LOGIN'พี่ลีโอจะกลับยัง ผมรออยู่หน้าบ่อนเนี่ย' เสียงปลายสายแผดลั่นจนลีโอต้องเอาโทรศัพท์ออกห่าง
"เออ จะกลับแล้วเนี่ย มือไม่ขึ้นเลยห่า" จิ๊ปากหงุดหงิดก่อนวางสาย นี่มันวันอะไร อุตส่าห์ได้เครดิตมาจากบ่อนนี่ตั้งห้าหมื่น แต่เพียงกระพริบตามันก็ละลายหายไป
"ทำไมมึงไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนวะกริมม์" ลีโอออกมานอกบ่อนก็เอ่ยถามพลางไล่สายตามองคนตรงหน้า "รู้ว่าแต่งแล้วสวย แต่ไม่ต้องขนาดนี้ไหม"
"ก็รีบไง และถึงไม่แต่งงี้ผมก็สวยมาก ๆ แล้วเหอะ" กริมม์ฉีกยิ้มก่อนออกเดินนำผู้พี่ไปรอโบกแท็กซี่
"ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนนักหนา?"
"พี่ไม่รู้เหรอ เวลาผมมารับพี่คนอื่น ๆ เขาชอบนินทากัน"
"นินทาเรื่อง?"
"ก็...คนนั้นโคตรสวย แต่แฟนหน้าอย่างกับแย้ อันนี้ผมยกตัวอย่างนะพี่"
"ไอ้เด็กห่า! เรื่องอะไรมาหลอกด่ากูเนี่ย" ลีโอสบถก่อนจะดีดหูญาติผู้น้องไปหนึ่งที
กริมม์กุมใบหูตัวเองหน้ามุ่ย "นอกจากเป็นผีพนันแล้วยังชอบรังแกคนอื่นอีก แบบนี้ไงถึงไม่มีแฟน"
"กูไม่หาเองต่างหากเว้ย พวกผู้หญิงมีแต่งี่เง่า อยู่กับคาสิโนสบายใจกว่า"
"แล้วคาสิโนก็พาหมดตัว เหอะ!" กริมม์ส่ายหัวระอา ข้ออ้างของพี่ชายทั้งนั้น จริง ๆคือไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากฝากอนาคตด้วยต่างหาก
—————
สองวันต่อมา
หัวหน้าแกงค์แบล็คลิสต์ที่รอบข้างรายล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ก็ไม่วายต้องประสบกับความเหงาได้เฉกเช่นคนทั่ว ๆ ไป
เขาจึงเลือกมาผ่อนคลายยังร้านที่ไม่มีคนรู้จัก เพราะความเบื่อหน่ายกับการต้องปั้นหน้ายิ้มเมื่อมีคนเข้าหา
"บอสจะเอาเด็กนั่งเป็นเพื่อนไหมครับ? " ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามเมื่อเห็นผู้เป็นนายเอาแต่นั่งถอนหายใจ
"เอามาก็ดี แต่เลือกหน้าตาหน่อยแล้วกัน แล้วแบบที่งี่เง่าๆ นี่ไม่ต้องเลยนะ เบื่อ"
"ทราบครับ" โทมิรับคำก่อนจะหันไปสั่งกับบริกร
ไม่นานนักเด็กที่สั่งไว้ก็มา และในที่นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเบอร์หนึ่งของร้านอย่าง 'กริมม์'
"สวัสดีค่ะพี่...?" กริมม์ยกมือไหว้ก่อนแสดงสีหน้าฉงน คน ๆ นี้ไม่ใช่ลูกค้าประจำ หน้าก็ไม่คุ้น
"ฉันชื่อแกสตัน" เขาเหลือบสายตาสบกับนัยน์ตาหวานก่อนเผยรอยยิ้ม "นั่งก่อนสิ" เมื่อเจ้าของโต๊ะอนุญาต ร่างสะโอดสะองราวหญิงสาวก็ทรุดลงนั่งด้วยท่าทางนุ่มนวล
"หนูชื่อกริมม์นะคะ" เขาบอกก่อนเติมเหล้าให้ลูกค้าผู้มีใบหน้าหล่อสะอาดสะอ้าน ยิ่งได้พิจารณาในตัวผู้ชายคนนี้ยิ่งทำให้กริมม์ข้องใจ ทำไมคนแบบนี้ถึงเลือกนั่งร้านระดับกลาง อันที่จริงคนอย่างเขานั่งร้านหรูกว่านี้ได้สบายมาก
"ถามจริงนะ เธอเป็นกระเทยเหรอ? " ความหล่อเต็มสิบ แต่ปากหมาทะลุร้อย แต่ถึงอย่างนั้นกริมม์ก็ยังฉีกยิ้มเอาอกเอาใจเขาต่อ
"คือหนูมีฮอร์โมนเพศชายเยอะน่ะค่ะ เลยดูเหมือนผู้ชายไปหน่อย" นี่คือคำแก้ตัวที่เขาใช้เป็นประจำ อย่างไรก็ตามจะให้แขกรู้เพศสภาพที่แท้จริงไม่ได้เด็ดขาด
"เข้าใจแล้ว แต่ยังดีที่หน้าเธอหวาน มันพอหักล้างกันได้"
"ค่ะ ดื่มเหล้าก่อนนะคะ" กริมม์ป้อนเหล้าแกสตันแก้วแล้วแก้วเล่า แต่อีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะเมา กลับเป็นเขาที่รู้สึกเวียนหัวเพราะแสงไฟและกลิ่นเหล้าแทน
"เธอ...!" แกสตันเท้าคางพลันหันหน้าไปทางกริมม์
"คะ?"
"ฉันถูกใจเธอจริง ๆนะ ขึ้นห้องกับฉันไหม? อยากได้เท่าไหร่ฉันจะให้"
"หา!" พูดตรงเกินไปแล้วไอ้บ้าเอ๊ย! ตัวก็ไม่อยากเปลือง ส่วนเงินก็อยากได้ เอาไงดี
"ว่าไง ฉันความอดทนต่ำนะ รีบคิดสิ"
"หนูโดนหลอกมาเยอะแล้วนะคะ ถ้าพี่พูดจริง ขอมัดจำก่อนได้ม้าา" ปลายนิ้วเรียวไล้ตามขอบเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมเผยให้เห็นแผงอก ริมฝีปากบางกระซิบแผ่วที่ใบหูอย่างออดอ้อน
แกร๊ก!
แกสตันกระตุกยิ้มก่อนจะควักปืนออกวางบนโต๊ะแทน
ดวงตาสวยเบิกกว้างพลันกลืนน้ำลายลงคอ 'เดี๋ยวนะ มันพกของแบบนี้ผ่านการ์ดร้านกูมาได้ไง้!!'
"ฉันไม่ยอมเสียเปรียบใครหรอกนะ และก็ไม่เอาเปรียบใครเหมือนกัน เธอเข้าใจใช่ไหม"
"ค...ค่ะ" กริมม์ยิ้มแหย ไม่กล้าแม้แต่จะปาดเหงื่อที่แย่งกันผุดไหลตามไรผม เด็กหนุ่มคิดไม่ตกว่าจะเอาตัวรอดอย่างไรดี คนที่คอยเป็นไม้กันหมาอย่างลีโอก็ดันมาหยุดซะอีก
"เธอจะไม่ไปก็ได้นะ แต่ฉันบอกไว้ก่อนว่าไม่เคยมีใครที่ฉันเล็งแล้วรอดมือฉันไปได้ ถ้าเธออยากลองก็โอเค ฉันยินดี"
คำพูดเหมือนให้อิสระทางความคิดแต่จริง ๆ มันคือคำขู่ดี ๆ นี่เอง 'จะมายินดงยินดีอะไร กูไม่ยินดีกับมึงหรอกเว้ย กูยังมีแม่ต้องเลี้ยงดูนะ'
"งั้นอีกห้านาทีหนูขึ้นไปหาพี่นะคะ ขอเวลาแต่งตัวก่อน" ว่าแล้วกริมม์ก็ลุกพรวด แต่ก็ไม่ไวไปกว่าแกสตัน เขาคว้าข้อมือบางไว้ เอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ทำคนตัวเล็กขนลุกเกรียว
"จำไว้ อย่าคิดหนี..."
ฝ่ายกริมม์แม้กลัวคำขู่ของแกสตัน แต่ไม่ทำให้กลัวไปมากกว่าความลับจะถูกเปิดโปง เพราะนอกจากพนักงานในร้านแล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องเพศสภาพของเขาเลย
คิดได้อย่างนั้นจึงรีบเก็บอุปกรณ์แต่งตัวใส่กระเป๋าเป้ จัดการแปลงโฉมกลับไปเป็นเด็กผู้ชายปอน ๆ คนเดิม แล้วเดินออกจากห้องแต่งตัวไปเงียบ ๆ 'บ๊ายบายนะครับคุณแกสตันสุดหล่อ'
แกสตันเดินวนไปมาภายในห้องพักชั้นบนของร้านนี้อยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ทำไมเด็กคนนั้นถึงยังไม่รีบขึ้นมา คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าปล่อยให้เขารอ
ความอดทนมาเฟียหนุ่มไม่ได้สูงนัก เขาเปล่งเสียงเรียกมือขวาที่รออยู่หน้าห้องทันที
"โทมิ!"
"ครับ"
"ลงไปดูเด็กฉันที"
โทมิเดินลงไปหาตัวกริมม์ตามคำสั่ง แต่เขาก็พบว่า เด็กคนนั้นหนีกลับไปแล้ว 'ทำไมถึงได้คิดสั้นขนาดนี้นะ'
"เด็กข้างล่างบอกว่าเด็กที่ชื่อกริมม์กลับบ้านไปแล้วครับ"
"หึ! จะเอางี้ใช่ไหมคนสวย ได้เลย!" แกสตันคว้าเสื้อเชิ้ตบนเตียงที่ถอดออกไปก่อนหน้านี้กลับมาสวมก่อนเดินออกจากห้องด้วยอารมณ์หงุดหงิด
"หาที่อยู่เด็กนั่นมาให้ได้ ให้เวลาครึ่งชั่วโมง" เขาบอกก่อนพาตัวเองเข้าไปนั่งรอโทมิในรถเบนซ์คันหรู
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง โทมิก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาพร้อมยื่นกระดาษที่อยู่กริมม์มาให้
"หือ?" ทันทีที่บอสหนุ่มเห็นรายละเอียดที่อยู่ เขาก็แสยะยิ้ม "เธอหนีฉันไม่รอดหรอกน่า คนสวย"
แกสตันผละใบหน้าออกจากสองฝ่ามือเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทำงาน โทมิก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสาร และการรายงานว่า “กริมม์ไปเรียนปกติ ไม่มีท่าทีว่าจะหนีครับบอส”“ขอบใจ” พลางพลิกหน้ากระดาษอ่านรายชื่อลูกหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยของเดือนนี้ นัยน์ตาพลันสะดุดกับชื่อที่คุ้นเคย “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเก็บเงินเขา”“เขาไม่ยอมครับ”“เด็กคนเดียวก็สู้ไม่ได้ กูจะเลี้ยงพวกมึงไว้ทำไมวะ” ดึงกระดาษแผ่นนั้นมาขยำก่อนปาทิ้ง กัดกรามแน่นจนขมับเต้นตุบ หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรได้ดั่งใจสักอย่าง “ไสหัวไป!” โทมิหยิบแฟ้มกลับมาเงียบเชียบ ทั้งที่ในใจอยากพูดเตือนสติเจ้านายสักนิดแต่รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลา ‘บอสเองก็สู้กริมม์ไม่ได้ถึงเอาแต่พาลพวกผมตลอดไม่ใช่เหรอครับ’หลังจากถูกตะคอกใส่หน้าวันนั้น ทั้งคู่ก็แทบไม่ได้สบตากันเลย กริมม์ทำเหมือนแกสตันเป็นอากาศธาตุ ถามคำตอบคำ แต่กลับพูดจาหยอกล้อกับไอ้พวกลูกน้องงี่เง่าได้ อีกอย่าง…ทั้งที่อนุญาตให้ทำงานแค่ศุกร์เสาร์แท้ ๆ ก็ยังดื้อไปทำงานทุกวันจนมีสภาพเหมือนซอมบี้ทุกเช้าถ้าไม่ทำเรื่องบ้า ๆลงไป คงจะกล้าทำตัวหน้าด้านบังคับให้เขาเชื่อฟังได้เหมือนเดิมนั่นแหละ“บอสครับ” เสียงเรียกจากชัยดังก่
ชายหนุ่มเคาะนิ้วเป็นจังหวะขณะทอดสายตามองนาฬิกาตรงมุมโต๊ะ เสียงเพลงในผับเงียบลงได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง เขาก็ฉวยเสื้อคลุมก่อนออกจากห้องส่วนตัวกวาดสายตามองหน้ากริมม์พลันย่นคิ้ว อีกฝ่ายกำลังยืนคุยกับใครบางคน คงจะเป็นลูกค้าคนเดียวกันจากตอนที่แกสตันเห็นจากชั้นบน รู้สึกคุ้นอย่างประหลาด เมื่อสืบเท้าเข้าไปใกล้ ๆ และได้ยิน ได้เห็นทุกอย่างแจ่มชัด เขาก็ยิ่งมั่นใจพลันกำหมัดแน่น “พี่จะไปส่งผมเนี่ยนะ”“ใช่สิ นั่งรอขนาดนี้แล้วอะ” ยิ้มตาหยีแต่พลันชะงักเมื่อเหลียวหน้าไปเจออดีตคนสนิท “ไง”“ไอ้ฟอร์ด…”กริมม์หันมองตาม หลุบตารวดเร็วเพราะสายตาคมนั้นทำเอาเสียวสันหลัง “ผมกลับก่อนนะครับ” “เดี๋ยว!” คว้าแขนเด็กคนนั้นก่อนพยักหน้ายืนยันคำเดิม “พี่ไปส่ง…”“ไม่ต้อง…” คำว่าเสือกตามหลังโดยไม่ออกเสียง แทรกตัวผ่ากลางดึงแขนกริมม์กลับมาพลางลากออกจากร้านโดยไม่เอ่ยอะไรแต่เด็กหนุ่มรับรู้ด้วยสัญชาตญาณ แกสตันกำลังไม่สบอารมณ์ คราวนี้ตนทำอะไรผิดอีก เมื่อนึกย้อนไปเส้นคิ้วก็ย่นยับ ‘มันไม่ใช่ความผิดกูซะหน่อย อยากด่าก็ไปด่าลูกค้าคนนั้นสิวะ’“เฮ้ยเดี๋ยวก่อน” เดินอาด ๆไปดักหน้าทั้งคู่ พลางยกยิ้มยียวน “เจ้าของร้านนี้ดูแลพนักงานดีนี่ห
เสียงเคาะประตูรัวดังก่อนกริมม์ต้องทำตามคำสั่งของแกสตันจริง ๆ เด็กหนุ่มผลักอกอีกฝ่ายออกแล้วพุ่งไปเปิดประตูด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ“ครับ?” ผู้หญิงคนนั้นที่ทะเลาะกับแกสตันเมื่อวันก่อนนี่ เธอจ้องหน้าเขม็งก่อนเอียงหน้ามองเลยไปยังผู้ชายที่ยืนซ้อนหลังกริมม์อยู่“มีอะไร”“ซินเอาผลตรวจมาให้ค่ะ” เธอยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ด้วยใบหน้ากระอักกระอ่วน “ซินจะรอคำตอบนะคะ”ขณะที่เธอหมุนตัวกำลังจะก้าวออกไป แกสตันพลันเปล่งเสียงเรียกดังลั่น กริมม์เองพลอยสะดุ้งไปด้วยแล้วค่อย ๆเอาตัวเองออกจากวงสนทนาที่ตนไม่เกี่ยวข้อง“ผลตรวจของจริงแน่นะ”“จริง ๆค่ะ สามเดือนที่ผ่านมา แกสตันลืมไปแล้วเหรอคะ” “แม่งเอ๊ย!” พลันเหลียวไปทางเด็กที่นั่งพิมม์รายงานด้วยสีหน้าผิดหวัง “กลับไปก่อน ไว้จะติดต่อไป”กริมม์ค้างปลายนิ้วบนแป้นพิมม์อยู่นาน ข้องใจกับคำพูดกำกวมของคนทั้งคู่ และการที่ชายหนุ่มจ้องกันด้วยแววตาละห้อยแบบนั้น มันหมายถึงอะไร ท้ายที่สุดแล้วแกสตันก็ออกไปจากห้องนี้โดยไม่ได้ทำอะไรอย่างที่กริมม์กังวล ซึ่งก็ดี จะได้มีเวลานอนก่อนต้องออกไปทำงานช่วงเย็น เด็กหนุ่มปิดประตูห้องพลางเหล่มองห้องเจ้าของบ้าน ดูเหมือนอีกฝ่ายจะขังตัวเองอยู่ใ
สีหน้ากริมม์ห่อเหี่ยวลงทันตา เดินคอตกกลับเข้าบ้านอย่างคนไร้ทางเลือกแกสตันกวาดมือสะเปะสะปะพลันดีดตัวตื่นเต็มตา ลุกพรวดจากเตียงเปิดประตูทุกบานภายในนั้นอย่างร้อนรน “หนีเหรอ”เหล่าลูกน้องมารอต้อนรับทันทีที่เห็นรถหรูคุ้นตาเข้ามายังบริเวณบ้าน เปิดประตูรถอย่างแรงและพุ่งไปหาลูกน้องคนสนิท “กริมม์อยู่ไหน”โทมิยกสองมือขึ้นพร้อมกัน พลางหลุบมองมือที่กำปกเสื้อตนเองแน่นจนสั่นก็เข้าใจอารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างดี “ใจเย็น ๆครับบอส น้องกลับมาตั้งแต่เช้าแล้วครับ”“มึงแน่ใจนะ”“ผมเปิดประตูให้เองครับ กริมม์มากับแท็กซี่ตอนเกือบตีห้าครึ่งครับ” ชัยเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อสายตาคมตวัดมา “เหมือนเขาจะไม่สบาย…”ไม่ทันจบประโยค เจ้านายก็วิ่งหน้าตั้งจากไป พวกที่เหลือต่างมองหน้าอิหลักอิเหลื่อแล้วจึงแยกย้ายกันทำงานกริมม์ละมือจากแป้มพิมม์แล็บท็อป หันไปจ้องแขกไม่ได้รับเชิญหน้าฉงน “มะ…มีอะไรรึเปล่าครับ”แกสตันหอบแฮ่ก มือหนึ่งกุมท้อง อีกมือเกาะขอบประตูไว้ “เห็นไอ้ชัยบอกว่าไม่สบาย”“อ้อ แค่ตัวรุม ๆ” พลันถูกฝ่ามือเขานาบหน้าผาก ท่าทีก็ดูกังวลจนผิดปกติ “ผมกินยาแล้วครับ”“อืม ตื่นก่อนทำไมไม่ปลุก”“เห็นคุณหลับสนิทเลยไม่กล้าไง” หล
ชายคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวเดี่ยวตรงปลายเตียง กำลังดื่มด่ำกับบรั่นดีรสแรงในระหว่างทิ้งสายตากับร่างที่หลับไหลของเด็กคนหนึ่ง การทำงานในวันนี้คงหนักสำหรับอีกฝ่าย ถึงได้ทิ้งตัวทั้งที่รู้ว่าต้องนอนร่วมกับใคร“ก็อยู่แต่บ้านซะสิ” พึมพำพลางคลึงสันดั้ง สักพักก็ลุกไปหา ซ้อนตัวเบื้องหลังแล้วกอดร่างไว้หลวม ๆกลิ่นสบู่เจือจางแต่กลับส่งผลต่อแกสตันอย่างผิดปกติ หลุบมองยังแก่นกลางกายพลันถอนหายใจแล้วกระชับตัวเด็กหนุ่มแน่นขึ้น แผ่นอกที่ประชิดหลังเล็กนั่นเต้นโครมคราม ไม่แน่ใจเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเป็นความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองกันแน่ ชายหนุ่มล้วงเข้าภายในกางเกงนอนของตนเอง รวบแท่งร้อนแล้วขยับขึ้นลง ระหว่างซุกไซร้ลำคอขาวของอีกฝ่ายไปด้วยกริมม์สะดุ้งลืมตาเพราะได้ยินเสียงหอบหายใจ ตนพอคาดเดาได้ว่าคนเบื้องหลังกำลังทำอะไร จึงแสร้งทำเป็นหลับทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก“กริมม์ แฮ่ก…”‘อย่ามาเรียก กูหลับอยู่’ แกสตันเปิดเสื้อนอนสีกรมท่า พลันปลดปล่อยน้ำคาวใส่หลังขาว ๆจนเปรอะเปื้อนไปทั่ว ทิ้งใบหน้าซบซอกคอบางพลางสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆเด็กหนุ่มกัดฟันเก็บสุ้มเสียง พร่ำบ่นในใจว่านี่มันบ้าอะไรกัน ทำไมไม่ไปป
การทำงานวันแรกของกริมม์ราบรื่นดีเพราะมีผู้จัดการอย่างโทมิคอยช่วยเหลือ เวลาผ่านไปจนถึงช่วงตีหนึ่งของวันใหม่ จะว่ายาวนานก็ใช่ จะว่ารวดเร็วก็ไม่เชิงเคลียร์ของในโซนที่ตัวเองดูแลเสร็จแล้ว เด็กหนุ่มก็หยิบของใช้ส่วนตัวมานั่งรอโทมิเคลียร์บัญชีอยู่ที่บาร์ใกล้ ๆกัน ไม่นานนักคนที่รอก็มาถึง “บอสเรียกพบน่ะ”“อ้อ งั้นผมกลับกับแท็กซี่ก็ได้ครับ”“ไม่ได้เรียกพี่” บอกพลางเผยยิ้มบาง ตนเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเพราะรู้ว่าระหว่างสองคนนี้เกิดอะไรขึ้น “พี่กลับก่อนนะ”“พี่” รวบมืออีกฝ่ายเขย่าเร่า ๆ “เขาจะทำอะไรผมรึเปล่า”โทมิเม้มปากครู่หนึ่งแล้วบอกตามตรง “พี่ว่ากริมม์รู้นะว่าต้องทำตัวยังไง”“ระ…รู้ครับ” ทำตัวเชื่อง อย่าพยศ ห้ามมีปากเสียง กริมม์ย่ำเท้าเชื่องช้าขึ้นไปยังชั้นสามตามที่โทมิบอก ซึ่งชั้นนี้เป็นสำนักงานและห้องพักส่วนตัวของแกสตัน ได้ยินคำว่า ‘ส่วนตัว’ หัวใจก็เต้นตึกตักหวั่นวิตก‘ไม่รอด ไม่รอดแน่ ๆ’เคาะประตูห้องที่ติดป้าย PRIVATE กำสายกระเป๋าแน่น หลุบต่ำมองรองเท้า กัดปากอึดอัด “ไง” ทักทายพอเป็นพิธีแล้วดึงตัวเข้ามาภายในห้องพัก อีกฝ่ายหลุดเสียงฉุนเฉียวเล็กน้อย แต่เมื่อถูกสบตาสีหน้าก็พลันเรียบเฉย “แอ







