LOGINเขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ
View Moreกรพักตร์นั่งมองภาพข่าวตรงหน้าจอโทรศัพท์มือถือก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา
รายละเอียดของข่าวคือคุณหมอหนุ่มเจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังกับหญิงสาวแสนสวยเจ้าของแบรนด์ขนมชื่อดังและเจ้าของร้านอาหารที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของประเทศ
“คชากรคุณหมอหนุ่มไฟแรงอนาคตไกลกับเพียงขวัญเจ้าของร้านอาหารที่อร่อยติดอันดับของประเทศอย่างงั้นเหรอ” กรพักตร์เหยียดยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะวางโทรศัพท์ราคาแพงลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่เพราะเสียงเคาะประตูจากวรจักร ลูกน้องคนสนิทดังขึ้น
วรจักรโค้งคำนับให้เจ้านายหนุ่มหลังจากอีกฝ่ายเอ่ยอนุญาตให้เข้ามาในห้องได้
“ผมไปทำตามที่เจ้านายสั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ” ประโยคนั้นของวรจักรทำให้ริมฝีปากของกรพักตร์โค้งขึ้นคล้ายจะยิ้มคล้ายพึงพอใจกับคำตอบ
“ดีมาก” ร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของกรพักตร์ลุกจากเก้าอี้ตัวใหญ่ในห้องทำงาน เขาอยู่ในชุดสูทเนื้อดีราคาแพง
เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าดูดีเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า อีกทั้งเครื่องหน้าที่หล่อเหลารับกันอย่างลงตัว ทั้งปากหยักหนา คิ้วเข้มดกหนาเรียงตัวเป็นระเบียบกับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากกว้างได้รูป
ใบหน้าคมสันของกรพักตร์ทำให้ใครได้มองแล้วตรึงตาตรึงใจยิ่งนัก ยิ่งเป็นสาว ๆ แล้วยิ่งหลงเสน่ห์เขาได้ไม่ยาก
“ไปกันเถอะ เหยื่อติดกับแล้ว เราก็ควรจะเร่งสาวเบ็ดให้เร็วที่สุด” กรพักตร์เดินตรงไปขึ้นรถยนต์คันหรูราคาแพงที่จอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่
หลังจากรถยนต์จอดสนิทหน้าร้านขนมชื่อดัง เขาก็เดินเข้าไปภายในร้าน เห็นว่าวันนี้ภายในร้านอมยิ้มมีลูกค้ามากมาย
ชื่อร้านอาหารขนมชื่อดังที่ใคร ๆ ต้องแวะมาชิมหรือหอบหิ้วไปเป็นของฝากเป็นชื่อร้านที่จำง่ายชวนให้ต้องยิ้มตามเมื่อได้อ่านชื่อร้าน ร้านแยกเป็นสองฝั่งโซนขนมกับโซนอาหาร
ดูเหมือนพนักงานในร้านจะทำงานกันอย่างแข็งขัน แต่ก็เหมือนจะไม่ทันใจลูกค้าที่รอคิวกันอย่างเนืองแน่น
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” เสียงเอ่ยขอโทษและร่างที่เดินชนกับเขาอย่างจังทำให้กรพักตร์หันไปมอง เขาหรี่ตามองหญิงสาวแสนสวยที่เอ่ยขอโทษขอโพยเขาเป็นการใหญ่
กรพักตร์มองดี ๆ เขาก็จำได้ในทันทีว่าเธอคือเจ้าของร้านนามว่าเพียงขวัญ แต่เธอกลับอยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟไม่ต่างจากคนอื่น ๆ
ชายหนุ่มไม่ได้ทักทายเธอออกไป เขาเพียงแค่บอกว่าไม่เป็นไร ทำเหมือนไม่รู้จักเธอและเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ขนมที่ผมสั่งเอาไว้ได้หรือยังครับ” ประโยคนั้นของลูกค้าหนุ่มที่ดูเหมือนจะดูดีและทรงเสน่ห์ที่สุดในร้านทำให้เพียงขวัญที่ได้ยินเข้า รีบเอ่ยขอตัวจากลูกค้าหลังจากเสิร์ฟขนมกับเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว หันมาสนทนากับเขาในทันที
“ต้องขอประทานโทษด้วยนะคะ ดิฉันชื่อเพียงขวัญเป็นเจ้าของร้านอมยิ้มแห่งนี้ ขอเรียนเชิญคุณลูกค้าไปนั่งพักให้หายเหนื่อย รับเครื่องดื่มและขนมของเราก่อนนะคะ” เพียงขวัญรีบผายมือเชิญเขาไปมุมหนึ่งของร้านที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและไม่วุ่นวายเหมือนด้านนอก
“คุณมีเครื่องดื่มกับขนมอะไรแนะนำผมบ้างครับ ผมไม่ใคร่ชอบรับประทานของหวาน แต่ก็สามารถรับประทานได้ แค่ขอไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป”
“คุณกรพักตร์เดินทางมาเหนื่อย ๆ ดิฉันขอเสิร์ฟเป็นน้ำสมุนไพรเย็น ๆ จะได้สดชื่น อากาศร้อนแบบนี้ต้องดับกระหายคลายร้อนค่ะ ส่วนขนมก็เป็นพานาคอตต้ามะม่วงค่ะ ช่วงนี้เป็นฤดูของมะม่วง หวังว่าคุณจะเพลิดเพลินและสดชื่นกับขนมของเรานะคะ” เธอพูดอย่างไม่ติดขัดเหมือนเจ้าของร้านทั่วไปที่ชอบบริการลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด
กรพักตร์รับประทานทั้งเครื่องดื่มและขนมที่พนักงานของเธอยกมาเสิร์ฟ แล้วต้องเอ่ยชมว่าอร่อยจริง ๆ ขนมของเธอทำให้เขารู้สึกสดชื่นอย่างที่เธอบอกจริงๆ
“เป็นยังไงบ้างคะ” เพียงขวัญเอ่ยถาม หัวใจของเธอเต้นระทึกเพราะว่าหลังจากนี้เธอต้องเจรจาเรื่องขนมที่เขาสั่งเอาไว้นับพันกล่อง การเสิร์ฟเครื่องดื่มและขนมที่ทำให้เขาพึงพอใจอาจจะทำให้เขาใจเย็นลงได้บ้าง
แท้ที่จริงแล้วหากมีออร์เดอร์สั่งขนมเข้ามาเช่นนี้ เธอจะต้องจ้างพนักงานเพิ่ม แต่นั่นก็ต้องรอให้ผู้เป็นป้าอย่างคริสาอนุมัติเสียก่อน
เมื่อก่อนเธอจะปิดร้านทุกวันจันทร์ แต่เมื่อมีลูกค้ามากขึ้นผู้เป็นป้าของเธอก็ไม่ยอมให้ปิดร้าน อ้างว่าจะเสียลูกค้า ดังนั้นเลยทำให้ร้านขนมและร้านอาหารของเธอเปิดทั้งเดือน
เพียงขวัญเองก็ไม่อยากปิดร้าน เธออยากรับพนักงานเพิ่ม เพราะส่วนของการผลิตขนมที่มีสูตรเป๊ะ ๆ ตายตัวกับการขายหน้าร้านนั้นสามารถแยกส่วนกันได้ แต่เพราะผู้เป็นป้าอย่างคริสาไม่พอใจพนักงานคนไหนก็ไล่ออกเป็นว่าเล่น และไม่รับใครเข้าทำงานง่าย ๆ ทำให้เธอทำงานได้ยาก จะเรียกว่าท่านเป็นคนจุกจิกจู้จี้ก็ย่อมได้ ยิ่งอายุมากขึ้นคริสายิ่งขี้บ่นและเข้มงวดกับทุกเรื่อง
ก่อนเปิดร้านขนมและร้านอาหาร ซึ่งก็อยู่ร้านเดียวกัน แยกครัวฝั่งขนมและครัวฝั่งอาหารเอาไว้คนละด้าน คริสาเป็นคนออกปากอนุญาตให้เธอเปิดกิจการเป็นของตัวเองได้ แต่ท่านจะต้องเป็นคนถือหุ้นใหญ่ จะเรียกว่าท่านลงทุนให้ก็ย่อมได้ ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถมีปากเสียงอะไรกับท่านได้มากไปกว่าทำตามคำสั่ง
“อร่อยมากครับ ขนมที่ผมสั่งเอาไว้หนึ่งพันกล่องสำหรับนำไปเลี้ยงเด็กกำพร้าเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”
“ขนมทั้งพันชิ้นเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ดีเลยครับ”
“แต่ว่าขอให้คุณกรพักตร์รออีกสักหน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้กำลังแพ็กลงกล่องอยู่น่ะค่ะ เพื่อเป็นการขออภัยจากเรา ดิฉันจะมีส่วนลดพิเศษให้อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์นะคะ ไม่ทราบว่าคุณกรพักตร์จะโอเคไหมคะ” เธอเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจเขาเป็นที่สุด
“อย่างนั้นเหรอครับ” กรพักตร์มองหญิงสาวนิ่ง เธอมองเขาอย่างลุ้น ๆ ดูเธอกำลังตื่นเต้นและกระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งเขานิ่งไปก็ยิ่งทำให้เธอร้อนใจอย่างที่สุด
“คุณกรพักตร์โอเคไหมคะ ดิฉันต้องกราบขอโทษอีกครั้งนะคะ” เธอบีบมือเข้าหากันแน่น มือน้อยชื้นเหงื่อไปหมด ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้เขาอย่างขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
“ได้สิครับ ผมอยากเอาขนมไปทำบุญให้เด็ก ๆ ก็ต้องให้คนที่อุตส่าห์ทำขนมอร่อย ๆ ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ด้วยจริงไหมครับ” ประโยคนั้นของกรพักตร์ทำให้เพียงขวัญผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ
“ดิฉันกราบขอบพระคุณในความกรุณาของคุณมาก ๆ นะคะ แล้วก็ขออภัยจริง ๆ ที่เกิดความล่าช้าขึ้น เพราะพนักงานของดิฉันไม่เพียงพอน่ะค่ะ ตอนนี้กำลังหาคนเพิ่มอยู่ค่ะ” เธอขอบคุณเขาจากใจ ถ้าเป็นลูกค้าหัวร้อนอารมณ์ร้ายเธอคงถูกเหวี่ยงวีนหรือต่อว่าไปแล้ว ดีที่เป็นคนตรงหน้า เขาดูใจเย็นและนิ่งมาก ทำให้เธอนึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย
“เอาแบบนี้ไหมคะ ฉันไปทำกับข้าวให้คุณกินเอง”“คุณไม่ต้องรีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ครอบครัวเหรอครับ”“ไม่ต้องรีบมากหรอกค่ะ คนที่บ้านของฉันเขากินอาหารกันช้าน่ะค่ะ มื้อค่ำจะเป็นอาหารไม่หนักท้อง พวกผักผลไม้และธัญพืชน่ะค่ะ เลยใช้เวลาไม่นาน แล้วคุณอยากกินอะไรคะ” เธออธิบายเมนูอาหารที่บ้าน พลางเอ่ยถามเขา หัวใจเต้นแรงเมื่อได้สบประสานสายตากับเขา ดีหน่อยว่ามื้อเย็นคริสากับกลกันต์จะรับประทานกันไปก่อน ส่วนมื้อค่ำเธอกับคชากรมักกลับบ้านไม่เป็นเวลา จึงกินอาหารที่ทำง่าย ๆ เน้นผัก ผลไม้พร่องแป้ง ไข่ต้ม อกไก่ บางทีก็รับประทานสเต็กปลา ไม่กินข้าวหรืออาหารมัน ๆ ทอด ๆ หรือกะทิเด็ดขาดที่เธออาสาไปทำอาหารให้กรพักตร์อาจเพราะเขาเป็นคนดีช่วยเหลือเธอจากคนร้าย แถมวันก่อนยังมาเหมาขนมเธอไปเลี้ยงเด็กกำพร้าอีก“ผมกินอะไรก็ได้ครับ จะได้กินยา พวกอาหารจานเดียวก็ได้”“งั้นเป็นข้าวผัดได้ไหมคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากกินหรือเปล่า” เธอเอ่ยถามแบบไม่แน่ใจ แต่ข้าวผัดเป็นอาหารที่เธอชอบกินเพราะทำง่ายและก็อร่อยด้วย“คุณทำอะไรให้กิน ผมก็กินได้ทั้งนั้นแหละครับ บ้านของผมอยู่แถวนี้ครับ คุณจะไปเลยไหม”“ไปได้เลยค่ะ ฉันซื้อของเสร็จแล้ว” เขาทำ
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย ว้าย! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อโดนกระชากกระเป๋า แถมเกือบโดนคมมีดกรีดเข้าให้ที่แขน“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงเข้มดังขึ้น ก่อนที่ร่างของกรพักตร์จะปรากฏกาย เขาเข้าไปช่วยเพียงขวัญโดยการเตะต่อยจัดการกับคนร้าย จนมันหนีหายไป“คุณเป็นยังไงบ้างครับ” เขาเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ คุณล่ะคะ เลือดไหลเต็มเลย” เธอรีบเข้าประคองเขาเอาไว้เพราะเขาโดนคมมีดปาดเข้าที่แขน“ขอบคุณคุณกรพักตร์มากนะคะ รีบไปทำแผลก่อนเถอะค่ะ” เธอรีบบอก รถเธอเสีย เธอเลยเดินออกมาเรียกรถด้านนอกร้าน และแถวนี้ก็ไม่มีกล้องวงจรปิดด้วย นั่นทำให้ไม่สามารถเห็นหน้าคนร้ายได้ และคนร้ายก็สวมหมวกไอ้โม่ง แถมยังปลอดคน มีเพียงเธอกับกรพักตร์เพียงสองคนเท่านั้น“ไม่ไกลกันนี้มีคลินิกค่ะ คุณกรพักตร์รีบไปทำแผลดีกว่าค่ะ เลือดไหลเต็มเลย” เขาประคองเธอพาไปยังคลินิกที่ใกล้ที่สุดที่คลินิกแห่งนี้มีแผนกฉุกเฉินด้วย ถ้าไม่ได้บาดเจ็บมากมายจนต้องประสานกับโรงพยาบาลเพื่อส่งตัวไปรักษา ทางคลินิกก็สามารถทำการรักษาเองได้“คุณกรพักตร์เป็นยังไงบ้างคะ” เพียงขวัญเอ่ยถามด้วยท่าทีเป็นกังวล“ไกลหัวใจครับ ผมไม่เป็นอะไรหรอก”“ฉ
เพียงขวัญเดินไปรับกระเป๋ากับเสื้อสูทราคาแพงจากคชากรมาถือเอาไว้สาวใช้นำน้ำมาเสิร์ฟให้ ในขณะที่คชากรรับน้ำมาดื่มก่อนกล่าวทักทายมารดาที่เคารพรัก“วันนี้คุณแม่ไม่ออกไปไหนเหรอครับ” ปกติแล้วมารดาของเขาจะออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์บ่อยครั้ง“ไม่ได้ไปไหนจ้ะ” คริสาปลายตามองหลานสาวที่เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านหลังจากที่นำเสื้อสูทและกระเป๋าเอกสารไปเก็บเรียบร้อยแล้ว“พี่หมอคะ จะอาบน้ำเลยหรือเปล่าคะ ขวัญจะได้ผสมน้ำให้อาบ” น้ำเสียงนุ่มนวลและความเอาใจใส่ของเพียงขวัญทำให้คชากรยิ้มออกมา“เราเพิ่งกลับมาเหรอ” เขาเอ่ยถาม“เพิ่งกลับมาค่ะ” เธอตอบรับด้วยรอยยิ้ม คชากรมีน้ำใจเอื้ออารีต่อเธอเสมอ ดังนั้นเมื่อผู้เป็นป้าขอร้องสิ่งใด ที่จะดูแลรับใช้หรือช่วยเหลือคชากร เธอจึงยอมทำตามทุกอย่าง“เพิ่งกลับมาก็ไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนเถอะ จะได้สบายตัว พี่ขอคุยกับคุณแม่สักครู่”“ค่ะพี่หมอ”“ดูเอาเถอะ แม่พูดอะไรก็หาเรื่องขัดอยู่ร่ำไป พอเราพูดอะไรแม่ขวัญเขาทำตามอย่างไม่อิดออด แม่ชักน้อยใจแล้วสิ”“โธ่... คุณป้าคะ ขวัญรักและเคารพคุณป้ามากนะคะ ขวัญไม่ได้คิดที่จะขัดคุณป้าเลยจริง ๆ ค่ะ” ท่าทีออดอ้อนของหลานสาวทำให้คริสาต้องลูบผมนุ่มของอี
ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีทำให้เพียงขวัญผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทั้งร้านที่วันนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งขนมที่ออร์เดอร์เข้ามารัว ๆ แถมยังเป็นออร์เดอร์ที่ทำให้เธอกับพนักงานแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนอีกด้วยกลับถึงบ้านเธอคงต้องคุยเรื่องนี้กับผู้เป็นป้าจริง ๆ จัง ๆ เสียแล้ว การรับพนักงานเพิ่มคือสิ่งที่ควรทำ จะมัวขี้เหนียวอยู่จะทำให้เสียลูกค้าไปได้ง่าย ๆ“สวัสดีค่ะคุณป้า” เพียงขวัญยกมือไหว้คริสาที่นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของตัวบ้าน ท่านพยักหน้าก่อนจะเอ่ยให้เธอนั่งคุยกันก่อน“นั่งก่อนสิ ป้ามีเรื่องจะคุยกับเราหน่อย”“ค่ะคุณป้า หนูเองก็มีเรื่องจะคุยกับคุณป้าเหมือนกันค่ะ”“งั้นก็พูดเรื่องของเรามาก่อนสิ” คริสายกถ้วยชาขึ้นดื่ม ก่อนจะพิศมองหลานสาวซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ที่นางอุปการะเลี้ยงดูมาเอาไว้ตั้งแต่แบเบาะด้วยสายตาพินิจพิจารณาคริสาเป็นหญิงสูงวัยอายุอานามราวห้าสิบเศษ เครื่องหน้าของนางจัดว่ายังคงความสวยสง่าอยู่มาก การวางตัวดีและการพูดจาที่ดีทำให้ใคร ๆ ต่างเกรงอกเกรงใจ ผมซอยสั้นเข้ารูปของนางทำให้นางดูดีน่าเกรงขาม รูปร่างของนางยังดูดีไม่มีที่ติ อาจเพราะลูกชายเพียงคนเดียวเป็นถึงคุณหมอเจ้าของคลินิกเสร





