Home / มาเฟีย / ทาสรักอสูรทมิฬ / คุณหนูหมิงหมิง

Share

คุณหนูหมิงหมิง

last update publish date: 2026-04-22 16:35:14

"ไอ้ชัย..."

เสียงแหบพร่าของเจ้าสัวเต็มไปด้วยความแค้นที่อัดอั้นมานาน

"ไอ้คนทรยศ... มึงกล้าดียังไงถึงขโมยหลานข้าไปซ่อนไว้นานขนาดนี้... ถ้าเจอตัวมัน เลาะกระดูกมันออกมาทีละชิ้น อย่าให้มันตายดี"

ชายชราหลับตาลง นึกย้อนไปถึงวันที่เขาตัดสินใจทำสิ่งที่โหดร้ายที่สุดกับหลานสาวตัวน้อยก่อนออกเดินทาง...

...ในห้องลับใต้ดิน กลิ่นธูปหอมตลบอบอวนผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ เด็กน้อยวัยสองขวบที่เคยยิ้มร่าเริง กำลังร้องไห้จ้าดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด

"ฮือออ... กงกงขา... เจ็บ! หมิงหมิงเจ็บ! ไม่เอาแล้ว!"

มือเหี่ยวย่นของเจ้าสัวสั่นเทาขณะจับร่างเล็กๆ ให้นิ่ง เพื่อให้ช่างสักฝีมือดีจรดเข็มลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มบริเวณต้นคอด้านหลัง น้ำหมึกสีแดงชาดผสมว่านยาพิเศษถูกฝังลึกลงไปทีละจุด... ทีละจุด... เลือดซึมออกมาผสมกับน้ำหมึกจนกลายเป็นสีแดงฉาน ราวกับเขากำลังสลักคำสาปแช่งลงบนผิวของคนที่เขารักที่สุด

"จำเป็นต้องทำ... อดทนหน่อยนะลูก" เจ้าสัวหยางกลั้นน้ำตา มือลูบหัวหลานสาวเพื่อปลอบโยน

"โลกข้างนอกมันโหดร้าย... ศัตรูของปู่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ถ้าวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้น... รอยสักนี้จะเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเจ้าคือสายเลือดมังกร เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ปู่ตามหาเจ้าเจอ"

"ท่านเจ้าสัว..."

จางถามขึ้นด้วยความสงสัยที่เก็บไว้มานาน

"กระผมสงสัยมาตลอด... ทำไมท่านถึงสั่งให้สักรอยให้คุณหนูตั้งแต่อายุแค่สองขวบ? มันโหดร้ายเกินไปไหมครับสำหรับเด็กน้อย"

ความเงียบงันแผ่ปกคลุมไปทั่วห้อง เจ้าสัวหยางหลับตาลง มือเหี่ยวย่นบีบหัวไม้เท้าหยกแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดสามสิบปีไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก

"เพราะข้ารู้ดีว่าศัตรูของตระกูลหยางมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก..." เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น

"เพื่อเป็นสิ่งยืนยันตัวตน"

เขาลืมตาขึ้น แววตาขุ่นมัวฉายความเจ็บปวดที่ไม่มีวันจางหาย

"ข้าเคยสูญเสียลูกชายคนโตไปในสงครามแก๊งเมื่อสามสิบปีก่อน... ศพของมันถูกส่งกลับมาเป็นชิ้นๆ โดยไม่มีทางระบุตัวตนได้ ข้าต้องฝังโลงเปล่าในสุสานตระกูล เพราะไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเนื้อหนังที่พวกมันส่งมา... เป็นของลูกข้าจริงหรือไม่"

"ท่านพ่อ..."

"ข้าสาบานตั้งแต่วันนั้นว่าจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าหลานข้าจะหายไปไหน... รอยสักนี้จะพาเธอกลับมาหาข้า มันคือตราประทับที่บอกว่าเธอคือเลือดเนื้อของตระกูลหยาง"

เขาเดินไปหยุดที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด

"แต่ข้าไม่เคยคิดเลย... ว่ารอยสักนั้นมันจะกลายเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่... ว่าลูกชายคนสุดท้องของข้าจะต้องตายไปด้วย... ว่าหลานสาวตัวน้อยจะหายสาบสูญไปนานถึงยี่สิบปี..."

เจ้าสัวหยางหันกลับมา แววตาที่เคยขุ่นมัวกลับลุกโชนด้วยความมุ่งมั่น

"แต่ตอนนี้ข้ามีความหวังแล้วว่าหลานข้ายังมีชีวิตอยู่... และข้าจะไม่ยอมให้ใครพรากมันไปจากข้าอีก ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"

"เตรียมเครื่องบินส่วนตั!"

เจ้าสัวหยางตวาดสั่งลูกน้องเสียงดังลั่นห้อง

"ข้าจะไปไทยเดี๋ยวนี้ ข้าจะไปรับหลานข้าคืน"

"ช้าก่อนครับท่านพ่อ"

จางรีบเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขาขยับเข้าไปใกล้ จับมือที่สั่นเทาของชายชราไว้

"ใจเย็นก่อนครับ... ผมเข้าใจว่าท่านร้อนใจแค่ไหน แต่ถ้าท่านขยับตัวตอนนี้... แผ่นดินจะสะเทือน"

เจ้าสัวชะงัก หันมามองหน้าลูกชายบุญธรรม

"ถ้าท่านบินไปไทยตอนนี้ ข่าวจะรั่วไหลทันที" จางอธิบายอย่างใจเย็น

"ศัตรูของเราที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดจะรู้ตัว และพวกมันอาจจะชิงลงมือก่อน... เรายังไม่รู้ว่าใครบ้างที่จ้องจะทำร้ายคุณหนูอยู่"

"แล้วแกจะให้ข้ารอเฉยๆ งั้นรึ!? หลานข้าลำบากมาตั้งยี่สิบปี ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้"

"ไม่ได้ให้รอเฉยๆ ครับ... แต่เราต้องรอบคอบ" จางดึงแผนที่เอเชียขึ้นมาบนหน้าจอ

"ผมเสนอให้ท่านย้ายไปพำนักที่ ฮ่องกง ก่อนครับ... ที่นั่นใกล้เมืองไทยแค่นิดเดียว เดินทางสะดวก และเป็นเขตอิทธิพลของเราที่ปลอดภัยที่สุด"

"ทำไมต้องฮ่องกง?"

"เพื่อให้ผมได้มีเวลาตรวจสอบให้แน่ใจ 100% ครับ"

จางสบตาเจ้าสัว

"ถึงแม้มินตราจะหน้าตาเหมือนพี่หลินหลินก็จริงแต่เราต้องตรวจให้ชัดเจน ตอนนี้เรายังไม่เห็นว่ามินตราคนนี้มีรอยสักหรือไม่ ผมไม่อยากให้ท่านต้องผิดหวังซ้ำอีก ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมา หัวใจท่านจะรับไม่ไหว"

"ให้ผมจัดการเรื่องตรวจสอบทางนี้ให้เรียบร้อย... พอทุกอย่างยืนยันชัดเจน ท่านค่อยบินจากฮ่องกงไปรับขวัญหลานสาวกลับบ้านอย่างสมเกียรติ... แบบนั้นจะปลอดภัยกับตัวคุณหนูมากกว่านะครับ"

เจ้าสัวหยางนิ่งคิดไปครู่ใหญ่... ความรักและความห่วงใยหลานทำให้เขาใจร้อน แต่เหตุผลของจางก็ถูกต้องที่สุด เขาไม่อยากให้ความวู่วามของตัวเองนำอันตรายไปสู่หลานสาวที่เพิ่งค้นพบ

"ก็ได้..."

เจ้าสัวพยักหน้าช้าๆ

"ข้าจะไปรอที่ฮ่องกง"

"แต่แกต้องสัญญา... ว่าจะสืบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด" "ผมสัญญาด้วยชีวิตครับ"

จางก้มศีรษะลง

"ถ้าเธอคือคุณหนูหมิงหมิงจริงๆ... ผมจะปกป้องเธอด้วยชีวิต และจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอได้อีก"

เจ้าสัวหยางมองออกไปนอกหน้าต่าง ทิศทางมุ่งสู่ทิศใต้... สู่ฮ่องกง และสู่ประเทศไทย

"รอปู่ก่อนนะหมิงหมิง... อีกไม่นานเราจะได้เจอกัน"

ในขณะที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่ฮ่องกง จางนั่งมองรูปถ่ายในแท็บเล็ตอีกครั้ง รูปของมินตราที่ถูกแอบถ่ายมาได้ แววตาของเขาอ่อนโยนลงอย่างประหลาด

"ยี่สิบปีแล้วสินะ..."

เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ

"ตั้งแต่วันที่ผมสัญญากับพี่หลินหลินว่าจะดูแลคุณหนู..."

ภาพความทรงจำในอดีตฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง วันที่เขาคุกเข่าต่อหน้าหลุมศพของหลินหลิน ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ เขาเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีใครต้องการ แต่หลินหลินเป็นคนเดียวที่มองเห็นค่าในตัวเขา

"พี่หลินหลินครับ... ผมขอโทษที่ปกป้องพี่ไม่ได้" เด็กหนุ่มจางในวันวานร้องไห้จนตัวสั่น

"แต่ผมสัญญา... ผมจะตามหาหมิงหมิงให้เจอ ผมจะใช้ทั้งชีวิตของผม ปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่... แม้ต้องแลกด้วยลมหายใจของผมเองก็ตาม"

คำสัญญานั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจของจางมาตลอด 20 ปี เขาไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีครอบครัว เพราะเขาอุทิศทั้งชีวิตให้กับการตามหาและรอคอย... รอคอยวันที่เขาจะได้ทำหน้าที่ น้า ผู้ภักดีอีกครั้ง

"ผมเจอเธอแล้วครับพี่..."

จางลูบหน้าจอแท็บเล็ตเบาๆ ราวกับกำลังสัมผัสใบหน้าของคนในรูป

"รอผมหน่อยนะครับคุณหนู... น้าจางกำลังไปหา"

เขามองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบิน เห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ อยู่เบื้องล่าง หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความหวังและความมุ่งมั่น

"ไม่ว่าใครที่ทำร้ายคุณหนู... ผมจะลากคอมันมารับโทษให้สาสม"

แววตาของจางเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ดุดันสมกับฉายามือขวาปีศาจแห่งตระกูลหยาง

"เตรียมตัวไว้ให้ดี... ไอ้ชัย"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   ปลายทางแห่งความสุข

    [ ดาดฟ้าเรือยอชต์ส่วนตัว "The Queen" — กลางทะเลอ่าววิกตอเรีย — 3 เดือนต่อมา ]แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดแสงสีทองกระทบผืนน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ เรือยอชต์ลำหรูขนาดใหญ่แล่นตัดคลื่นลมอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่เส้นขอบฟ้าที่ไร้ที่สิ้นสุด บรรยากาศบนเรือวันนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความตึงเครียดหรือการหลบหนีเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน... แต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะและความสุขสมบูรณ์แบบ“ป๊ะป๋าเบลซ! รับนะฮะ!”เสียงตะโกนของ อาลัน ดังลั่น ก่อนที่เด็กชายวัย 6 ขวบจะกระโดดตีลังกาม้วนตัวจากชั้นสองของเรือลงสู่สระว่ายน้ำท้ายเรือด้วยท่วงท่าที่สวยงามและทรงพลังเกินเด็กตูม!“เยี่ยมมากไอ้เสือ! 10 คะแนนเต็ม!” เบลซ ที่ยืนถอดเสื้อโชว์กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ อยู่หน้าเตาบาร์บีคิว ปรบมือเชียร์ลูกชาย “ขึ้นมาเลย! เนื้อวากิวย่างเสร็จแล้ว!”ที่เก้าอี้ผ้าใบข้างสระ... เอริน นั่งจิบน้ำผลไม้ปั่นสวยๆ ใส่แว่นกันแดดอันโต โดยมี โซล คอยทาครีมกันแดดให้ที่แขนอย่างทะนุถนอม“ป๊ะป๋าโซลคะ... แดดแรงแบบนี้ค่ายูวีเท่าไหร่คะ?” เอรินถามเสียงเจื้อยแจ้ว“ประมาณ 6 ครับเจ้าหญิง...” โซลตอบยิ้มๆ “แต่ไม่ต้องห่วงนะ ครีมกันแดดสูตรพิเศษที่ป๊ะป๋าผสมเอง กันได้

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   การล้างแค้นของนางพญา (ต่อ)

    การล้างแค้นของนางพญา (ต่อ)“พวกมันกำลังฉลองอะไร?” ซูหนี่เลิกคิ้ว“ฉลองที่ฆ่าผมได้สำเร็จไงครับ” คินน์ แสยะยิ้มมุมปาก นัยน์ตาวาวโรจน์ “ข่าวลือแพร่ไปแล้วว่าผู้นำ Devil's Den ถูกยิงตายที่โกดังร้าง... พวกมันเลยคิดว่าตอนนี้คุณไร้ทางสู้”เบลซ หักนิ้วดังกรอบแกรบ หยิบมีดพกขึ้นมาหมุนเล่น “งั้นเราไปเซอร์ไพรส์งานศพพวกมันกันหน่อยไหม? ผมเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว”ซูหนี่เดินไปหยิบปืนพกสีเงินกระบอกงามที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบแม็กกาซีนด้วยท่าทางชำนาญ “ไปกันเถอะ ใครก็ตามที่มันกล้าแตะต้องลูกมังกร... มันต้องเจอกับแม่มังกร”[ Club 88 - โซน VVIP ชั้นดาดฟ้า - เวลา 22:00 น. ]เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ แชมเปญราคาแพงถูกเปิดฉลอง กรรมการหวัง นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนัง หัวเราะร่าเริงกับ ชายหน้ากากเงิน ที่ตอนนี้ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีแผลเป็นน่ากลัว“ฮ่าๆๆ! งานเยี่ยมมาก!” กรรมการหวังชนแก้ว “ไอ้คินน์ตาย... นังซูหนี่ก็เหมือนเสือสิ้นลาย พรุ่งนี้หุ้นหยางกรุ๊ปจะตกรูด แล้วฉันจะกว้านซื้อบริษัทคืนในราคาถูกๆ!”“เสียดายที่ไม่ได้ตัวเด็กมา...” มือปืนแสยะยิ้ม “แต่ได้ฆ่าหัวหน้า Devil's Den ก็คุ้มค่าจ้างแล้ว”“ดื่ม!

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   การล้างแค้นของนางพญา

    จู่ๆ ก็มีไอร้อนผ่าวพุ่งออกมาจากร่างกายของคินน์ ตรงจุดที่สัมผัสโดนน้ำตาและริมฝีปากของเอริน เลือดที่เคยไหลทะลักเริ่มหยุดชะงัก... เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า ราวกับมีการถักทอเซลล์ขึ้นมาใหม่ด้วยเวทมนตร์“เฮ้ย! นั่นมันอะไรวะ!” เบลซที่มองกระจกหลังอยู่ตะโกนลั่นจนรถเกือบเสียหลักโซลเบิกตากว้าง ขยับแว่นเพ่งมองปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน “ปฏิกิริยาเร่งการแบ่งตัวของเซลล์ระดับสูง... นี่มัน...”เอรินยังคงร้องไห้ ไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรู้แค่ว่าเธออยากช่วยพ่อ น้ำลายและน้ำตาของเอรินที่เปรอะเปื้อนหน้าคินน์ ซึมซาบลงสู่ผิวหนัง... สีหน้าซีดเผือดของคินน์เริ่มกลับมามีเลือดฝาด ลมหายใจที่แผ่วเบาเริ่มกลับมาสม่ำเสมอและลึกขึ้นเฮือก!คินน์สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกโพลง เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง หอบหายใจถี่ๆ เหมือนคนที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ ความเจ็บปวดเจียนตายเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง“คินน์!” ซูหนี่โผเข้ากอดเขาทันที ร้องไห้โฮด้วยความดีใจ “นายฟื้นแล้ว! นายไม่ตาย!”คินน์งุนงง จับที่หน้าอกและแผ่นหลังตัวเอง... แผลฉกรรจ์เมื่อครู่ หายไปจนสนิท เหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ เท่า

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   เลือดมังกร

    [ ภายในรถ SUV หุ้มเกราะ – บนถนนมุ่งหน้าโรงพยาบาล — เวลา 19:10 น. ]บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและความตึงเครียดระดับวิกฤต เบลซ เหยียบคันเร่งจนมิดไมล์ เครื่องยนต์คำรามลั่นขณะรถพุ่งทะยานปาดซ้ายขวาด้วยความเร็วสูง เพื่อแย่งชิงลมหายใจของพี่ชายจากมือพญามัจจุราชที่เบาะหลัง... ร่างสูงใหญ่ของ คินน์ นอนหายใจรวยรินอยู่บนตักของ ซูหนี่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยคมเข้มบัดนี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจนรุนแรงกระสุนปืนไรเฟิลเจาะเข้าที่กลางหลังทะลุปอด... ส่งผลให้เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด แม้ โซล จะพยายามใช้ผ้ากอซกดปากแผลไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ของเหลวสีชาดก็ยังซึมออกมาจนชุ่มมือที่สั่นเทาของเขา“คินน์... คินน์! มองหน้าฉันสิ! อย่าหลับนะ!” ซูหนี่ตะโกนเรียกสติทั้งน้ำตา มือบางที่เปื้อนเลือดประคองแก้มเขาไว้แน่น “โซล! ทำอะไรสักอย่างสิ! เขาจะหยุดหายใจแล้ว!”“ชีพจรอ่อนมาก...” โซลกัดฟันกรอด เหงื่อกาฬแตกพลั่กขณะเช็กสัญญาณชีพที่เริ่มแผ่วลงทุกวินาที “กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่และปอดฉีกขาด... เราต้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเขาไม่รอดถึงโรงพย

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   รังมังกรและกับดักมรณะ

    [ ท่าเรือเก่า โกดังหมายเลข 12 - เวลา 18:30 น. ]สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งราวกับฟ้าเป็นใจ บรรยากาศรอบโกดังเก่าทรุดโทรมริมอ่าววิกตอเรีย เต็มไปด้วยกลิ่นสนิมและคาวปลาจากทะเล เงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์ติดอาวุธเดินลาดตระเวนอยู่รอบบริเวณอย่างหนาแน่นรถ SUV หุ้มเกราะสองคันจอดดับเครื่องซุ่มอยู่ในมุมมืดห่างออกไป 500 เมตร ภายในรถ... โซล กำลังรัวนิ้วบนคีย์บอร์ด ควบคุมโดรนขนาดจิ๋วให้บินเข้าไปสำรวจพื้นที่“มีศัตรูติดอาวุธสงคราม 20 คนรอบนอก... 10 คนข้างใน” โซลรายงานเสียงเครียด ภาพจากกล้องอินฟราเรดฉายขึ้นบนหน้าจอ “เป้าหมาย... อาลันและเอริน ถูกมัดอยู่กลางโกดัง ห้อยโตงเตงอยู่เหนือถังสารเคมี... และมีเด็กผู้ชายอีกคนน่าจะเป็นลูกของจิง ถูกมัดรวมอยู่ด้วย”“ไอ้สารเลว!” ซูหนี่ กำปืนในมือแน่น เมื่อเห็นภาพลูกถูกทรมาน “ฉันจะฆ่ามัน!”“ใจเย็นซูหนี่...” คินน์ วางมือบนไหล่เธอ แววตาคมกริบประเมินสถานการณ์ “นี่มันเป็นกับดัก... พวกมันจงใจเปิดพื้นที่โล่งให้เราบุกเข้าไป เพื่อจะตลบหลัง”“แล้วจะเอายังไง?” เบลซ ถามอย่างหัวเสีย นิ้วเคาะไกปืนกลเบาๆ “บุกเลยไหม? กูพร้อมระเบิดภูเขาเผากระท่อมแล้ว”“เราจะเล่นตามเกมมัน... แต่เล่นในแ

  • ทาสรักอสูรทมิฬ   การไล่ล่าและน้ำตาของคนทรยศ

    [ คฤหาสน์ตระกูลหยาง — เวลา 17:15 น. ]บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกดั่งขั้วโลกเหนือ โซล จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความเครียดขีดสุด จุดสีแดงกะพริบถี่ๆ บนแผนที่... มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงออกจากห้างสรรพสินค้า แล้วมุ่งหน้าตรงกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลหยาง“มันกำลังมาที่นี่...” โซลพูดเสียงเรียบ “พิกัดของเอริน... หยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านเราแล้ว”คินน์ และ เบลซ สบตากันทันที ความเข้าใจบางอย่างแล่นผ่านสายตาโดยไม่ต้องพูด“เตรียมรับแขก...” คินน์สั่งเสียงต่ำ มือกระชับปืนพกที่เอวแน่น[ โถงรับแขกใหญ่ — เวลา 17:20 น. ]ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก พี่เลี้ยงจิง วิ่งถลากเข้ามาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าฉีกขาดเล็กน้อย และใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา เธอทิ้งตัวลงคุกเข่ากลางห้อง ร้องไห้โฮอย่างน่าเวทนา“ช่วยด้วยค่ะ! คุณหนู! ท่านเจ้าสัว!” จิงกรีดร้องเสียงหลง “ช่วยคุณหนูอาลันกับคุณหนูเอรินด้วย! พวกมัน... ฮือๆ... พวกมันจับตัวไป!”ซูหนี่ ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สีหน้าเรียบเฉยจนน่ากลัว ข้างกายมีสามหนุ่มยืนคุมเชิงอยู่เงียบๆ“เกิดอะไรขึ้นจิง?” ซูหนี่ถามเสียงเย็น “ไหนบอกว่าพาเด็กๆ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status