All Chapters of ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล: Chapter 1 - Chapter 10

20 Chapters

บทที่ 1

“เหยียนจี๋สือ เมื่อไหร่เจ้าจะรับข้าเป็นภรรยา?”ซูจือจือร่างเปลือยกาย ถูกบุรุษที่สูงกว่าหนึ่งศีรษะกดทับบนตั่งนอน เสียงขยับเคลื่อนไหวเป็นจังหวะดังอย่างต่อเนื่องกรามของบุรุษเกร็งตึง เหงื่อร้อนผ่าวหยดลงบนแผ่นหลังของนาง กล่าวเสียงต่ำว่า “ขอแค่เจ้าตกลง ฉางเล่อ……”ฉางเล่อซูจือจือที่เดิมทีเคลิบเคลิ้มอยู่ เลือดทั้งร่างกายพลันเย็นเฉียบลงไปทันทีนางหัวเราะเยาะตัวเอง ซูฉางเล่ออีกแล้วหลังเสร็จกิจนางเดินไปยังเรือนหลัก “บอกท่านพ่อข้า ว่าข้าตกลงแต่งงานกับอินเฉิงอวี้แทนซูฉางเล่อลูกนอกคอกนั่น”สาวใช้ตกใจจนหน้าถอดสี “คุณหนูใหญ่ ไม่ได้นะเจ้าคะ! แม้พระเก้าพันปีมีอำนาจล้นฟ้า แต่เขา......”นางกดเสียงต่ำลง โน้มกระซิบข้างหูซูจือจือ “แต่เขาเป็นขันที ทั้งยังได้ยินมาว่าหลังจากเขาตัดสิ้นความเป็นบุรุษแล้ว นิสัยก็เปลี่ยนไปมาก ชอบทรมานผู้อื่นเป็นความสำราญ หลายปีมานี้สตรีที่แต่งกับเขาไม่เคยมีใครรอดชีวิตมาได้เลยสักคน คุณหนูแต่งเข้าไปจะไม่เป็นการรนหาที่ตายหรือเจ้าคะ?”ริมฝีปากแดงของซูจือจือยกยิ้มขึ้น กล่าวอย่างเย็นชา “จะแต่งกับใครก็ต้องแต่งอยู่ดี และเจ้าคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ สกุลซูจะเลี่ยงไปได้อย่างนั้นหรือ
Read more

บทที่ 2

ดวงตาอันเย็นชาของเหยียนจี๋สือเงยขึ้นซูจือจือหรี่ตาลง ยืนขวางหน้าเขา“เหยียนจี๋สือ ความกล้าของเจ้านับวันยิ่งมากขึ้นแล้วจริง ๆ กล้าพาใครก็ไม่รู้เข้ามาในห้องของข้า”อาจเป็นเพราะตัวเขาเป็นผู้มีตำแหน่งสูงส่ง ดังนั้นจึงไม่กลัวว่าซูจือจือจะบังเอิญมาเห็นอันใดเหยียนจี๋สือส่งสัญญาณให้องครักษ์เงากลับไป ส่วนตนเองเอียงตัวถอยหลัง เว้นระยะห่างของทั้งสอง“คุณหนูใหญ่มาหาข้ามีเรื่องอันใด?”ดวงตาของซูจือจือแดงก่ำทุกครั้งหลังเสร็จกิจเขาก็เป็นเช่นนี้ตลอด แทบอยากตัดเส้นแบ่งเขตกับตนเองทันทีหากคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นซูฉางเล่อ เขาจะเย็นชาเฉกเช่นนี้หรือไม่?ซูจือจือไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ซูฉางเล่อวางยาอันใดให้เขากันแน่ใบหน้าจืดชืด นอกจากแสร้งทำตัวบริสุทธิ์ผุดผ่องแล้ว นางจะมีอันใดมาเทียบกับตนเองได้เล่า?แต่เหยียนจี๋สือกลับถูกนางทำให้หลงใหลจนหัวหมุน หลงใหลถึงขั้นอยู่บนเตียงของตนยังต้องเรียกชื่อนางวินาทีนี้ซูจือจือตระหนักรู้ได้อย่างแท้จริงแล้วนางเป็นถึงสตรีงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ต้องการสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น ใยต้องก้มหัวให้กับคนรักด้วยนับจากวันนี้เป็นต้นไป ซูจือจือจะใช้ชีวิตของตัวเอง“วันพรุ่งองค
Read more

บทที่ 3

ทุกคนบริเวณรอบต่างตกใจคุณหนูท่านหนึ่งกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “ม้าพ่วงสิบแปดตัวเลยหรือ? นะ......นี่ไม่ใช่จวนอ๋องหรือที่มีขบวนเกี้ยวเช่นนี้ได้?”คนบังคับรถม้าอธิบาย “ไม่ผิดหรอก ข้าเป็นคนของจวนจิ้นอ๋อง จิ้นอ๋องมีคำสั่ง ให้ใช้ขบวนเกี้ยวส่วนตัวมารับคุณหนูรองซูไปที่จวนองค์หญิง!”คำพูดนี้ทำให้ทุกคนแตกตื่นฮือฮามาก“ว่าไงนะ จิ้นอ๋องอย่างนั้นหรือ หมายถึงท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจตัวจริงในราชสำนัก ผู้อยู่ตำแหน่งสูงสุด น่าเกรงขามที่สุด แต่กลับไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชนท่านนั้นนะหรือ?”“แต่เขาไม่เคยเข้าใกล้สตรีเลยมิใช่หรือ? เหตุใดถึงใช้ขบวนเสด็จส่วนตัวมารับคุณหนูรองซูล่ะ?”“อำนาจสวรรค์ยากคาดเดา ไม่แน่คุณหนูรองซูท่านนี้อาจเป็นคนที่จิ้นอ๋องโปรดปรานแล้วก็ได้”เสียงซุบซิบวิจารณ์ดังไม่ขาดหูซูฉางเล่อชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจมอยู่กับความดีใจอย่างสุดขีดได้เป็นที่โปรดปรานของจิ้นอ๋อง นั่นเท่ากับได้พึ่งพาผู้มีอำนาจเชียวนะ!นางหน้าแดงขึ้นทันที “ไม่รู้ว่าจิ้นอ๋องอยู่หรือไม่ ข้าน้อยอยากขอบคุณท่านอ๋องด้วยตัวเองสักครั้ง”คนบังคับรถม้ายกมือคำนับพลางยิ้มอย่างมีนัยลึกซึ้ง “คุณหนูรองไม่ต้องร้อนใจไปขอรับ ไ
Read more

บทที่ 4

องค์หญิงกับซูจือจือเป็นสหายสนิทกัน เห็นนางอารมณ์ไม่ดี จึงเรียกเหล่านางรำมาเพิ่มความสนุกสนานซูจือจือมองการร่ายระบำตรงหน้า ทว่าไม่อาจปกปิดความกลัดกลุ้มภายในใจได้เลยนางเงยหน้ากระดกสุรากลั่นไหที่สามลงไป ของเหลวที่เผ็ดร้อนแสบคอ ทำให้นางสำลักจนดวงตาแดงก่ำซูจือจือผลักนางระบำบนแท่นการแสดงออกไปอย่างแรง ก่อนไปเปลี่ยนชุดระบำ แล้วเข้าไปด้านหลังฉากกั้นครู่ถัดมา ทุกคนเห็นเพียงเงาร่างอรชรบอบบางร่างหนึ่ง ร่ายรำขึ้นอย่างช้า ๆ ไปตามทำนองบทเพลงที่บรรเลง แขนเสื้อกว้างพริ้วไหวดั่งเมฆสีเรืองรองโปรยปราย เครื่องประดับมุกบนศีรษะส่งเสียงกรุ้งกริ๊ง สายลมยามรัตติกาลพัดโชย กลีบบุปผานับไม่ถ้วนปลิวเฉียดปอยผมข้างแก้มของนาง ก่อนจะร่วงลงมาบนเอวอันบอบบาง.....เสียงอุทานเพราะความงดงามอันน่าทึ่งดังขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ซูจือจือเหลือบตามองไปทางเหยียนจี๋สือ กลับเห็นสายตาของเขามองซูฉางเล่ออยู่ตลอดซูฉางเล่อไม่รู้ว่าโน้มไปกระซิบอันใดข้างหูเหยียนจี๋สือ ชายผู้เย็นชาดุจดั่งน้ำแข็งมาโดยตลอดผู้นั้น กลับใบหูแดงขึ้นอย่างหาได้ยากซูจือจือนิ่งอึ้งไป จู่ ๆ ก็รู้สึกหมดอารมณ์สุด ๆนางโยนชุดระบำทิ้งอย่างไม่ลังเล ย่างเท้าก้าวล
Read more

บทที่ 5

“เหยียนจี๋สือ”ซูจือจือลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน น้ำเสียงอันแหบพร่านั้นกลบคำพูดที่ยังพูดไม่จบของเขาไปซูฉางเล่อสะดุ้งขึ้น ผลักเหยียนจี๋สือออกด้วยความตกใจ รีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปข้างเตียงซูจือจือ“พี่หญิงใหญ่ ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว!” หน้าตานางเต็มไปด้วยความจอมปลอม “เป็นเพราะข้าไม่ดีเองเจ้าค่ะ หากไม่ใช่เพราะพี่ใหญ่เหยียนช่วยข้า ท่านก็คงไม่ต้องบาดเจ็บหนักเช่นนี้......”กล่าวจบนางก็เม้มริมฝีปากอันอ่อนหวาน ขอบตาชุ่มน้ำตาแดงระเรื่อ ราวกับว่านางต่างหากเป็นคนที่ได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างที่สุดผู้นั้นซูจือจือสีหน้าซีดเผือด กล่าวอย่างเย็นชาว่า “รู้ตัวแล้วก็รีบไสหัวออกไปซะ อย่ามาเกะกะขวางตาข้าอยู่ตรงนี้!”“ฮือ......”ร่างอันบอบบางของซูฉางเล่อพลันสั่นขึ้นทันที น้ำตาหลั่งรินหนักกว่าเดิม นางเหลือบมองเหยียนจี๋สือด้วยแววตาน้อยเนื้อต่ำใจก่อนจะวิ่งออกไปเหยียนจี๋สืออยากตามไป ทว่ากลับชะงักฝีเท้าลงเขามองไปที่ซูจือจือ อารมณ์ความรู้สึกในแววตาปั่นป่วน “คุณหนูใหญ่ เรื่องนี้เป็นความบกพร่องในหน้าที่ของข้าเอง ไม่เกี่ยวอันใดกับคุณหนูรอง......”“ออกไป”ซูจือจือพูดตัดบทเขา พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ เบือนหน้าหนีไ
Read more

บทที่ 6

นับตั้งแต่วันที่ซูจือจือทำให้ซูฉางเล่อบาดเจ็บ เหยียนจี๋สือก็ไม่ย่างกรายเข้ามาในเรือนนางอีกเลยวันนี้ คนของจวนพระเก้าพันปีเชิญนางออกไปเลือกเครื่องประดับศีรษะสำหรับงานแต่งงานซูจือจือเพิ่งออกจากจวน จู่ ๆ ก็ถูกคนใช้มือสับต้นคอนางยังไม่ทันตั้งตัวก็หมดสติไปเมื่อนางฟื้นขึ้นมา ตรงหน้ากลับมืดสนิท แขนขาก็ถูกมัดไว้แน่นซูจือจือกำลังจะดิ้นรนก็ถูกผลักล้มลงไปกับพื้นครู่ถัดมา ถ้วยกระเบื้องจากทั่วทุกทิศทางปาใส่มาที่นางเพล้ง!เพล้ง!ไม่นานนัก นางก็ถูกปาจนศีรษะเต็มไปด้วยเลือด ผิวกายก็ถูกเศษกระเบื้องที่แตกเกลื่อนพื้นแทงจนเลือดเนื้อปริเละไปทั่วซูจือจือกัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บปวด ฝืนทนความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ถาโถมมาเป็นระลอก เหงื่อชุ่มทั่วหน้าผาก เลือดสีแดงสดไหลลงมาจากมุมปาก หยดลงบนกรามที่ซีดเผือด“คุณหนูซู อย่าหาว่าพวกเราเหี้ยมโหดเลยนะ ก็ใครใช้ให้ท่านล่วงเกินคนอื่นกันล่ะ”คนผู้นี้ยังพูดไม่ทันจบ ถ้วยกระเบื้องก็ถูกปาลงมาใส่นางอย่างไม่ยั้งทุกครั้งที่ปาล้วนออกแรงสุดกำลัง ปาใส่กระดูกเลือดเนื้อนางอย่างโหดเหี้ยมซูจือจือกัดริมฝีปากล่างตัวเองแทบขาดถึงจะกลั้นเสียงครวญเจ็บในลำคอไว้ได้นางไม่ร
Read more

บทที่ 7

จากนั้นคนผู้นี้ก็หยิบใบรายการของขวัญแผ่ออกมายาวเหยียด“แจกันหยกลายครามกิ่งเถามงคลหนึ่งคู่ จานทองลายเมฆนกกระเรียนมงคลหนึ่งคู่ ที่นาดีชานเมืองหลวงหนึ่งพันหมู่ ร้านค้าเกลือสิบแห่ง โรงทอผ้าไหมสิบแห่ง......”ทันทีที่วาจานี้ลั่นออกไป ทุกคนต่างตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น“พระเจ้าช่วย จิ้นอ๋องช่างทุ่มไม่อั้นจริง ๆ !”“ไม่กี่วันก่อนได้ยินมาว่าจิ้นอ๋องถึงขั้นส่งขบวนเกี้ยวส่วนตัวไปรับซูฉางเล่อด้วยนะ ครานี้ยังส่งของขวัญมากมายมาให้เช่นนี้อีก ดูท่าเขามีใจให้คุณหนูรองเข้าแล้วจริง ๆ !”“คุณหนูรองสูงส่งภายในชั่วพริบตาแล้ว!”ทุกคนพากันกระซิบกระซาบกันทันที แต่สิ่งที่พวกเขาสงสัยยิ่งกว่านั้นคือเห็น ๆ กันอยู่ว่าคุณหนูใหญ่สกุลซูมีความงามเลื่องชื่อกว่า ทั้งยังเป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอก เหตุใดจิ้นอ๋องถึงได้ต้องตาคุณหนูรองล่ะซูจือจือรับรู้ได้ถึงสายตาเวทนาของทุกคน ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินจากไปซูฉางเล่อกลับก้าวเข้ามาคว้าข้อมือนางไว้ ยิ้มพลางกล่าว “พี่หญิงใหญ่ เหตุใดถึงรีบร้อนกลับล่ะเจ้าคะ?”“ปล่อย” ซูจือจือจ้องนางอย่างเย็นชาซูฉางเล่อฉวยโอกาสในมุมที่ทุกคนมองไม่เห็น เผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “ซูจือ
Read more

บทที่ 8

“คุณหนูรอง นี่หากคุณชายเหยียนรู้เข้า......” สาวใช้พูดอย่างระมัดระวัง“รู้แล้วอย่างไร?” ซูฉางเล่อเป่าเล็บที่เรียวยาวราวกับต้นหอมของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ “อย่างไรเสียเขาก็รักข้าจะตาย แค่ข้ากระดิกนิ้วหนึ่งที เขาก็วิ่งมาหาเหมือนสุนัขแล้ว”ซูจือจือที่ยืนอยู่หลังกำแพงได้แค่หัวเราะเยาะเหยียนจี๋สือ นี่นะหรือคนที่เจ้าคิดถึงอยู่ตลอดเวลาอยากรู้นักว่าหากเจ้ารู้ว่าคนที่เจ้าแอบรักเป็นเช่นนี้ เจ้าจะรู้สึกเช่นไรนางส่ายหน้าเบา ๆ โดยที่สองนายบ่าวในเรือนคู่นั้นไม่รู้ตัวเลยหลังจากกลับมาจากสวนบุปผา ซูจือจือก็ไปที่หอบรรพชนนางคุกเข่าอยู่ในมุมมุมหนึ่ง เช็ดป้ายวิญญาณของมารดา“ท่านแม่ วันพรุ่งลูกต้องแต่งงานออกเรือนแล้ว แต่งกับพระเก้าพันปี......ก็ดีเหมือนกันเจ้าค่ะ ไม่จำเป็นต้องพัวพันกับความรักบนโลกนี้อีกแล้ว”ในหอบรรพชน สายลมพัดไหวเบา ๆ ราวกับท่านแม่กำลังปลอบใจนางอย่างเงียบ ๆซูจือจือหัวเราะเบา ๆ ขยี้ตาที่แดงก่ำพลางกล่าว “รักคนคนนึงมันยากมากจริง ๆ เจ้าค่ะ ท่านแม่ก็มีจุดจบที่ไม่ดี ลูกก็เช่นกัน แต่ดีที่ลูกตระหนักรู้ได้เร็ว นับจากวันนี้เป็นต้นไป ลูกจะไม่ใช้ชีวิตเพื่อใครอีก ขอแค่มีชีวิตอย่างมีความสุขเ
Read more

บทที่ 9

เหยียนจี๋สือยืนอยู่หน้าประตูเรือนเล็กของซูฉางเล่อ ในมือถือกล่องชาดทาปากสองกล่องที่คัดเลือกนานอย่างพิถีพิถัน เพราะวิ่งมาอย่างรีบร้อน บนหน้าผากเขาจึงผุดพรายไปด้วยเม็ดเหงื่อทั้ง ๆ ที่เขารอคอยมากที่จะได้พบซูฉางเล่อ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดหัวใจของเขาถึงรู้สึกเจ็บปวดอย่างน่าประหลาด ราวกับตนเองกำลังสูญเสียอันใดบางอย่างไปนี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่เหยียนจี๋สือจับหน้าอกตัวเอง แต่พอคิดว่าอีกประเดี๋ยวจะได้เจอฉางเล่อ เขาก็พยายามเพิกเฉยต่อความรู้สึกนี้“คุณหนูรอง......”แต่พอผลักประตูเข้าไปก็เห็นบิดาซูกำลังพูดบางอย่างกับซูฉางเล่ออย่างเดือดดาล และร่างอันเพรียวบางของซูฉางเล่อก็สั่นระริกขึ้น กล่าวด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว“ท่านพ่อว่าอย่างไรนะเจ้าคะ ท่านพ่อจะคืนสถานะภรรยาเอกให้มารดานังสารเลวนั่นนะหรือ เช่นนั้นท่านแม่ข้าก็ถูกกดหัวหน่ะสิเจ้าคะ?”บิดาซูกดเสียงต่ำลงปลอบใจนาง “ลูกรักของพ่อ เจ้าคิดว่าพ่ออยากทำเช่นนั้นหรือ ทางด้านพระเก้าพันปีส่งคนมาทวงถามหาคนแล้ว หากพ่อไม่ตอบตกลงนางไป คนที่ต้องแต่งงานก็คือเจ้านะ หรือว่าเจ้ายินดีอยากแต่งเข้าสกุลอินอย่างนั้นหรือ?”ซูฉางเล่อกัดฟันกรอด กล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไป
Read more

บทที่ 10

นับตั้งแต่เหยียนจี๋สือย้ายไปอยู่ที่เรือนซูฉางเล่อ เขาก็ดีกับนางจนคนอื่นตกตะลึงมากแค่ซูฉางเล่อเอ่ยว่ากลัวแค่ประโยคเดียว เขาก็ยืนเฝ้าประตูทั้งคืนเพื่อนางได้ แค่ซูฉางเล่อเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ ว่าอยากได้ชาดทาปากชั้นดี เขาก็สามารถควบม้าเดินทางทั้งวันเพื่อไปซื้อกลับมาให้นางได้ซูฉางเล่อแค่ขมวดคิ้วยู่ย่น เขาก็คอยปลอบใจนางได้นาน ทุกคนต่างพูดว่าคุณหนูรองสกุลซูไหนเลยจะได้ชายบำเรอ ได้เทพเซียนมาครอบครองต่างหากนอกจากเป็นชายบำเรอได้แล้ว เหยียนจี๋สือยังแอบใช้อำนาจอ๋องของเขาอยู่เบื้องหลังอีกด้วยเครื่องประดับในวังที่ซูฉางเล่อชอบ เขาก็ไปเชิญช่างฝีมือของราชสำนักมาด้วยตัวเอง ให้ทำเครื่องประดับศีรษะที่มีชิ้นเดียวไม่มีใครเหมือนให้กับนาง นางอยากได้คฤหาสน์พักตากอากาศชานเมืองหลวง เขาก็ทุ่มเงินทองก้อนโต ส่งโฉนดที่ดินวางถึงมือนาง ผู้ใดก็ตามที่ทำให้ซูฉางเล่อไม่พอใจเพียงนิด ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวันในวันรุ่งขึ้นอีกผู้คนล้วนพูดกันว่าจิ้นอ๋องถูกคุณไสยของคุณหนูรองสกุลซูครอบงำแล้ววันนั้นซูฉางเล่อเอาแต่ใจอยากกินปลามังกรเจ็ดสีจากกลางแม่น้ำ ทั้งที่ในแม่น้ำนั้นเต็มไปด้วยจระเข้กินคน เหยียนจี๋สือกลับไม่พูดพร่ำร
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status