LOGIN"ที่ฉันยอมเปิดพื้นที่ส่วนตัวให้เข้ามา...ก็เพราะเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันหรอกนะ"
View Moreริณก้าวลงไปในอ่างอาบน้ำอย่างช้าๆ แรงกระเพื่อมของน้ำทำเอาหัวใจของปริ๊นสั่นไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของคนพี่ ริณขยับเข้าหาจนแผ่นหลังของปริ๊นแนบชิดกับขอบอ่างที่เย็นเฉียบ สวนทางกับความร้อนรุ่มจากร่างกายของคนตรงหน้าที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ใส่ไว้แบบนี้...มันจะอาบสะอาดได้ยังไงคะ”น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวอยู่ข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้ผ่านผิวกายใต้น้ำขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ริณไม่ได้รีบร้อน แต่ทุกสัมผัสนั้นกลับหนักแน่นและตั้งใจปลายนิ้วเรียวเกี่ยวรั้งสายบราลูกไม้ที่เปียกชุ่มให้เลื่อนหลุดออกจากลาดไหล่เนียนทีละข้าง สายตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของปริ๊น ราวกับจะบอกว่าต่อจากนี้ กระต่ายน้อยตัวนี้ไม่มีทางหนีเสือตัวนี้พ้นแล้วริณเอื้อมมือไปสัมผัสกับแผ่นหลังขาวเนียนของปริ๊นอย่างแผ่วเบา เธอบรรจงปลดตะขอชิ้นบนออกอย่างชำนาญ ก่อนจะทิ้งมันลงข้างอ่างอย่างไม่ไยดีทันทีที่ร่างกายเป็นอิสระ ความเย็นของอากาศและสัมผัสจากฝ่ามือของริณที่กอบกุมความอ่อนนุ่มทั้งสองข้างเอาไว้ทำให้ปริ๊นเผลอแอ่นอกเข้าหาตามสัญชาตญาณ“อื้อ... พี่ริณคะ”ปริ๊นครางชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว พยายามจะยกมือขึ้นปกปิดความกระดากอายที่จู่ๆ ก็พลุ่งพ
เมื่อรถกระบะสี่ประตูเลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณที่จอดรถวีไอพีของโรงแรมเรียบร้อยแล้ว ปริ๊นก็รีบคว้ากระเป๋าถือคู่ใจอย่างรวดเร็วจนริณหันมอง ไม่ทันได้ถามอะไรคุณนางเอกก็รีบเปิดประตูรถลงไปราวกับมีเรื่องสำคัญบางอย่างแต่แล้วในวินาทีที่กำลังก้าวลงจากรถ รองเท้าส้นสูงของเธอก็เกิดไม่รักดี จากที่ปกติดูจะคุ้นเคยกันทุกวัน กลายเป็นว่าวินาทีนี้มันทำให้เธอข้อเท้าพลิกอย่างไม่ทันตั้งตัว จนร่างเล็กทิ้งตัวลงกับพื้นทันที“ปริ๊น!”ริณที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนด้วยความตกใจ เธอรีบเปิดประตูรถลงมาแล้ววิ่งมาประคองร่างของแฟนสาวอย่างรวดเร็ว“ค่อย ๆ ลุกนะ เจ็บตรงไหนบ้าง เจ็บมากมั้ย”ใบหน้าของริณซีดเผือด หัวใจชาวูบไปทั้งดวง ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บปวดแบบไหน เล็กน้อยหรือมาก เธอก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้ได้รับแม้แต่ปลายเล็บทว่าตอนนี้ความเจ็บปวดนั้นกลับเป็นตอนที่อีกฝ่ายอยู่กับเธอแท้ ๆ ปริ๊นก็ยังเจ็บตัวได้“โอ๊ย เจ็บข้อเท้าจังเลยค่ะพี่ริณ ปริ๊นคงก้าวผิดท่าแน่ ๆ เลยค่ะเมื่อกี้”ใบหน้าสวยเหยเกดูน่าสงสาร ปริ๊นซบหน้าลงกับไหล่ของริณ แต่ถึงอย่างนั้น...ริมฝีปากของเธอกลับยกยิ้มเบาๆแม้จะผิดความตั้งใจไปหน่อย เพราะคิดว่าจะแกล้งเจ็บเท้านิดหน่อย แต
รถกระบะสีดำเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังย่านริมน้ำยามเย็น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอบอุ่น ริณพาคุณดารามายังร้านอาหารสไตล์โฮมเมดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ติดริมน้ำ แม้จะเป็นร้านที่มีลูกค้าบ้างแต่ก็ไม่ได้พลุกพล่านจนน่าอึดอัด ริณเลือกโต๊ะที่ติดริมระเบียงมากที่สุด เพื่อให้ปริ๊นได้มองเห็นทัศนียภาพอย่างที่ตั้งใจลมแม่น้ำพัดมาเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นอายความเย็นสดชื่นมาปะทะผิวหน้า ปริ๊นถอดแว่นกันแดดวางลงบนโต๊ะ เธอปล่อยให้ลมพัดผมปลิวสยายไปตามธรรมชาติ ริณมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เธอสั่งเมนูง่าย ๆ ที่รู้ว่าปริ๊นชอบ และไม่ลืมที่จะสั่งน้ำเก๊กฮวยเย็น ๆ มาช่วยให้คนข้าง ๆ สดชื่นขึ้น“โห ดวงอาทิตย์สวยจังค่ะพี่ริณ”ปริ๊นพึมพำ สายตามองไปที่พระอาทิตย์ดวงกลมโตที่กำลังค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปหลังแนวตึกระฟ้า แสงสีส้มสะท้อนกับผิวน้ำเจ้าพระยาจนดูคล้ายเพชรเม็ดงาม“สวยค่ะ...สวยมากจริง ๆ”ริณตอบรับ แต่สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่ขอบฟ้าเลยสักนิด เธอกลับมองเพียงใบหน้าของคนที่นั่งตรงข้ามที่ตอนนี้ถูกแสงสีทองอาบไล้จนดูนวลตาปริ๊นหันกลับมาสบตาแล้วหลุดขำ“พี่ริณคะ ปริ๊นบอกให้ดูวิว ไม่ได้ให้ดูหน้าปริ๊น”“ก็วิวนั่งอยู่ต
ขณะที่โลกโซเชียลกำลังเต็มไปด้วยแฮชแท็กคำว่า #การกลับมาของเจ้าหญิง ภายในรถกระบะสี่ประตูสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล คนหลังพวงมาลัยกำลังนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่าทีสบายใจ พร้อมกับสายตาที่จดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังสตรีมไลฟ์สดงานแถลงข่าวริณเผลอคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นปริ๊นพูดตอบโต้อย่างฉะฉาน แววตาของนางเอกสาวในหน้าจอนั้นดูเติบโตและเด็ดเดี่ยวขึ้นมาก ยิ่งในตอนที่ปริ๊นเอ่ยถึงแฟนคลับ คุณแม่ และคนรัก คนที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับหน้าร้อนผ่าว แม้ไม่มีชื่อเธอเลยสักประโยค แต่ณริณทิพย์ก็รู้ว่าเจ้าตัวหมายถึงเธอการมีแฟนเป็นดารามันรู้สึกแบบนี้เองสินะ...“พูดอะไรแบบนั้นต่อหน้าสื่อได้ไงเนี่ย เกิดมีคนถามต่อว่าคนรักหมายถึงใคร จะตอบเค้ายังไงเด็กดื้อ...”ริณพึมพำกับตัวเองด้วยความเอ็นดูคนรัก เธอสัมผัสได้ถึงความเข้มแข็งที่ส่งผ่านมาทางหน้าจอ ปริ๊นไม่ใช่ดาราสาวที่คอยแต่จะหลบหลังใครอีกต่อไปแล้ว แต่เธอคือดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงอย่างเต็มภาคภูมิ ริณกดปิดไลฟ์สดเมื่อเห็นว่าการแถลงข่าวจบลงอย่างสวยงามเธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดแอปพลิเคชัน Instagram ขึ้นมาพื้นที่ส่วนตัวทางโซเชียลของณริณทิพย์ในตอนนี้มีผู้ติดตามเพียงหน
การได้เจอเจ้าถุงแป้ง ทำให้ริณได้เห็นบางอย่างในตัวของดาราสาวในแบบที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอย่างเช่นตอนนี้ที่ปริ๊นกำลังนั่งป้อนน้ำเจ้ากระต่ายอยู่หน้าตะกร้าหวาย พร้อมกับพูดคุยกับสิ่งมีชีวิตตัวนั้นด้วยเสียงสองเสียงสาม“เป็นไงบ้างคะคนเก่ง หิวมุ้ยยยย โอ๋เอ๋ ๆ ไม่เป็นไรนะค้าบบ เดี๋ยวคนเก่งก็หายน้า”เสียงใส ๆ
รถเอสยูวีสีขาวเลี้ยวลัดเลาะเข้าไปตามถนนลูกรังเส้นเล็กที่โอบล้อมด้วยอุโมงค์ต้นไม้และแมกไม้รกครึ้ม จนกระทั่งมาหยุดสนิทหน้าเรือนไม้เก่าหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมลำธาร ลมพัดเย็นปะทะผิวหน้าทันทีที่ปริ๊นก้าวลงจากรถ เสียงน้ำจากลำธารไหลเอื่อยและกลิ่นหอมของดินทำให้ดาราสาวเผลอหลับตาพริ้มเพื่อซึมซับความสดชื่น“ท
การไปน่านของปริ๊นเต็มไปด้วยเสียงคัดค้าน โดยเฉพาะเจ้าของบ้านอย่าง พสุ เตชะกิจเดชา ผู้เป็นพ่อ เขาไม่เคยสนับสนุนงานที่ลูกสาวรักเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขามีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีโรงแรมมากมาย ปูทางไว้ให้ลูกสาวคนเดียวมาสานต่อ แต่ปริ๊นก็ไม่เคยเหลียวแล เพราะเธอรู้ดีว่าภาพสวยเบื้องหน้าที่เห็น มันไม่ได
“ขับรถไปน่านคนเดียวเนี่ยนะ!!”เสียงตะโกนจากปลายสายทำเอาปริ๊นต้องเอาโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหูในทันที ถึงแม้คนที่กำลังคุยสายด้วยเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานถึงยี่สิบปี แต่เธอก็ยังไม่ชินกับนิสัยโหวกเหวกโวยวายของเจ้าตัวเท่าไหร่นัก“แกจะตะโกนทำไมเล่าใยไหม หูจะแตก”ใยไหม เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของปริ๊





