Masuk"เธอกลัวว่ามหาวิทยาลัยนี้จะปิดไม่เร็วพอสินะ?”ไป๋หงเทียนแค่นเสียงหึหลินชิงเหยียนเอ่ยต่อโดยไม่สนเขา "จากนั้นตอนที่ทั้งประเทศกำลังจับตามองเรื่องนี้ ฉันจะปล่อยภาพจากกล้องวงจรปิดในมหาวิทยาลัย ให้คนดูว่ามหาวิทยาลัยรับมือเหตุฉุกเฉินแบบนี้ยังไง ให้เห็นว่าศักยภาพด้านการแพทย์ของมหาวิทยาลัยแข็งแกร่งแค่ไหน แล้วก็จับจุดการแพทย์นี่แหละมาทำการตลาด""....""ลูก ๆ เลือกมหาวิทยาลัยผู้สูงอายุให้พ่อแม่ จริง ๆ ก็อยากให้พ่อแม่มีความสุขตอนแก่ แต่สิ่งที่พวกเขากังวลมากกว่าคือถ้าผู้สูงอายุเกิดไม่สบายขึ้นมาในมหาวิทยาลัยนี้ จะได้รับการช่วยเหลือทันเวลาหรือเปล่า"พูดถึงตรงนี้ หลินชิงเหยียนก็ปรบมือเบา ๆ"อย่างที่คุณว่า มหาวิทยาลัยผู้สูงอายุของคุณมีอุปกรณ์การแพทย์ครบ หมอก็มีประสบการณ์และความสามารถ แถมหลังรักษาคุณตาคนนั้นก็พ้นอันตราย ถ้าวันหนึ่งพ่อฉันอยากเรียนมหาวิทยาลัยผู้สูงอายุ ฉันก็จะส่งไปมหาวิทยาลัยของบริษัทคุณแน่นอน ฉันรู้ข้อดีของที่นี่ แต่คนอื่นรู้ไหม?""...""อุบัติเหตุครั้งนี้จะมองเป็นเหตุร้ายเพื่อจัดการให้จบก็ได้ หรือจะมองเป็นจุดขายเพื่อโปรโมตก็ได้ หลานสาวคุณเลือกทางแรก แต่ฉันจะเลือกทางหลัง"ไป๋หง
"พ่อคะ ชาเย็นแล้ว พ่อช่วยไปเปลี่ยนเป็นกาชาร้อนใหม่ได้ไหมคะ" หลินชิงเหยียนหันไปบอกตาจินตาจินโดนเรียกว่า 'พ่อ' จนมึนไปหมด ก่อนจะรีบตอบรับทันที "ได้ ๆ เดี๋ยวพ่อไป"เขารีบยกกาน้ำชาออกไป แต่พอออกมานอกห้อง สมองก็เริ่มปลอดโปร่งลูกสะใภ้นี่ตั้งใจไล่เขาออกมานี่นา"เชิญนั่งค่ะ" หลินชิงเหยียนเชิญไป๋หงเทียนให้นั่งลง เธอเองก็นั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม"ฉางอันบอกว่าเธอเก่งมาก และยังคิดจะให้เธอเป็นคนดูแลจินหยวนในอนาคต แต่ฉันไม่เห็นว่าเธอจะมีความสามารถขนาดนั้น" น้ำเสียงไป๋หงเทียนยังคงดูถูกเหมือนเดิม"คุณอาจต้องใส่แว่นสายตานะคะ""เธอหาว่าฉันสายตาไม่ดีงั้นเหรอ?""คุณมองฉันแล้วไม่รู้สึกคุ้นหน้าสักนิดเลยเหรอ?"หลินชิงเหยียนเห็นว่าไป๋หงเทียนได้ยินแบบนั้นก็เริ่มมองเธอใหม่อีกครั้ง แต่เห็นได้ชัดว่าเขาจำเธอไม่ได้จริง ๆ"ฉันชื่อหลินชิงเหยียน""หึ ชื่อเสียงเธอดังขนาดที่ว่าฉันต้องเคยได้ยินหรือไง?""เปล่าค่ะ"หลินชิงเหยียนหลุบตาลงพลางยิ้มขมอยู่ในใจ ดูเหมือนเธอจะไม่เคยทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในชีวิตของเขาเลยจริง ๆ"สองปีก่อน ไป๋ซื่อของเราเปิดมหาวิทยาลัยผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง แต่ขาดทุนมาตลอด โดยเฉพาะสองเดือนนี้ ถ
"อาจารย์ครับ ผมเคารพคุณเสมอมา แต่คำพูดเมื่อกี้ของคุณมันเกินไปหน่อย" จินฉางอันขมวดคิ้วไป๋หงเทียนถอนหายใจยาว "อิงอิงชอบเซิ่งถิงมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้เราก็รู้กันอยู่ แต่เด็กสองคนนี่ไม่รู้ดื้อดึงอะไรกันนักหนา ไปกันไม่ถึงไหนสักที ทีนี้พอเซิ่งถิงกำลังจะแต่งงาน อิงอิงได้ข่าวก็รีบกลับมาจากต่างประเทศ แต่ก็อย่างที่แกพูด เซิ่งถิงจดทะเบียนกับผู้หญิงคนอื่นไปแล้ว เธอรับไม่ได้ ก็เลยขังตัวเองร้องไห้อยู่ในห้องนานมาก""อิงอิงเป็นหลานสาวที่ฉันรักที่สุด เธออยากได้อะไร ฉันก็หาให้เธอทุกอย่าง ครั้งนี้ฉันเลยต้องแบกหน้าแก่ ๆ มาที่นี่ไง แกเองก็ต้องให้เกียรติอาจารย์หน่อย""อาจารย์...""แกต้องเข้าใจฉัน เห็นอิงอิงร้องไห้แบบนั้น ฉันก็เจ็บยิ่งกว่าเธออีก"จินฉางอันลุกขึ้น แล้วโค้งให้ไป๋หงเทียน"ตอนนั้นผมจนตรอกจริง ๆ คุณรับผมไว้และจัดให้ผมทำงานอยู่ข้างกาย สอนผมหมดทุกอย่าง พระคุณนี้ผมจำไม่เคยลืม ถ้าเป็นเรื่องอื่น ผมรับปากแน่นอน แต่เรื่องนี้...อย่าว่าแต่เซิ่งถิงจะยอมหรือไม่ อย่างแรกเลยคือมันไม่ยุติธรรมกับลูกสะใภ้ผม""ฉันไม่สนคนอื่น""เธอไม่ใช่คนอื่นครับ เธอเป็นคนในครอบครัวเราไปแล้ว คุณสงสารอิงอิง พวกเราก็สงสาร
"ฉะ ฉันจะไม่บอกพวกเขาแน่นอน""ฉันเชื่อว่าเธอคงไม่โง่พอจะไปบอกพวกเขาหรอกนะ ยังไงตอนนี้เธอก็โดนบริษัทไล่ออกแล้ว ถ้าพวกนั้นรู้เข้า รับรองว่าต้องรีบทวงเงินสามล้านจากเธอทันที"เจียงซานรู้สึกหนาววาบไปทั้งแผ่นหลัง ทุกอย่างมันถูกจัดวางไว้ตั้งแต่แรกแล้ว หลินชิงเหยียนเจ้าเล่ห์เกินไป เธอไม่ควรไปหาเรื่องตั้งแต่แรก โง่ชะมัดเมื่อออกจากเซิ่งชวนแล้ว หลินชิงเหยียนก็ไปหาตาหู อาการหวัดของเธอหนักขึ้นเรื่อย ๆ เธอทนไม่ไหวจริง ๆ เลยต้องไปขอยา"เอ้านี่ วันละซอง กินแล้วจะไม่กระทบยาบำรุงมดลูกของเธอแน่นอน" ตาหูเอ่ยหลินชิงเหยียนถอนหายใจยาว "ช่วงนี้ฉันไม่ดื่มเหล้า ไม่กินเผ็ด นอนเร็วตื่นเช้า ใช้ชีวิตเป็นเวลา ไม่หงุดหงิดไม่โกรธ ไม่เศร้าไม่ดีใจ ใกล้จะละทางโลกเข้าวัดบวชชีอยู่แล้วนะ"ตาหูหัวเราะหึ "แล้วทำไมตอนฉันจับชีพจรถึงรู้สึกว่าไฟตับเธอแรงอยู่ล่ะ?""ฉันไม่ได้ไปหาเรื่องคน แต่คนมาหาเรื่องฉันเอง""เธอก็ไม่ใช่คนยอมอ่อนข้อด้วยสิ""ฉันเลยซัดกลับไปไง""แล้วทำไมไฟยังแรงขนาดนี้?"หลินชิงเหยียนนึกอยู่ครู่หนึ่งว่าไฟในใจของตัวเองมาจากไหน พอนึกอะไรได้ เธอก็โน้มไปถามตาหู "เดือนที่แล้วที่ห้ามมีอะไรกันน่ะ มันเป็นกฎตาย
วินาทีที่เจียงซานเห็นหลินชิงเหยียน ร่างทั้งร่างก็แข็งทื่อไปทันทีเธอเห็นว่าทุกคนในห้องประชุมให้ความเคารพหลินชิงเหยียนมาก พวกเขาเรียกเธอว่า 'คุณนาย' และหลินชิงเหยียนก็ตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติราวกับว่าเธอเป็นจริง ๆ..."คงไม่ต้องแนะนำตัวแล้วมั้ง" หลินชิงเหยียนนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ เจียงซาน แล้วหันไปมองเธอ "ยังไงเราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นเก่า แถมเมื่อวานก็เพิ่งเจอกันไป"เจียงซานพยายามฝืนยิ้ม "ชิงเหยียน ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นภรรยาของประธานเซิ่งจริง ๆ ดะ ดีมากเลย ยินดีด้วย""ขอบคุณนะ" หลินชิงเหยียนยิ้ม"ฉันว่าเรื่องที่ฉันพูดเมื่อวานอาจทำให้เธอเข้าใจผิด ฉันแค่พูดเล่นเอง""เมื่อวานเธอพูดว่าอะไรล่ะ?""ฉัน..."เจียงซานกำลังจะพูด แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่พวกเธอสองคน แล้วคำพูดของเธออาจกลายเป็นหลักฐานเรื่องการเปิดเผยความลับบริษัทได้"ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะ ไม่ได้พูดอะไรสักอย่าง เธอคิดมากไปเอง"หลินชิงเหยียนส่ายหน้าพลางยิ้ม จากนั้นเธอก็เปิดวิดีโอในคลิปคือเหตุการณ์เมื่อวานหน้าบ้านของเธอ เจียงซานพูดจาใหญ่โต บอกว่าถ้าหลินชิงเหยียนเป็นคุณนายเซิ่งซื่อจริง ๆ เธอจะลาออก"ฉันก็...พูดเล่นน่ะ
เจียงซานรีบปฏิเสธทันที "ฉันพูดอะไร ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น!"เวินรั่วอันก็ช่วยเสริม "หลินชิงเหยียน เธออย่ามากล่าวหามั่วซั่วนะ เจียงซานกับฉันเป็นเพื่อนกันแบบบริสุทธิ์ใจ ที่เราคบกันก็ไม่ได้มีเรื่องบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้องเลย""เมื่อกี้ที่บ้านซ่งช่วยเธอจ่ายสามล้านนั่น ฉันจะมองว่าเป็นการช่วยเหลือกันระหว่างเพื่อนก็ได้ แต่จะมองว่าเป็นสินบนที่พวกเขาให้เธอก็ได้เหมือนกัน" หลินชิงเหยียนเลิกคิ้ว"เธอคิดจะใส่ร้ายฉัน!" เจียงซานร้อนรน"เธอกลัวเหรอ?""ฉันจะกลัวอะไร เธอคิดว่าตัวเองเป็นคุณนายเซิ่งซื่อจริง ๆ หรือไง ต่อให้เป็นสินบน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ?"หลินชิงเหยียนยิ้ม "เดี๋ยวเธอก็จะรู้เองว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับฉัน"บ่ายวันถัดมา หลินชิงเหยียนก็ไปหาเซิ่งถิงตามปกติเพื่อกินยาหวัดของเซิ่งถิงหายแล้ว แต่ของเธอกลับหนักขึ้น จามไม่หยุดเลย"ฉันจะคืนไวรัสให้คุณ!"หลินชิงเหยียนพุ่งเข้าหาเซิ่งถิง จะประกบปากแพร่หวัดกลับไปให้เขาเซิ่งถิงโดนเธอกวนจนไม่มีทางเลือก ก็เลยจูบเธอไปสองสามที"เอ่อ ให้ฉันช่วยคุณจัดการคนในบริษัทให้ไหม?" เธอโอบคอเขาแล้วเอ่ย"หมายความว่าไง?" เซิ่งถิงเลิกคิ้วจากนั้นหลินชิงเ







