LOGINสองเดือนผ่านไป
พวกเราเลี้ยงส่งตรีไปญี่ปุ่นพร้อมๆ กับเลี้ยงส่งปานวาด
ออกจากผับหรูของญาติตรีพวกเรากลับไปดื่มต่อที่คอนโดของโบ้ท ห้องฉันไม่มีอะไรอีกแล้ว ไปดื่มกินไม่ได้ เพราะฉันเก็บเสื้อผ้า ของใช้ยัดใส่กระเป๋าเตรียมเดินทางกลับบ้านเช่นกัน
ครู่ต่อมา
ฉันนอนกอดขวดเบียร์เพราะดื่มไม่ไหวอีก เพื่อนๆ ก็เช่นเดียวกัน ฉันหันไปเห็น ปานวาดโบกมือเพื่อเข้าไปนอนในห้อง ฉันเดินไปหาหนุ่มๆ เพราะไม่อยากให้พวกมันนอนหนุนขวดเบียร์ เหมือนหลายครั้งที่เคยเป็น
ฉันดื่มไม่มาก เพราะอยากดูแลทุกคนในวันสุดท้าย
นี่ฉันจะเศร้าไปทำไมนักหนา พวกเราต้องเจอกันอีก ฉันเดินไปหยิบหมอนให้ตรีกับจักร ที่กำลังนอนหมดสภาพหล่อเหลา
ครืน ครืน
ฉันก้มมองมือถือ เห็นเป็นของโบ้ท ตาที่ปรือก็พลันสว่าง ฉันถอยออกมาห่างจากมัน แต่มือมันกลับคว้าที่ขาฉัน
“ไปไหน พาไปนอนที่ห้องหน่อย พวกมึงรู้ใช่ไหมกูไม่ชอบนอนที่แข็งๆ”
โบ้ทมันจะเจ็บหลังถ้าไม่นอนบนที่นอน ฉันรู้เรื่องนี้ มันเลยได้ยึดที่นอนฉัน ถ้าไปค้างที่นั่น ฉันมองมือถือมัน
“ไม่รับก่อนเหรอ เขาจะรอ”
“รับทำไม พรุ่งนี้ มะรืนก็เจอกัน”
ฉันพยักหน้า ช่วยพยุงมันทั้งที่ช่วยได้น้อยมาก
“นายเดินเองดีกว่า จะล้มทับเรากระดูกแตก” ฉันบ่น
“เต่า แกชอบทำให้เรายิ้มได้ แม้มีเรื่องเครียด รักมึงที่เป็นแบบนี้”
ฉันตาสว่าง แอลกอฮอล์ไม่สามารถทำอะไรฉันได้ในคืนนี้ หรือเพราะคำพูดหวานหูนั้น และฉันผู้คลั่งไคล้เพื่อน เกิดความรู้สึกอยากนอนกอดร่างมันเหลือเกิน
ก่อนจากจะเป็นไรไปใช่ไหม คงไม่เป็นไร ฉันล้มตัวบนเตียงข้างๆ มัน ดูเหมือนมันลืมตาก่อนจะหลับไป ฉันเอามือไปลูบผมใกล้ใบหูโบ้ท
ดีจัง ขอกอดหน่อยนะ พรุ่งนี้ต้องจากกันแล้ว
มีมือใครไม่รู้มากระชากตัว ฉันสะบัดเพราะรู้สึกเจ็บ “ใครวะปล่อย”
เพียะ! คราวนี้มือนั้นตบฉาดที่แก้ม
นี่ไม่มีทางเป็นเพื่อนหรอก ฉันลืมตาขึ้น มือกุมแก้มที่เจ็บจนหูอื้อ
“เฮ้ย มาได้ไงเนี่ยเก๋”
โบ้ทผลุงจากที่นอนมาจับผู้หญิงที่ตบแก้มฉัน ตรีนั้นเดินมาลากมือฉันออกนอกห้อง “มึงทำไมเข้ามานอนกับไอ้โบ้ทวะ ซวยไอ้โบ้ทแล้ว”
“มึงไม่ดูอะไรให้ดี ตอนไปเปิดประตู” จักรที่มายืนด้านหลังตรีต่อว่า ตรีหันไปมอง
“ใครจะไปรู้ว่าจะเป็นเมียไอ้โบ้ทวะ กูยังมึนๆ”
“พอๆ ออกไปกันนะ ฉันจะคุยกับพี่โบ้ท กับนังผู้หญิงร่านคนนี้”
โบ้ทไล่พวกเราด้วยสายตา ฉันมองผู้หญิงของโบ้ท ซึ่งสวยมาก รูปร่างคล้ายคลึงฉัน แต่นิสัยแย่กว่าฉันแน่ๆ เสียงประตูปิดปัง สองหนุ่มรีบเก็บข้าวของและบอกฉัน
“มองอะไรมึง ไปล้างหน้า หมดเวลาสนุกแล้ว ไปปลุกนังปานด้วย หลับเป็นตายแล้ว ห้องเกิดไฟไหม้อยู่แล้ว”
ฉันได้ยินเสียงทะเลาะในห้อง ก่อนที่ปานวาดจะออกมาและถามว่าเกิดอะไรขึ้น ตรีเป็นคนเล่าเรื่องราว ปานวาดแอบไปฟังทันที ฉันเดินไปเข้าห้องน้ำ และคิดว่าจะกลับเมื่อออกมา ทว่าเรื่องที่ตั้งใจต้องชะงัก เพราะออกมาน้องเก๋ของโบ้ทยืนมองฉันราวจะกินหัว และเข้ามาหยุมหัวฉันสุดแรง
โอ้ย แรงมากจริง ฉันผลักหน้าอกฝ่ายนั้น โบ้ทเข้ามาดึงแฟนมันกลับแต่ไม่สำเร็จ เหมือนมันจะตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ปานวาดเข้าไปจิกหัวแฟนโบ้ท ฝ่ายนั้นร้องไห้
“โอ้ย อีพี่โบ้ท ใครอีกล่ะ”
“ฉันปานวาด ปล่อยยายเต่านะ เราเพื่อนกันทั้งนั้น”
แฟนโบ้ทหยุดหยุมหัวฉัน หันไปหาปานวาด “ฉันไม่เชื่อ เห็นตำตากอดกันกลม นี่พี่ปานเข้าข้างพี่โบ้ท ทำไมนิสัยไม่ดีกันทั้งนั้น”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ”
ฉันเข้าไปอธิบายแต่โดนถีบเข้าหน้าท้อง ฉันจุก น้ำตาไหล ทุกคนเข้ามาหาฉัน ฝ่ายโบ้ทกอดแฟนมันไว้ ปลอบให้ใจเย็น ฉันมองหน้ามัน พอจะเข้าใจ ฉันมันแค่เพื่อน มันคงไม่ห่วงอะไร ฉันเดินหลังงอไปหยิบกระเป๋า บอกลาเพื่อนๆ ตรีบอกจะไปส่ง ฉันส่ายหน้า
“กูไม่ได้ไปส่งนามบินนะ โชคดีทั้งแกและปาน”
ฉันน้ำตาซึม ไม่รู้ว่าเพราะต้องจากเพื่อน หรือเพราะเจอเรื่องแย่ๆ ในเช้านี้
“ยายหน้าด้านกลับมานะ”
เสียงแฟนโบ้ทยังโวยวาย ฉันไม่หันไปมอง และเหมือนเพื่อนทุกคนจะลาเจ้าของห้อง ฉันลงลิฟต์มาคนเดียว ด้วยหัวใจเฉาๆ
และเมื่อกลับมาถึงหอ ฉันเข้าไปนั่งบนเตียงมองกระเป๋าหลายใบที่เรียงราย ตู้เย็น และทีวีที่ฉันซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง เมื่อจะกลับต่างจังหวัด ฉันก็โพสขายรุ่นน้องในราคาถูกๆ อันที่จริงฉันไม่อยากกลับบ้านหรอก เพราะอยากหางานทำที่กรุงเทพ ทว่าแม่สั่งให้กลับบ้านก่อน เพราะช่วงนี้แม่ไม่ค่อยสบาย ฉันเดินไปหยิบมือถือที่อยู่ในกระเป๋าบนโต๊ะซึ่งเป็นของอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ กดโทรหาแม่ แต่ปลายสายไร้คนรับ ฉันจึงเอามือบีบขมับ ล้มตัวลงนอน และด้วยเหตุผลที่รุ่นน้องยังไม่มาเอาของ และน้องรหัสโทรมาอ้อนวอนให้ฉันอยู่ต่ออีกสัปดาห์ ฉันต้องอยู่ให้น้องๆ หลานๆ มันเลี้ยงส่งอีกครั้ง รวมทั้งรุ่นพี่ ซึ่งโทรมานัดคืนนี้ ดังนั้นฉันจึงหาของกินรองท้องหลังจากตัดใจไม่คิดมากเรื่องที่เกิดขึ้น
คืนนี้ต้องไปกินเลี้ยงส่งอีก ดังนั้น ตอนนี้ต้องนอนเอาแรงอีกหน่อย
ในคืนนั้นลูกศิษย์ฉันงอแงเหมือนเด็กสามขวบ คุณหญิงมีของขวัญให้ฉัน เป็นเงินหกหลัก เมื่อลูกศิษย์ฉันสอบโรงเรียนชื่อดังได้ ฉันไม่อยากรับแต่รุ่นพี่บอกว่าคือผลงานของฉัน ฉันดีใจเก็บเงินใส่กระเป๋า
เงินแสนสำหรับฉันมันมากมาย แต่คงนิดเดียวสำหรับครอบครัวลูกศิษย์ ฉันดื่มกับรุ่นพี่เมื่อลูกศิษย์ต้องกลับก่อน และในคืนนั้นฉันเมาจนหัวราน้ำกว่าคืนที่ร่ำลากับเพื่อนๆ รุ่นพี่มาส่งฉันที่ห้อง ฉันกอดเขาแน่นเพื่อร่ำลา ก่อนจะปิดประตู เข้าไปนอนหมดสภาพอีกคืน ทว่าคืนนี้ต่างกับคืนวาน ไม่มีอ้อมกอดอุ่น
หึ ยายเต่าเอ้ย แกคิดฉก คิดแต๊ะอั๋งแฟนคนอื่น แค่ตบยังน้อยไป ฉันยิ้มหยันให้ตนเอง ก่อนจะผล็อยหลับไป
ฉันมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีเสียงเคาะประตู
ใครวะ ฉันยีตาลุกขึ้นนั่ง เดินช้าๆ ไปที่ประตู
“ใคร หึ”
“ โบ้ทเอง”
ฉันลูบหน้า ลูบตายังไม่เปิดประตู สะบัดหัวให้หายมึน
“มาทำไม อย่าบอกว่าพาเมียมาตบฉันนะโบ้ท”
ฉันตะโกนออกไป เพราะยังคับแค้นใจ แม้บอกว่าทำใจได้ สมควรโดน แต่แท้จริงโกหกทั้งนั้น
“เปิดหน่อย จะอ๊วกแล้ว”
แค่มันพูดว่าจะอ๊วกฉันก็รับเปิดประตู และถลาไปประคองมันไปห้องน้ำ ฉันตาลายแต่เป็นห่วงโบ้ทมากกว่าตนเอง เราทั้งสองเดินทุลักทุเลไปที่ห้องน้ำ แต่ไม่ทันเข้าห้องน้ำ มันก็หันมาอ๊วกใส่เสื้อยืดฉัน ฉันผลักมันอย่างลืมตัว
“โบ้ท โธ่”
“โทษที”
มันเอามือมาเช็ดให้ตรงหน้าอกฉัน ฉันเลี่ยงหลบ ตีมือมัน มันถอยห่างไปอ๊วกที่อ่างล้างหน้าต่อ ฉันรีบถอดเสื้อยืดออก
“บ้าจริง เหม็น ทำไมดื่มเยอะอย่างนี้มึง”
มันไม่พูดอะไร ถอดเสื้อออกเช่นเดียวกัน เปิดฝักบัวล้างหน้า แต่มันเปิดน้ำแรงมากจนร่างกายมันเปียกปอน ทั้งผม ไปจนถึงกางเกง ฉันเดินไปปิดน้ำ
“อะไรเนี่ยจะอาบน้ำก็ดีๆ สิโบ้ท ถอดกางเกง ปิดประตูนะ” ฉันชี้ไปที่กางเกงมัน และเดินไปเปิดน้ำที่อ้างเพื่อไล่อ๊วกมัน ฉันเอามือปิดจมูก ปากก็บอกมัน
“แปบนะ เดี๋ยวล้างอ่างจะออกไป ”
ฉันทำอย่างว่องไว หันไปมองมัน ก่อนจะรีบถอยหลัง เมื่อโบ้ทกำลังจ้องฉันนัยน์ตาหวานเชื่อม ฉันเอามือปิดหน้าอกที่มีเพียงบราเซียสีดำกั้น
สายตามันเป็นไร นี่โบ้ทตัวปลอมแน่ มันไม่เคยหื่นกับฉันแบบนี้ ฉันถอยห่าง
“ยั่วเหรอเต่า แกก็เซ็กซี่ดีนะ”
มันลูบหน้าที่เปียก ฉันมองมัน ซึ่งเซ็กซี่ที่สุด ฉันกลืนน้ำลาย ก่อนจะเสียงดัง
“ยั่วบ้าอะไร อย่ามาพูดเล่น อาบน้ำของนายไป” ฉันเดินออกจากห้อง แต่มันกลับยึดมือฉันไว้และดันไปที่ผนัง
“เต่าสงสัยเราโดนมอมยาแล้ว รู้สึกทนไม่ไหว ร่างกายต้องการ แก แกช่วยเราหน่อยนะ”
ไอ้บ้านี่ บ้าไปแล้ว ไม่เสียท่าใครมา ฉันผลักอกมัน ทั้งที่ใจหวิวสั่น มันส่งสายตาหวานเชื่อม ฉันมองมันราวต้องมนต์
อย่านะ มึงอย่าก้มลงมานะโบ้ท อย่าทำ…
มันหาฟังฉันไม่ ปากฉันโดนมันบดขยี้รุนแรง เนื้อตัวโดนมือใหญ่ลูบไล้ ท่ามกลางสายน้ำที่กระเซ็น มันทำให้ฉันเคลิบเคลิ้ม โดยการบดอกกว้างมาที่อกสล้างของฉันซึ่งปลายยอดสีชมพูกำลังชูชัน
อ้า ฝันไป ฉันอยากบอกตนเองอย่างนั้นและปล่อยให้มันเกิดขึ้น แต่รู้ว่านี่ไม่ใช่ฝัน เพราะมือมันที่กำรอบมือฉันทำให้ฉันเจ็บ ฉันเริ่มดิ้นหนี
ถึงรักมันแต่ฉันไม่ได้ต้องการแบบนี้ ไม่ต้องการ
ปานวาดกำลังมองนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว จักรหันมาหาฉันและโบ้ท“ดูเพื่อนพวกแกสิดูหิวนะเวลาเจอไก่อ่อนๆ”“แกสวยออกทำไมขายไม่ออกสักทีวะปาน” โบ้ทถามเพื่อน ฉันหยิกเอวสามีตามนิตินัย เขามองหน้าฉัน “ที่รักก็มันจริงนิ ผมชมว่าสวยนะนั่น”“พอๆ เรื่องถามกูหาผัวไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ไอ้ที่พูดกันว่าที่รัก ที่รัก ผมๆ เธอๆ กูไม่คุ้นเลย คุยกันเหมือนเดิมได้ป่ะ”ปานวาดเบ๊ะปาก ทำเอาหมดสวย โบ้ทตอบเรื่องที่เพื่อนถามและต้องการ“ไว้พูดกู มึง เรา นาย แก อะไรพวกนี้กับคู่แกเถอะ เราไม่อยากให้ลูกได้ยิน นี่ก็ฝึกตั้งนานกว่าจะชิน”“ตั้งนานอะไร พวกแกทั้งสองเพิ่งคืนดีกันสามเดือนนะ ซ้ำหน้าไม่อาย สามเดือนก็ท้องทันที”“ใครจะนอนหนาวเหมือนแก”“เอาน่าเลิกพูดมาก กินๆ จะได้ลุกให้นักศึกษา เราเป็นของแปลกสำหรับที่นี่ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว” ฉันบอกเพื่อนและสามีให้เลิกพูดกัน ปานวาดหันไปมองหนุ่มๆ นักศึกษา“รีบไปได้ คงอยากไปจู๋จี๋กับสามีที่ร้ากแกล่ะซ
“มีอะไร เราเป็นคนรักกันไม่ใช่เหรอ และคืนนี้คุณสวยจนผมนอนไม่หลับ”ฉันใจเต้น กำมือตนเอง รู้สึกกลัวขึ้นมาราวกับตนเองยังเป็นสาวเวอร์จิ้นมือใหญ่มากอบกุมที่เต้าอกข้างหนึ่งแล้ว ฉันอุ่นวาบ และใจหวิวสั่น ใบหน้าใกล้นั้นเริ่มคลอเคลียที่ใบหู ฉันเริ่มหายหนาว แม้อยากจับมือนั้นออกจากเต้าทรวงแต่ต้องห้ามตนเองไว้โบ้ทเริ่มเคล้นคลึงหน้าอกทั้งสองของฉัน สลับกันไปมา ปากจูบคลอเคลียมาที่ใบหู แก้มคาง คราวนี้ฉันนอนไม่ติดที่นอน ก้นฉันยกขึ้นและลงตามความปรารถนาของร่างกายที่มันสร้างขึ้นมาร่างนั้นคร่อมตัวฉันรวดเร็ว และดึงสายของชุดนอน สายตากำลังจ้องอกขาวอวบของฉัน ก่อนจะก้มลงเอ่ยเสียงพร่า“สวยมาก”ประทับจูบเบาๆ ที่ปากฉัน และเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฉันรับจูบนั้นอย่างห้ามตนเองไม่ได้ มือใหญ่ยังครอบครองสองเต้าขาวนั้น ใช้มือเคล้นคลึงยอดอกฉันได้ยินเสียงตนเองครางอย่างมีความสุข ปากสวยยังคงบดจูบ แหย่ลิ้นเข้าไปไล้ดูดลิ้นฉัน ฉันตัวสั่น และมีความสุข ฉันกอดโบ้ทแน่น จูบตอบตามที่มันทำกับฉัน โบ้ทเคลื่อนร่างลง ฉันมองตาม ใบหน้านั้นซุกซบที่อกและดูดกลืนยอดอก กัดเม
“เราแต่งงานกันแล้ว ออไม่ใช่สิ ยังไม่แต่ง ออ แล้วเราจะแต่งเมื่อไหร่ครับ”“ทำไม อยากรู้ขึ้นมา เมื่อก่อนบอกอย่าพูด”“ผมเจอหน้าลูกแล้ว รู้สึกว่าคุ้นเคย และเขาเหมือนคุณ และผมก็เชื่อแม่ผม”“แต่จำฉันไม่ได้เลยหรือ”พูดออกไปแล้วก็รู้สึกตนเองเหมือนเด็ก โบ้ทเงียบงันและเอ่ยตอบ“ผมขอเวลาหน่อยนะ”มันไม่มองหน้ากันอีกเดินดูในห้อง เดินไปที่หน้าต่าง และไม่นานหันมาอีกครั้ง“เราเคยนอนที่ห้องนี้กันหรือครับ”ต้องพยายามฟื้นความทรงจำ ฉันเดินไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ เอื้อมมือทั้งสองไปรวบเอวคนที่รอคำตอบ เหมือนโบ้ทตัวแข็งเมื่อฉันทำเช่นนั้น ฉันเองก็ใจเต้นเป็นกลองรัว แต่ไม่ปล่อยมือ ฉันมองหน้ามัน“ดูรูปของพวกเรากันไหม ตอนเรียนด้วยกัน เผื่อจำอะไรได้”มือใหญ่เอื้อมมาลูบเส้นผม ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่มีเสียงมาขัดจังหวะเสียก่อนก๊อกๆๆ“คุณโบ้ทคะ คุณพระพายมาค่ะ”“ออ ได้ๆ เดี๋ยวลงไป”ฉันคลายอ้อมแขน “นัดเขามาเหรอคะ ทำอะไ
“ผมขอโทษ คุณคือ”“ฉันแม่ของลูกนายไง”“แม่บอกผมยังไม่แต่งงานนี่ครับ”ฉันเอื้อมมือไปจับมือใหญ่นั้น มองใบหน้าซีดเซียว “ใครบอก นายขอฉันแต่งแล้ว ฉันไม่โกหกนายหรอก จริงนะ”มือใหญ่ดึงมือกลับ เขาเอามือจับที่หัว“ผมปวดหัวครับ เราค่อยคุยกันนะ ได้ไหม”อาจลืมไปชั่วชีวิต อาจเป็นไปได้ ฉันกลั้นน้ำตา และน้ำตายิ่งไหลบ่าที่แก้มเมื่อน้องสาวบอก โปรดรัก เขาก็ลืมเลือนเช่นกันกลับถึงห้อง ฉันบอกน้องสาวอยากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานรุ่นพี่มาเยี่ยม ฉันต้องนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ไม่มีจิตใจจะคุย“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้ารักเราก็ควรมองผ่านเรื่องบางอย่าง”รุ่นพี่ตอกย้ำฉันเรื่องที่เคยพูด ตอนนี้เราเป็นพี่ชาย น้องสาวที่แสนดี ฉันรู้รุ่นพี่เสียใจ แต่ฉันไม่อยากให้ความหวังเขาได้ อยากให้เขาเปิดประตูหัวใจสำหรับรักแท้แต่ฉันกลับปิดประตูหัวใจตนเอง จนกลายมาเป็นแบบนี้รุ่นพี่จับมือฉัน ขณะที่ย่าหลานเข้ามา ก่อนจะลากลับ ฉันมองย่าของหลาน“คุณมีอะไ
“ช่วยคุณเต่าด้วยสิ ทำไมมีแต่คนว่ายน้ำไม่เป็น”เหมือนใครคนหนึ่งพูด และมีการโยนห่วงยางมาให้ฉัน ฉันพยายามสุดแรงเพื่อจับห่วง แต่แรงน้ำพัดมาพร้อมสายฝนห่าใหญ่ มาแบบไม่ทันตั้งตัว ฉันมือหลุดจากห่วงยาง เหมือนโดนกระชากจนร่างไร้แรงต้าน ฉันอยากมองหน้าลูก และฉันก็น้ำตาไหลอะไรกันนี้ ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัวมันจริงๆ จะเกิดขึ้นอีกแล้วหรือตู้ม!!เหมือนมีเสียงกรีดร้องอีกครั้ง ฉันไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันกำลังจมน้ำเพราะไร้เรี่ยวแรงทว่ากลับมีอ้อมกอดใหญ่มาพยุงมือขึ้นจากน้ำช้าๆ ฉันไม่เห็นหน้าเขา แต่รู้ว่าพ้นผิวน้ำแล้ว และหลังจากนั้น ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยฉันตื่นลืมตาขึ้นมา ฉันชะงักถอยหลังอัตโนมัติ เนื่องจากคนที่ยืนอยู่หลังอดีตผู้จัดการฉันคือคนที่ทำให้ฉันฝันร้ายมาจนทุกวันนี้ฉันจำเขาได้ดี“ฟื้นแล้ว”พี่เลี้ยงลูกมาจับมือฉันและร้องไห้ ฉันบีบมือฝ่ายนั้น สมองประมวลผล จำได้ว่าฉันลงช่วยเด็กชายคนหนึ่ง จนตนเองเกือบไม่รอดหมอเดินเข้ามา ทุกคนในห้องถอย ฉันถามหมอ “เด็กปลอดภัยนะคะ”&ld
คนป่วยนั่งกินข้าว สายตาเหลือบมองกัน ฉันอดใจไม่ได้เพราะรำคาญ “มองทำไม ฉันทำเพราะจำเป็นหรอก ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ นายจะหาว่าใจดำ”มันเงียบฉันหงุดหงิด “ทำไมไม่พูด มัวแต่มองอยู่ได้ รำคาญ”“ถ้ารำคาญแกก็ไปสิ”ฉันอึ้ง นึกถึงวันวานยามเราทะเลาะ น้ำเสียงมันเป็นแบบนี้ ไม่ได้โกรธ แค่เฉยชาชอบกลฉันลุกขึ้น มันว่าอีก“ถ้าไม่รำคาญอย่างที่ใจพูดก็ป้อนข้าวหน่อย ฉันเหนื่อยมาก”ฉันหันมอง ใบหน้ามันซีด ฉันลืมตัวเดินไปใกล้“นายแค่เจ็บป่วยนิดหน่อย อย่ามาสำออยนะมันหลับตา “บอกว่าเหนื่อย ไม่บอกว่าสำออย”ยังมากวนประสาท ฉันจับที่วัดไข้ ยัดในจั๊กกะแรมันเร็วๆ “นิ่งๆ จะดูว่ายังมีไข้หรือเปล่า”มันนิ่ง ไม่นานสัญญาณเครื่องวัดไข้ดังขึ้น ฉันดึงมาดู“สามสิบแปด นี่ อย่าบอกว่าแกไม่กินยา”ฉันพยายามแกะมือมันและเจอยาจริงๆ ฉันรีบเอาน้ำและยัดยาเข้าปากมัน มันทำหน้าเหยเก ฉันรำคาญ“ไม่ใช่ยาเป็นน้ำนะ อย่าให้มากไป”จู่ๆ มือร้อนมาจับที่มื
“ชอบคำนี้จริงๆ โง่ ขี้ขลาด”ผมนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ อยากถีบไอ้จักรสักที แต่เกรงใจเพื่อนอีกสองคนและในคืนนั้นเรานั่งดื่มเบียร์กันหลายชั่วโมง เพราะพรุ่งนี้จักรต้องกลับกรุงเทพ ทุกคนคุยกันสนุกสนาน เป็นผมที่นั่งมองมือถือ กดข้อความส่งไปหานินจาบอกว่าขอไปหาเธอนี่ม
“และอย่าคิดว่าตนเองไม่ชั่ว อย่าสักแต่ว่าคนอื่น” ฉันยังพูดต่อ คราวนี้มันแก้มัดฉัน เอามือถือเครื่องหนึ่งมากดที่ใบหน้า ฉันเบือนหน้าหนี “อะไรของมึง”แต่ใครๆ คงลืมความชั่วไปแล้ว ถึงมาด่าแต่กู ถ้าลืมก็ดูซะ มันไม่ได้ตายไปกับเก๋หรอกนะ”ฉันงง แต่ไม่ยอมเปิด
“ถ้าไม่แต่งงาน หนูว่าพ่อคงไม่ให้ไปหรอกคะ”กระต่ายพูดออกมา ฉันมีงง น้องอีกคน คิดอะไรอยู่ พ่อหรือจะสนใจฉัน“ใช่ต้องแต่งงาน เอาสินสอดมาด้วย ถึงจะพาลูกสาวและหลานผมไปได้”พ่อเดินเข้ามาพร้อมเมียใหม่ แม่โบ้ทหันมอง “ค่ะเรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว เป็นอันว่า
เที่ยงตรงเพื่อนๆ มารับฉัน ผู้จัดการคนใหม่เห็นจักรก็เดินเข้ามาหา มองฉันอย่างแปลกใจ“เพื่อนเรียนห้องเดียวกันครับ” จักรแนะนำ ปานวาดไม่สนใจ จับมือฉันไปที่รถ ฉันเดินตาม“แกเป็นไร”“ไม่ชอบคนที่นายโบ้ทโดนจับคู่เลย ทำไมญาติๆ ฉันอยากได้คนบ้านนี้นัก สวยก็ไ







