LOGINเพราะ "คำโกหก" จากคนที่ไว้ใจ ทำให้เธอปฏิเสธรักแรกอย่างไม่ลังเล… และเพราะ "ความเจ็บปวด" ในวันนั้น ทำให้เขาไม่เคยลืมเธอตลอดสามปี เมื่อเด็กสาวทุนการศึกษาที่เคยทำลายหัวใจเขา กลับมาอีกครั้งในฐานะ "เลขาส่วนตัว" ต่อหน้าคนอื่นเขาคือ CEO หนุ่มผู้เย็นชาและสมบูรณ์แบบ แต่กับเธอ…เขาคือผู้ชายที่ทั้งรัก ทั้งแค้น และไม่คิดปล่อยให้หนีไปอีก ครั้งนี้…ระหว่าง "ความจริงในอดีต" กับ "หัวใจที่ยังรักไม่เคยเปลี่ยน" ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อนกัน
View Moreเช้าวันปฐมนิเทศ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ยังคงครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหญ้าสดที่เพิ่งตัดใหม่
ลลิน ธนาวดีลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีน้ำเงินเข้มตามหลังผู้คนพลุกพล่านด้วยดวงตาสดใส มือเล็ก ๆ ของเธอชื้นไปด้วยความเหงื่อ ความตื่นเต้นและกังวลเกิดขึ้นในหัวใจ
เธอเป็นเด็กสาวบ้านจนได้ทุนการศึกษา หน้าตาหวานละมุน ผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนนมสด ผมยาวดำสลวยมัดเป็นหางม้าไว้หลวม ๆ ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางยังคงเปล่งประกายความบริสุทธิ์สดใส ดวงตากลมโตสะท้อนแววใสซื่อของสาวน้อย
เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกริบกับกระโปรงยาวสีดำเข้มที่เธอรีดจนเรียบสนิท เธอดูเรียบง่ายแต่สะดุดตาเป็นความงามที่ไม่ต้องปรุงแต่ง
“หอพัก อยู่ตรงไหนนะ” ลลินพึมพำกับตัวเอง เธอเดินหลงทางไปเรื่อย ๆ จนไม่ทันระวังตัว ชนเข้ากับแผ่นอกแกร่งและอบอุ่นของใครบางคนเต็มแรง
“โอ๊ย ขอโทษค่ะ”
ลลินเซถอยหลัง มือเล็กยกขึ้นปิดปากอย่างตกใจ คนตรงหน้าคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเกือบ 185 เซนติเมตร ไหล่กว้าง อกแน่น กล้ามเนื้อแขนที่เห็นชัดเจนใต้แขนเสื้อเชิ้ตสีขาว ผมดกดำ ใบหน้าคมเข้มแบบที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสาร กรามชัด คิ้วเข้ม ริมฝีปากหยักหนา เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเย้ายวนผสมกับกลิ่นสบู่และกลิ่นเหงื่ออ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูกของเธอ
“ไม่เป็นไรครับ” เสียงทุ้มนุ่มหูของเขาทำให้หัวใจของลลินเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“น้องใหม่ใช่ไหม” ลลินยกหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาโต ๆ ของเธอสบเข้ากับดวงตาคมกริบของเขา ใบหน้าสาวแดงก่ำขึ้นมาในทันที
“ค่ะ เป็นน้องใหม่ค่ะ ขอโทษอีกครั้งนะคะพี่ หนูเดินไม่ดูทาง” เสียงเธอแผ่วเบาและสั่นไหวเล็กน้อย
ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้น มุมปากยกสูงจนเห็นลักยิ้มจาง ๆ เธอถึงกับกะพริบตาปริบ ๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้า
หล่อวัวตายควายล้ม...
เธอถึงกับตกตะลึงกับรอยยิ้มกระชากใจของคนตัวสูง
“ไม่เป็นไรครับ พี่ชื่ออธิป วัฒนโชติ อยู่ปีสี่ครับ มาครับ เดี๋ยวพี่พาไปลงทะเบียน” เขายื่นมือใหญ่และอบอุ่นไปจับไหล่บาง ๆ ของเธอ พาเดินผ่านฝูงชนที่กำลังมุงดูป้ายต่าง ๆ ไปยังจุดลงทะเบียน
อธิปเดินนำหน้า มืออีกข้างช่วยยกกระเป๋าเดินทางหนัก ๆ ของเธอขึ้นมา โดยไม่ต้องให้เธอร้องขอตลอดเส้นทาง
เขาเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“น้องชื่ออะไรครับ”
“ลลิน ธนาวดีค่ะ เรียกลินก็ได้ค่ะ”
“ชื่อเล่นว่าลินเหรอครับ ชื่อน่ารักดี” เขายิ้มกว้างให้เธอ รู้สึกถูกชะตากับสาวน้อยตั้งแต่แรกเห็น
“เอ่อ... ค่ะ” เธอลูบท้ายทอยไปมาเก้อ ๆ ด้วยความเขินอาย ไม่คิดว่าจะโดนชมเช่นนี้
“บ้านอยู่ที่ไหน เรียนสาขาอะไรครับ” ลลินตอบเขาด้วยความเขินอาย แต่ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาไม่น้อย เธอไม่เคยเจอผู้ชายที่ดูแลเธออย่างเอาใจใส่ขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะผู้ชายที่หล่อและดูมีฐานะแบบเขา
“เรียนสาขาเดียวกับพี่ พี่เป็นพี่รหัสของลินเอง”
“บังเอิญจังเลยนะคะ” เธอตาโต แอบคิดในใจว่าสุดยอดไปเลย เธอมีพี่รหัสหล่อวัวตายควายล้มขนาดนี้เชียวหรือ
หลังลงทะเบียนเสร็จ อธิปยังไม่ยอมปล่อยให้เธอไปคนเดียว เขาพาเธอไปที่หอพัก ช่วยยกกระเป๋าขึ้นบันไดถึงชั้นสาม หยุดยืนหน้าห้องพักของเธอแล้วยื่นกระดาษโน้ตให้
“นี่เบอร์พี่ ถ้ามีอะไรติดขัด ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องหอ หรือแม้แต่เรื่องกินข้าวเที่ยง โทร. หาพี่ได้เลยนะน้องรหัส” ลลินรับกระดาษไปด้วยมือที่ยังสั่นเล็กน้อย
“ขอบคุณมากเลยค่ะพี่อธิป” เธอยิ้มแฉ่งให้เขา
อธิปมองเธออีกครั้ง สายตาจับจ้องใบหน้าหวานและริมฝีปากอวบอิ่มของเธอชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วหันหลังเดินจากไป
ค่ำคืนนั้นลลินนอนบนเตียงเดี่ยวในห้องหอพักเล็ก ๆ มองเพดานเพราะนอนไม่หลับ ภาพใบหน้าคมเข้ม รอยยิ้มมุมปาก และกลิ่นหอมอบอุ่นของอธิปยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หาย เธอเอามือกุมหน้าอกตัวเองที่ยังเต้นแรงไม่เป็นส่ำ
“เขาเป็นแค่พี่รหัสเท่านั้นเอง เธอมาที่นี่เพื่อเรียนให้จบ และต้องตั้งใจเรียน จะไปคิดเรื่องรักใคร่หรือหวั่นไหวกับผู้ชายได้อย่างไรกัน”
เธอพึมพำกับตัวเอง พยายามบอกหัวใจที่ไม่รักดี แต่ลึก ๆ แล้ว ลลินรู้ดีว่าวันนี้คือวันแรกที่หัวใจของเธอสั่นไหวกับผู้ชายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
สัปดาห์แรกของการเรียนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ลลินกลายเป็นที่พูดถึงของเหล่าหนุ่ม ๆ ในคณะทันที เธอไม่ได้พยายามเป็นจุดสนใจ แต่ความงามแบบธรรมชาติ ใบหน้าหวานบริสุทธิ์ ผิวขาวเนียน ผมยาวดำสลวยที่สะบัดไหวตามการก้าวเดิน รวมถึงรอยยิ้มอ่อนโยนที่ทำให้คนมองรู้สึกอบอุ่น ทำให้หลายคนแอบมองและแอบตกหลุมรักสาวน้อยได้อย่างง่ายดาย
“สวยจังเลยนะ”
“น้องปีหนึ่งคนนี้ น่ารักมาก”
เสียงกระซิบและสายตาที่จับจ้องเธอมีอยู่ตลอดเวลา แต่ลลินกลับไม่ได้ใส่ใจ เธอตั้งใจเรียนอย่างเดียว า นั่งแถวหน้าเรียนทุกคาบ และใช้เวลาว่างอยู่แต่ในห้องสมุด นอกจากนั้นก็เป็นการรับน้อง ซึ่งการรับน้องก็ไม่ได้โหดร้ายเหมือนสมัยก่อน ส่วนใหญ่พี่ ๆ ก็ใจดี โดยเฉพาะพี่รหัสของเธอที่เอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี จนเธอรู้สึกหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดเขา
พิมพ์ชนก เพื่อนร่วมห้องที่นั่งติดกับเธอมาตั้งแต่วันแรก ยิ้มหวานให้ลลินทุกครั้งที่เจอหน้ากัน และทั้งสองก็เป็นเพื่อนกันในเวลาอันรวดเร็ว
แต่ในสายตาของพิมพ์ชนก ลึก ๆ แล้วกลับซ่อนประกายแห่งความอิจฉาริษยาเอาไว้อย่างมิดชิด เธอเป็นสาวสวยแบบติดเครื่องสำอาง หน้าตาดีแต่ไม่ถึงกับสะดุดตาเหมือนลลิน และยิ่งเห็นหนุ่ม ๆ รุมล้อมลลินมากเท่าไหร่ ความอิจฉาก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นทบทวีคูณ
วันพุธในช่วงพักกลางวัน ทั้งคู่นั่งกินข้าวที่ศูนย์อาหารในมหาวิทยาลัย พิมพ์ชนกยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แล้วทำสีหน้าห่วงใย
“ระวังตัวด้วยนะลิน โดยเฉพาะเรื่องผู้ชาย” พิมพ์ชนกกระซิบด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
ลลินเงยหน้าขึ้นจากอาหารตรงหน้า มองเพื่อนด้วยความสงสัย
“ทำไมเหรอพิมพ์”
พิมพ์ชนกเอนตัวเข้าใกล้ ก่อนทำเสียงเศร้า ๆ
“ฉันไปส่ง” ลลินไม่กล้าขัด เสื้อสูทของเธอมีกระดุมขาดไปสองเม็ด กระโปรงยับย่น นั่งรถแท็กซี่กลับในสภาพนี้คงโดนทำมิดีมิร้ายเป็นแน่เธอเดินโซเซตามเขาไปที่ลิฟต์ส่วนตัวด้วยใบหน้าแดงก่ำและขาที่ยังอ่อนแรงรถสปอร์ตสีดำคันหรูแล่นออกจากอาคารตอนตีสอง ถนนในเมืองใหญ่เงียบสงัด มีแต่แสงไฟถนนและเสียงเครื่องยนต์คลอเบา ๆลลินนั่งเก้ ๆ กัง ๆ มือกุมกระเป๋าแน่น มองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา เพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขา“จอดตรงทางแยกซอยข้างหน้านี้ก็ได้ค่ะ” เธอพูดเสียงเบา“บ้านฉันอยู่ใกล้ ๆ ตรงนี้เองค่ะ เดินเข้าไปเองได้”“แทนตัวเองว่าลิน”“คะ”“ห้ามแทนตัวเองว่าฉันอีก ฉันไม่ชอบ”“ค่ะ” เธอรับคำ เพราะเห็นสีหน้าไม่พอใจของเขาก็ไม่อยากโดนเล่นงานอีก“ขอตัวก่อนนะคะ”อธิปหันมามองเธอชั่วครู่ สายตาคมกริบมองเธอเล็กน้อย แต่เขาก็จอดรถตามที่เธอขอโดยไม่พูดอะไร“ขอบคุณค่ะคุณอธิป” ลลินรีบเปิดประตูรถ ก่อนที่เธอจากรถ มือใหญ่ของเขาก็จับข้อมือเธอเอาไว้แน่น“พรุ่งนี้เจอกันเจ็ดโมงครึ่ง” เสียงเขาต่ำและเรียบ“อย่ามาสายล่ะ”ลลินรีบพยักหน้า ไม่กล้ามองหน้าเขา แล้วรีบลงจากรถในทันที ร่างบางเดินหายเข้าไปในซอยมืด ๆอธิปนั่งมองแผ่นหลังบางของเธอจ
ภาพค่ำคืนสามปีก่อนผุดขึ้นในหัว ช่อกุหลาบแดง คำสารภาพ และการหันหลังเดินจากไปของเขา แต่เธอไม่กล้าพูดถึงมันอีก เป็นเธอเองที่ปฏิเสธเขา “เข้าใจค่ะ” เสียงเธอแผ่วเบาและสั่นไหวเล็กน้อยอธิปมองเธออีกสองวินาที ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ประธานอย่างสง่างาม“พรุ่งนี้เจอกันเวลาเจ็ดโมงครึ่ง เลขาของผม” ลลินลุกขึ้นยืน ก้มศีรษะเล็กน้อย รู้สึกว่าเขามาทำงานเช้ามาก แต่เธอได้ตำแหน่งเลขาก็คงต้องมาทำงานเช้าเหมือนเขากระมัง เธอคิดแค่ในใจไม่กล้าถามอะไรมาก“ขอบคุณค่ะคุณอธิป” เธอหันหลังเดินออกจากห้องไปด้วยขาที่แทบทรุด ใจเต้นแรงจนแทบระเบิดพอปิดประตูได้ เธอก็เอนตัวพิงผนัง หอบหายใจถี่กระชั้นเธอได้งานแล้ว แต่ราคาที่ต้องจ่าย อาจจะแพงกว่าที่เธอคิดไว้มากส่วนอธิปที่นั่งอยู่ในห้อง มองประตูที่ปิดสนิทด้วยสายตาที่วาวขึ้นเล็กน้อยเขาเอนหลังพิงเก้าอี้ มือกำขอบโต๊ะแน่นจนเส้นเอ็นปูดขึ้นมาสามปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน และเธอกลับมาแล้วเช้าวันแรก ลลินมาถึงออฟฟิศก่อนเวลาเจ็ดโมงครึ่ง เธอแต่งตัวเรียบร้อยสุด ๆ สูทสีครีม ผมมัดเรียบกริบ ตั้งแต่ก้าวเข้าไปในห้อง CEO อธิปก็โยนงานใส่เธอไม่ยั้ง“รายงานการประชุมย้อนหลังสามปี สรุปมา
เธอฝังตัวเองอยู่กับหนังสือและการเรียนจนแทบไม่มีเวลาว่าง ใบหน้าหวานยังคงสวยงามเช่นเคย แต่ดวงตาคู่โตนั้นกลับหมองลงทุกวัน เธอไม่เคยเล่าเรื่องราวในคืนนั้นให้ใครฟัง แต่ใคร ๆ ก็รู้ โดยเฉพาะพิมพ์ชนกที่คอยปลอบโยนมาตลอด และชื่นชมที่เธอทำถูกแล้ว ขืนไม่ปฏิเสธไปก็จะกลายเป็นตัวตลก และของเล่นของลูกคนรวยที่ไม่นานก็เบื่อหน่ายเธอเพียงรับรู้ และเก็บบาดแผลไว้ในใจคนเดียว ไม่ปริปากเรื่องนี้อีก“เราทำถูกแล้ว เขาเป็นแค่เสือผู้หญิง” เธอพึมพำกับตัวเองทุกคืนก่อนนอน เพราะยังลืมพี่รหัสคนนั้นไม่ได้แม้จะเตือนตัวเองทุกครั้ง แต่น้ำตากลับไหลเงียบ ๆ อยู่คนเดียว เธอมักนอนฝันและนึกถึงรอยยิ้มมุมปากและกลิ่นน้ำหอมอบอุ่นของเขาเสมอค่ำคืนหนึ่ง ลลินกำลังจะจบการศึกษา เธอเดินกลับหอพักตามถนนข้างมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างเปลี่ยว ไฟถนนสลัว ๆ เธอเดินก้มหน้ากอดหนังสือแน่น ผมยาวสยายไหล ยังไม่ทันรู้ตัว กลุ่มอันธพาลสามคนก็โผล่ออกมาล้อมเธอเอาไว้“สาวน้อย มาคนเดียวเหรอ มาเล่นด้วยกันหน่อยสิ” ชายคนหนึ่งยิ้มเจื่อน มือยื่นมาจะจับแขนของเธอลลินหน้าซีด ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เสียงเธอสั่นจนแทบไม่มีเสียง เธอถอยหลังจนหลังชนกำแพง หนังสือหล่นกระจาย
“พี่อธิปน่ะสิ เขาเป็นเสือผู้หญิงตัวจริงเลย ฟันแล้วทิ้งมานักต่อนักแล้ว รุ่นพี่ทั้งมหาวิทยาลัยเขารู้กันทั้งนั้น พี่อธิปเปลี่ยนแฟนบ่อยมาก บางคนถูกเขาทิ้งแล้วคิดสั้น น่าสงสารสุด ๆ อาศัยว่าบ้านรวยแล้วใช้เงินปิดปาก” ลลินตัวแข็งทื่อ มือที่ถือช้อนสั่นเล็กน้อย ภาพรอยยิ้มอบอุ่นและมือใหญ่ที่เคยจับไหล่เธอในวันแรกผุดขึ้นมาในหัว“และที่หนักกว่านั้น” พิมพ์ชนกลดเสียงลงอีก“ได้ยินข่าววงในมาว่า พี่อธิปพนันกับเพื่อน ๆ ว่าจะจีบเด็กปีหนึ่งให้ติด ถ้าตกลงเป็นแฟนด้วย จะกลายเป็นตัวตลกของทั้งมหาวิทยาลัยเลยนะ เขาทำแบบนี้บ่อย”ลลินกลืนน้ำลายเสียงดัง หัวใจที่เคยสั่นไหวด้วยความดีใจในวันแรก ตอนนี้กลับหนักอึ้งด้วยความผิดหวัง เธอไม่เคยซอกแซกเรื่องใคร ไม่เล่นโซเชียล ไม่รู้ข่าวลือใด ๆ เธอเชื่อคำพูดของเพื่อนที่หวังดีคนนี้อย่างสนิทใจ“ขอบคุณที่เตือนนะพิมพ์ ฉันจะระวังตัวให้มากขึ้น”ลลินยิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนถูกมีดแทงตัดขั้วหัวใจตั้งแต่วันนั้น ลลินเริ่มถอยห่างจากอธิปแต่อธิปยังคงดูแลเธออย่างไม่ลดละทุกเช้าเขาจะส่งสรุปวิชาที่เธออาจจะไม่ทันบันทึกให้ทางไลน์บ่าย ๆ เขาจะซื้อข้าวกล่องโปรด ไก่ทอดราดน้ำจิ้มแจ่วที่เธอเ
เช้าวันปฐมนิเทศ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ยังคงครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหญ้าสดที่เพิ่งตัดใหม่ ลลิน ธนาวดีลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีน้ำเงินเข้มตามหลังผู้คนพลุกพล่านด้วยดวงตาสดใส มือเล็ก ๆ ของเธอชื้นไปด้วยความเหงื่อ ความตื่นเต้นและกังวลเกิดขึ้นในหัวใจเธอเป็นเด็กสาวบ้านจนได้ทุนการศึกษา





