เจ้าตัดสินใจเลือกเป็นครั้งสุดท้าย ข้ากับอินเฉิงอวี้…”“ข้าเลือกอินเฉิงอวี้” ซูจือจือพูดขัดคำพูดของเขาโดยตรงตั้งแต่วินาทีที่เหยียนจี๋สือทำร้ายตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะซูฉางเล่อ นางก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่หันกลับไปอีกร่างของเหยียนจี๋สือสั่นสะท้าน หัวใจราวกับถูกมีดคมแทงอย่างแรง เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ไปยืนตรงขอบหน้าผา!ใต้เท้าของเขาคือเหวลึกหมื่นจั้ง แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง“จือจือ มีเขา ก็ไม่มีข้า”ความหมายของเขาชัดเจนมาก ซูจือจือต้องเลือกเขา หากจากเขาไป สิ่งที่รออยู่ใต้เท้าของเขาก็คือเหวลึกไร้ก้นบึ้ง!สีหน้าของซูจือจือเปลี่ยนไปฉับพลัน “เหยียนจี๋สือ เจ้ากำลังใช้ชีวิตของตัวเองมาข่มขู่ข้

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 19

    เหยียนจี๋สือจมดิ่งเข้าสู่ความฝันเวลาย้อนกลับไปสามปีก่อน เขาบาดเจ็บสาหัสและร่วงตกจากหลังม้ามีหญิงสาวผู้สวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบหรู ปักปิ่นหยกกวนอิมบนศีรษะ เห็นเขาก็ตกใจร้องออกมา“เจ้าบาดเจ็บหรือ?”ต่อมา นางยกปลายเท้าเบา ๆ คล้ายกวางน้อยแสนคล่องตัว กระโดดลงจากรถม้ามาเพื่อทำแผลให้เขานางขมวดคิ้วสวยอย่างระมัดระวัง ทายาให้เขาทีละขั้นตอน ก่อนจะเป่าให้เบา ๆ“เจ้าประมาทเช่นนี้ได้อย่างไร แต่ก็ถือว่าเจ้าดวงดี ยาหยกดำของข้าดีที่สุดแล้วนะ!”ในความฝัน เขาได้มองเห็นใบหน้าของซูจือจืออย่างชัดเจนนั่นคือใบหน้าที่สดใส เปล่งประกาย และเต็มไปด้วยพลังชีวิตเหยียนจี๋สือใช้แรงทั้งหมดดึงนางไว้แล้วพูดว่า “แม่นาง ข้ารักเจ้าตั้งแต่แรกเห็น ข้าอยากสู่ขอเจ้าแต่งงาน……”ขอแต่งงานอย่างนั้นหรือ?ซูจือจือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หูแดงระเรื่อ ทำเป็นหยิ่งกล่าวว่า“ขะ ข้าหน่ะ มีคนมาชอบเยอะนะ เจ้าคิดว่าจะแต่งกับข้าได้ง่าย ๆ หรือไง?”เหยียนจี๋สือมองนางด้วยสายตาแหลมคม ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่เคยมีมาก่อน“ข้ารู้ว่ามีคนชอบเจ้าเยอะ แต่ข้าจะเป็นคนที่จริงใจที่สุดผู้นั้น”“จริงหรือ?”“สวรรค์เป็นพยาน ตะวันจันทราก็เ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 18

    หัวใจของเหยียนจี๋สือหดรัดลงอย่างกะทันหัน กอดซูจือจือไว้แน่น พูดกับตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวว่า“ไม่ เราต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แน่!”ซูจือจือกลับหัวเราะขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อย่างนั้นหรือ?บาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางบอบช้ำจนแทบแหลกสลายกระจกที่แตกร้าวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไรกัน?นางสะบัดเหยียนจี๋สือออก เดินกลับห้องโดยไม่หันหลังมามองเลยแต่ไม่นานนักเหยียนจี๋สือก็เคาะประตูเดินตามเข้ามาเขาหอบผ้าไหมสีอ่อนเรียบหรูมาหลายพับ แขนเสื้อถูกพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามแขนที่ได้รูป ผ้าไหมเหล่านั้นพลิ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย นุ่มนวลและเปล่งประกาย เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งซูจือจือเลิกคิ้วพลางถาม “เตรียมให้ข้าหรือ?”“อืม ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะชอบ” แววตาเหยียนจี๋สือเปล่งประกายเล็กน้อยซูจือจือกล่าวเย้ยหยันว่า “ผิดแล้วหล่ะ คนที่ชอบสีเช่นนี้คือซูฉางเล่อต่างหาก”เหยียนจี๋สือตัวแข็งทื่อเล็กน้อย เจ็บปวดหัวใจจี๊ด “จือจือ ขอร้องเจ้าอย่าได้เอ่ยถึงนางอีก ในใจข้ามีเพียงเจ้าแค่คนเดียว……”ซูจือจือกลับจงใจพูดแทงใจเขา“ทำไมล่ะ กลัวข้าเอ่ย

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 17

    ทำให้สมความปรารถนาหนึ่งประการอย่างนั้นหรือผู้คนพากันแตกตื่นในทันที ต้องรู้ไว้เลยว่าเหยียนจี๋สือนั้นเป็นถึงอ๋อง คำมั่นของอ๋องหนึ่งคำ มีน้ำหนักยิ่งนัก!มือขาวผ่องของซูจือจือกำอาภรณ์เจ้าสาวแน่น นางตระหนักดีว่าคำพูดนั้นของเหยียนจี๋สือมีน้ำหนักมากคำสัญญาของผู้เป็นอ๋อง อินเฉิงอวี้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธในขณะที่นางคิดว่าอินเฉิงอวี้ก็จะทอดทิ้งนางเหมือนกับคนอื่นนั้นเองจู่ ๆ อินเฉิงอวี้ก็ยิ้มอย่างเย้ยหยัน “จิ้นอ๋องดูถูกข้าน้อยเกินไปแล้ว”เขาเดินไปข้างกายซูจือจือ จับมือนางแน่น“จือจือเป็นภรรยาของข้าน้อยอินเฉิงอวี้ ไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบมาแลกเปลี่ยนได้ตามใจ จิ้นอ๋องโปรดสำรวมตนด้วย”เหยียนจี๋สือจะปล่อยโทสะออกมา ทว่าสถานะของอินเฉิงอวี้ผู้นี้ไม่ธรรมดาเขาเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาท อำนาจครอบงำไปทั่วทั้งราชสำนักตลอดสามปีที่ตนเองยกทัพออกรบ เขากลับยิ่งกุมอำนาจขุนนางส่วนใหญ่ไว้ในมือ ตอนนี้จะกล่าวว่าเขาอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้เพียงองค์เดียว อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น ก็ไม่เกินจริงเลยโดยเฉพาะกองทหารม้าเหล็กที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเขา ฆ่าหมดไม่สนผู้ใด แม้แต่ทหารรักษาพระองค์ก็ต้องเกรงใจเ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 16

    ทุกคนต่างตกตะลึง และพากันหันไปมองยังเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นผู้ที่ย่างกรายมาผู้นี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนสีไปทันที“จิ้นอ๋อง เขามาที่นี่ได้อย่างไร?”“นั่นหน่ะสิ แล้วเมื่อครู่เขาพูดอันใดกัน จือจือ อย่าตอบตกลง หรือว่า……”คนด้านล่างมองไปยังสามคนนั้นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยทันทีซูจือจือได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ร่างกายแข็งทื่อ และค่อย ๆ หันไปเหยียนจี๋สือ……เขาจะทำอันใดกันแน่ เขาก็สมดั่งปรารถนาแล้วมิใช่หรือ?ดวงตาเหยียนจี๋สือเต็มไปด้วยเส้นเลือด ข้อนิ้วเกร็งจนเห็นเป็นสันขาว ราวกับกำลังควบคุมอันใดบางอย่างอยู่“จือจือ อย่าแต่งกับเขา” พอเขาเอ่ยปากพูด น้ำเสียงก็แหบแห้งมากซูจือจือรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว นางมองชายตรงหน้า คนที่เคยแนบชิดกับนาง คนที่นางเคยรักจริงจัง และคนที่เคยทำร้ายนางอย่างรุนแรง ปลายนิ้วของนางสั่นไหวขึ้น“เจ้ามาทำอันใด ข้าทำให้เจ้าสมความปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือ?”ประโยคสุดท้าย เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหัวใจของเหยียนจี๋สือเหมือนถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นบีบแน่นจนแทบขาดใจ“ไม่ ความปรารถนาของข้าไม่เคยเป็นซูฉางเล่อเลย เมื่อสามปีก่อน ข้าตกม้าจนบาดเจ็บสาหัส เจ้าเป็น

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 15

    จวนสกุลอินซูจือจือสวมชุดมงคลสีแดงสด ศีรษะประดับปิ่นปักผมเฟิ่งหวงเก้าหัว นั่งอย่างสง่างามอยู่ในห้องใหม่ ราวกับอยู่อีกโลกหนึ่งก็มิปานนางคิดมาตลอดว่าตนเองเข้ามาอยู่ในจวนสกุลอินต้องถูกทรมานแน่อย่างไรเสียข่าวก็ร่ำลือไปทั่วยุทธภพว่าอินเฉิงอวี้ผู้นี้เป็นปีศาจ สนุกกับการทรมานหญิงสาวที่แต่งเข้าจวนเป็นที่สุด สตรีที่แต่งเข้ามาไม่มีใครเอาชีวิตรอดพ้นคืนเข้าหอไปได้เลยแต่ใครจะคิดล่ะ ว่าวันนั้นที่นางเพิ่งมาถึงจวนก็บังเอิญเจออินเฉิงอวี้กำลังแช่อ่างอาบน้ำอยู่พอดีชายผู้นั้นคิ้วงามดั่งขุนเขา ใบหน้าดั่งหยก โครงหน้าคมกลับเย็นชา ขนานกับลำตัวกำยำรูปงาม ภายใต้หมอกไอน้ำ ผมยาวราวกับหยดลงตามเอวที่เรียวกระชับ เย็นชาอย่างมิอาจล่วงเกินได้แม้แต่ซูจือจือที่เคยเห็นชายรูปงามก็อดตะลึงไม่ได้แต่ไม่นาน นางก็อดเสียดายไม่ได้ ในใจคิดว่า สวรรค์ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ชายรูปงามเช่นนี้ กลับมีสถานะเป็นขันที!แต่พริบตาถัดมา อินเฉิงอวี้ก็ลุกขึ้นจากหมอกไอน้ำภายใต้หมอกไอน้ำที่ปกคลุมรอบ ทั้งคู่สบสายตากันสายตาของซูจือจือกวาดมองลงไป จากนั้นก็“อ๊า!!”ด้านล่างของชายผู้นั้น…...กลับเผยความปรารถนาลำใหญ่นางกรีดร้องด้วยความต

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status