Masukไหมพราวงามกลับบ้านมาได้ก็เข้ามาหาทวดของเธอเป็นคนแรก เธอเข้ามาสารภาพความผิดเรื่องเมื่อคืนที่เธอไปทำมา เพราะไม่อยากให้ทวดของเธอต้องได้รู้เรื่องจากคนอื่น
แสงโสมรับฟังเหลนรักได้ครู่หนึ่งก็พอจะมองออกว่าไหมพราวงามนั้นมีเรื่องที่ยังเล่าไม่หมด “ที่เล่าให้ทวดฟังนี่เล่าแบบละเอียดแล้วใช่ไหมลูก”
ไหมพราวงามพยักหน้า ที่เธอเล่าเมื่อครู่ก็เป็นแค่เพียงเรื่องที่เธอเมาแล้วไปนอนกับปฐวี แต่เธอเองก็ไม่ได้ลำบากใจที่จะเล่าทุกเรื่องให้ทวดตนได้ฟัง
“ถ้าพราวเล่าแล้วเรื่องจริงทุกอย่างคุณทวดอย่าตกใจนะคะ”
“ทวดอายุปูนนี้แล้ว ทวดรับได้ทุกอย่างแล้วล่ะ”
“อันที่จริงตอนแรกพราวคิดว่าพราวฝันค่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...แล้วยังไงต่อล่ะ”
“ที่พราวบอกว่าจำไม่ได้ว่าไปที่บ้านของพี่วีได้ยังไง อันที่จริงพราวรู้แล้วล่ะค่ะว่าที่จริงพราวถูกเพื่อนที่ไม่ค่อยชอบพราวมอมเหล้าให้พราวเมาแล้วก็ขับรถไปส่งพราวที่แคมป์คนงานของไร่พี่วี”
“อะไรนะ แบบนี้ต้องเอาเรื่องคนพวกนั้นนะลูก”
“พี่วีบอกว่าจะจัดการให้ค่ะ แต่เรื่องนี้พราวขอให้พี่วีเก็บเป็นความลับเพราะไม่อยากให้ทุกคนสะเทือนใจค่ะ”
“คนพวกนั้นไปส่งเราที่แคมป์คนงานแล้วทำไมหนูไปอยู่ในบ้านพี่เขาได้ล่ะลูก”
“ผู้จัดการไร่นั่งดื่มอยู่ที่นั่นพอดีค่ะ เขาเมาแต่เขาก็ยังจำพราวได้ว่าเป็นหลานของคุณป้า เขาก็เลยพาพราวไปส่งที่บ้านพี่วี เพราะความที่เขาเมานั่นแหละค่ะเลยไปส่งพราวที่ห้องพี่วี เพราะไม่คิดว่าพี่วีจะกลับมานอนที่นั่น”
“อย่างนี้นี่เอง แล้วตาวีก็รังแกเรา”
“อันที่จริงพี่วีไม่ได้รังแกพราวค่ะ” เรื่องนี้เธอเองก็จำไม่ได้อีกนั่นแหละว่าเขาทำอะไรกับเธอยังไง แต่ในเมื่อเขาเอ่ยปากขอรับผิดชอบเธอแล้วเธอก็ไม่อยากให้ใครต้องมาตำหนิเขาได้
“เราเต็มใจอย่างนั้นเหรอ”
“คุณทวดคะ คือ อันที่จริงพราวรักพี่วีค่ะ แต่ไม่กล้าบอกใครเพราะพราวรู้ว่าคุณป้าทั้งสองอยากให้พี่วีกับแพรหมั้นกัน”
“โถ่เอ้ยหลานทวด อืม...แต่สุดท้ายเราสองคนก็ได้คู่ครองที่ตรงใจกันทั้งคู่สินะ พี่เขารู้ไหมล่ะว่าเราคิดยังไงกับเขา”
“พราวยังไม่ได้บอกค่ะ แต่ก็จะหาโอกาสพูดค่ะ”
“ดีแล้วล่ะ รักก็บอกว่ารัก ไม่ชอบอะไรไม่พอใจตรงไหนก็พูดกันตรงๆ แล้วก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากัน การจะมีชีวิตคู่มันต้องเรียนรู้หลายอย่างนะลูก รักอย่างเดียวมันไม่ได้ เอาล่ะ ต่อไปเดี๋ยวก็รู้เอง”
“ค่ะคุณทวด”
“แล้วถ้าแพรกลับมาจะว่ายังไง”
“ก็คงจะดีใจค่ะ เพราะแพรเองก็ไม่ได้อยากหมั้นกับพี่วี”
“อย่างนั้นเหรอ สวรรค์ก็จัดสรรให้เรื่องราวมันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นสินะ” แสงโสมลูบหัวเหลนเธอเบาๆ ต่อจากนี้เหลนที่กำพร้าทั้งพ่อทั้งแม่ก็จะได้มีครอบครัวแล้วสินะ ดีที่ทุกอย่างมันลงเอยอย่างที่มันควรจะเป็น คนรักกันก็ควรจะได้แต่งงานกันมันถูกต้องแล้ว ยอมรับว่าเธอเอ็นดูไหมพราวงามมากเป็นพิเศษ เพราะชีวิตของไหมพราวงามนั้นน่าสงสารนัก หวังว่าหลังจากนี้จะไม่มีเรื่องอะไรมาทำให้ไหมพราวงามต้องมีเรื่องทุกข์ใจอีก ไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะทุกข์ไปด้วย
“อะไรนะ เขากำลังจะแต่งงาน” กมลเนตรอุทานเสียงหลงหลังจากรับรู้จากเพื่อนรักอย่างดารกาว่าปฐวีกำลังจะแต่งงาน ทั้งที่ตอนนี้เขายังคบหากันอย่างลับๆ กับดารกาอยู่
“ใช่” ดารกายกแก้วไวน์ขึ้นกระดกคราเดียวจนหมด
“นี่ไง แกก็มัวแต่เล่นตัวไม่ยอมแต่งกับเขา”
“ตอนนี้ฉันกำลังดัง ไม่อยากมีข่าวว่าใช้เต้าไต่จนดัง แกไม่เข้าใจฉันรึไง”
“เป็นฉันไม่สนใจหรอกใครจะว่ายังไง ถ้าได้แต่งกับเจ้าของสื่อช่องดังได้ก็เป็นคุณนายสบายไปทั้งชาติแล้ว”
“มันย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้วนี่” พูดเรื่องนี้แล้วเธอก็อดหงุดหงิดไม่ได้ เป็นเธอเองที่ก่อนหน้านี้ขอคบกับปฐวีอย่างลับๆ และไม่ยอมรับคำขอแต่งงานกับเขาเพราะเห็นว่าเขาเป็นเพียงแค่ลูกชายเจ้าของช่องสื่อดัง เพราะตัวเองกำลังดังไม่อยากให้มีข่าวเรื่องใช้เต้าไต่ อีกทั้งในเวลาที่กำลังดังก็มีหนุ่มๆ เข้ามาให้เธอได้เลือกมากมาย
หากรู้ว่าปฐวีจะได้ควบคุมบริษัทเช่นตอนนี้ เธอไม่ปฏิเสธไปแน่ ยิ่งรู้ว่าเขากำลังจะแต่งงานเธอก็อยากได้เขาคืนมา จะว่าไปเธอเองก็มีสิทธิ์ทวงเขาคืนเพราะตอนนี้เธอกับเขายังไม่ได้บอกเลิกกันอย่างเป็นทางการ
สองวันแล้วที่ไหมพราวงามต้องอยู่แค่ที่เรือนเล็กหลังเรือนใหญ่เพื่อนั่งพับดอกบัวสำนึกผิดกับเรื่องที่ก่อเอาไว้
“พราว”
ในระหว่างที่เธอกำลังพับดอกบัวก็มีเสียงเรียกอันคุ่นหู “อ้าวพี่วี” สาวเจ้ายิ้มร่าเมื่อเห็นคนที่รักโผล่หน้ามาหาเธอที่นี่
“ทำไมมานั่งอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ” ปฐวีเข้ามานั่งตรงข้ามหญิงสาว
“คุณยายทำโทษไม่ให้พราวออกไปไหนค่ะ”
“แล้วต้องนั่งพับดอกบัวแบบนี้อีกนานเลยเหรอ”
“ใช่ค่ะ เป็นอาทิตย์เลยค่ะ นี่เพิ่งผ่านไปสองวัน”
“น่าสงสาร พราวคงจะเบื่อมากใช่ไหม พี่ขอโทษนะ” หากเป็นเขาต้องมานั่งทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ ทั้งวันคงได้อกแตกตายแน่
ไม่นานนักทั้งสองหนุ่มสาวก็มาอยู่ที่ถนนคนเดิน เป็นรณภที่ทำหน้าที่แจกจ่ายตุ๊กตานับสิบตัวให้กับเด็กตัวเล็กๆ ที่เดินสวนทางมา เสียงเจี๊ยวจ๊าวขอบคุณและรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาก พิมแพรทองมองภาพนั้นด้วยความประทับใจ ลึกๆ ในใจเธอเริ่มมีความหวังว่าหัวใจที่แข็งกระด้างของรณภพอาจจะไม่ได้เยียวยายากอย่างที่คิดหลังจากแจกจ่ายตุ๊กตาเรียบร้อยแล้ว รณภพก็เดินกลับมาหาพิมแพรทองแล้วคว้ามือเล็กไปกุมไว้แน่น เขาจูงมือเธอเดินฝ่าฝูงชนแล้วเดินไปด้วยรอยยิ้มตลอดทาง“รู้ไหมแพร... พี่ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด “นานจนพี่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พี่ยิ้มได้เต็มหน้าแบบนี้คือตอนไหน”พิมแพรทองหันไปสบตาคนข้างๆ เธอเห็นประกายความสุขที่ส่งออกมาจากใจจริงของเขาก็สุขใจตามไปด้วย “ถ้ามีความสุข... ก็รักษาความรู้สึกนี้ไว้นานๆ นะคะ” พิมแพรทองบีบมือเขาตอบเบาๆหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความอิ่มเอม อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เห็นร่องรอยของความอ่อนโยนในตัวผู้ชายคนนี้ และมันคุ้มค่
พอเรื่องของตัวเองคลี่คลาย ไหมพราวงามก็พร้อมรับฟังปัญหาของพิมแพรทอง ทว่าพิมแพรทองก็ลังเลเล็กน้อยว่าจะเริ่มต้นปรึกษากับไหมพราวงามอย่างไรดี“คือ…เค้ารู้จักคนคนนึง เขาเจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวมาก แล้วเขาก็อยากแก้แค้นครอบครัวตัวเอง”“ใครกันอะ”“เค้าขอยังไม่บอกได้ไหม แค่อยากรู้ว่า…เราจะทำยังไงให้คนคนนั้นเลิกคิดแก้แค้น”“ได้ เค้าจะไม่ถามชื่อ ถ้าตามที่ตัวเล่า เขาน่าจะขาดความรักใช่ไหม”“ก็ประมาณนั้น”“งั้นก็ต้องทำให้เขาเห็นค่าในตัวเอง ให้เขามองเห็นคนที่รักเขาจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่เคยสนใจเขาเลย”“ใช้ความรักแก้ปัญหาครั้งนี้เหรอ”“ก็ประมาณนั้น ถึงมันจะรักษาแผลเขาได้ไม่ทั้งหมด แต่ถ้ามันทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ยังมีสิ่งที่มีค่ากว่าความแค้น เค้าว่าน่าจะช่วยได้นะ”พิมแพรทองพยักหน้าน้อยๆ “โอเค ขอบคุณนะ”หลังจากไหมพราวงามออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง และแล้วเธอก็เริ่มลังเลหรือว่าฉันต้องตกลงคบกับเขา…ให้ความรัก เยียวยาหัวใจ แล้วความแค้นในใจของเขาจะได้ลดลง เพราะหากเขาหายแค้นครอบครัวตัวเองได้ ก็จะดีต่อตัวของเขา ไหนจะปฐวีและไหมพราวงามด้วยพิมแพรทองนัดรณภพมาที่ร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่มองเห็นวิวเมืองเชียงใ
รณภพพาพิมแพรทองขับรถออกจากเมืองมาเกือบชั่วโมงจนมาถึงบึงบัวขนาดใหญ่ ผืนน้ำเบื้องหน้าของทั้งสองสงบนิ่งสะท้อนแสงแดดยามบ่ายดูสวยงามผิดกับอารมณ์ของทั้งสองในตอนนี้“จะคุยกับฉันต้องพามาคุยไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” สาวเจ้าเอ่ยขณะทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำเสียงพิมแพรทองฟังดูเรียบทว่าก็แฝงไปด้วยความอยากรู้ใจจะขาดว่ารณภพจะเล่าเรื่องครอบครัวเขาว่าอย่างไร“อยากรู้ไม่ใช่เหรอ” รณภพไม่หันมามองหน้าคนคนตัวเล็ก ตอนนี้เขาไม่ลังเลแล้วที่จะบอกความจริงกับเธอ“ก็พูดมาสิคะ”“รอพี่เดี๋ยวนะ” เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วปาลงไปในบึง เสียงน้ำกระจายเป็นวงคลื่นเล็กๆ เหมือนหัวใจของเขาที่ไม่เคยได้สงบเหมือนน้ำที่หินตกกระทบตรงหน้าแววตาเศร้าที่ทอดมองผิวน้ำของชายหนุ่มทำให้พิมแพรทองไม่กล้าคะยั้นคะยอ แค่นั้นก็พอจะทำให้เธอรู้ว่าเขาคงเจ็บปวดกับเรื่องครอบครัวไม่น้อยเลย“แพรเห็นใช่ไหมว่าวีมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ขนาดไหน”“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อนด้วยกลัวจะไปกระทบความรู้สึกบางอย่างในใจเขา“พี่ไม่เคยมีภาพนั้นเลย”คำพูดสั้นๆ ของเขามันแฝงไปด้วยความปวดร้าวจนเธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี ทว่าเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าศาสตราจะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื
พิมแพรทองยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรองประธานหนุ่ม ใบหน้าสวยเรียบเฉยไร้อารมณ์แม้ในอกจะอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม“สวัสดีค่ะ ท่านรอง”คำเรียกขานที่แสนเป็นทางการทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“ทำไมถึงเรียกพี่ห่างเหินแบบนั้นล่ะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วางราวกับพยายามอ่านความคิดที่อีกฝ่ายกำลังซ่อนเอาไว้“ในเวลางานตอนนี้ฉันถือว่าฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ไม่ควรทำตัวสนิทสนมถูกต้องแล้วค่ะ”รณภพชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “แพรกำลังไม่พอใจเรื่องข่าวพี่รึเปล่า”“ข่าวอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง ช่วงสายมีคุยงานกับคุณเบนจามิน เตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะคะท่านรอง”เธอเลือกจะหลบเลี่ยงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายอะไรทั้งนั้นก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี“เข้ามาได้ครับ”ดารกาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “สวัสดีค่ะ ฉันรบกวนรึเปล่าคะ”“ไม่เลยครับ ยังไงเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้พิมแพรทองเผลอเหลือบมองทั้งสองคนอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก“พี่ลืมบอก พี่จะให้คุณดาว
ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้า ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ภาพฟาร์มหอยมุก ศาลาไม้กลางทะเล และรอยยิ้มของรณภพผุดขึ้นมาในความคิดอย่างไม่ตั้งใจการที่เธอคิดถึงเขาทั้งที่เพิ่งจากกันนี่มันคืออะไรกันนะ ไม่พ้นเธอรู้สึกดีกับเขามากไปแล้วหรือ ดึกมากแล้วแต่รณภพก็ยังคงเปิดดูคลิปวีดิโอที่ถ่ายกับพิมแพรทองซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย คำที่พูดหยอกล้อกับเธอว่าเธอจะคิดถึงเขา กลับเป็นเขาเองที่คิดถึงเธอมากเสียอย่างนั้น ไม่ติดว่าพรุ่งนี้มีธุระสำคัญที่กรุงเทพมหานคร เขาไม่อยากจะห่างเธอแน่พิมแพรทองเดินเข้ามาหาเฟื่องฟ้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใสของหญิงสาวด้วยตัวเองก็พลอยคลายความกังวลไปได้มาก“พี่แพร นั่งก่อนค่ะ”พิมแพรทองหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่หญิงสาวเจ้าบ้านเป็นคนจัดหาให้ “สบายดีใช่ไหมฟ้า แล้วเรื่องสมัครเรียนว่ายังไง”“สบายดีค่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”“แล้วจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจริงเหรอ”“ค่ะ ถึงพี่โรมกับพี่แพรจะช่วยฉันค่าเรียน แต่ยังไงถ้าฉันได้หาเงินไปด้วยก็จะสบายใจกว่าค่ะ”“ตามใจแล้วกั
หลังจากอยู่ที่ร้านอาหารไม่นานนักไหมพราวงามก็กลับมาที่บ้านของปฐวีพร้อมกับปานทิพย์ สองชั่วโมงแล้วที่ไหมพราวงามยังคงนั่งรอปฐวีอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก มือประสานกันแน่นบนตัก สายตามองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวขยับผ่านไปช้าๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไร ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สำคัญกับว่าที่สามีมากเท่านั้นไม่ได้ อย่าคิดแบบนี้อีก เธอพยายามบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะยังไงปฐวีก็คงยุ่งเพราะเรื่องงาน หากไม่มีคืนที่ผิดพลาดวันนั้นเขาก็คงไม่ต้องมารับผิดชอบแต่งงานกับเธอสายฟ้าแล่บแบบนี้ปานทิพย์ว่าจะออกมาหาน้ำดื่มก่อนนอน ทว่าก็ต้องแวะเข้าห้องรับแขกเพราะเห็นไหมพราวงามยังคงนั่งอยู่ในนั้นไม่ไปไหน “หนูพราว ยังไม่ขึ้นไปนอนอีกเหรอลูก”“พราวอยากรอพี่วีค่ะ” เธอฝืนยิ้มทั้งที่แววตาอ่อนล้าเต็มทีปานทิพย์มองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสงสารก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ไปพักเถอะลูก มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอตาวี วันนี้พี่เขาอาจจะยุ่งอยู่ที่บริษัทก็ได้”ไหมพราวงามลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะคุณน้า”เช้าวันรุ่งขึ้นปานทิพย์เดินลงบันไดมาด้วยความตั้งใจจะไปทำธุระแต่เช้า ทว่ากลับต้องหยุดเท้าเมื่อเห็นร่







