เข้าสู่ระบบนาง• สภาจับในกระเพาะอาหารและลงจากกราเซียอาจฟังลูกสาวคนเล็กพูดและถามอย่างสงสัย “เป็นไรของแกตแพ้เกลียดกันมากเลยทีเดียวที่ต้องใช้ตบกันด้วยเรื่องนี้”
“จ้าแม่ ยายเก๋นี่มันบ้าชอบจนแพร่หลายมานานก่อนที่จะมีฟัดกับหนูบ่อยๆมาอยู่แค่ปีเดียวเอง แต่ชอบเริ่มต้นเรื่องที่โด่งดังย้ายกลับไปอยู่กับพี่ชายมาเจอกันอีกก็เมื่อกี้ แม่ว่าโลกมันกลมไหมล่ะจากพะเยามันมาพังงาติดตามต่อไปแม่เลยเขาไม่มีลูกข่าวว่าเชื่ออีกครั้งขี้หน้ามันจริงๆ มาอวดด้วยอีกครั้งแต่งงานแฟนมันรวย หล่อ”
“เขาล่ะสิเพราะแกไม่มีคนมาสนใจ”
“แม่แล้วล่ะก็พูดแล้วไปนั่งเลยคุณจะไปหาพี่เองและไปหาหมอกัน”
กระต่ายเดินขึ้นบันได และคิดถึงใบหน้าของเพื่อนส่วนใหญ่ก็โมโหไม่ได้มาเลยที่มาเจอเลยมันไม่สนับสนุนรุ่นพี่สัญญาณเตือนแล้วพบว่ามันกล้าอวดในไลน์กลุ่มเก่ามองว่าไม่ใช่คนนี้น่าน่า
มันจะเป็นหล่อจริงด้วยเธอเป็นสิ่งที่แม่ว่าจริงๆ
กระต่ายถึงห้องพักพี่เธออยากให้พี่เซอร์ไพรร์สจึงลองไขกุญแจดูเผื่อว่าคนขี้ลืมไม่ได้ล็อกสองชั้นและดีใจเมื่อเป็นจริง กระต่ายย่อเข้าห้องพี่สาวช้าๆ
แต่แล้วความรู้สึกตกใจเมื่อพิจารณาจากหน้าต่างมองว่าเห็นว่าผู้หญิงไม่ได้นอนคนเดียวที่พิสูจน์ว่าจะเปิดเผยเพราะรู้พี่จะกลับบ้าน ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการดูแลพี่
ไหนว่าไม่มีแฟนแต่นี่พาผู้ชายมานอนเธอย่องจะออกจากห้อง แต่เครื่องมือถือนึงสั่นไหวขึ้นเธอหยิบมากดวางก่อนจะตกใจในรูปถ่ายหน้ามือถือ
นี่ไง!
เธอพยายามเขย่งเท้ามองผู้ชายที่กอดพี่สาวอยู่ แต่ไม่เห็นหน้าเธอจึงมองหน้ามือถืออีกครั้ง
บังเอิญไม่ขนาดนี้เลย
หล่อ
เธอตาละลายเมื่อเห็นไลน์ที่เด้งเข้ามาเป็นยายเก๋เธอมือสั่นกดเปิดอ่านและเสียอ่านหลายคำแปลอย่างยิ้มเหมือนนางร้าย
ยายเก๋เอ้ย แกช่างน่าสงสาร
ด้วยความที่รู้สึกได้ถึงความตกใจ ปะปนกันกระต่ายพิมข้อความกลับมา
เป็นข้อความที่เห็นได้ชัดแล้วต้องปวดใจ ร้องโหยอย่างที่มันชอบทำเวลาใครมาขัดใจ
กระต่ายพิมพ์เสร็จไม่ลืมกดถ่ายรูปพี่สาวและผู้ชายที่มันบอกว่าเป็นของมันให้ด้วย
และเมื่อพี่สาวค้นพบตัว กระต่ายรีบเดินออกจากห้องโดยไม่ลืมวางมือถือของตัวเองเดิม
ค่อยเจอกันนะพี่นอนหลับคืนนี้น่าน่า
กระต่ายวิ่งลงบันไดและปาดเหงื่อที่หน้าผากก่อนพ่นลมหายใจออกจากปาก
เมื่อลงมาหาแม่ก็บอกว่าพี่ไม่อยู่ แม่บ่นว่าให้โทรบอกก่อนก็เชื่อว่าเธอนั่งเงียบๆป้าแม่ขึ้นเซียตรงไปโรงพยาบาล
การที่เหน็ดเหนื่อยเพราะต้องดูแลแม่คนเดียว กระต่ายสัญญากับตนเองจะไม่บ่นเพราะวันนี้คุณจะต้องทำเรื่องสนุก
ฉันจะลืมตาและวิ่งเข้าห้องน้ำแวะมาทำใจอยู่นานกับเรื่องอีกครั้งในคืนนี้อีกครั้งที่บ้าที่พร้อมใจให้โบ้ทฉันเคยบอกตัวเองจะไม่ปล้ำมันอยากได้มันมาอีกครั้งอีกครั้งอีกครั้งที่มีไดรฟ์เป็นใจที่อดทนมาได้
แต่คืนนี้คุณจะพบว่าไม่มีสติอะไรที่ทำให้ฉันจับกายกลางที่เจ็บแปลบ
อะไรก็ตามที่จะลื่นไหลมากขึ้นขนาดนี้นะฉันจะมองเนื้อตัวตนเองว่าเป็นรอยฟันของมือ
ฉันจะเอามือปิดหน้าจะหนีมันทันไหมพวงกุญแจไม่มีหน้าอยู่เจอมันจะทิ้งกระเป๋าไว้ก่อนเลยไม่รู้เมื่อไหร่จะได้กลับมาอีกและไม่อยากเสียค่าหอต่อคะช่างน้ำหนักอยู่นานก็ค่อยๆประตูมีเสียงโวยวายดังขึ้น
!
ตอนที่มาเคาะประตูเห็นฉันที่เดินกระโจมอกด้วยผ้าขนหนูออกมาก็ปล่อยพลังเสียงแอคโค่ให้ฉันไปที่ห้องน้ำและหันมองโบ้ท
“พาคนของแกออกไปก่อนสิโบ้ทฉันไม่อยากเจ็บตัวไม่อยากทะเลาะ”
“อะไรวะเนี่ยเต่าเมื่อคืนนี้แค่ฝันของเราเบลอๆอย่าบอกว่าเมื่อคืนเรา…”
“พี่โบ้ทอย่ามาแก้ตัวละครไอ้ผู้ชายทรายศอีผู้หญิงสารเลว”
แฟนโบ้ทเป็นนางยักษ์ตรงดิ่งมาตบฉันรีบปิดประตูห้องน้ำใจเจ็บแปลบ
ทำกันอีกครั้งสำหรับฝันเท่านั้นเองที่ฉันรู้สึกดีใจที่ถือมือถือเข้ามาด้วยกดโทรหาโบ้ทพาแฟนมันออกไปและอาหารค่ำเมื่อคืนแค่ฝันอย่างที่มันว่า
เจ็บมากกับแอบรักหลายคน เจ็บเพราะเสียตัวอีกจะเป็นไรไป
โว้ยมึงไม่ตายหรอกเต่า เต่าสมชื่อจริงๆ
ด่าตัวเองอีกครั้งเงียบๆ และนั่งน้ำตานองหน้าเป็นเวลานานสองนานเพิ่มขึ้นอีกครั้งอาบน้ำเมื่อได้ยินข่าวไม่ดีจากส่วนใหญ่ฉันเขียนออกมาจากห้องร้องรบกวนรุ่นพี่เชื่อว่าเพราะไม่อยากกลับมาที่ห้องนี้อีก และไม่อยากเจอหน้าใครๆ อาจจะมาหาอีก
การคงแฟนโบ้ทส่วนใหญ่มันคงไม่อยากเจอหน้าฉันเหมือนสิ่งมีชีวิตเป็น
ฉันเดาล้วนๆ และคิดว่าเดาๆ เพิ่มเติม
ปานวาดกำลังมองนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว จักรหันมาหาฉันและโบ้ท“ดูเพื่อนพวกแกสิดูหิวนะเวลาเจอไก่อ่อนๆ”“แกสวยออกทำไมขายไม่ออกสักทีวะปาน” โบ้ทถามเพื่อน ฉันหยิกเอวสามีตามนิตินัย เขามองหน้าฉัน “ที่รักก็มันจริงนิ ผมชมว่าสวยนะนั่น”“พอๆ เรื่องถามกูหาผัวไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ไอ้ที่พูดกันว่าที่รัก ที่รัก ผมๆ เธอๆ กูไม่คุ้นเลย คุยกันเหมือนเดิมได้ป่ะ”ปานวาดเบ๊ะปาก ทำเอาหมดสวย โบ้ทตอบเรื่องที่เพื่อนถามและต้องการ“ไว้พูดกู มึง เรา นาย แก อะไรพวกนี้กับคู่แกเถอะ เราไม่อยากให้ลูกได้ยิน นี่ก็ฝึกตั้งนานกว่าจะชิน”“ตั้งนานอะไร พวกแกทั้งสองเพิ่งคืนดีกันสามเดือนนะ ซ้ำหน้าไม่อาย สามเดือนก็ท้องทันที”“ใครจะนอนหนาวเหมือนแก”“เอาน่าเลิกพูดมาก กินๆ จะได้ลุกให้นักศึกษา เราเป็นของแปลกสำหรับที่นี่ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว” ฉันบอกเพื่อนและสามีให้เลิกพูดกัน ปานวาดหันไปมองหนุ่มๆ นักศึกษา“รีบไปได้ คงอยากไปจู๋จี๋กับสามีที่ร้ากแกล่ะซ
“มีอะไร เราเป็นคนรักกันไม่ใช่เหรอ และคืนนี้คุณสวยจนผมนอนไม่หลับ”ฉันใจเต้น กำมือตนเอง รู้สึกกลัวขึ้นมาราวกับตนเองยังเป็นสาวเวอร์จิ้นมือใหญ่มากอบกุมที่เต้าอกข้างหนึ่งแล้ว ฉันอุ่นวาบ และใจหวิวสั่น ใบหน้าใกล้นั้นเริ่มคลอเคลียที่ใบหู ฉันเริ่มหายหนาว แม้อยากจับมือนั้นออกจากเต้าทรวงแต่ต้องห้ามตนเองไว้โบ้ทเริ่มเคล้นคลึงหน้าอกทั้งสองของฉัน สลับกันไปมา ปากจูบคลอเคลียมาที่ใบหู แก้มคาง คราวนี้ฉันนอนไม่ติดที่นอน ก้นฉันยกขึ้นและลงตามความปรารถนาของร่างกายที่มันสร้างขึ้นมาร่างนั้นคร่อมตัวฉันรวดเร็ว และดึงสายของชุดนอน สายตากำลังจ้องอกขาวอวบของฉัน ก่อนจะก้มลงเอ่ยเสียงพร่า“สวยมาก”ประทับจูบเบาๆ ที่ปากฉัน และเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฉันรับจูบนั้นอย่างห้ามตนเองไม่ได้ มือใหญ่ยังครอบครองสองเต้าขาวนั้น ใช้มือเคล้นคลึงยอดอกฉันได้ยินเสียงตนเองครางอย่างมีความสุข ปากสวยยังคงบดจูบ แหย่ลิ้นเข้าไปไล้ดูดลิ้นฉัน ฉันตัวสั่น และมีความสุข ฉันกอดโบ้ทแน่น จูบตอบตามที่มันทำกับฉัน โบ้ทเคลื่อนร่างลง ฉันมองตาม ใบหน้านั้นซุกซบที่อกและดูดกลืนยอดอก กัดเม
“เราแต่งงานกันแล้ว ออไม่ใช่สิ ยังไม่แต่ง ออ แล้วเราจะแต่งเมื่อไหร่ครับ”“ทำไม อยากรู้ขึ้นมา เมื่อก่อนบอกอย่าพูด”“ผมเจอหน้าลูกแล้ว รู้สึกว่าคุ้นเคย และเขาเหมือนคุณ และผมก็เชื่อแม่ผม”“แต่จำฉันไม่ได้เลยหรือ”พูดออกไปแล้วก็รู้สึกตนเองเหมือนเด็ก โบ้ทเงียบงันและเอ่ยตอบ“ผมขอเวลาหน่อยนะ”มันไม่มองหน้ากันอีกเดินดูในห้อง เดินไปที่หน้าต่าง และไม่นานหันมาอีกครั้ง“เราเคยนอนที่ห้องนี้กันหรือครับ”ต้องพยายามฟื้นความทรงจำ ฉันเดินไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ เอื้อมมือทั้งสองไปรวบเอวคนที่รอคำตอบ เหมือนโบ้ทตัวแข็งเมื่อฉันทำเช่นนั้น ฉันเองก็ใจเต้นเป็นกลองรัว แต่ไม่ปล่อยมือ ฉันมองหน้ามัน“ดูรูปของพวกเรากันไหม ตอนเรียนด้วยกัน เผื่อจำอะไรได้”มือใหญ่เอื้อมมาลูบเส้นผม ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่มีเสียงมาขัดจังหวะเสียก่อนก๊อกๆๆ“คุณโบ้ทคะ คุณพระพายมาค่ะ”“ออ ได้ๆ เดี๋ยวลงไป”ฉันคลายอ้อมแขน “นัดเขามาเหรอคะ ทำอะไ
“ผมขอโทษ คุณคือ”“ฉันแม่ของลูกนายไง”“แม่บอกผมยังไม่แต่งงานนี่ครับ”ฉันเอื้อมมือไปจับมือใหญ่นั้น มองใบหน้าซีดเซียว “ใครบอก นายขอฉันแต่งแล้ว ฉันไม่โกหกนายหรอก จริงนะ”มือใหญ่ดึงมือกลับ เขาเอามือจับที่หัว“ผมปวดหัวครับ เราค่อยคุยกันนะ ได้ไหม”อาจลืมไปชั่วชีวิต อาจเป็นไปได้ ฉันกลั้นน้ำตา และน้ำตายิ่งไหลบ่าที่แก้มเมื่อน้องสาวบอก โปรดรัก เขาก็ลืมเลือนเช่นกันกลับถึงห้อง ฉันบอกน้องสาวอยากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานรุ่นพี่มาเยี่ยม ฉันต้องนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ไม่มีจิตใจจะคุย“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้ารักเราก็ควรมองผ่านเรื่องบางอย่าง”รุ่นพี่ตอกย้ำฉันเรื่องที่เคยพูด ตอนนี้เราเป็นพี่ชาย น้องสาวที่แสนดี ฉันรู้รุ่นพี่เสียใจ แต่ฉันไม่อยากให้ความหวังเขาได้ อยากให้เขาเปิดประตูหัวใจสำหรับรักแท้แต่ฉันกลับปิดประตูหัวใจตนเอง จนกลายมาเป็นแบบนี้รุ่นพี่จับมือฉัน ขณะที่ย่าหลานเข้ามา ก่อนจะลากลับ ฉันมองย่าของหลาน“คุณมีอะไ
“ช่วยคุณเต่าด้วยสิ ทำไมมีแต่คนว่ายน้ำไม่เป็น”เหมือนใครคนหนึ่งพูด และมีการโยนห่วงยางมาให้ฉัน ฉันพยายามสุดแรงเพื่อจับห่วง แต่แรงน้ำพัดมาพร้อมสายฝนห่าใหญ่ มาแบบไม่ทันตั้งตัว ฉันมือหลุดจากห่วงยาง เหมือนโดนกระชากจนร่างไร้แรงต้าน ฉันอยากมองหน้าลูก และฉันก็น้ำตาไหลอะไรกันนี้ ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัวมันจริงๆ จะเกิดขึ้นอีกแล้วหรือตู้ม!!เหมือนมีเสียงกรีดร้องอีกครั้ง ฉันไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันกำลังจมน้ำเพราะไร้เรี่ยวแรงทว่ากลับมีอ้อมกอดใหญ่มาพยุงมือขึ้นจากน้ำช้าๆ ฉันไม่เห็นหน้าเขา แต่รู้ว่าพ้นผิวน้ำแล้ว และหลังจากนั้น ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยฉันตื่นลืมตาขึ้นมา ฉันชะงักถอยหลังอัตโนมัติ เนื่องจากคนที่ยืนอยู่หลังอดีตผู้จัดการฉันคือคนที่ทำให้ฉันฝันร้ายมาจนทุกวันนี้ฉันจำเขาได้ดี“ฟื้นแล้ว”พี่เลี้ยงลูกมาจับมือฉันและร้องไห้ ฉันบีบมือฝ่ายนั้น สมองประมวลผล จำได้ว่าฉันลงช่วยเด็กชายคนหนึ่ง จนตนเองเกือบไม่รอดหมอเดินเข้ามา ทุกคนในห้องถอย ฉันถามหมอ “เด็กปลอดภัยนะคะ”&ld
คนป่วยนั่งกินข้าว สายตาเหลือบมองกัน ฉันอดใจไม่ได้เพราะรำคาญ “มองทำไม ฉันทำเพราะจำเป็นหรอก ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ นายจะหาว่าใจดำ”มันเงียบฉันหงุดหงิด “ทำไมไม่พูด มัวแต่มองอยู่ได้ รำคาญ”“ถ้ารำคาญแกก็ไปสิ”ฉันอึ้ง นึกถึงวันวานยามเราทะเลาะ น้ำเสียงมันเป็นแบบนี้ ไม่ได้โกรธ แค่เฉยชาชอบกลฉันลุกขึ้น มันว่าอีก“ถ้าไม่รำคาญอย่างที่ใจพูดก็ป้อนข้าวหน่อย ฉันเหนื่อยมาก”ฉันหันมอง ใบหน้ามันซีด ฉันลืมตัวเดินไปใกล้“นายแค่เจ็บป่วยนิดหน่อย อย่ามาสำออยนะมันหลับตา “บอกว่าเหนื่อย ไม่บอกว่าสำออย”ยังมากวนประสาท ฉันจับที่วัดไข้ ยัดในจั๊กกะแรมันเร็วๆ “นิ่งๆ จะดูว่ายังมีไข้หรือเปล่า”มันนิ่ง ไม่นานสัญญาณเครื่องวัดไข้ดังขึ้น ฉันดึงมาดู“สามสิบแปด นี่ อย่าบอกว่าแกไม่กินยา”ฉันพยายามแกะมือมันและเจอยาจริงๆ ฉันรีบเอาน้ำและยัดยาเข้าปากมัน มันทำหน้าเหยเก ฉันรำคาญ“ไม่ใช่ยาเป็นน้ำนะ อย่าให้มากไป”จู่ๆ มือร้อนมาจับที่มื
“ชอบคำนี้จริงๆ โง่ ขี้ขลาด”ผมนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ อยากถีบไอ้จักรสักที แต่เกรงใจเพื่อนอีกสองคนและในคืนนั้นเรานั่งดื่มเบียร์กันหลายชั่วโมง เพราะพรุ่งนี้จักรต้องกลับกรุงเทพ ทุกคนคุยกันสนุกสนาน เป็นผมที่นั่งมองมือถือ กดข้อความส่งไปหานินจาบอกว่าขอไปหาเธอนี่ม
ผมเดินไปดื่มน้ำ อดีตเพื่อน อดีตคู่นอนคืนเดียวเดินตามมา ผมตวาดมันอีก “อย่ามาเดินตาม พูดอะไรก็พูด ก่อนจะโดนอุดปากอีก”“ใครโทรมาบ้าง พาฉันกลับเดี๋ยวนี้ นี่ถ้าว่าที่เจ้าสาวนายรู้คงสนุกพิลึก”“ขู่อีกแล้วเรอะ ลืมไปเหรอว่านี่ถิ่นใคร”“มันเรื
“และอย่าคิดว่าตนเองไม่ชั่ว อย่าสักแต่ว่าคนอื่น” ฉันยังพูดต่อ คราวนี้มันแก้มัดฉัน เอามือถือเครื่องหนึ่งมากดที่ใบหน้า ฉันเบือนหน้าหนี “อะไรของมึง”แต่ใครๆ คงลืมความชั่วไปแล้ว ถึงมาด่าแต่กู ถ้าลืมก็ดูซะ มันไม่ได้ตายไปกับเก๋หรอกนะ”ฉันงง แต่ไม่ยอมเปิด
“ถ้าไม่แต่งงาน หนูว่าพ่อคงไม่ให้ไปหรอกคะ”กระต่ายพูดออกมา ฉันมีงง น้องอีกคน คิดอะไรอยู่ พ่อหรือจะสนใจฉัน“ใช่ต้องแต่งงาน เอาสินสอดมาด้วย ถึงจะพาลูกสาวและหลานผมไปได้”พ่อเดินเข้ามาพร้อมเมียใหม่ แม่โบ้ทหันมอง “ค่ะเรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว เป็นอันว่า







