LOGIN
ทั่ก ๆ ๆ ๆ
เสียงฝีเท้านับสิบดังกระทบพื้นคอนกรีตท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืน ในเวลาเช่นนี้ที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เหมาะแก่การจัดการปัญหาเงียบ ๆ แบบที่ผู้ก่ออาชญากรรมมักทำกัน
ร่างผอมบางของผู้ที่ได้ชื่อว่าเหยื่อวิ่งกระหืดหอบปานว่าจะขาดใจตาย ทั้งสองขาไร้เรี่ยวแรงวิ่งต่อ ทว่า สมองกำชับหนกแน่น ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ห้ามหยุดเด็ดขาด
'บอสครับ ตอนนี้มันวิ่งเข้าไปในซอยแล้วครับ'
"ฉันรอมันอยู่" ผู้ถูกเรียกว่าบอสตอบกลับแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นสูบอย่างใจเย็น เพียงไม่นานแมลงเม่าก็บินมาหากองไฟที่กำลังลุกโชน
'โง่เง่าจนวินาทีสุดท้าย'
ริมฝีปากสีคล้ำจากนิโคตินยกยิ้มร้าย ดวงตาคมมองแมลงเม่าที่อ่อนแรงก่อนเปล่งเสียงทุ้มต่ำ
"ไง" เขาเอ่ยเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ขุ่นมัว ไม่ต้องมีคำขู่เข็ญก็ทำอีกฝ่ายเย็นสันหลังวาบ
"อึก!" เขาทรุดตัวอย่างหมดแรงลงตรงหน้าชายชุดสูทนัยน์ตาดุดัน ภายใต้ใบหน้าที่หล่อเหลาใครจะรู้ว่าชายผู้นี้น่ากลัวเพียงใด
"แก...คงไม่ได้ลืมอะไรไปใช่ไหม" เขาถามพลันดีดก้นบุหรี่ทิ้งก่อนใช้ส้นรองเท้าขยี้
"...!"
"แย่ละ" เกาข้างขมับด้วยด้ามปืน พลางเหลือบนัยน์ตาอย่างรำคาญกับข้ออ้างที่ได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน
"ผมยังไม่มีจริง ๆครับ" ประนมมือขอความเห็นใจด้วยตัวสั่นเทิ้ม น้ำหูน้ำตาทะลัก
"กล้านะที่พูดคำนี้ออกมา"
"ขอร้อง…อัก!" ส้นเทาเตะอัดเข้าที่ปลายคางอีกฝ่ายรุนแรงจนร่างนั้นล้มหงาย
"ยอดหนี้แกดอกมันจะทบต้นแล้วนะ ทางที่ดีแกรีบจ่ายฉันมาดีกว่า" เขาทรุดนั่งชันเข่าลง มือหนายื่นออกไปตรงหน้าลูกหนี้พลางกระดิกนิ้วรอ
"ผมไม่มีจริงๆ นะเฮีย ตอนนี้ลูกผมก็กำลังจะเปิดเทอม เห็นใจผมเถอะ"
เจ้าของเงินคลี่ยิ้มบางก่อนจะฟาดฝ่ามือเข้ากับใบหน้าตอบนั้นเต็มแรง "มึงไม่มีลูก! เงินที่กู้ไปมึงก็เอาไปเล่นพนันบอล"
"อะ...!" เขานิ่งงัน ตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว เขาน่าจะรู้ตั้งแต่แรก ผู้ชายคนนี้ไม่ได้โง่
"คนโกหกต้องตกนรกนะ รู้ไหม" เจ้าหนี้ยืดตัวขึ้นยืนก่อนจะโยกหัวไปมาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ก่อนยกยิ้มเย็นจับขั้วหัวใจ "มีตั๋วฟรีให้ สนใจรึเปล่าล่ะ"
"ครั้งหน้าผมจะคืนเฮียจริง ๆ ครับ"
กริ๊ก!
"กูยกหนี้ให้"
"หะ?? " ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น แววตาเปล่งประกายความหวังโดยหารู้ไม่ว่านั่นคือกลลวง
เปรี้ยง!!!
คมกระสุนวิ่งทะลุกะโหลกทันที ไม่ทันที่เขาจะได้สั่งเสียหรืออ้อนวอนอะไรต่อ ร่างผอมล้มหงายตามแรงกระสุน เลือดท่วมใบหน้าฉับพลัน ลมหายใจรวยรินหยุดลงในที่สุด
"ยกหนี้ให้แต่เอาชีวิตมึงแทน" เขาเอ่ยแล้วหมุนตัวกลับขึ้นรถที่ลูกน้องเปิดประตูรออยู่ ออกคำสั่งทิ้งท้ายก่อนพยักหน้าเป็นสัญญาณให้คนสนิทออกรถ "เก็บกวาดให้เรียบร้อย"
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาใช้คมกระสุนกระชากลมหายใจผู้อื่น และทุกครั้งก็ไม่เคยรู้สึกผิด ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพชัด ๆ คนพวกนั้นก็เหมือนขายชีวิต และเขาก็เป็นผู้ซื้อชีวิตนั่นเอง
เขาตระหนักได้ตั้งแต่หนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ว่าโลกนี้ไม่มีที่ยืนให้คนอ่อนแอ หากไม่สู้ เราก็จะเป็นเพียงสัตว์ที่ถูกสังคมนี้เอารัดเอาเปรียบและกดให้จมโคลนตมลงไปในที่สุด
ด้วยวิถีชีวิตที่ต้องดิ้นรน ในที่สุดชื่อเขากลายเป็นที่รู้จักทั้งวงการใต้และบนดิน
เมื่อมีชื่อเสียงและเงินทอง ผู้คนต่างก็เข้าหาและต้องการทำความรู้จักเพื่อผลประโยชน์ในด้านต่าง ๆ
ทำให้บางครั้งตัวเขาก็หลงระเริงในสิ่งจอมปลอมนี้ไปชั่วขณะ กว่าจะรู้ตัวว่าทุกอย่างไม่ใช่อย่างที่ตนเชื่อมั่นก็สายไปเสียแล้ว
ตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาเหลือเพียง 'แกงค์แบล็คลิสต์' ที่เขาก่อตั้งมาเองกับมือ
ส่วนเรื่องความรักนั้น ตั้งแต่โดนคนที่หวังจะให้เป็นคนสุดท้ายของชีวิตกับเพื่อนที่รักที่สุดหักหลัง หัวใจเขาก็ไม่หวั่นไหวให้ใครอีกเลย
----------
ในอีกมุมหนึ่งของคำคืนนี้ ยังมีอีกชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ความสำเร็จ และสิ่งสำคัญคือทำเพื่อบุคคลอันเป็นที่รัก
"ป๋าดื่มอีกหน่อยนะคะ" มือเรียวหยิบแก้วที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เข้มข้นยื่นไปตรงหน้าคนข้างตัว
"อื้อ เดี๋ยวป๋าก็ไม่มีแรงกันพอดีอะหนู" ชายวัยดึกหนวดเคราครึ้มกล่าวด้วยรอยยิ้มทั้งดวงตาปรือริบหรี่ ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบเงินออกมาวางให้บนเรียวขาเนียน
"หือ อะไรคะป๋า" วาจาแสร้งว่าซื่อเอ่ยถามด้วยดวงตาแป๋ว แต่มือกลับสั่นระริกอยากจะคว้าเก็บไว้เสียเดี๋ยวนั้น
"ป๋าให้ ค่าขนม"
"ขอบคุณนะคะ" เขาไหว้แทบอกแล้วฉวยแก้วขึ้นมาป้อนอีกฝ่ายหนแล้วหนเล่า
เมื่อแขกคนพิเศษคอพับหมดสติ เขาก็วานให้พนักงานช่วยพาตัวขึ้นไปพักยังชั้นบนของสถานบันเทิง แล้วจึงพาตัวเองเลี่ยงเข้าในห้องแต่งตัวเพื่อตรงกลับหอพัก
"กริมม์ ลูกค้าเรียก" ขณะกำลังลงมือถอดวิก มือเรียวก็ชะงักพลันหันมาถอนหายใจฟึดฟัด
"ไม่ไปแล้วได้มั้ยพี่ ผมอยากกลับ"
"แต่คนนี้กระเป๋าหนักนะ"
"อีกห้านาทีครับ" วิกผมถูกจัดระเบียบใหม่ ก่อนเขาจะก้าวฉับ ๆ ตามพนักงานไป ระหว่างทางเขาก็สวนกับญาติผู้พี่
"ยังไม่กลับอีกเหรอ"
"ลูกค้าเรียกอะดิ อยากกลับจะตายแล้วเนี่ย" กริมม์บอกหน้ามุ่ย
"เอาน่า เจอกันที่ห้องนะ"
"พี่ลีโอจะกลับห้องหรือไปไหนก่อน" คนถูกถามฉีกยิ้มก่อนจะล้วงปึกเงินขึ้นมาหอม
"ต่อทุนดิวะ วันนี้ติปหนัก"
"เพลา ๆ บ้างเหอะ ระวังจะเดือดร้อนเพราะการพนันเข้าสักวัน"
"รับทราบจ้าน้องรัก" ลีโอวางมือบนวิกหัวน้องชายก่อนขยี้เบา ๆ "เจอกัน"
"พี่พาไปหาหมอผีเอามั้ย" พนักงานคนเดิมถามกริมม์ระหว่างเดินไปส่งยังโต๊ะลูกค้า
"ไปทำไมอะพี่" เส้นคิ้วขมวด ครั้นได้รับตอบกริมม์ก็ถอนใจอย่างคนปลงตก
"หมายถึงพาไอ้ลีโอไปน่ะ ผีพนันกินสมองหมดแล้วมั้ง"
เด็กหนุ่มส่ายหัวระอาก่อนจะเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าลูกค้าคนใหม่ "สวัสดีค่ะเสี่ย"
"อื้อ นั่งสิ" กริมม์นั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะชงเครื่องดื่มให้ ฝ่ามือสากคอยลูบไล้เนื้อตัวขาวหนุบหนับ สร้างความรำคาญให้เจ้าของร่างเหลือเกิน แต่จำต้องฝืนใจอดทน
อาชีพอย่างเขามันเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจออะไรแบบนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"นั่งนิ่ง ๆ สิคะเสี่ย" เขาปรามเบา ๆ แต่อีกฝ่ายแสร้งหูทวนลมก่อนซบหน้าลงกับซอกคอบาง
กริมม์นึกอยากจะลุกพรวดเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า ทั้งรายได้และชื่อเสียงร้านมันค้ำคอ
ใครว่างานแบบนี้มันสบายกัน วัน ๆ ต้องเจอผู้คนร้อยพ่อพันแม่ ถ้าวันไหนเจอลูกค้าดีคือกำไร แต่ถ้าซวยเจอลูกค้าที่คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าแทบอยากลาออกไปกินยาแก้ไมเกรน
"ไปต่อกับเสี่ยมั้ยหนู?"
"พรุ่งนี้หนูมีเรียนค่ะเสี่ย"
"เดี๋ยวเสี่ยไปส่งแต่เช้าเลย" ชายผู้นั้นยื่นปึกเงินไปตรงหน้ากริมม์หมายจะล่อให้ตกหลุมพราง
"ไปไม่ได้จริง ๆ ค่ะเสี่ย"
"ไม่อยากได้เงินเหรอ"
"ถ้าจะให้หนูแลกการเรียนกับเงินของเสี่ยหนูไม่เอาก็ได้ค่ะ" กริมม์คลี่ยิ้มบางอย่างมีจริต อีกฝ่ายเลิกคิ้วก่อนหัวเราะร่า
"โอเค ๆ เสี่ยยอมแพ้ ตั้งใจเรียนนะ" เขายื่นเงินปึกนั้นให้เด็กหนุ่มก่อนจะหอมตรงกระหม่อมเบา ๆ
กริมม์หอมปึกเงินชื่นอกชื่นใจ อยากให้พรุ่งนี้มาถึงไว ๆ จะได้รีบโอนเงินให้แม่ แค่นึกถึงใบหน้าหญิงวัยกลางคนที่ยิ้มเมื่อเห็นจำนวนเงินโอนเข้าเด็กหนุ่มก็มีความสุขหนักหนา
แกสตันผละใบหน้าออกจากสองฝ่ามือเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทำงาน โทมิก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสาร และการรายงานว่า “กริมม์ไปเรียนปกติ ไม่มีท่าทีว่าจะหนีครับบอส”“ขอบใจ” พลางพลิกหน้ากระดาษอ่านรายชื่อลูกหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยของเดือนนี้ นัยน์ตาพลันสะดุดกับชื่อที่คุ้นเคย “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเก็บเงินเขา”“เขาไม่ยอมครับ”“เด็กคนเดียวก็สู้ไม่ได้ กูจะเลี้ยงพวกมึงไว้ทำไมวะ” ดึงกระดาษแผ่นนั้นมาขยำก่อนปาทิ้ง กัดกรามแน่นจนขมับเต้นตุบ หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรได้ดั่งใจสักอย่าง “ไสหัวไป!” โทมิหยิบแฟ้มกลับมาเงียบเชียบ ทั้งที่ในใจอยากพูดเตือนสติเจ้านายสักนิดแต่รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลา ‘บอสเองก็สู้กริมม์ไม่ได้ถึงเอาแต่พาลพวกผมตลอดไม่ใช่เหรอครับ’หลังจากถูกตะคอกใส่หน้าวันนั้น ทั้งคู่ก็แทบไม่ได้สบตากันเลย กริมม์ทำเหมือนแกสตันเป็นอากาศธาตุ ถามคำตอบคำ แต่กลับพูดจาหยอกล้อกับไอ้พวกลูกน้องงี่เง่าได้ อีกอย่าง…ทั้งที่อนุญาตให้ทำงานแค่ศุกร์เสาร์แท้ ๆ ก็ยังดื้อไปทำงานทุกวันจนมีสภาพเหมือนซอมบี้ทุกเช้าถ้าไม่ทำเรื่องบ้า ๆลงไป คงจะกล้าทำตัวหน้าด้านบังคับให้เขาเชื่อฟังได้เหมือนเดิมนั่นแหละ“บอสครับ” เสียงเรียกจากชัยดังก่
ชายหนุ่มเคาะนิ้วเป็นจังหวะขณะทอดสายตามองนาฬิกาตรงมุมโต๊ะ เสียงเพลงในผับเงียบลงได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง เขาก็ฉวยเสื้อคลุมก่อนออกจากห้องส่วนตัวกวาดสายตามองหน้ากริมม์พลันย่นคิ้ว อีกฝ่ายกำลังยืนคุยกับใครบางคน คงจะเป็นลูกค้าคนเดียวกันจากตอนที่แกสตันเห็นจากชั้นบน รู้สึกคุ้นอย่างประหลาด เมื่อสืบเท้าเข้าไปใกล้ ๆ และได้ยิน ได้เห็นทุกอย่างแจ่มชัด เขาก็ยิ่งมั่นใจพลันกำหมัดแน่น “พี่จะไปส่งผมเนี่ยนะ”“ใช่สิ นั่งรอขนาดนี้แล้วอะ” ยิ้มตาหยีแต่พลันชะงักเมื่อเหลียวหน้าไปเจออดีตคนสนิท “ไง”“ไอ้ฟอร์ด…”กริมม์หันมองตาม หลุบตารวดเร็วเพราะสายตาคมนั้นทำเอาเสียวสันหลัง “ผมกลับก่อนนะครับ” “เดี๋ยว!” คว้าแขนเด็กคนนั้นก่อนพยักหน้ายืนยันคำเดิม “พี่ไปส่ง…”“ไม่ต้อง…” คำว่าเสือกตามหลังโดยไม่ออกเสียง แทรกตัวผ่ากลางดึงแขนกริมม์กลับมาพลางลากออกจากร้านโดยไม่เอ่ยอะไรแต่เด็กหนุ่มรับรู้ด้วยสัญชาตญาณ แกสตันกำลังไม่สบอารมณ์ คราวนี้ตนทำอะไรผิดอีก เมื่อนึกย้อนไปเส้นคิ้วก็ย่นยับ ‘มันไม่ใช่ความผิดกูซะหน่อย อยากด่าก็ไปด่าลูกค้าคนนั้นสิวะ’“เฮ้ยเดี๋ยวก่อน” เดินอาด ๆไปดักหน้าทั้งคู่ พลางยกยิ้มยียวน “เจ้าของร้านนี้ดูแลพนักงานดีนี่ห
เสียงเคาะประตูรัวดังก่อนกริมม์ต้องทำตามคำสั่งของแกสตันจริง ๆ เด็กหนุ่มผลักอกอีกฝ่ายออกแล้วพุ่งไปเปิดประตูด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ“ครับ?” ผู้หญิงคนนั้นที่ทะเลาะกับแกสตันเมื่อวันก่อนนี่ เธอจ้องหน้าเขม็งก่อนเอียงหน้ามองเลยไปยังผู้ชายที่ยืนซ้อนหลังกริมม์อยู่“มีอะไร”“ซินเอาผลตรวจมาให้ค่ะ” เธอยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ด้วยใบหน้ากระอักกระอ่วน “ซินจะรอคำตอบนะคะ”ขณะที่เธอหมุนตัวกำลังจะก้าวออกไป แกสตันพลันเปล่งเสียงเรียกดังลั่น กริมม์เองพลอยสะดุ้งไปด้วยแล้วค่อย ๆเอาตัวเองออกจากวงสนทนาที่ตนไม่เกี่ยวข้อง“ผลตรวจของจริงแน่นะ”“จริง ๆค่ะ สามเดือนที่ผ่านมา แกสตันลืมไปแล้วเหรอคะ” “แม่งเอ๊ย!” พลันเหลียวไปทางเด็กที่นั่งพิมม์รายงานด้วยสีหน้าผิดหวัง “กลับไปก่อน ไว้จะติดต่อไป”กริมม์ค้างปลายนิ้วบนแป้นพิมม์อยู่นาน ข้องใจกับคำพูดกำกวมของคนทั้งคู่ และการที่ชายหนุ่มจ้องกันด้วยแววตาละห้อยแบบนั้น มันหมายถึงอะไร ท้ายที่สุดแล้วแกสตันก็ออกไปจากห้องนี้โดยไม่ได้ทำอะไรอย่างที่กริมม์กังวล ซึ่งก็ดี จะได้มีเวลานอนก่อนต้องออกไปทำงานช่วงเย็น เด็กหนุ่มปิดประตูห้องพลางเหล่มองห้องเจ้าของบ้าน ดูเหมือนอีกฝ่ายจะขังตัวเองอยู่ใ
สีหน้ากริมม์ห่อเหี่ยวลงทันตา เดินคอตกกลับเข้าบ้านอย่างคนไร้ทางเลือกแกสตันกวาดมือสะเปะสะปะพลันดีดตัวตื่นเต็มตา ลุกพรวดจากเตียงเปิดประตูทุกบานภายในนั้นอย่างร้อนรน “หนีเหรอ”เหล่าลูกน้องมารอต้อนรับทันทีที่เห็นรถหรูคุ้นตาเข้ามายังบริเวณบ้าน เปิดประตูรถอย่างแรงและพุ่งไปหาลูกน้องคนสนิท “กริมม์อยู่ไหน”โทมิยกสองมือขึ้นพร้อมกัน พลางหลุบมองมือที่กำปกเสื้อตนเองแน่นจนสั่นก็เข้าใจอารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างดี “ใจเย็น ๆครับบอส น้องกลับมาตั้งแต่เช้าแล้วครับ”“มึงแน่ใจนะ”“ผมเปิดประตูให้เองครับ กริมม์มากับแท็กซี่ตอนเกือบตีห้าครึ่งครับ” ชัยเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อสายตาคมตวัดมา “เหมือนเขาจะไม่สบาย…”ไม่ทันจบประโยค เจ้านายก็วิ่งหน้าตั้งจากไป พวกที่เหลือต่างมองหน้าอิหลักอิเหลื่อแล้วจึงแยกย้ายกันทำงานกริมม์ละมือจากแป้มพิมม์แล็บท็อป หันไปจ้องแขกไม่ได้รับเชิญหน้าฉงน “มะ…มีอะไรรึเปล่าครับ”แกสตันหอบแฮ่ก มือหนึ่งกุมท้อง อีกมือเกาะขอบประตูไว้ “เห็นไอ้ชัยบอกว่าไม่สบาย”“อ้อ แค่ตัวรุม ๆ” พลันถูกฝ่ามือเขานาบหน้าผาก ท่าทีก็ดูกังวลจนผิดปกติ “ผมกินยาแล้วครับ”“อืม ตื่นก่อนทำไมไม่ปลุก”“เห็นคุณหลับสนิทเลยไม่กล้าไง” หล
ชายคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวเดี่ยวตรงปลายเตียง กำลังดื่มด่ำกับบรั่นดีรสแรงในระหว่างทิ้งสายตากับร่างที่หลับไหลของเด็กคนหนึ่ง การทำงานในวันนี้คงหนักสำหรับอีกฝ่าย ถึงได้ทิ้งตัวทั้งที่รู้ว่าต้องนอนร่วมกับใคร“ก็อยู่แต่บ้านซะสิ” พึมพำพลางคลึงสันดั้ง สักพักก็ลุกไปหา ซ้อนตัวเบื้องหลังแล้วกอดร่างไว้หลวม ๆกลิ่นสบู่เจือจางแต่กลับส่งผลต่อแกสตันอย่างผิดปกติ หลุบมองยังแก่นกลางกายพลันถอนหายใจแล้วกระชับตัวเด็กหนุ่มแน่นขึ้น แผ่นอกที่ประชิดหลังเล็กนั่นเต้นโครมคราม ไม่แน่ใจเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเป็นความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองกันแน่ ชายหนุ่มล้วงเข้าภายในกางเกงนอนของตนเอง รวบแท่งร้อนแล้วขยับขึ้นลง ระหว่างซุกไซร้ลำคอขาวของอีกฝ่ายไปด้วยกริมม์สะดุ้งลืมตาเพราะได้ยินเสียงหอบหายใจ ตนพอคาดเดาได้ว่าคนเบื้องหลังกำลังทำอะไร จึงแสร้งทำเป็นหลับทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก“กริมม์ แฮ่ก…”‘อย่ามาเรียก กูหลับอยู่’ แกสตันเปิดเสื้อนอนสีกรมท่า พลันปลดปล่อยน้ำคาวใส่หลังขาว ๆจนเปรอะเปื้อนไปทั่ว ทิ้งใบหน้าซบซอกคอบางพลางสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆเด็กหนุ่มกัดฟันเก็บสุ้มเสียง พร่ำบ่นในใจว่านี่มันบ้าอะไรกัน ทำไมไม่ไปป
การทำงานวันแรกของกริมม์ราบรื่นดีเพราะมีผู้จัดการอย่างโทมิคอยช่วยเหลือ เวลาผ่านไปจนถึงช่วงตีหนึ่งของวันใหม่ จะว่ายาวนานก็ใช่ จะว่ารวดเร็วก็ไม่เชิงเคลียร์ของในโซนที่ตัวเองดูแลเสร็จแล้ว เด็กหนุ่มก็หยิบของใช้ส่วนตัวมานั่งรอโทมิเคลียร์บัญชีอยู่ที่บาร์ใกล้ ๆกัน ไม่นานนักคนที่รอก็มาถึง “บอสเรียกพบน่ะ”“อ้อ งั้นผมกลับกับแท็กซี่ก็ได้ครับ”“ไม่ได้เรียกพี่” บอกพลางเผยยิ้มบาง ตนเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเพราะรู้ว่าระหว่างสองคนนี้เกิดอะไรขึ้น “พี่กลับก่อนนะ”“พี่” รวบมืออีกฝ่ายเขย่าเร่า ๆ “เขาจะทำอะไรผมรึเปล่า”โทมิเม้มปากครู่หนึ่งแล้วบอกตามตรง “พี่ว่ากริมม์รู้นะว่าต้องทำตัวยังไง”“ระ…รู้ครับ” ทำตัวเชื่อง อย่าพยศ ห้ามมีปากเสียง กริมม์ย่ำเท้าเชื่องช้าขึ้นไปยังชั้นสามตามที่โทมิบอก ซึ่งชั้นนี้เป็นสำนักงานและห้องพักส่วนตัวของแกสตัน ได้ยินคำว่า ‘ส่วนตัว’ หัวใจก็เต้นตึกตักหวั่นวิตก‘ไม่รอด ไม่รอดแน่ ๆ’เคาะประตูห้องที่ติดป้าย PRIVATE กำสายกระเป๋าแน่น หลุบต่ำมองรองเท้า กัดปากอึดอัด “ไง” ทักทายพอเป็นพิธีแล้วดึงตัวเข้ามาภายในห้องพัก อีกฝ่ายหลุดเสียงฉุนเฉียวเล็กน้อย แต่เมื่อถูกสบตาสีหน้าก็พลันเรียบเฉย “แอ







