Share

ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล
ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล
Penulis: มังกรเร้นรุ้งยาว

บทที่ 1

Penulis: มังกรเร้นรุ้งยาว
“เหยียนจี๋สือ เมื่อไหร่เจ้าจะรับข้าเป็นภรรยา?”

ซูจือจือร่างเปลือยกาย ถูกบุรุษที่สูงกว่าหนึ่งศีรษะกดทับบนตั่งนอน เสียงขยับเคลื่อนไหวเป็นจังหวะดังอย่างต่อเนื่อง

กรามของบุรุษเกร็งตึง เหงื่อร้อนผ่าวหยดลงบนแผ่นหลังของนาง กล่าวเสียงต่ำว่า “ขอแค่เจ้าตกลง ฉางเล่อ……”

ฉางเล่อ

ซูจือจือที่เดิมทีเคลิบเคลิ้มอยู่ เลือดทั้งร่างกายพลันเย็นเฉียบลงไปทันที

นางหัวเราะเยาะตัวเอง ซูฉางเล่ออีกแล้ว

หลังเสร็จกิจนางเดินไปยังเรือนหลัก “บอกท่านพ่อข้า ว่าข้าตกลงแต่งงานกับอินเฉิงอวี้แทนซูฉางเล่อลูกนอกคอกนั่น”

สาวใช้ตกใจจนหน้าถอดสี “คุณหนูใหญ่ ไม่ได้นะเจ้าคะ! แม้พระเก้าพันปีมีอำนาจล้นฟ้า แต่เขา......”

นางกดเสียงต่ำลง โน้มกระซิบข้างหูซูจือจือ “แต่เขาเป็นขันที ทั้งยังได้ยินมาว่าหลังจากเขาตัดสิ้นความเป็นบุรุษแล้ว นิสัยก็เปลี่ยนไปมาก ชอบทรมานผู้อื่นเป็นความสำราญ หลายปีมานี้สตรีที่แต่งกับเขาไม่เคยมีใครรอดชีวิตมาได้เลยสักคน คุณหนูแต่งเข้าไปจะไม่เป็นการรนหาที่ตายหรือเจ้าคะ?”

ริมฝีปากแดงของซูจือจือยกยิ้มขึ้น กล่าวอย่างเย็นชา “จะแต่งกับใครก็ต้องแต่งอยู่ดี และเจ้าคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ สกุลซูจะเลี่ยงไปได้อย่างนั้นหรือ?”

ภายในห้องโถงหลัก

บิดาซูกำลังยิ้มอย่างประจบประแจงรินน้ำชาให้ขันทีฝ่ายตะวันออกที่สวมอาภรณ์หรูหราปักลวดลายอย่างวิจิตรทั้งสองอยู่

“พระเก้าพันปีสนใจบุตรสาวของพวกเรา นับเป็นความโชคดีของครอบครัวข้าน้อย เพียงแต่ว่า......บุตรสาวผู้นั้นของข้าน้อยอายุน้อยเกินไป ทั้งยังมีร่างกายอ่อนแออีก เกรงว่าจะปรนนิบัติรับใช้ได้ไม่ทั่วถึง......”

ชายที่นั่งอยู่ที่นั่งหลักวางถ้วยชาลงอย่างเชื่องช้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่หนักไม่เบาว่า “เจ้ายังมีบุตรสาวคนโตมิใช่หรือ?”

บิดาซูถูมือไปมา บนหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเม็ดละเอียด เขาอยากยกซูจือจือปีศาจผู้นั้นให้แต่งออกไปอยู่แล้ว แต่ด้วยนิสัยของนาง ใครเล่าจะบังคับนางได้

“ข้าแต่ง!”

ในทันใดนี้เอง ซูจือจือในชุดคลุมแดงลากพื้นก้าวเข้ามาตอบตกลงในทันที

ชายที่นั่งอยู่ที่นั่งหลักเหมือนชะงักขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้น วางจี้หยกนกยวนยางครึ่งเสี้ยวลง

หลังจากทุกคนของฝ่ายตะวันออกกลับไป ซูจือจือก็กล่าวกับบิดาซูอย่างตรงไปตรงมา

“เมื่อครู่ท่านก็ได้ยินแล้ว แต่หากจะให้ข้าแต่งก็ต้องมีเงื่อนไข ข้าต้องการให้ท่านแต่งตั้งท่านแม่ข้าเป็นภรรยาเอก และหลังจากข้าแต่งเข้าฝ่ายตะวันออก ให้ส่งเหยียนจี๋สือชายบำเรอของข้าเข้าในเรือนซูฉางเล่อลูกนอกคอกนั่นทันที”

สีหน้าบิดาซูแข็งทื่อไปชั่วขณะ กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ

ซูจือจือก็หยิบกริชสั้นเล่มหนึ่งขึ้นมาจ่อที่ใบหน้า มุมปากแดงยกยิ้มขึ้น

“คิดได้แล้วค่อยตอบข้า หากมือข้าเกิดสั่น พระเก้าพันปีกล่าวโทษขึ้นมา ท่านจะแบกรับไม่ไหว”

“เจ้า!”

บิดาซูโกรธจนเส้นเลือดปูดขึ้น แต่เห็นว่ากริชสั้นเล่มนั้นอยู่ห่างจากใบหน้าของซูจือจือแค่เส้นยาแดงผ่าแปด

เขาแอบสบถด่าประโยคหนึ่งว่าบ้าไปแล้ว ทว่าสุดท้ายก็ตอบตกลง

ก่อนจากไป บิดาซูยังอดพูดไม่ได้ว่า “เรื่องอื่นข้าจะไม่พูด แต่เจ้าตัดใจจากชายบำเรอผู้นั้นได้จริงหรือ?”

ฝีเท้าของซูจือจือชะงักลง ย้อนนึกถึงชื่อที่หลุดออกจากปากเหยียนจี๋สือเมื่อครู่ หัวใจราวกับถูกมือข้างหนึ่งที่มองไม่เห็นบีบอย่างสุดแรง

นางไม่หันหลังกลับไปอีก ย่างเท้าก้าวเดินออกไปด้านนอก

ย่อมตัดใจได้อยู่แล้ว

เพราะเขาก็เหมือนกับบิดาผู้ลำเอียงผู้นี้ รักแค่ซูฉางเล่อ

ซูจือจือเดินไปพลางยิ้ม ทว่าน้ำตากลับไหลรินลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่

ยังจำตอนที่เจอกันครั้งแรกได้ เป็นงานเลี้ยงขององค์หญิง นางเห็นแวบเดียวก็ถูกใจเหยียนจี๋สือแล้ว

ใบหน้าเขาหล่อเหลาโดดเด่น คิ้วคมดั่งกระบี่เฉียงยาวจรดขมับ ดวงตาคู่นั้นล้ำลึก ยิ่งดุจดั่งสระน้ำเย็นเยียบ สดใสแต่เย็นชา

ซูจือจือสตรีงามอันดับหนึ่งในเมืองหลวงแห่งนี้ถึงกับอดหวั่นไหวไม่ได้

นางหน้าหนาพอไปเอ่ยปากขอเหยียนจี๋สือจากองค์หญิง

อาจเป็นเพราะหลังจากมารดาสิ้นไป ในจวนแห่งนี้จึงอึดอัดเกินไป นางจึงต้องการใครสักคนมาอยู่ข้างกาย

ครั้งนางอายุสิบขวบ หลังจากบิดาสอบจิ้นซื่อได้ก็พาสตรีนางหนึ่งกับบุตรสาวนอกสมรสอายุเก้าขวบกลับมา

บิดาดูแคลนบุตรสาวพ่อค้า สมคบคิดกับอนุบีบจนมารดานางตาย จนกระทั่งตอนนั้นเอง ซูจือจือเพิ่งได้รู้ ว่าบิดานางที่อวดอ้างว่ารักมารดานักหนา แท้จริงหลังจากแต่งงานได้ปีเดียวก็มีอนุแล้ว

นับตั้งแต่นั้นมาซูจือจือจึงเกลียดชังบิดาสุดหัวใจ และเกลียดชังแม่ลูกคู่นั้นสุดหัวใจเช่นกัน

ต่อมานางตั้งตนเป็นอิสระ เหยียนจี๋สือเป็นคนแรกที่นางรับเข้าจวน

นางชื่นชมเขา ยั่วยุเขา ออดอ้อนทำตัวซื่อๆ สวมเสื้อผ้าโปร่งบาง ยั่วยวนเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขากลับไม่เคยชายตามองนางเลย

จนกระทั่งในวันนั้น ซูจือจือหลอกให้เหยียนจี๋สือดื่มสุราอุ่นรัก ทั้งสองจึงไม่อาจควบคุมตัวเองได้

ทว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมานี้ ทุกครั้งที่อุ่นรักกัน เหยียนจี๋สือจะอุ่นรักด้วยท่วงท่าหันหลังเพียงอย่างเดียว

เดิมทีซูจือจือคิดว่าเขาชอบท่วงท่านี้เป็นพิเศษ ทว่าตอนนี้นางเข้าใจทุกอย่างแล้ว

เขา ก็แค่ไม่อยากเห็นใบหน้านี้ของนางก็เท่านั้น

นางเผยสีหน้าเยาะเย้ย และในตอนนี้เอง นางกลับได้ยินเสียงแปลก ๆ ในเรือนของตัวเอง

“ท่านอ๋อง ท่านอ๋องจะกลับจวนอ๋องเมื่อไหร่หรือขอรับ หากคนในเมืองหลวงรู้ว่าท่านอ๋องมาเป็นชายบำเรอให้คนอื่นเช่นนี้ คนอื่นจะไม่หัวเราะเยาะเอาหรือขอรับ อีกอย่าง ท่านอ๋องมีใจให้คุณหนูรองสกุลซู มอบสินสอดสู่ขอก็ได้แล้ว บิดาสกุลซูนะหรือจะกล้าขัด?”

สายตาเหยียนจี๋สือเย็นชาลง “เจ้าจะไปเข้าใจอันใด ฉางเล่อนางถูกทอดทิ้งอยู่นอกบ้านตั้งแต่เด็ก ถูกพี่สาวคนโตอย่างซูจือจือผู้นี้ข่มเหงรังแก หากข้ามอบสินสอดสู่ขอกะทันหัน ต้องทำให้นางตกใจเป็นแน่ ข้าอยากพัฒนาความสัมพันธ์กับนางให้มากหน่อย”

“ท่านอ๋องนี่น่ะ ช่างเป็นนักรักอันดับหนึ่งแห่งต้าจิ้งของพวกเราจริงๆ ตอนแรกข้าน้อยคิดว่าท่านอ๋องจะชื่นชอบสตรีงามอันดับหนึ่งอย่างซูจือจือเสียอีก ถึงอย่างไรท่านทั้งสองก็มีสัมพันธ์สวาทกันแล้ว......” องครักษ์เงาผู้นี้หัวเราะคิกคัก

เหยียนจี๋สือเม้มริมฝีปากบาง ทว่าคำพูดที่ออกมานั้นกลับทำให้ซูจือจือสะท้านใจยิ่งนัก

“นอนด้วยกันแล้วอย่างไร ก็แค่เครื่องมือระบายอารมณ์อย่างหนึ่งก็เท่านั้น จะมีสิทธิ์เทียบกับฉางเล่อได้อย่างไรกัน?”

เครื่องมือระบายอารมณ์อย่างนั้นหรือ?

ร่างอันบอบบางของซูจือจือสั่นสะท้านอย่างรุนแรง นางหลับตาลง หัวใจดิ่งจมลึกลงไป ร่างกายพรั่งพรูความเย็นยะเยือกออกมาอย่างไร้ที่สิ้นสุด

เหยียนจี๋สือ ในที่สุดข้าก็สามารถตัดใจจากเจ้าได้สักที

ซูจือจือไม่ได้ยินว่าคนด้านในทั้งสองพูดอันใดกันต่อ จึงผลักประตูออกอย่างแรง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 20

    เช้าวันสุดท้าย พาซูจือจือออกนอกเมือง มาถึงศาลเยว่เหล่าใกล้หน้าผา“ตามตำนาน ใครก็ตามที่ทำสัญญาแต่งงานที่ศาลเยว่เหล่า จะอยู่ด้วยกันชั่วชีวิต……”เขามองซูจือจือด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ซูจือจือเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขาก็มิปาน“เหยียนจี๋สือ เจ้าบอกว่าครบสามวัน เจ้าจะปล่อยข้าไป”“ข้าก็พูดเช่นนั้นจริง” ดวงตาของมืดลง จ้องตรงไปที่นาง “แต่วันนี้ ตรงนี้ ข้าอยากให้เจ้าตัดสินใจเลือกเป็นครั้งสุดท้าย ข้ากับอินเฉิงอวี้…”“ข้าเลือกอินเฉิงอวี้” ซูจือจือพูดขัดคำพูดของเขาโดยตรงตั้งแต่วินาทีที่เหยียนจี๋สือทำร้ายตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะซูฉางเล่อ นางก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่หันกลับไปอีกร่างของเหยียนจี๋สือสั่นสะท้าน หัวใจราวกับถูกมีดคมแทงอย่างแรง เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ไปยืนตรงขอบหน้าผา!ใต้เท้าของเขาคือเหวลึกหมื่นจั้ง แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง“จือจือ มีเขา ก็ไม่มีข้า”ความหมายของเขาชัดเจนมาก ซูจือจือต้องเลือกเขา หากจากเขาไป สิ่งที่รออยู่ใต้เท้าของเขาก็คือเหวลึกไร้ก้นบึ้ง!สีหน้าของซูจือจือเปลี่ยนไปฉับพลัน “เหยียนจี๋สือ เจ้ากำลังใช้ชีวิตของตัวเองมาข่มขู่ข้

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 19

    เหยียนจี๋สือจมดิ่งเข้าสู่ความฝันเวลาย้อนกลับไปสามปีก่อน เขาบาดเจ็บสาหัสและร่วงตกจากหลังม้ามีหญิงสาวผู้สวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบหรู ปักปิ่นหยกกวนอิมบนศีรษะ เห็นเขาก็ตกใจร้องออกมา“เจ้าบาดเจ็บหรือ?”ต่อมา นางยกปลายเท้าเบา ๆ คล้ายกวางน้อยแสนคล่องตัว กระโดดลงจากรถม้ามาเพื่อทำแผลให้เขานางขมวดคิ้วสวยอย่างระมัดระวัง ทายาให้เขาทีละขั้นตอน ก่อนจะเป่าให้เบา ๆ“เจ้าประมาทเช่นนี้ได้อย่างไร แต่ก็ถือว่าเจ้าดวงดี ยาหยกดำของข้าดีที่สุดแล้วนะ!”ในความฝัน เขาได้มองเห็นใบหน้าของซูจือจืออย่างชัดเจนนั่นคือใบหน้าที่สดใส เปล่งประกาย และเต็มไปด้วยพลังชีวิตเหยียนจี๋สือใช้แรงทั้งหมดดึงนางไว้แล้วพูดว่า “แม่นาง ข้ารักเจ้าตั้งแต่แรกเห็น ข้าอยากสู่ขอเจ้าแต่งงาน……”ขอแต่งงานอย่างนั้นหรือ?ซูจือจือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หูแดงระเรื่อ ทำเป็นหยิ่งกล่าวว่า“ขะ ข้าหน่ะ มีคนมาชอบเยอะนะ เจ้าคิดว่าจะแต่งกับข้าได้ง่าย ๆ หรือไง?”เหยียนจี๋สือมองนางด้วยสายตาแหลมคม ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่เคยมีมาก่อน“ข้ารู้ว่ามีคนชอบเจ้าเยอะ แต่ข้าจะเป็นคนที่จริงใจที่สุดผู้นั้น”“จริงหรือ?”“สวรรค์เป็นพยาน ตะวันจันทราก็เ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 18

    หัวใจของเหยียนจี๋สือหดรัดลงอย่างกะทันหัน กอดซูจือจือไว้แน่น พูดกับตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวว่า“ไม่ เราต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แน่!”ซูจือจือกลับหัวเราะขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อย่างนั้นหรือ?บาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางบอบช้ำจนแทบแหลกสลายกระจกที่แตกร้าวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไรกัน?นางสะบัดเหยียนจี๋สือออก เดินกลับห้องโดยไม่หันหลังมามองเลยแต่ไม่นานนักเหยียนจี๋สือก็เคาะประตูเดินตามเข้ามาเขาหอบผ้าไหมสีอ่อนเรียบหรูมาหลายพับ แขนเสื้อถูกพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามแขนที่ได้รูป ผ้าไหมเหล่านั้นพลิ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย นุ่มนวลและเปล่งประกาย เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งซูจือจือเลิกคิ้วพลางถาม “เตรียมให้ข้าหรือ?”“อืม ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะชอบ” แววตาเหยียนจี๋สือเปล่งประกายเล็กน้อยซูจือจือกล่าวเย้ยหยันว่า “ผิดแล้วหล่ะ คนที่ชอบสีเช่นนี้คือซูฉางเล่อต่างหาก”เหยียนจี๋สือตัวแข็งทื่อเล็กน้อย เจ็บปวดหัวใจจี๊ด “จือจือ ขอร้องเจ้าอย่าได้เอ่ยถึงนางอีก ในใจข้ามีเพียงเจ้าแค่คนเดียว……”ซูจือจือกลับจงใจพูดแทงใจเขา“ทำไมล่ะ กลัวข้าเอ่ย

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 17

    ทำให้สมความปรารถนาหนึ่งประการอย่างนั้นหรือผู้คนพากันแตกตื่นในทันที ต้องรู้ไว้เลยว่าเหยียนจี๋สือนั้นเป็นถึงอ๋อง คำมั่นของอ๋องหนึ่งคำ มีน้ำหนักยิ่งนัก!มือขาวผ่องของซูจือจือกำอาภรณ์เจ้าสาวแน่น นางตระหนักดีว่าคำพูดนั้นของเหยียนจี๋สือมีน้ำหนักมากคำสัญญาของผู้เป็นอ๋อง อินเฉิงอวี้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธในขณะที่นางคิดว่าอินเฉิงอวี้ก็จะทอดทิ้งนางเหมือนกับคนอื่นนั้นเองจู่ ๆ อินเฉิงอวี้ก็ยิ้มอย่างเย้ยหยัน “จิ้นอ๋องดูถูกข้าน้อยเกินไปแล้ว”เขาเดินไปข้างกายซูจือจือ จับมือนางแน่น“จือจือเป็นภรรยาของข้าน้อยอินเฉิงอวี้ ไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบมาแลกเปลี่ยนได้ตามใจ จิ้นอ๋องโปรดสำรวมตนด้วย”เหยียนจี๋สือจะปล่อยโทสะออกมา ทว่าสถานะของอินเฉิงอวี้ผู้นี้ไม่ธรรมดาเขาเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาท อำนาจครอบงำไปทั่วทั้งราชสำนักตลอดสามปีที่ตนเองยกทัพออกรบ เขากลับยิ่งกุมอำนาจขุนนางส่วนใหญ่ไว้ในมือ ตอนนี้จะกล่าวว่าเขาอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้เพียงองค์เดียว อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น ก็ไม่เกินจริงเลยโดยเฉพาะกองทหารม้าเหล็กที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเขา ฆ่าหมดไม่สนผู้ใด แม้แต่ทหารรักษาพระองค์ก็ต้องเกรงใจเ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 16

    ทุกคนต่างตกตะลึง และพากันหันไปมองยังเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นผู้ที่ย่างกรายมาผู้นี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนสีไปทันที“จิ้นอ๋อง เขามาที่นี่ได้อย่างไร?”“นั่นหน่ะสิ แล้วเมื่อครู่เขาพูดอันใดกัน จือจือ อย่าตอบตกลง หรือว่า……”คนด้านล่างมองไปยังสามคนนั้นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยทันทีซูจือจือได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ร่างกายแข็งทื่อ และค่อย ๆ หันไปเหยียนจี๋สือ……เขาจะทำอันใดกันแน่ เขาก็สมดั่งปรารถนาแล้วมิใช่หรือ?ดวงตาเหยียนจี๋สือเต็มไปด้วยเส้นเลือด ข้อนิ้วเกร็งจนเห็นเป็นสันขาว ราวกับกำลังควบคุมอันใดบางอย่างอยู่“จือจือ อย่าแต่งกับเขา” พอเขาเอ่ยปากพูด น้ำเสียงก็แหบแห้งมากซูจือจือรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว นางมองชายตรงหน้า คนที่เคยแนบชิดกับนาง คนที่นางเคยรักจริงจัง และคนที่เคยทำร้ายนางอย่างรุนแรง ปลายนิ้วของนางสั่นไหวขึ้น“เจ้ามาทำอันใด ข้าทำให้เจ้าสมความปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือ?”ประโยคสุดท้าย เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหัวใจของเหยียนจี๋สือเหมือนถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นบีบแน่นจนแทบขาดใจ“ไม่ ความปรารถนาของข้าไม่เคยเป็นซูฉางเล่อเลย เมื่อสามปีก่อน ข้าตกม้าจนบาดเจ็บสาหัส เจ้าเป็น

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 15

    จวนสกุลอินซูจือจือสวมชุดมงคลสีแดงสด ศีรษะประดับปิ่นปักผมเฟิ่งหวงเก้าหัว นั่งอย่างสง่างามอยู่ในห้องใหม่ ราวกับอยู่อีกโลกหนึ่งก็มิปานนางคิดมาตลอดว่าตนเองเข้ามาอยู่ในจวนสกุลอินต้องถูกทรมานแน่อย่างไรเสียข่าวก็ร่ำลือไปทั่วยุทธภพว่าอินเฉิงอวี้ผู้นี้เป็นปีศาจ สนุกกับการทรมานหญิงสาวที่แต่งเข้าจวนเป็นที่สุด สตรีที่แต่งเข้ามาไม่มีใครเอาชีวิตรอดพ้นคืนเข้าหอไปได้เลยแต่ใครจะคิดล่ะ ว่าวันนั้นที่นางเพิ่งมาถึงจวนก็บังเอิญเจออินเฉิงอวี้กำลังแช่อ่างอาบน้ำอยู่พอดีชายผู้นั้นคิ้วงามดั่งขุนเขา ใบหน้าดั่งหยก โครงหน้าคมกลับเย็นชา ขนานกับลำตัวกำยำรูปงาม ภายใต้หมอกไอน้ำ ผมยาวราวกับหยดลงตามเอวที่เรียวกระชับ เย็นชาอย่างมิอาจล่วงเกินได้แม้แต่ซูจือจือที่เคยเห็นชายรูปงามก็อดตะลึงไม่ได้แต่ไม่นาน นางก็อดเสียดายไม่ได้ ในใจคิดว่า สวรรค์ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ชายรูปงามเช่นนี้ กลับมีสถานะเป็นขันที!แต่พริบตาถัดมา อินเฉิงอวี้ก็ลุกขึ้นจากหมอกไอน้ำภายใต้หมอกไอน้ำที่ปกคลุมรอบ ทั้งคู่สบสายตากันสายตาของซูจือจือกวาดมองลงไป จากนั้นก็“อ๊า!!”ด้านล่างของชายผู้นั้น…...กลับเผยความปรารถนาลำใหญ่นางกรีดร้องด้วยความต

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 8

    “คุณหนูรอง นี่หากคุณชายเหยียนรู้เข้า......” สาวใช้พูดอย่างระมัดระวัง“รู้แล้วอย่างไร?” ซูฉางเล่อเป่าเล็บที่เรียวยาวราวกับต้นหอมของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ “อย่างไรเสียเขาก็รักข้าจะตาย แค่ข้ากระดิกนิ้วหนึ่งที เขาก็วิ่งมาหาเหมือนสุนัขแล้ว”ซูจือจือที่ยืนอยู่หลังกำแพงได้แค่หัวเราะเยาะเหยียนจี๋สือ นี่นะห

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 7

    จากนั้นคนผู้นี้ก็หยิบใบรายการของขวัญแผ่ออกมายาวเหยียด“แจกันหยกลายครามกิ่งเถามงคลหนึ่งคู่ จานทองลายเมฆนกกระเรียนมงคลหนึ่งคู่ ที่นาดีชานเมืองหลวงหนึ่งพันหมู่ ร้านค้าเกลือสิบแห่ง โรงทอผ้าไหมสิบแห่ง......”ทันทีที่วาจานี้ลั่นออกไป ทุกคนต่างตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น“พระเจ้าช่วย จิ้นอ๋องช่างทุ่มไม่อั้นจริ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 6

    นับตั้งแต่วันที่ซูจือจือทำให้ซูฉางเล่อบาดเจ็บ เหยียนจี๋สือก็ไม่ย่างกรายเข้ามาในเรือนนางอีกเลยวันนี้ คนของจวนพระเก้าพันปีเชิญนางออกไปเลือกเครื่องประดับศีรษะสำหรับงานแต่งงานซูจือจือเพิ่งออกจากจวน จู่ ๆ ก็ถูกคนใช้มือสับต้นคอนางยังไม่ทันตั้งตัวก็หมดสติไปเมื่อนางฟื้นขึ้นมา ตรงหน้ากลับมืดสนิท แขนข

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 5

    “เหยียนจี๋สือ”ซูจือจือลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน น้ำเสียงอันแหบพร่านั้นกลบคำพูดที่ยังพูดไม่จบของเขาไปซูฉางเล่อสะดุ้งขึ้น ผลักเหยียนจี๋สือออกด้วยความตกใจ รีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปข้างเตียงซูจือจือ“พี่หญิงใหญ่ ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว!” หน้าตานางเต็มไปด้วยความจอมปลอม “เป็นเพราะข้าไม่ดีเองเจ้าค่ะ หากไม่ใช่เพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status