Share

5

last update Petsa ng paglalathala: 2025-12-16 11:43:38

“เอาแบบนี้ไหมคะ ฉันไปทำกับข้าวให้คุณกินเอง”

“คุณไม่ต้องรีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ครอบครัวเหรอครับ”

“ไม่ต้องรีบมากหรอกค่ะ คนที่บ้านของฉันเขากินอาหารกันช้าน่ะค่ะ มื้อค่ำจะเป็นอาหารไม่หนักท้อง พวกผักผลไม้และธัญพืชน่ะค่ะ เลยใช้เวลาไม่นาน แล้วคุณอยากกินอะไรคะ” เธออธิบายเมนูอาหารที่บ้าน พลางเอ่ยถามเขา หัวใจเต้นแรงเมื่อได้สบประสานสายตากับเขา ดีหน่อยว่ามื้อเย็นคริสากับกลกันต์จะรับประทานกันไปก่อน ส่วนมื้อค่ำเธอกับคชากรมักกลับบ้านไม่เป็นเวลา จึงกินอาหารที่ทำง่าย ๆ เน้นผัก ผลไม้พร่องแป้ง ไข่ต้ม อกไก่ บางทีก็รับประทานสเต็กปลา ไม่กินข้าวหรืออาหารมัน ๆ ทอด ๆ หรือกะทิเด็ดขาด

ที่เธออาสาไปทำอาหารให้กรพักตร์อาจเพราะเขาเป็นคนดีช่วยเหลือเธอจากคนร้าย แถมวันก่อนยังมาเหมาขนมเธอไปเลี้ยงเด็กกำพร้าอีก

“ผมกินอะไรก็ได้ครับ จะได้กินยา พวกอาหารจานเดียวก็ได้”

“งั้นเป็นข้าวผัดได้ไหมคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากกินหรือเปล่า” เธอเอ่ยถามแบบไม่แน่ใจ แต่ข้าวผัดเป็นอาหารที่เธอชอบกินเพราะทำง่ายและก็อร่อยด้วย

“คุณทำอะไรให้กิน ผมก็กินได้ทั้งนั้นแหละครับ บ้านของผมอยู่แถวนี้ครับ คุณจะไปเลยไหม”

“ไปได้เลยค่ะ ฉันซื้อของเสร็จแล้ว” เขาทำท่าจะช่วยเธอเข็นรถไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน เธอก็รีบปฏิเสธทันทีเพราะว่าเขาเจ็บแขนอยู่

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันจัดการเอง คุณเจ็บแขนอยู่นะคะ ขยับมากเดี๋ยวจะยิ่งอักเสบหรือเจ็บไปมากกว่านี้” ประโยคนั้นทำให้กรพักตร์ยอมตามใจเธอ จ่ายเงินเสร็จเขาก็พาเธอไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่

“บ้านของคุณกรหลังใหญ่จังเลยนะคะ อยู่กันกี่คนคะนี่” ถามออกไปแล้วเธอก็อยากจะเขกหัวตัวเอง เพราะเขาบอกเธอก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาไม่มีแม้กระทั่งแม้บ้าน และไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายในบ้าน

“อยู่คนเดียวครับ”

“แล้วครอบครัวของคุณล่ะคะ” เพียงขวัญกัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ เธออยากถามเขาเพราะอยากรู้ว่าเขาโสดไหม ทำไมเธอถึงได้เป็นคนแบบนี้นะ หญิงสาวนึกด่าตัวเองในใจ

“ผมมีคุณลุงครับ ท่านทำไร่อยู่ภาคเหนือ” เขาตอบเช่นนั้นก็เท่ากับว่าไม่มีลูกเมียใช่ไหม เธออยากเอ่ยถามออกไปแต่ก็ยั้งเอาไว้ เพราะเธอไม่ควรปันใจไปให้ชายอื่นแบบนี้

แม้จะอยากตัดใจแต่ความสัมพันธ์ของเธอกับกรพักตร์กลับยิ่งพัฒนาไปเรื่อย ๆ เธอบังเอิญได้เจอเขาอยู่หลายครั้งหลังจากที่เธออาสาไปทำอาหารให้เขารับประทานจนถึงบ้านในวันนั้น เขามักมาเป็นลูกค้าประจำของร้านที่เธอทำงานอยู่ ตอนนี้พนักงานกลับมามีจำนวนเหมาะสมอีกครั้ง หลังจากที่เธอรับรู้ว่าคชากรได้ไปคุยกับมารดาของเขา นั่นทำให้เธอนึกขอบคุณเขาเป็นอันมาก

“หมู่นี้เราเป็นอะไรรึ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดูอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา” ประโยคคำถามของคริสาทำให้เพียงขวัญถึงกับสะดุ้งเหมือนคนทำความผิด

“เปล่านี่คะคุณป้า”

“หรือดีใจที่จะได้แต่งงาน”

“คงอย่างนั้นน่ะค่ะ” เพียงขวัญยิ้มออกมา แต่แท้ที่จริงแล้วเธอแอบมีใจให้กับกรพักตร์ เธอเติบโตมากับคุณยายหรือก็คือมารดาของคริสา ไม่เคยคิดเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มาก่อน ที่สำคัญก็คือคิดแค่ว่าต้องเรียนให้จบทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เธอจึงไม่ได้รู้จักความรักอย่างแท้จริง ความรู้สึกที่เธอมีให้แก่คชากรนั้นมันเป็นแค่การเคารพนับถือเขาในฐานะพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่งเท่านั้น อีกอย่างก็คือเธอต้องตอบแทนบุญคุณครอบครัวของคริสาที่เลี้ยงดูเธอมา เธอจึงรับรู้ถึงหน้าที่ของตัวเองว่าต้องดูแลคชากรให้ดี และแต่งงานกับเขาในอนาคตข้างหน้า

“เตรียมตัวไปถึงไหนแล้วล่ะ วันๆ เห็นเอาแต่ทำงานงก ๆ ไม่ถึงสามเดือนแล้วนะ”

“ขวัญเอ่อ แล้วแต่พี่หมอค่ะ”

“แล้วพี่หมอของเราเขาได้พูดคุยกับเราเรื่องแต่งงานบ้างหรือยังล่ะ”

“ยังเลยค่ะ”

“ก็มัวแต่บ้างานกันแบบนี้เอง ถึงได้ล่าช้า ของชำร่วยเอย ชุดแต่งงานเอย ต้องเตรียมได้แล้วนะ ส่วนเรื่องงานพี่เขาบอกว่าจะให้เพื่อนรวมถึงแฟนคลับของเขามาช่วยจัดการให้ ทำกันเองก็ดี จะเสียเงินเสียทองไปจ้างทำไมก็ไม่รู้” คชากรเป็นคุณหมอหนุ่มหล่อมีแฟนคลับมากมายเสียยิ่งกว่าดาราอีก เรื่องนี้เธอรู้ดี

“ขวัญแล้วแต่พี่หมอค่ะ”

“เราก็เป็นเสียอย่างนี้ แล้วแต่พี่หมอของเราก็ดี ก็ขอให้เป็นแบบนี้ไปตลอดนะ งั้นป้าไปก่อนล่ะ” คริสาเดินไปหากลกันต์ สามีที่นั่งจิบชาอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้าน

“คุณกันต์อยู่ตรงนี้นี่เอง”

“ว่ายังไงคุณคริส” กลกันต์เอ่ยถามภรรยา หล่อนเป็นภรรยาคนที่สองของเขา ภรรยาคนแรกเสียชีวิตไปตั้งแต่ลูกชายของเขาอายุยังไม่ถึงสิบขวบเสียด้วยซ้ำ

การคิดถึงบุตรชายแท้ ๆ ของตัวเองทำให้กลกันต์รู้สึกเศร้าใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อาจเพราะในอดีต เขากับกรพักตร์มีทิฐิและไม่ลงรอยกันมาตลอด เขาจึงต้องสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวไปเพราะทิฐิ

กรพักตร์ทะเลาะกับเขาวันนั้นก็ออกจากบ้านไปอยู่กับลุงของเขา นั่นก็คือพี่ชายของภรรยาที่ล่วงลับไปแล้วและไม่กลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีก นั่นคือความเสียใจของเขา แต่ทิฐิก็ทำให้เขาไม่เคยคิดไปตามง้อให้ลูกชายคนเดียวกลับมา ไม่เอ่ยปาก ไม่เคยพูดว่าคิดถึง ด่าตะเพิดให้สาวใช้เอารูปภาพหรือของทุกสิ่งทุกอย่างของกรพักตร์ไปทิ้งให้หมด เพราะทะเลาะกันรุนแรงมากถึงขนาดตัดพ่อตัดลูกกัน

“คริสจะพูดเรื่องแต่งงานของตาหมอกับยายขวัญน่ะค่ะ”

“มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้นะ”

“ไม่มีหรอกค่ะ คริสไม่กล้ารบกวนอะไรคุณหรอกค่ะ แค่อยากจะปรึกษาคุณว่าหากจะจัดงานที่บ้านแทนจัดที่โรงแรม คุณว่าดีไหมคะ”

“ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะ”

“ที่บ้านก็สะดวกดีนะคะ พอได้ฤกษ์ส่งตัวเข้าห้องหอก็จะได้ส่งตัวกันเลย”

“ที่โรงแรมก็ส่งตัวเข้าห้องหอตอนถึงฤกษ์ได้นี่นา”

“คุณกันต์คิดว่าควรจัดที่โรงแรมเหรอคะ” คริสาเอ่ยถามสามีอย่างปรึกษาหารือ เธอคิดว่าจัดที่บ้านดีกว่าสะดวกกว่า และอาจจะมีบางส่วนประหยัดกว่า ไม่ต้องเสียค่าเช่าสถานที่ด้วย

“เปล่าหรอก ผมแค่คิดว่าที่โรงแรมเขาก็จัดการสถานที่ให้เราเรียบร้อย ก็ไม่ได้ยุ่งยากกอะไร แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศของบ้านก็จัดที่บ้านได้ คุณจะเชิญแขกเหรื่อเยอะแค่ไหนกันล่ะ”

“เชิญไม่เยอะหรอกค่ะ แค่ญาติ ๆ ของเราก็พอ ส่วนยายขวัญน่ะไม่มีญาติหรอกค่ะ เราจัดงานแบบเป็นกันเองดีกว่าค่ะไม่สิ้นเปลือง ส่วนพวกนักข่าวหรือคนอื่น ๆ เขาจะมาร่วมแสดงความยินดีด้วยก็แล้วแต่ค่ะ” เธอคิดว่าไม่ควรตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จัดงานใหญ่โตก็เอาเงินไปทิ้ง สิ้นเปลืองเสียเปล่า ๆ ซึ่งนิสัยส่วนนี้ของคริสากลกันต์รู้ดีว่าทำอะไรก็ต้องให้คุ้มค่า ไม่เช่นนั้นคริสาจะไม่ทำเด็ดขาด

คริสามีแนวคิดที่ว่ายิ่งเป็นคนดัง ยิ่งต้องทำตัวสมถะเข้าไว้ จะยิ่งเป็นที่สนใจและได้รับการชื่นชม ดีกว่าทำตัวฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ

“ผมแล้วแต่คุณนะ พูดถึงตาหมอก็ทำให้อดที่จะคิดถึงนายกรไม่ได้ สองคนนี่อายุเท่ากัน ถ้ายังอยู่ด้วยกันก็คงได้แต่งงานมีครอบครัวเหมือนกัน หรือมีหน้าที่การงานเหมือนกันนะ คุณว่าไหม” กลกันต์เอ่ยถาม นั่นทำให้คริสายิ้มรับ แต่ใจของนางร้อนรุ่มเสียยิ่งกว่าอะไร ร้อนวันพันปีกลกันต์ไม่เคยเอ่ยถึงลูกชายของตัวเอง แต่ทำไมจู่ ๆ ถึงได้พูดขึ้นมา ไม่ได้การละ เธอจะต้องทำทุกอย่างไม่ให้กลกันต์ยกทรัพย์สมบัติให้แก่กรพักตร์อย่างเด็ดขาด ทรัพย์สมบัติมหาศาลพวกนี้เธอกับลูกเฝ้าดูแลมานานหลายปี มันจะต้องเป็นของเธอกับลูกสิ มันถึงจะถูก ไม่ใช่เป็นของไอ้ลูกนอกคอกที่หนีออกจากบ้านไปแล้วไม่เคยมาดูดำดูดีคนเป็นพ่อเลย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ทาสรักเพลิงทมิฬ   5

    “เอาแบบนี้ไหมคะ ฉันไปทำกับข้าวให้คุณกินเอง”“คุณไม่ต้องรีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ครอบครัวเหรอครับ”“ไม่ต้องรีบมากหรอกค่ะ คนที่บ้านของฉันเขากินอาหารกันช้าน่ะค่ะ มื้อค่ำจะเป็นอาหารไม่หนักท้อง พวกผักผลไม้และธัญพืชน่ะค่ะ เลยใช้เวลาไม่นาน แล้วคุณอยากกินอะไรคะ” เธออธิบายเมนูอาหารที่บ้าน พลางเอ่ยถามเขา หัวใจเต้นแรงเมื่อได้สบประสานสายตากับเขา ดีหน่อยว่ามื้อเย็นคริสากับกลกันต์จะรับประทานกันไปก่อน ส่วนมื้อค่ำเธอกับคชากรมักกลับบ้านไม่เป็นเวลา จึงกินอาหารที่ทำง่าย ๆ เน้นผัก ผลไม้พร่องแป้ง ไข่ต้ม อกไก่ บางทีก็รับประทานสเต็กปลา ไม่กินข้าวหรืออาหารมัน ๆ ทอด ๆ หรือกะทิเด็ดขาดที่เธออาสาไปทำอาหารให้กรพักตร์อาจเพราะเขาเป็นคนดีช่วยเหลือเธอจากคนร้าย แถมวันก่อนยังมาเหมาขนมเธอไปเลี้ยงเด็กกำพร้าอีก“ผมกินอะไรก็ได้ครับ จะได้กินยา พวกอาหารจานเดียวก็ได้”“งั้นเป็นข้าวผัดได้ไหมคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากกินหรือเปล่า” เธอเอ่ยถามแบบไม่แน่ใจ แต่ข้าวผัดเป็นอาหารที่เธอชอบกินเพราะทำง่ายและก็อร่อยด้วย“คุณทำอะไรให้กิน ผมก็กินได้ทั้งนั้นแหละครับ บ้านของผมอยู่แถวนี้ครับ คุณจะไปเลยไหม”“ไปได้เลยค่ะ ฉันซื้อของเสร็จแล้ว” เขาทำ

  • ทาสรักเพลิงทมิฬ   4

    “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย ว้าย! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อโดนกระชากกระเป๋า แถมเกือบโดนคมมีดกรีดเข้าให้ที่แขน“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงเข้มดังขึ้น ก่อนที่ร่างของกรพักตร์จะปรากฏกาย เขาเข้าไปช่วยเพียงขวัญโดยการเตะต่อยจัดการกับคนร้าย จนมันหนีหายไป“คุณเป็นยังไงบ้างครับ” เขาเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ คุณล่ะคะ เลือดไหลเต็มเลย” เธอรีบเข้าประคองเขาเอาไว้เพราะเขาโดนคมมีดปาดเข้าที่แขน“ขอบคุณคุณกรพักตร์มากนะคะ รีบไปทำแผลก่อนเถอะค่ะ” เธอรีบบอก รถเธอเสีย เธอเลยเดินออกมาเรียกรถด้านนอกร้าน และแถวนี้ก็ไม่มีกล้องวงจรปิดด้วย นั่นทำให้ไม่สามารถเห็นหน้าคนร้ายได้ และคนร้ายก็สวมหมวกไอ้โม่ง แถมยังปลอดคน มีเพียงเธอกับกรพักตร์เพียงสองคนเท่านั้น“ไม่ไกลกันนี้มีคลินิกค่ะ คุณกรพักตร์รีบไปทำแผลดีกว่าค่ะ เลือดไหลเต็มเลย” เขาประคองเธอพาไปยังคลินิกที่ใกล้ที่สุดที่คลินิกแห่งนี้มีแผนกฉุกเฉินด้วย ถ้าไม่ได้บาดเจ็บมากมายจนต้องประสานกับโรงพยาบาลเพื่อส่งตัวไปรักษา ทางคลินิกก็สามารถทำการรักษาเองได้“คุณกรพักตร์เป็นยังไงบ้างคะ” เพียงขวัญเอ่ยถามด้วยท่าทีเป็นกังวล“ไกลหัวใจครับ ผมไม่เป็นอะไรหรอก”“ฉ

  • ทาสรักเพลิงทมิฬ   3

    เพียงขวัญเดินไปรับกระเป๋ากับเสื้อสูทราคาแพงจากคชากรมาถือเอาไว้สาวใช้นำน้ำมาเสิร์ฟให้ ในขณะที่คชากรรับน้ำมาดื่มก่อนกล่าวทักทายมารดาที่เคารพรัก“วันนี้คุณแม่ไม่ออกไปไหนเหรอครับ” ปกติแล้วมารดาของเขาจะออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์บ่อยครั้ง“ไม่ได้ไปไหนจ้ะ” คริสาปลายตามองหลานสาวที่เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านหลังจากที่นำเสื้อสูทและกระเป๋าเอกสารไปเก็บเรียบร้อยแล้ว“พี่หมอคะ จะอาบน้ำเลยหรือเปล่าคะ ขวัญจะได้ผสมน้ำให้อาบ” น้ำเสียงนุ่มนวลและความเอาใจใส่ของเพียงขวัญทำให้คชากรยิ้มออกมา“เราเพิ่งกลับมาเหรอ” เขาเอ่ยถาม“เพิ่งกลับมาค่ะ” เธอตอบรับด้วยรอยยิ้ม คชากรมีน้ำใจเอื้ออารีต่อเธอเสมอ ดังนั้นเมื่อผู้เป็นป้าขอร้องสิ่งใด ที่จะดูแลรับใช้หรือช่วยเหลือคชากร เธอจึงยอมทำตามทุกอย่าง“เพิ่งกลับมาก็ไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนเถอะ จะได้สบายตัว พี่ขอคุยกับคุณแม่สักครู่”“ค่ะพี่หมอ”“ดูเอาเถอะ แม่พูดอะไรก็หาเรื่องขัดอยู่ร่ำไป พอเราพูดอะไรแม่ขวัญเขาทำตามอย่างไม่อิดออด แม่ชักน้อยใจแล้วสิ”“โธ่... คุณป้าคะ ขวัญรักและเคารพคุณป้ามากนะคะ ขวัญไม่ได้คิดที่จะขัดคุณป้าเลยจริง ๆ ค่ะ” ท่าทีออดอ้อนของหลานสาวทำให้คริสาต้องลูบผมนุ่มของอี

  • ทาสรักเพลิงทมิฬ   2

    ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีทำให้เพียงขวัญผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทั้งร้านที่วันนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งขนมที่ออร์เดอร์เข้ามารัว ๆ แถมยังเป็นออร์เดอร์ที่ทำให้เธอกับพนักงานแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนอีกด้วยกลับถึงบ้านเธอคงต้องคุยเรื่องนี้กับผู้เป็นป้าจริง ๆ จัง ๆ เสียแล้ว การรับพนักงานเพิ่มคือสิ่งที่ควรทำ จะมัวขี้เหนียวอยู่จะทำให้เสียลูกค้าไปได้ง่าย ๆ“สวัสดีค่ะคุณป้า” เพียงขวัญยกมือไหว้คริสาที่นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของตัวบ้าน ท่านพยักหน้าก่อนจะเอ่ยให้เธอนั่งคุยกันก่อน“นั่งก่อนสิ ป้ามีเรื่องจะคุยกับเราหน่อย”“ค่ะคุณป้า หนูเองก็มีเรื่องจะคุยกับคุณป้าเหมือนกันค่ะ”“งั้นก็พูดเรื่องของเรามาก่อนสิ” คริสายกถ้วยชาขึ้นดื่ม ก่อนจะพิศมองหลานสาวซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ที่นางอุปการะเลี้ยงดูมาเอาไว้ตั้งแต่แบเบาะด้วยสายตาพินิจพิจารณาคริสาเป็นหญิงสูงวัยอายุอานามราวห้าสิบเศษ เครื่องหน้าของนางจัดว่ายังคงความสวยสง่าอยู่มาก การวางตัวดีและการพูดจาที่ดีทำให้ใคร ๆ ต่างเกรงอกเกรงใจ ผมซอยสั้นเข้ารูปของนางทำให้นางดูดีน่าเกรงขาม รูปร่างของนางยังดูดีไม่มีที่ติ อาจเพราะลูกชายเพียงคนเดียวเป็นถึงคุณหมอเจ้าของคลินิกเสร

  • ทาสรักเพลิงทมิฬ   1

    กรพักตร์นั่งมองภาพข่าวตรงหน้าจอโทรศัพท์มือถือก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา รายละเอียดของข่าวคือคุณหมอหนุ่มเจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังกับหญิงสาวแสนสวยเจ้าของแบรนด์ขนมชื่อดังและเจ้าของร้านอาหารที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของประเทศ“คชากรคุณหมอหนุ่มไฟแรงอนาคตไกลกับเพียงขวัญเจ้าของร้านอาหารที่อร่อยติดอันดับของประเทศอย่างงั้นเหรอ” กรพักตร์เหยียดยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะวางโทรศัพท์ราคาแพงลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่เพราะเสียงเคาะประตูจากวรจักร ลูกน้องคนสนิทดังขึ้นวรจักรโค้งคำนับให้เจ้านายหนุ่มหลังจากอีกฝ่ายเอ่ยอนุญาตให้เข้ามาในห้องได้“ผมไปทำตามที่เจ้านายสั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ” ประโยคนั้นของวรจักรทำให้ริมฝีปากของกรพักตร์โค้งขึ้นคล้ายจะยิ้มคล้ายพึงพอใจกับคำตอบ“ดีมาก” ร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของกรพักตร์ลุกจากเก้าอี้ตัวใหญ่ในห้องทำงาน เขาอยู่ในชุดสูทเนื้อดีราคาแพงเขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าดูดีเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า อีกทั้งเครื่องหน้าที่หล่อเหลารับกันอย่างลงตัว ทั้งปากหยักหนา คิ้วเข้มดกหนาเรียงตัวเป็นระเบียบกับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากกว้างได้รูปใบหน้าคมสันของกรพักตร์ทำให้ใครได้มองแล้วตรึงตาต

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status