Masuk“เอาแบบนี้ไหมคะ ฉันไปทำกับข้าวให้คุณกินเอง”
“คุณไม่ต้องรีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ครอบครัวเหรอครับ”
“ไม่ต้องรีบมากหรอกค่ะ คนที่บ้านของฉันเขากินอาหารกันช้าน่ะค่ะ มื้อค่ำจะเป็นอาหารไม่หนักท้อง พวกผักผลไม้และธัญพืชน่ะค่ะ เลยใช้เวลาไม่นาน แล้วคุณอยากกินอะไรคะ” เธออธิบายเมนูอาหารที่บ้าน พลางเอ่ยถามเขา หัวใจเต้นแรงเมื่อได้สบประสานสายตากับเขา ดีหน่อยว่ามื้อเย็นคริสากับกลกันต์จะรับประทานกันไปก่อน ส่วนมื้อค่ำเธอกับคชากรมักกลับบ้านไม่เป็นเวลา จึงกินอาหารที่ทำง่าย ๆ เน้นผัก ผลไม้พร่องแป้ง ไข่ต้ม อกไก่ บางทีก็รับประทานสเต็กปลา ไม่กินข้าวหรืออาหารมัน ๆ ทอด ๆ หรือกะทิเด็ดขาด
ที่เธออาสาไปทำอาหารให้กรพักตร์อาจเพราะเขาเป็นคนดีช่วยเหลือเธอจากคนร้าย แถมวันก่อนยังมาเหมาขนมเธอไปเลี้ยงเด็กกำพร้าอีก
“ผมกินอะไรก็ได้ครับ จะได้กินยา พวกอาหารจานเดียวก็ได้”
“งั้นเป็นข้าวผัดได้ไหมคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากกินหรือเปล่า” เธอเอ่ยถามแบบไม่แน่ใจ แต่ข้าวผัดเป็นอาหารที่เธอชอบกินเพราะทำง่ายและก็อร่อยด้วย
“คุณทำอะไรให้กิน ผมก็กินได้ทั้งนั้นแหละครับ บ้านของผมอยู่แถวนี้ครับ คุณจะไปเลยไหม”
“ไปได้เลยค่ะ ฉันซื้อของเสร็จแล้ว” เขาทำท่าจะช่วยเธอเข็นรถไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน เธอก็รีบปฏิเสธทันทีเพราะว่าเขาเจ็บแขนอยู่
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันจัดการเอง คุณเจ็บแขนอยู่นะคะ ขยับมากเดี๋ยวจะยิ่งอักเสบหรือเจ็บไปมากกว่านี้” ประโยคนั้นทำให้กรพักตร์ยอมตามใจเธอ จ่ายเงินเสร็จเขาก็พาเธอไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่
“บ้านของคุณกรหลังใหญ่จังเลยนะคะ อยู่กันกี่คนคะนี่” ถามออกไปแล้วเธอก็อยากจะเขกหัวตัวเอง เพราะเขาบอกเธอก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาไม่มีแม้กระทั่งแม้บ้าน และไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายในบ้าน
“อยู่คนเดียวครับ”
“แล้วครอบครัวของคุณล่ะคะ” เพียงขวัญกัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ เธออยากถามเขาเพราะอยากรู้ว่าเขาโสดไหม ทำไมเธอถึงได้เป็นคนแบบนี้นะ หญิงสาวนึกด่าตัวเองในใจ
“ผมมีคุณลุงครับ ท่านทำไร่อยู่ภาคเหนือ” เขาตอบเช่นนั้นก็เท่ากับว่าไม่มีลูกเมียใช่ไหม เธออยากเอ่ยถามออกไปแต่ก็ยั้งเอาไว้ เพราะเธอไม่ควรปันใจไปให้ชายอื่นแบบนี้
แม้จะอยากตัดใจแต่ความสัมพันธ์ของเธอกับกรพักตร์กลับยิ่งพัฒนาไปเรื่อย ๆ เธอบังเอิญได้เจอเขาอยู่หลายครั้งหลังจากที่เธออาสาไปทำอาหารให้เขารับประทานจนถึงบ้านในวันนั้น เขามักมาเป็นลูกค้าประจำของร้านที่เธอทำงานอยู่ ตอนนี้พนักงานกลับมามีจำนวนเหมาะสมอีกครั้ง หลังจากที่เธอรับรู้ว่าคชากรได้ไปคุยกับมารดาของเขา นั่นทำให้เธอนึกขอบคุณเขาเป็นอันมาก
“หมู่นี้เราเป็นอะไรรึ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดูอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา” ประโยคคำถามของคริสาทำให้เพียงขวัญถึงกับสะดุ้งเหมือนคนทำความผิด
“เปล่านี่คะคุณป้า”
“หรือดีใจที่จะได้แต่งงาน”
“คงอย่างนั้นน่ะค่ะ” เพียงขวัญยิ้มออกมา แต่แท้ที่จริงแล้วเธอแอบมีใจให้กับกรพักตร์ เธอเติบโตมากับคุณยายหรือก็คือมารดาของคริสา ไม่เคยคิดเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มาก่อน ที่สำคัญก็คือคิดแค่ว่าต้องเรียนให้จบทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เธอจึงไม่ได้รู้จักความรักอย่างแท้จริง ความรู้สึกที่เธอมีให้แก่คชากรนั้นมันเป็นแค่การเคารพนับถือเขาในฐานะพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่งเท่านั้น อีกอย่างก็คือเธอต้องตอบแทนบุญคุณครอบครัวของคริสาที่เลี้ยงดูเธอมา เธอจึงรับรู้ถึงหน้าที่ของตัวเองว่าต้องดูแลคชากรให้ดี และแต่งงานกับเขาในอนาคตข้างหน้า
“เตรียมตัวไปถึงไหนแล้วล่ะ วันๆ เห็นเอาแต่ทำงานงก ๆ ไม่ถึงสามเดือนแล้วนะ”
“ขวัญเอ่อ แล้วแต่พี่หมอค่ะ”
“แล้วพี่หมอของเราเขาได้พูดคุยกับเราเรื่องแต่งงานบ้างหรือยังล่ะ”
“ยังเลยค่ะ”
“ก็มัวแต่บ้างานกันแบบนี้เอง ถึงได้ล่าช้า ของชำร่วยเอย ชุดแต่งงานเอย ต้องเตรียมได้แล้วนะ ส่วนเรื่องงานพี่เขาบอกว่าจะให้เพื่อนรวมถึงแฟนคลับของเขามาช่วยจัดการให้ ทำกันเองก็ดี จะเสียเงินเสียทองไปจ้างทำไมก็ไม่รู้” คชากรเป็นคุณหมอหนุ่มหล่อมีแฟนคลับมากมายเสียยิ่งกว่าดาราอีก เรื่องนี้เธอรู้ดี
“ขวัญแล้วแต่พี่หมอค่ะ”
“เราก็เป็นเสียอย่างนี้ แล้วแต่พี่หมอของเราก็ดี ก็ขอให้เป็นแบบนี้ไปตลอดนะ งั้นป้าไปก่อนล่ะ” คริสาเดินไปหากลกันต์ สามีที่นั่งจิบชาอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้าน
“คุณกันต์อยู่ตรงนี้นี่เอง”
“ว่ายังไงคุณคริส” กลกันต์เอ่ยถามภรรยา หล่อนเป็นภรรยาคนที่สองของเขา ภรรยาคนแรกเสียชีวิตไปตั้งแต่ลูกชายของเขาอายุยังไม่ถึงสิบขวบเสียด้วยซ้ำ
การคิดถึงบุตรชายแท้ ๆ ของตัวเองทำให้กลกันต์รู้สึกเศร้าใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อาจเพราะในอดีต เขากับกรพักตร์มีทิฐิและไม่ลงรอยกันมาตลอด เขาจึงต้องสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวไปเพราะทิฐิ
กรพักตร์ทะเลาะกับเขาวันนั้นก็ออกจากบ้านไปอยู่กับลุงของเขา นั่นก็คือพี่ชายของภรรยาที่ล่วงลับไปแล้วและไม่กลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีก นั่นคือความเสียใจของเขา แต่ทิฐิก็ทำให้เขาไม่เคยคิดไปตามง้อให้ลูกชายคนเดียวกลับมา ไม่เอ่ยปาก ไม่เคยพูดว่าคิดถึง ด่าตะเพิดให้สาวใช้เอารูปภาพหรือของทุกสิ่งทุกอย่างของกรพักตร์ไปทิ้งให้หมด เพราะทะเลาะกันรุนแรงมากถึงขนาดตัดพ่อตัดลูกกัน
“คริสจะพูดเรื่องแต่งงานของตาหมอกับยายขวัญน่ะค่ะ”
“มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้นะ”
“ไม่มีหรอกค่ะ คริสไม่กล้ารบกวนอะไรคุณหรอกค่ะ แค่อยากจะปรึกษาคุณว่าหากจะจัดงานที่บ้านแทนจัดที่โรงแรม คุณว่าดีไหมคะ”
“ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะ”
“ที่บ้านก็สะดวกดีนะคะ พอได้ฤกษ์ส่งตัวเข้าห้องหอก็จะได้ส่งตัวกันเลย”
“ที่โรงแรมก็ส่งตัวเข้าห้องหอตอนถึงฤกษ์ได้นี่นา”
“คุณกันต์คิดว่าควรจัดที่โรงแรมเหรอคะ” คริสาเอ่ยถามสามีอย่างปรึกษาหารือ เธอคิดว่าจัดที่บ้านดีกว่าสะดวกกว่า และอาจจะมีบางส่วนประหยัดกว่า ไม่ต้องเสียค่าเช่าสถานที่ด้วย
“เปล่าหรอก ผมแค่คิดว่าที่โรงแรมเขาก็จัดการสถานที่ให้เราเรียบร้อย ก็ไม่ได้ยุ่งยากกอะไร แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศของบ้านก็จัดที่บ้านได้ คุณจะเชิญแขกเหรื่อเยอะแค่ไหนกันล่ะ”
“เชิญไม่เยอะหรอกค่ะ แค่ญาติ ๆ ของเราก็พอ ส่วนยายขวัญน่ะไม่มีญาติหรอกค่ะ เราจัดงานแบบเป็นกันเองดีกว่าค่ะไม่สิ้นเปลือง ส่วนพวกนักข่าวหรือคนอื่น ๆ เขาจะมาร่วมแสดงความยินดีด้วยก็แล้วแต่ค่ะ” เธอคิดว่าไม่ควรตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จัดงานใหญ่โตก็เอาเงินไปทิ้ง สิ้นเปลืองเสียเปล่า ๆ ซึ่งนิสัยส่วนนี้ของคริสากลกันต์รู้ดีว่าทำอะไรก็ต้องให้คุ้มค่า ไม่เช่นนั้นคริสาจะไม่ทำเด็ดขาด
คริสามีแนวคิดที่ว่ายิ่งเป็นคนดัง ยิ่งต้องทำตัวสมถะเข้าไว้ จะยิ่งเป็นที่สนใจและได้รับการชื่นชม ดีกว่าทำตัวฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ
“ผมแล้วแต่คุณนะ พูดถึงตาหมอก็ทำให้อดที่จะคิดถึงนายกรไม่ได้ สองคนนี่อายุเท่ากัน ถ้ายังอยู่ด้วยกันก็คงได้แต่งงานมีครอบครัวเหมือนกัน หรือมีหน้าที่การงานเหมือนกันนะ คุณว่าไหม” กลกันต์เอ่ยถาม นั่นทำให้คริสายิ้มรับ แต่ใจของนางร้อนรุ่มเสียยิ่งกว่าอะไร ร้อนวันพันปีกลกันต์ไม่เคยเอ่ยถึงลูกชายของตัวเอง แต่ทำไมจู่ ๆ ถึงได้พูดขึ้นมา ไม่ได้การละ เธอจะต้องทำทุกอย่างไม่ให้กลกันต์ยกทรัพย์สมบัติให้แก่กรพักตร์อย่างเด็ดขาด ทรัพย์สมบัติมหาศาลพวกนี้เธอกับลูกเฝ้าดูแลมานานหลายปี มันจะต้องเป็นของเธอกับลูกสิ มันถึงจะถูก ไม่ใช่เป็นของไอ้ลูกนอกคอกที่หนีออกจากบ้านไปแล้วไม่เคยมาดูดำดูดีคนเป็นพ่อเลย
วรจักรรายงานให้เขารู้อยู่ตลอดว่ากรพักตร์ไม่ได้กินไม่ได้นอน เอาแต่เมาเหล้า ข้าวปลาไม่กิน ออกตามหาเพียงขวัญเหมือนคนบ้า สภาพของมันดูไม่ได้ แค่นี้ก็ทำให้เขาสะใจมากแล้วนั่นเอง จริง ๆ เขาซื้อตัววรจักรเอาไว้แล้ว วรจักรจึงรายงานทุกอย่างให้เขาได้รับรู้“ผมจัดการรายงานเรื่องเจ้านายให้คุณคชากรได้รับรู้ทุกอย่างแล้วครับ” วรจักรรายงานเจ้านายหนุ่ม กรพักตร์ยกยิ้มมุมปาก“มันคงคิดว่ามันฉลาด แต่เอาเถอะฉันจะยอมปล่อยไปตามน้ำให้มันคิดว่ามันชนะ” เรื่องที่คชากรมาซื้อตัววรจักรเขารู้ทุกอย่าง เขาก็เลยยอมให้วรจักรแกล้งถูกซื้อตัวได้ตามที่คชากรต้องการ คชากรอยากรู้ความเคลื่อนไหวของเขา เขาก็ให้วรจักรบอกสิ่งที่คชากรต้องการกลับไป เพื่อให้มันหลงคิดว่ามันฉลาด เอาเป็นว่าเรื่องที่มันรอดคดีเพราะไม่ได้วางยาบิดาเขาจริง ๆ เขาก็จะไม่ตามเอาความอีก เพราะเรื่องของธิชาทำให้เขาคาดไม่ถึง เขากับคชากรจึงไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรกันอีก ยกเว้นคริสาที่เคยทำไม่ดีกับเขาเอาไว้ นางก็ได้รับกรรมอยู่ในคุกแล้วนั่นเอง“แกบอกว่าจะไปจัดการเรื่องที่ดินของพ่อแม่แก แกจะไปวันไหนเหรอ อยากได้ทำเลสร้างบ้านเปิดร้านอาหารนี่นา แถวนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าแ
“ก่อนเขาตาย เขาก็ขอร้องให้แกเลี้ยงยายให้เขา เขาจะได้หนีไปกับผู้ชายคนอื่นไง เขาจะได้ไม่ต้องรับภาระอีก แล้วแกมันก็เป็นคนดี”“แกตอแหล ไอ้ชาแกตอแหล”“แกตามฉันมาดูให้เห็นกับตาสิ หรือแกไม่กล้า” คชากรพากรพักตร์ให้มายังสถานที่แห่งหนึ่งหญิงสาวในร้านเหล้ากึ่งผับคนหนึ่งกำลังนั่งดื่มกับลูกค้าอยู่ เขาก็พอดูออกว่าหล่อนเป็นเด็กนั่งดริ้ง หน้าตาของหล่อนคือธิชา แล้วศพของใครกันที่อยู่ในโลงวันนั้น“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”“งานศพที่แกช่วยจัด มันเป็นศพไร้ญาติ ตอนแกเดินทางมาไม่ทันรดน้ำศพเพราะรถยางรั่วก็ฝีมือธิชา ตอนจะเอาศพออกมาเผา แล้วแกมีเหตุต้องออกไปจากงานแล้วกลับมาไม่ทันยกศพไปเผาก็ฝีมือหล่อนนั่นแหละ หล่อนร้ายไหม แกว่า” คชากรเอ่ยถาม“ไม่จริง”“แต่คนที่ร้ายกว่าธิชาคือแก แกจำน้องเหมียวได้ไหม คนที่คอยตามชอบแก แต่แกปฏิเสธน้องเขา จนน้องเขาต้องคิดสั้นฆ่าตัวตาย นั่นคือผู้หญิงที่ฉันรัก แกมันไอ้สารเลว” คชากรต่อยกรพักตร์จนล้มคว่ำ ในขณะที่กรพักตร์ได้แต่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นด้วยจิตใจที่เลื่อนลอย“ฉันจะทำทุกอย่างไม่ให้แกได้เจอกับเพียงขวัญอีก ไอ้กรพักตร์” คชากรพูดจบก็เดินออกไปจากร้าน ปล่อยให้กรพักตร์ได้แต่นั่งโง่ ๆ อยู
“คุณจะโลภเอาทุกอย่างไปไม่ได้หรอกนะคุณคริส ไม่มีใครในโลกนี้ได้ทุกอย่างไปเสียหมดหรอกนะคุณคริส” “คุณก็พูดได้สิ คุณชนะแล้วนี่ แกล้งตาย แกล้งจัดงานศพขึ้นมาหลอกฉัน คุณไม่เคยรักฉันเลย”“แล้วคุณล่ะคุณคริสเคยรักผมหรือเปล่า ถึงได้วางยาผม”“คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาฉัน” คริสาเอ่ยถาม“ขวัญไงคะเป็นพยานและชมพูก็เป็นพยานอีกคนเห็นคุณป้าใส่ยาลงไปในอาหารของคุณลุง หลักฐานคือซองยาที่คุณป้าทิ้งไงคะ หนูกับชมพูถ่ายคลิปเอาไว้หมดแล้ว”“นังเนรคุณ ฉันเลี้ยงแกมา แต่แกกลับมาทำแบบนี้กับฉันอย่างนั้นเหรอ” คริสาไม่คิดว่าสาวใช้ในบ้านจะเป็นคนของกรพักตร์ที่คอยช่วยเหลือเพียงขวัญอยู่“แล้วคุณป้าทำแบบนี้กับเด็กที่เลี้ยงมาเหรอคะ คุณป้าสั่งฆ่าหนูจับหนูไปโยนลงในบ่อจระเข้ ถ้าไม่เพราะชมพูเป็นคนของคุณกร ป่านนี้หนูคงตายไปแล้ว” เพียงขวัญก็เพิ่งรู้ว่าพนักงานที่ร้านก็เป็นคนของกรพักตร์บางส่วน เพราะตอนที่เขาจับตัวเธอไปที่ไร่ ก็มีพนักงานมาหลอกเธอออกไปที่ลานจอดรถ“นังชมพูเป็นคนของแกอย่างนั้นเหรอ” คริสากัดฟันกรอด ไม่คิดว่าสาวใช้ที่รับเข้ามาใหม่จะเป็นคนของกรพักตร์แบบนี้“ก่อนที่ผมจะเข้ามาในบ้านหลังนี้ ผมก็ต้องสืบก่อนสิครับว่าสถานการณ์เป็
“คงไม่ได้หรอกครับ เพราะคนไข้ติดโควิดครับ เราต้องจัดการศพของคนไข้ให้มิดชิดเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นครับ”“สามีของฉันติดโควิดได้ยังไงกันคะ เพราะเขาไม่ได้ไปไหนเลยนะคะ อยู่แต่กับบ้าน” คริสาชะงัก ก็ไม่ถึงกับอยู่แต่กับบ้าน สามีของเธอออกไปเจอกับก๊วนเพื่อนของเขาเหมือนกัน“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เดี๋ยวทางโรงพยาบาลจะจัดการศพให้เรียบร้อยและช่วยส่งศพไปฌาปนกิจตามที่ทางญาติต้องการนะครับ หรือถ้าทางญาติไม่สะดวกหาวัดทางโรงพยาบาลก็มีวัดที่จะแนะนำให้ครับ” คุณหมอพูดจบก็เดินจากไป ปล่อยให้ญาติ ๆ ได้คุยกับเจ้าหน้าที่“โธ่... คุณกันต์ไม่น่าเลย เห็นกันอยู่หลัด ๆ”“เลิกร้องไห้สักทีเถอะครับ ผมรู้ว่าคุณตอแหล” ประโยคของกรพักตร์ทำให้คริสาหันขวับไปมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง“มองผมแบบนี้จะฆ่าผมเหรอครับ ผมไม่จำเป็นต้องพูดดีกับคุณก็ได้ คุณจิกเรียกผมว่าแกทุกคำลับหลังคุณพ่อ คุณจำได้ไหมเมื่อสิบกว่าปีก่อนคุณทำอะไรเอาไว้กับผม คุณตอแหลว่าผมตบคุณ ทำร้ายคุณ ทำให้พ่อทำร้ายผมไล่ผมออกจากบ้าน” กรพักตร์เดินเข้าหาด้วยท่าทีเกลียดชัง ในขณะที่คริสาถอยหนี แต่คชากรเข้ามาดันร่างของนางไปทางด้านหลังเพื่อปกป้อง ก่อนจะเผช
“แต่แกมีเวลามาดูแลผัวฉัน หรือแกคิดอะไร”“คิดอะไรเหรอคะ” เพียงขวัญเห็นพฤติกรรมร้าย ๆ ของผู้เป็นป้าแล้วทำให้เธอหมดศรัทธา กล้าลุกขึ้นมาเผชิญหน้าและท้าทายต่อท่าน“แกอยากจะเป็นเมียคุณกันต์อีกคนรึไง เพราะเห็นว่าเขากำลังจะตาย”“ขวัญไม่เคยมีความคิดชั่ว ๆ แบบนั้นอยู่ในหัวเลยค่ะ อย่าเอาความคิดของตัวเองมายัดเยียดให้คนอื่นแบบนั้นสิคะ”เพี้ยะ!!! ใบหน้าของเพียงขวัญหันไปตามแรงตบเมื่อคริสาตบหลานสาวนอกไส้เต็มแรง“อย่านึกนะคะว่าขวัญไม่รู้ว่าคุณป้าทำเลวอะไรเอาไว้บ้าง”“ฉันทำอะไรฮะนังขวัญ ฉันทำอะไร” คริสากระชากผมของเพียงขวัญจนหน้าหงาย เพราะปกติแล้วเพียงขวัญไม่เคยต่อต้านหรือขึ้นเสียงอะไรกับเธอเลย“คุณป้าคิดจะวางยาคุณลุงใช่ไหมล่ะคะ”“นังขวัญ”“ขวัญได้ยินทุกอย่างที่คุณป้าคุยกับพี่หมอ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ ขวัญถือว่าคุณป้ามีบุญคุณที่เลี้ยงดูขวัญมา ขวัญเลยเตือนคุณป้าด้วยความหวังดี แล้วขวัญจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร”“นังขวัญ เดี๋ยวนี้แกกล้ามาสั่งฉันอย่างนั้นเหรอ คนอย่างแกมันเป็นแค่กาฝากที่ฉันเลี้ยงดูมาเท่านั้น อย่าสะเออะมาสั่งสอนอะไรฉันอีก”“คุณป้าจะทำเลวกับคุณลุงเหมือนที่ทำกับพ่อแม่ขวัญอีกเหรอคะ หยุดเถอะค่ะ” ประ
“น้ารู้ไหมจ๊ะว่าพ่อกับแม่ของขวัญมีที่ดินหรือทรัพย์สมบัติอะไรบ้าง” “ตอนนั้นยังเด็กก็ไม่แน่ใจนะ ลองไปถามกำนันเพิ่มดูสิ ใครเป็นเจ้าของที่ดินแถบนี้ กำนันรู้หมดแหละ” บุญพาบอกเส้นทางให้สองสาวได้รับรู้ ก่อนที่เพียงขวัญกับมะลิลาจะเดินทางไปยังบ้านของกำนันเพิ่ม“สวัสดีค่ะ มีใครอยู่บ้างไหมจ๊ะ” เรียกอยู่พักใหญ่ก็มีชายหญิงวัยชราออกมาชะโงกหน้าดูที่หน้าเรือนไทยหลังใหญ่“มาหาใครจ๊ะ” เมียของอดีตกำนันเพิ่มเอ่ยถาม“มาหากำนันเพิ่มจ้ะ” ประโยคคำตอบของเพียงขวัญทำให้สองสาวถูกเชิญขึ้นไปนั่งคุยกันบนเรือน และสองสาวก็ได้รู้ว่ากำนันเพิ่มนั้นเกษียณนานแล้วและตอนนี้ก็ชรามากแล้วด้วย“มีธุระอะไรเหรอ” อดีตกำนันสูงวัยเอ่ยถาม เพียงขวัญจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังว่าเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร“อ้อ... ที่ดินของนายสิทธิ์กับนังลินก็ตรงโน้นไง ราคาสูงเลยนะตอนนี้เพราะมีถนนตัดผ่านแถมยังมีวิวภูเขาอีกด้วย เราเป็นทายาทจะมาจัดการที่ดินตรงนั้นเหรอ”“วันนี้แค่แวะมาดูเฉย ๆ น่ะค่ะ”“แต่พ่อแม่เราเขาก็ฝากฝังที่ดินผืนนี้เอาไว้กับคริสาไม่ใช่เหรอ คริสาเขารับหนูไปเลี้ยงแต่เด็ก ฉันจำได้”“กำนันรู้จักป้าคริสด้วยเหรอคะ”“รู้จักสิเขาเป็นลูกบ้านของฉัน พอพ่อ
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย ว้าย! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อโดนกระชากกระเป๋า แถมเกือบโดนคมมีดกรีดเข้าให้ที่แขน“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงเข้มดังขึ้น ก่อนที่ร่างของกรพักตร์จะปรากฏกาย เขาเข้าไปช่วยเพียงขวัญโดยการเตะต่อยจัดการกับคนร้าย จนมันหนีหายไป“คุณเป็นยังไงบ้างครับ” เขาเอ่ยถามด้วยความห่วงใ
เพียงขวัญเดินไปรับกระเป๋ากับเสื้อสูทราคาแพงจากคชากรมาถือเอาไว้สาวใช้นำน้ำมาเสิร์ฟให้ ในขณะที่คชากรรับน้ำมาดื่มก่อนกล่าวทักทายมารดาที่เคารพรัก“วันนี้คุณแม่ไม่ออกไปไหนเหรอครับ” ปกติแล้วมารดาของเขาจะออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์บ่อยครั้ง“ไม่ได้ไปไหนจ้ะ” คริสาปลายตามองหลานสาวที่เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านหลัง
เธออบรมสั่งสอนให้เพียงขวัญกตัญญู มองเธอเป็นผู้มีพระคุณ ที่สำคัญก็คือให้คอยดูแลรับใช้คชากร และยัดความคิดฝังหัวว่าอีกฝ่ายคือสามีในอนาคต การมีเพียงขวัญเข้ามาในชีวิตทำให้เธอรู้สึกว่าอยู่เหนือคนอื่น มีคนรับใช้ส่วนตัว ทั้ง ๆ ที่ชีวิตจริงไม่เคยมีเช่นนั้น ต้องคอยรับใช้คนอื่น เพราะฐานะด้อยกว่า แต่พอเธออยู่
คริสานึกถึงอดีตที่เกิดขึ้น ตอนนั้นเธอพาลูกชายเข้ามาอยู่ในบ้านของกลกันต์ ทำให้กรพักตร์ต่อต้านเป็นอันมาก เธอมารู้จากคชากรอีกว่ากรพักตร์เป็นคู่แข่งทุกอย่างของลูกชาย ทั้งเรียนดี กีฬาเด่น แถมเรื่องการสอบชิงทุนและอะไรอีกหลายอย่าง เธอจึงคิดที่จะกำจัดกรพักตร์ออกไปจากชีวิตของเธอกับลูกกรพักตร์มีข้อเสียตรงที
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






