FAZER LOGINเธออบรมสั่งสอนให้เพียงขวัญกตัญญู มองเธอเป็นผู้มีพระคุณ ที่สำคัญก็คือให้คอยดูแลรับใช้คชากร และยัดความคิดฝังหัวว่าอีกฝ่ายคือสามีในอนาคต
การมีเพียงขวัญเข้ามาในชีวิตทำให้เธอรู้สึกว่าอยู่เหนือคนอื่น มีคนรับใช้ส่วนตัว ทั้ง ๆ ที่ชีวิตจริงไม่เคยมีเช่นนั้น ต้องคอยรับใช้คนอื่น เพราะฐานะด้อยกว่า แต่พอเธออยู่บ้าน เพียงขวัญกลับรับใช้เธอกับลูกเหมือนทาสผู้ซื่อสัตย์ ดังนั้นเพียงขวัญจึงเหมือนสิ่งที่มาเติมเต็มชีวิตของเธอกับคชากร
เธอไม่อยากให้ลูกชายแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นเพราะกลัวสมบัติที่หามาได้ และสร้างมาได้จะโดนผลาญจนหมด เพียงขวัญไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยเพราะเธอสั่งสอนให้รู้จักใช้เงิน ดังนั้นจะกินจะใช้อะไรก็จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด อนาคตลูกชายของเธอก็จะยิ่งร่ำรวยและไม่ลำบาก ไม่เหมือนผู้หญิงสมัยนี้ ทำตัวสวย ทำตัวรวย ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือยและสวยแปลก ๆ ดูปลอมๆ
เธอสอนให้เพียงขวัญเป็นแม่บ้านแม่เรือน รู้จักทำอาหาร จะได้ประหยัดเงินทองให้ได้มากที่สุด
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเพียงขวัญจงรักภักดีกับเธอและลูกชายมาก หากแต่งงานแต่งการกันไป จะไม่มีวันนอกกายนอกใจคชากรอย่างแน่นอน เธอมั่นใจเช่นนั้นเพราะสอนมาดี
การเห็นเพียงขวัญเดินตามคชากรต้อย ๆ คอยหิ้วกระเป๋า หิ้วหนังสือ หยิบโน่นจับนี่คอยช่วยเหลือ คอยอยู่ใกล้ ดูแลเวลาเจ็บไข้ไม่สบาย เจ็บป่วยเช่นไรก็ไม่ไปไหนทำให้เธออุ่นใจและนอนตายตาหลับหากต่อไปจะไม่มีเธอ ก็ยังมีเพียงขวัญคอยดูแลลูกชายคนเดียวที่เธอรักมากที่สุด
“ผมขอตัวออกไปข้างนอกก่อนนะครับ” คชากรเอ่ยขอตัวจากมารดา
“ไปเถอะจ้ะ” คริสาพยักหน้าให้ลูกชาย มองตามลูกชายไปด้วยรอยยิ้ม
ในขณะที่คชากรขับรถยนต์ราคาแพงออกไปจากบ้านด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เป้าหมายของเขาคือคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงราคาหลายสิบล้านบาท
เสียงกริ่งหน้าห้องที่ดังขึ้น ทำให้คนที่มาเปิดประตูเผยยิ้มกว้าง ก่อนที่คชากรจะโอบกอดเอวของอีกฝ่ายเดินเข้าห้องไป เจ้าของห้องหอมแก้มคชากรฟอดใหญ่ ก่อนจะบอกว่าคิดถึงแทบขาดใจ
“ถ้าอยากให้หายคิดถึงก็ต้องอาบน้ำด้วยกัน” คชากรดึงร่างนั้นมาก่อน ก่อนที่เสียงครางจะดังขึ้น
“ทำไมเราถึงต้องมากินอาหารร้านอื่นกันด้วยครับ ผมคิดว่าจะได้กินอาหารร้านของคุณเสียอีก เพราะวันก่อนไปกินมา อร่อยมาก” กรพักตร์เอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้า ความสัมพันธ์ของเธอกับเขารุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เธอกับเขาเข้ากันได้ดี คุยกันถูกคอ และมีกิจกรรมทำร่วมกันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกต้นไม้ด้วยกัน การทำอาหารด้วยกัน หรืออ อกมารับประทานอาหารด้วยกัน ไม่รวมถึงการแอบไปดูหนังฟังเพลงด้วยกัน หรือแม้แต่การชอปปิงเลือกซื้อข้าวของและเสื้อผ้าด้วยกัน
เธอสามารถออกจากร้านไปไหนมาไหนได้ นั่นคือสิ่งที่เธอยังได้อิสระอยู่บ้าง แต่ก็เหมือนกับว่าจะไม่ทั้งหมด การแอบคบหากับกรพักตร์ทำให้เธอไม่สามารถพาเขาไปนั่งกินอาหารด้วยกันที่ร้านอย่างเปิดเผยได้ นอกเสียจากว่าเขาจะมาเป็นลูกค้าของทางร้าน
“ไม่อยากให้พนักงานในร้านเห็นน่ะค่ะ” เธอบอกเขาไปตามตรง
“เพราะเรื่องที่คุณกำลังจะแต่งงานกับหมอคชากรน่ะเหรอครับ”
“คุณรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ” เพียงขวัญรู้สึกตกใจไม่น้อย
“รู้สิครับ ข่าวดังออกขนาดนั้น”
“ฉันขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคุณ ขอโทษที่ฉันจะแต่งงานอยู่แล้ว แต่ก็ยังแอบมาพบคุณอีก” ความสัมพันธ์ของเธอกับเขามันห้ามใจได้ยากจริง ๆ เพียงขวัญนึกโทษตัวเองที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ตกหลุมรักเขาแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองกำลังจะแต่งงาน
“ไม่เป็นไรครับ ความรักมันบังคับใจกันไม่ได้ ผมเองยังหักห้ามใจตัวเองไม่ได้เลยครับ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคุณกำลังจะแต่งงานแต่ผมก็รักคุณไปแล้ว ยังคิดหวังว่าคุณจะเลิกกับเขาและมาหาผม”
“คุณกร” เพียงขวัญอุทานออกมา ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะพูดมันออกมาตรง ๆ เช่นนี้
“ผมรักคุณ รักตั้งแต่แรกเห็น และรักมาตลอด ผมถึงพยายามเข้าหาคุณ จะด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็ตาม เราก็มีวาสนาต่อกัน ดังนั้นผมไม่มีทางปล่อยคุณไป” เขาเอื้อมมือมากุมมือของเธอเอาไว้ เพียงขวัญดึงมือหนี พยายามหักห้ามใจอย่างเต็มที่
“เราไม่ควรเจอกันอีกนะคะ ฉันไม่ควรทำแบบนี้” เธอควรสำนึกว่าอยู่ในสถานะอะไร เธอเตือนสติตัวเอง
“แต่คุณไม่ได้รักเขาไม่ใช่เหรอครับ คุณจะฝืนตัวเองทำไม” กรพักตร์เอ่ยถามเธอ เพียงขวัญได้แต่อึ้งไป คิดถึงบุญคุณที่คริสามีต่อเธอ เลี้ยงดูเธอมาแต่เล็กแต่น้อย และยายจำปามารดาของคริสาก็เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่แบเบาะ เธอจึงไม่ควรเนรคุณผู้มีพระคุณเช่นนี้
“ความรักของเรามันเป็นไปไม่ได้ เราควรเลิกพบกัน เลิกคุยกันเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย” เพียงขวัญผุดลุกขึ้น ยังไม่ทันที่กรพักตร์จะได้ห้ามปรามอะไร เธอก็วิ่งหนีออกมาจากร้านอาหารด้วยน้ำตานองหน้า
“เจ้านายจะทำยังไงต่อไปครับ” วรจักรเอ่ยถามเจ้านายหนุ่ม กรพักตร์เหยียดยิ้มตรงมุมปากก่อนจะนั่งลงและหั่นสเต็กกินอย่างเอร็ดอร่อย
“แกคอยดูว่าไอ้คชากรจะทำหน้ายังไงที่รู้ว่าเจ้าสาวของมันเป็นของฉันแล้ว” กรพักตร์ตักสเต็กเข้าปาก ความทรงจำของเขาก็หวนกลับมาอีกครั้ง
เขาเป็นคู่แข่งกับคชากรในทุก ๆ เรื่องก็จริง แต่นั่นเพราะทุกคนต้องการให้เป็นเช่นนั้น เขาก็ใช้ชีวิตของเขา เป็นนักเรียนมัธยมที่ชอบเล่นบาสเก็ตบอล เมื่อแข่งกับใคร ๆ ก็ชนะ ส่วนเรื่องการเรียนนั้นเขายอมรับว่าตัวเองหัวดี เขาก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนอะไร แต่เขามีความจำเป็นเลิศ อ่านแค่รอบเดียวหรือฟังครูสอนหรืออธิบายแค่ในห้องก็สามารถทำข้อสอบได้คะแนนเต็ม ในขณะที่ทุกคนไปเรียนพิเศษกันเกือบตาย ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย
ผู้หญิงมากรี๊ดมาชอบ เขาก็เฉยๆ ไม่เคยนิยมชมชอบหรืออยากให้ใครมามอบตุ๊กตา ดอกไม้ หรือของขวัญให้เลย ความที่ไม่ค่อยเอาใคร และไม่ค่อยสนใจใครทำให้สาว ๆ หลายคนอยากเอาชนะเขา แถมยังคลั่งไคล้ในเวลาเดียวกัน รวมถึงผิดหวังเสียใจในเวลาเดียวกันด้วย เพราะเขาไม่เคยสนใจหรือคบกับใครเป็นแฟนจริง ๆ จัง ๆ จนเขาโดนหาว่าเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจ แบดบอย มาดกวน ไม่สนใจใคร แต่มันกลับทำให้สาว ๆ หลายคนยิ่งชอบ ยิ่งอยากครอบครอง
แม้เขาจะมีท่าทีไม่ได้สนใจใคร แต่ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาสนใจเธออยู่ เธอเป็นเด็กเรียนดีและขยัน แต่ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน เขาเลยแอบช่วยเหลือเธออย่างลับๆ เขาไม่รู้ว่าคชากรรู้เรื่องนี้หรือไม่ เพราะหลังจากนั้นไม่นานผู้หญิงที่ไร้ตัวตน ชอบอ่านหนังสือหรือนวนิยายอยู่แต่ในห้องสมุดกลับกลายเป็นแฟนของคชากร และทำให้สาว ๆ หลายคนที่แอบชอบคชากรอกหัก ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือธิชาโดนกลั่นแกล้งจากแฟนคลับของคชากร โดยที่คชากรไม่สามารถปกป้องอะไรเธอได้เลย ปล่อยให้เธอโดนขังอยู่ในห้องน้ำบ้าง ปล่อยให้เธอโดนตบตีทำร้ายบ้าง เขาได้แต่คอยช่วยเธออยู่ห่าง ๆ
วันนั้นจำได้ว่าเธอโดนแกล้งและจับขังเอาไว้ในห้องน้ำร้างหลังโรงเรียน เขาไปช่วยปล่อยเธอออกมาจากห้องน้ำ โดยการงัดประตูออกให้ แต่ไม่ให้เธอได้เห็นว่าคนที่ช่วยเป็นเขา จนเธอหนีเตลิดกลับบ้านไป เขาก็ยังเดินตามไปส่งอยู่ห่าง ๆ
ในวันนั้นเขาเข้าไปมีเรื่องชกต่อยกับคชากร ตำหนิที่คชากรไม่ดูแลธิชาให้ดี คชากรเป็นแค่ผู้ชายที่ดูอบอุ่นใจดีปกป้องคนอื่นแค่หน้าฉาก เพราะหลังฉากคชากรคือพวกตีสองหน้า ใส่หน้ากากหลอกทุกคน
วรจักรรายงานให้เขารู้อยู่ตลอดว่ากรพักตร์ไม่ได้กินไม่ได้นอน เอาแต่เมาเหล้า ข้าวปลาไม่กิน ออกตามหาเพียงขวัญเหมือนคนบ้า สภาพของมันดูไม่ได้ แค่นี้ก็ทำให้เขาสะใจมากแล้วนั่นเอง จริง ๆ เขาซื้อตัววรจักรเอาไว้แล้ว วรจักรจึงรายงานทุกอย่างให้เขาได้รับรู้“ผมจัดการรายงานเรื่องเจ้านายให้คุณคชากรได้รับรู้ทุกอย่างแล้วครับ” วรจักรรายงานเจ้านายหนุ่ม กรพักตร์ยกยิ้มมุมปาก“มันคงคิดว่ามันฉลาด แต่เอาเถอะฉันจะยอมปล่อยไปตามน้ำให้มันคิดว่ามันชนะ” เรื่องที่คชากรมาซื้อตัววรจักรเขารู้ทุกอย่าง เขาก็เลยยอมให้วรจักรแกล้งถูกซื้อตัวได้ตามที่คชากรต้องการ คชากรอยากรู้ความเคลื่อนไหวของเขา เขาก็ให้วรจักรบอกสิ่งที่คชากรต้องการกลับไป เพื่อให้มันหลงคิดว่ามันฉลาด เอาเป็นว่าเรื่องที่มันรอดคดีเพราะไม่ได้วางยาบิดาเขาจริง ๆ เขาก็จะไม่ตามเอาความอีก เพราะเรื่องของธิชาทำให้เขาคาดไม่ถึง เขากับคชากรจึงไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรกันอีก ยกเว้นคริสาที่เคยทำไม่ดีกับเขาเอาไว้ นางก็ได้รับกรรมอยู่ในคุกแล้วนั่นเอง“แกบอกว่าจะไปจัดการเรื่องที่ดินของพ่อแม่แก แกจะไปวันไหนเหรอ อยากได้ทำเลสร้างบ้านเปิดร้านอาหารนี่นา แถวนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าแ
“ก่อนเขาตาย เขาก็ขอร้องให้แกเลี้ยงยายให้เขา เขาจะได้หนีไปกับผู้ชายคนอื่นไง เขาจะได้ไม่ต้องรับภาระอีก แล้วแกมันก็เป็นคนดี”“แกตอแหล ไอ้ชาแกตอแหล”“แกตามฉันมาดูให้เห็นกับตาสิ หรือแกไม่กล้า” คชากรพากรพักตร์ให้มายังสถานที่แห่งหนึ่งหญิงสาวในร้านเหล้ากึ่งผับคนหนึ่งกำลังนั่งดื่มกับลูกค้าอยู่ เขาก็พอดูออกว่าหล่อนเป็นเด็กนั่งดริ้ง หน้าตาของหล่อนคือธิชา แล้วศพของใครกันที่อยู่ในโลงวันนั้น“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”“งานศพที่แกช่วยจัด มันเป็นศพไร้ญาติ ตอนแกเดินทางมาไม่ทันรดน้ำศพเพราะรถยางรั่วก็ฝีมือธิชา ตอนจะเอาศพออกมาเผา แล้วแกมีเหตุต้องออกไปจากงานแล้วกลับมาไม่ทันยกศพไปเผาก็ฝีมือหล่อนนั่นแหละ หล่อนร้ายไหม แกว่า” คชากรเอ่ยถาม“ไม่จริง”“แต่คนที่ร้ายกว่าธิชาคือแก แกจำน้องเหมียวได้ไหม คนที่คอยตามชอบแก แต่แกปฏิเสธน้องเขา จนน้องเขาต้องคิดสั้นฆ่าตัวตาย นั่นคือผู้หญิงที่ฉันรัก แกมันไอ้สารเลว” คชากรต่อยกรพักตร์จนล้มคว่ำ ในขณะที่กรพักตร์ได้แต่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นด้วยจิตใจที่เลื่อนลอย“ฉันจะทำทุกอย่างไม่ให้แกได้เจอกับเพียงขวัญอีก ไอ้กรพักตร์” คชากรพูดจบก็เดินออกไปจากร้าน ปล่อยให้กรพักตร์ได้แต่นั่งโง่ ๆ อยู
“คุณจะโลภเอาทุกอย่างไปไม่ได้หรอกนะคุณคริส ไม่มีใครในโลกนี้ได้ทุกอย่างไปเสียหมดหรอกนะคุณคริส” “คุณก็พูดได้สิ คุณชนะแล้วนี่ แกล้งตาย แกล้งจัดงานศพขึ้นมาหลอกฉัน คุณไม่เคยรักฉันเลย”“แล้วคุณล่ะคุณคริสเคยรักผมหรือเปล่า ถึงได้วางยาผม”“คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาฉัน” คริสาเอ่ยถาม“ขวัญไงคะเป็นพยานและชมพูก็เป็นพยานอีกคนเห็นคุณป้าใส่ยาลงไปในอาหารของคุณลุง หลักฐานคือซองยาที่คุณป้าทิ้งไงคะ หนูกับชมพูถ่ายคลิปเอาไว้หมดแล้ว”“นังเนรคุณ ฉันเลี้ยงแกมา แต่แกกลับมาทำแบบนี้กับฉันอย่างนั้นเหรอ” คริสาไม่คิดว่าสาวใช้ในบ้านจะเป็นคนของกรพักตร์ที่คอยช่วยเหลือเพียงขวัญอยู่“แล้วคุณป้าทำแบบนี้กับเด็กที่เลี้ยงมาเหรอคะ คุณป้าสั่งฆ่าหนูจับหนูไปโยนลงในบ่อจระเข้ ถ้าไม่เพราะชมพูเป็นคนของคุณกร ป่านนี้หนูคงตายไปแล้ว” เพียงขวัญก็เพิ่งรู้ว่าพนักงานที่ร้านก็เป็นคนของกรพักตร์บางส่วน เพราะตอนที่เขาจับตัวเธอไปที่ไร่ ก็มีพนักงานมาหลอกเธอออกไปที่ลานจอดรถ“นังชมพูเป็นคนของแกอย่างนั้นเหรอ” คริสากัดฟันกรอด ไม่คิดว่าสาวใช้ที่รับเข้ามาใหม่จะเป็นคนของกรพักตร์แบบนี้“ก่อนที่ผมจะเข้ามาในบ้านหลังนี้ ผมก็ต้องสืบก่อนสิครับว่าสถานการณ์เป็
“คงไม่ได้หรอกครับ เพราะคนไข้ติดโควิดครับ เราต้องจัดการศพของคนไข้ให้มิดชิดเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นครับ”“สามีของฉันติดโควิดได้ยังไงกันคะ เพราะเขาไม่ได้ไปไหนเลยนะคะ อยู่แต่กับบ้าน” คริสาชะงัก ก็ไม่ถึงกับอยู่แต่กับบ้าน สามีของเธอออกไปเจอกับก๊วนเพื่อนของเขาเหมือนกัน“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เดี๋ยวทางโรงพยาบาลจะจัดการศพให้เรียบร้อยและช่วยส่งศพไปฌาปนกิจตามที่ทางญาติต้องการนะครับ หรือถ้าทางญาติไม่สะดวกหาวัดทางโรงพยาบาลก็มีวัดที่จะแนะนำให้ครับ” คุณหมอพูดจบก็เดินจากไป ปล่อยให้ญาติ ๆ ได้คุยกับเจ้าหน้าที่“โธ่... คุณกันต์ไม่น่าเลย เห็นกันอยู่หลัด ๆ”“เลิกร้องไห้สักทีเถอะครับ ผมรู้ว่าคุณตอแหล” ประโยคของกรพักตร์ทำให้คริสาหันขวับไปมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง“มองผมแบบนี้จะฆ่าผมเหรอครับ ผมไม่จำเป็นต้องพูดดีกับคุณก็ได้ คุณจิกเรียกผมว่าแกทุกคำลับหลังคุณพ่อ คุณจำได้ไหมเมื่อสิบกว่าปีก่อนคุณทำอะไรเอาไว้กับผม คุณตอแหลว่าผมตบคุณ ทำร้ายคุณ ทำให้พ่อทำร้ายผมไล่ผมออกจากบ้าน” กรพักตร์เดินเข้าหาด้วยท่าทีเกลียดชัง ในขณะที่คริสาถอยหนี แต่คชากรเข้ามาดันร่างของนางไปทางด้านหลังเพื่อปกป้อง ก่อนจะเผช
“แต่แกมีเวลามาดูแลผัวฉัน หรือแกคิดอะไร”“คิดอะไรเหรอคะ” เพียงขวัญเห็นพฤติกรรมร้าย ๆ ของผู้เป็นป้าแล้วทำให้เธอหมดศรัทธา กล้าลุกขึ้นมาเผชิญหน้าและท้าทายต่อท่าน“แกอยากจะเป็นเมียคุณกันต์อีกคนรึไง เพราะเห็นว่าเขากำลังจะตาย”“ขวัญไม่เคยมีความคิดชั่ว ๆ แบบนั้นอยู่ในหัวเลยค่ะ อย่าเอาความคิดของตัวเองมายัดเยียดให้คนอื่นแบบนั้นสิคะ”เพี้ยะ!!! ใบหน้าของเพียงขวัญหันไปตามแรงตบเมื่อคริสาตบหลานสาวนอกไส้เต็มแรง“อย่านึกนะคะว่าขวัญไม่รู้ว่าคุณป้าทำเลวอะไรเอาไว้บ้าง”“ฉันทำอะไรฮะนังขวัญ ฉันทำอะไร” คริสากระชากผมของเพียงขวัญจนหน้าหงาย เพราะปกติแล้วเพียงขวัญไม่เคยต่อต้านหรือขึ้นเสียงอะไรกับเธอเลย“คุณป้าคิดจะวางยาคุณลุงใช่ไหมล่ะคะ”“นังขวัญ”“ขวัญได้ยินทุกอย่างที่คุณป้าคุยกับพี่หมอ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ ขวัญถือว่าคุณป้ามีบุญคุณที่เลี้ยงดูขวัญมา ขวัญเลยเตือนคุณป้าด้วยความหวังดี แล้วขวัญจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร”“นังขวัญ เดี๋ยวนี้แกกล้ามาสั่งฉันอย่างนั้นเหรอ คนอย่างแกมันเป็นแค่กาฝากที่ฉันเลี้ยงดูมาเท่านั้น อย่าสะเออะมาสั่งสอนอะไรฉันอีก”“คุณป้าจะทำเลวกับคุณลุงเหมือนที่ทำกับพ่อแม่ขวัญอีกเหรอคะ หยุดเถอะค่ะ” ประ
“น้ารู้ไหมจ๊ะว่าพ่อกับแม่ของขวัญมีที่ดินหรือทรัพย์สมบัติอะไรบ้าง” “ตอนนั้นยังเด็กก็ไม่แน่ใจนะ ลองไปถามกำนันเพิ่มดูสิ ใครเป็นเจ้าของที่ดินแถบนี้ กำนันรู้หมดแหละ” บุญพาบอกเส้นทางให้สองสาวได้รับรู้ ก่อนที่เพียงขวัญกับมะลิลาจะเดินทางไปยังบ้านของกำนันเพิ่ม“สวัสดีค่ะ มีใครอยู่บ้างไหมจ๊ะ” เรียกอยู่พักใหญ่ก็มีชายหญิงวัยชราออกมาชะโงกหน้าดูที่หน้าเรือนไทยหลังใหญ่“มาหาใครจ๊ะ” เมียของอดีตกำนันเพิ่มเอ่ยถาม“มาหากำนันเพิ่มจ้ะ” ประโยคคำตอบของเพียงขวัญทำให้สองสาวถูกเชิญขึ้นไปนั่งคุยกันบนเรือน และสองสาวก็ได้รู้ว่ากำนันเพิ่มนั้นเกษียณนานแล้วและตอนนี้ก็ชรามากแล้วด้วย“มีธุระอะไรเหรอ” อดีตกำนันสูงวัยเอ่ยถาม เพียงขวัญจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังว่าเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร“อ้อ... ที่ดินของนายสิทธิ์กับนังลินก็ตรงโน้นไง ราคาสูงเลยนะตอนนี้เพราะมีถนนตัดผ่านแถมยังมีวิวภูเขาอีกด้วย เราเป็นทายาทจะมาจัดการที่ดินตรงนั้นเหรอ”“วันนี้แค่แวะมาดูเฉย ๆ น่ะค่ะ”“แต่พ่อแม่เราเขาก็ฝากฝังที่ดินผืนนี้เอาไว้กับคริสาไม่ใช่เหรอ คริสาเขารับหนูไปเลี้ยงแต่เด็ก ฉันจำได้”“กำนันรู้จักป้าคริสด้วยเหรอคะ”“รู้จักสิเขาเป็นลูกบ้านของฉัน พอพ่อ
เพียงขวัญบ่นไปตลอดทางเรื่องฝนตก หลังจากออกมาจากคลินิกเสริมความงามของคชากร เธอมาเข้าคอร์ดเจ้าสาว ฉีดโน่นฉีดนี่ตามที่คชากรบอก ส่วนมากเป็นพวกวิตามินบำรุงผิวแล้วก็ดูแลพวกเส้นผมและเล็บมือเล็บเท้า ช่วงนี้เธอจึงดูผุดผ่องเป็นพิเศษ อาจเพราะอาหารการกินที่คชากรรับประทานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เธอจึงได้อานิสงฆ์รั
คริสานึกถึงอดีตที่เกิดขึ้น ตอนนั้นเธอพาลูกชายเข้ามาอยู่ในบ้านของกลกันต์ ทำให้กรพักตร์ต่อต้านเป็นอันมาก เธอมารู้จากคชากรอีกว่ากรพักตร์เป็นคู่แข่งทุกอย่างของลูกชาย ทั้งเรียนดี กีฬาเด่น แถมเรื่องการสอบชิงทุนและอะไรอีกหลายอย่าง เธอจึงคิดที่จะกำจัดกรพักตร์ออกไปจากชีวิตของเธอกับลูกกรพักตร์มีข้อเสียตรงที
“เอาแบบนี้ไหมคะ ฉันไปทำกับข้าวให้คุณกินเอง”“คุณไม่ต้องรีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ครอบครัวเหรอครับ”“ไม่ต้องรีบมากหรอกค่ะ คนที่บ้านของฉันเขากินอาหารกันช้าน่ะค่ะ มื้อค่ำจะเป็นอาหารไม่หนักท้อง พวกผักผลไม้และธัญพืชน่ะค่ะ เลยใช้เวลาไม่นาน แล้วคุณอยากกินอะไรคะ” เธออธิบายเมนูอาหารที่บ้าน พลางเอ่ยถามเขา หัว
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย ว้าย! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อโดนกระชากกระเป๋า แถมเกือบโดนคมมีดกรีดเข้าให้ที่แขน“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงเข้มดังขึ้น ก่อนที่ร่างของกรพักตร์จะปรากฏกาย เขาเข้าไปช่วยเพียงขวัญโดยการเตะต่อยจัดการกับคนร้าย จนมันหนีหายไป“คุณเป็นยังไงบ้างครับ” เขาเอ่ยถามด้วยความห่วงใ







