LOGINกวินภพทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถหรู ปล่อยให้ความคิดล่องลอยกลับไปสู่อดีต ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในวันนั้นยังคงแจ่มชัด แต่วันนี้มันกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านของความเจ็บปวดที่มอดดับไปแล้ว สี่ปีเต็มที่เขาอุทิศลมหายใจและหยาดเหงื่อทั้งหมด ทุ่มเทให้กับงานและลูกสาวเพียงคนเดียว
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้ชายตัวคนเดียวที่ต้องแบกรับภาระการกอบกู้ธุรกิจไปพร้อม ๆ กับการเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ถึงแม้ในตอนนี้ฐานะของเขาจะมั่นคงจนสามารถจ้างพี่เลี้ยงและแม่บ้านวัยกลางคนมาคอยดูแลอันดาได้ แต่กวินภพก็มักจะเลือกพาลูกเข้านอนและดูแลเธอด้วยตัวเองเสมอเมื่อมีโอกาส
เขาไม่อยากให้อันดาเติบโตมาพร้อมกับปมด้อยเรื่องครอบครัวที่ขาดหาย ถึงแม้ในบ้านหลังใหญ่หลังนี้จะไม่มีแม่แต่กวินภพเชื่อมั่นสุดหัวใจว่า ความรักที่เขามีจะสามารถเป็นได้ทั้งพ่อและแม่ในคราวเดียวกันได้
หลายครั้งที่งานล้นมือจนสะสางไม่ทันที่บริษัท เขาก็เลือกที่จะหอบแฟ้มงานพะรุงพะรังกลับมาทำที่บ้าน เพื่อที่จะได้นั่งทำงานและคอยดูแลลูกสาวไปพร้อม ๆ กัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายพยายามแนะนำให้เขาเปิดใจรับใครสักคนเข้ามาเป็นแม่ใหม่ให้อันดา แต่กวินภพไม่เคยคิดจะทำเช่นนั้นเลย
บาดแผลและอดีตอันแสนสาหัสสอนให้เขารู้ซึ้งว่าอย่าได้ไว้ใจผู้หญิงคนไหนอีก กวินภพปิดตายหัวใจตัวเองตั้งแต่วันนั้น และฟูมฟักอันดาจนตอนนี้เธออายุได้หกขวบแล้ว เขาเลี้ยงดูลูกสาวด้วยความรักทั้งหมดที่ผู้ชายคนหนึ่งจะพึงมีให้ได้ การทำงานหนักหนาสาหัสจนแทบไม่มีเวลาหายใจ กลายเป็นเกราะกำบังชั้นดีที่ทำให้เขาไม่มีเวลาว่างพอจะมานั่งหลั่งน้ำตาหรือคิดถึงผู้หญิงใจร้ายที่ชื่อมินตราอีกต่อไป
สิ่งที่อยู่ในหัวสมองของประธานหนุ่มวัยสามสิบแปดปีมีเพียงอย่างเดียว คือทำอย่างไรให้ลูกสาวสุขสบายและมีอนาคตที่สดใสที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมาในวันนี้ก็เพื่อลูกเท่านั้น กวินภพได้เจอกับมินตราอีกครั้ง ในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลชื่อดัง ซึ่งมีสามีคนใหม่วัยกลางคนของเธอเป็นเจ้าของ
มินตราดูเฉิดฉายและมีความสุขดีบนกองเงินกองทองที่สามีคราวพ่อประเคนให้ ชีวิตหรูหราสุขสบายโดยไม่ต้องเหนื่อยยาก เป็นสิ่งที่เธอใฝ่ฝันและวิ่งตามหามาตลอดชีวิต เมื่อเห็นว่าเธอได้ในสิ่งที่ต้องการและสุขสบายดีแล้ว ความห่วงใยในฐานะอดีตคนรักก็มอดดับลงไปอย่างสมบูรณ์ แต่สิ่งเดียวที่เขายังติดค้างในใจคือคำถามในฐานะของคนเป็นพ่อ
“คุณไม่คิดจะไปหาลูกบ้างรึไง” น้ำเสียงของกวินภพเรียบเฉย ขณะถามอดีตภรรยาที่กำลังก้มหน้าเช็กความเรียบร้อยของเล็บราคาแพง
“หึ! คุณคิดว่าลูกโตขนาดนั้นแล้ว คุณคิดว่าแกยังจะจำฉันได้อยู่อีกเหรอคะ” มินตราแค่นยิ้มตอบอย่างไม่ยี่หระ
“เปล่าหรอก ที่ผมถามก็เพราะเห็นว่าคุณเป็นแม่” กวินภพสบตาเธอ แววตาคมกริบอ่านยาก
“แต่ถ้าคุณไม่อยากเจออันดา ก็ไม่เป็นไร”
“ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยว่างน่ะค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะ” มินตราตัดบทอย่างรวดเร็วก่อนจะหมุนตัวเดินนวยนาดกลับเข้าไปในแสงสีของงานเลี้ยง ทิ้งให้กวินภพยืนมองตามด้วยความรู้สึกเวทนา
กวินภพก็แอบหวังลึก ๆ อยากให้อันดาได้สัมผัสไออุ่นจากคำว่าแม่บ้าง หรืออย่างน้อยที่สุด แค่ช่วงเวลาหลังเลิกเรียน ให้มินตราแวะไปหาลูกที่โรงเรียนสักหน่อยก็ยังดี ความจริงอันโหดร้ายสอนให้เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของผู้เป็นพ่อก็อดที่จะเจ็บปวดแทนลูกสาวไม่ได้
ความน้อยใจและรอยแผลเป็นยังคงซุกซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ และหากมองในอีกมุมหนึ่ง ก็เพราะแรงผลักดันจากความเจ็บปวดที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้นั่นแหละ ที่เคี่ยวเข็ญให้เขาลุกขึ้นสู้จนก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ตราบเท่าทุกวันนี้
กวินภพทุ่มเทขยายอาณาจักรธุรกิจเข้าสู่ภาคการท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว โรงแรมหรูแห่งใหม่ของเขาทำกำไรมหาศาล และตอนนี้เขาก็กำลังเตรียมแผนขยายสาขาไปยังต่างประเทศ หลังจากมีกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ยื่นข้อเสนอให้เขาไปเปิดสาขาใหม่ที่นั่น กราฟชีวิตและธุรกิจของเขากำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาจับจองห้องพักจนเต็มล่วงหน้าแทบทั้งปี
“สวัสดีครับพี่รัฐ” กวินภพกรอกเสียงลงไป ก่อนจะนิ่งฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างจริงใจ
“ผมยินดีด้วยนะครับพี่ แล้วผมจะไปร่วมงานแต่งพี่ครับ!”
ท่ามกลางความวิจิตรตระการตาของนิทรรศการ Magnificent Venice ณ Grand Palais ใจกลางกรุงปารีส ณัฐณิชา หญิงสาวร่างระหงกำลังพยายามแทรกตัวผ่านคลื่นฝูงชนที่เบียดเสียดกันหนาแน่น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอดมองบูธจัดแสดงผลงานศิลปะและแฟชั่นโชว์สุดตระการตา โดยเฉพาะรันเวย์ของ Chanel แบรนด์เนมสัญชาติฝรั่งเศสระดับตำนานที่มักจะยึดพื้นที่แห่งนี้เนรมิตสรวงสวรรค์แห่งอาภรณ์ขึ้นเป็นประจำทุกปี
เสียงผู้คนเซ็งแซ่ระคนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลชวนอึดอัด ทำให้ณัฐณิชาเริ่มหายใจลำบาก เธอพยายามจะเบียดตัวออกมาเพื่อหาอากาศหายใจ แต่ทันใดนั้นเอง ร่างบางชนเข้ากับแผงอกกว้างของชายหนุ่มคนหนึ่งอย่างจัง
แรงปะทะทำให้เธอเสียหลักเซถลาจนเกือบจะล้มลงพื้น โชคดีที่ท่อนแขนแกร่งเพียงข้างเดียวของเขาตวัดรัดเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอไว้ได้อย่างมั่นคง แรงดึงนั้นทำให้ร่างของเธอเข้าไปแนบชิดกับกายหนาจนไร้ช่องว่าง
ณัฐณิชาเงยหน้าขึ้นอย่างตระหนก ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาของคนที่ช่วยเธอไม่ให้ล้มอยู่ห่างเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนหัวใจของหญิงสาวเต้นระรัว
ในวินาทีที่ทุกอย่างเหมือนหยุดชะงัก ฝูงชนด้านหลังก็ดันร่างของชายหนุ่มเข้าหาเธออีกครั้ง ส่งผลให้ริมฝีปากหยักลึกบดเบียดลงบนกลีบปากอิ่มสีระเรื่อของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ!
กวินภพรู้สึกดีกับความอ่อนนุ่มที่ได้รับ รสสัมผัสหวานล้ำและกลิ่นหอมกรุ่นประจำกายสาวปลุกสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขาให้ตื่น ณัฐณิชารีบผละร่างออกทันที ใบหน้าหวานแดงซ่านลามไปถึงใบหู เธอใช้หลังมือปาดริมฝีปากอย่างลืมตัว
“I’m so sorry.” น้ำเสียงทุ้มนุ่มกังวานเอ่ยขึ้น กวินภพจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตา สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้นวลแก้มแดงระเรื่อ ณัฐณิชาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมัดกล้ามกำยำที่แข็งแกร่งผ่านฝ่ามือที่เขาประคองเธอไว้ มันทรงพลังจนเธอเผลอจินตนาการไปไกลถึงเรือนร่างภายใต้ร่มผ้า
“Are you okay?” เขาถามซ้ำเมื่อเห็นเธอนิ่งอึ้งไป
“I... I’m fine. Thank you for your help.” น้ำเสียงหวานใสที่เจือสำเนียงคุ้นหูทำให้กวินภพชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะลองใช้ภาษาบ้านเกิดเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง
“คนไทยใช่ไหมครับเนี่ย” ณัฐณิชาเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
“คนไทยค่ะ”
“โอ้!!..โลกกลมจังเลยนะครับ” เขาเว้นจังหวะสายตาไว้อย่างมีความหมาย
“ผมชื่อกวินภพครับ”
“ณิชาค่ะ”
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” เขาถามซ้ำเมื่อเห็นเธอนิ่งอึ้งไป
“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” ณัฐณิชารีบเอ่ยขอบอีกครั้ง พลางลอบมองใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างหลงใหล
“คุณพ่อขา” เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยหกขวบที่เกาะชายเสื้อเขาอยู่ ดึงกวินภพออกจากภวังค์ร้อนเร่า
“อ๋อ!!...นี่ลูกสาวผมเองครับ อันดา”
ณัฐณิชายิ้มหวานให้เด็กน้อยด้วยความเอ็นดู จังหวะที่เธอโน้มตัวลงไปสัมผัสแก้มใสของอันดา คอเสื้อที่กว้างขึ้นเล็กน้อยทำให้กวินภพเห็นร่องอกอวบอิ่มในระยะประชิด ความร้อนผ่าวพลุ่งพล่านในกายหนาจนเขาอยากจะครอบครองเธอไว้แต่เพียงผู้เดียว
“ณิชาต้องไปแล้วค่ะ ลาก่อนนะคะ... ถ้าโชคดีเราคงได้เจอกันอีก” เธอทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มหยดย้อยก่อนจะเดินหายไปในฝูงชน ทิ้งให้กวินภพยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยหัวใจที่โหยหา
ค่ำคืนนั้นหลังจากอันดาหลับใหล ความเงียบสงัดยิ่งทำให้ภาพของณัฐณิชาเด่นชัดขึ้นในมโนภาพ
“คุณพ่อขา หนูคิดถึงพี่สาวคนนั้น” คำพูดของลูกสาวก่อนหลับไหลตอกย้ำความรู้สึกของเขา กวินภพหลับตาลง ภาพผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียดและริมฝีปากบางรูปกระจับยังคงตามมาหลอกหลอนจนเขาร้อนรุ่มไปทั้งตัว เขารู้สึกถูกใจเธออย่างรุนแรง ใบหน้าเซ็กซี่เย้ายวนใจนั่นทำให้หัวใจแกร่งหลอมละลายจนยากจะถอนตัว
ไม่รู้ว่าเธอจะมีเจ้าของแล้วหรือยังแต่เขาก็อยากจะพบเจออีกสักครั้ง ความปรารถนาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในความมืด เขาปล่อยให้ความคิดถึงที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใคร่รบกวนจิตใจ จนกระทั่งเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับบุตรสาวตัวน้อย
ท่ามกลางแสงสลัวภายในห้องนั่งเล่น ร่างแกร่งของผู้เป็นสามียังคงเคลื่อนไหวอย่างดุดันและเร่าร้อน ณัฐณิชาร้องครางออกมาอย่างไม่อาจเก็บงำความเสียวซ่านได้อีกต่อไป กวินภพคำรามลั่นด้วยความพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขาแน่นขึ้นทุกจังหวะการสอดประสาน เขาประคองร่างบางให้นอนคว่ำลงกับโซฟาตัวยาว ก่อนจะมอบบทรักอันหนักหน่วงโดยไม่ยอมให้เธอได้พักหายใจ อานุภาพความหึงหวงกระตุ้นให้เขาปรนเปรอเธออย่างบ้าคลั่ง ทั้งยกเรียวขาสวยขึ้นสูงจนสะโพกมนลอยเด่น หรือแม้แต่จับพาดกับโต๊ะเพื่อส่งแรงกระแทกให้ลึกซึ้งถึงใจ จนณัฐณิชาขยาดกลัวในใจว่าหากเธอเผลอไปใกล้ชิดชายใดอีก คงต้องถูกสามีจอมหึงลงโทษทัณฑ์เช่นนี้ไปสามวันสามคืนเป็นแน่แม้กวินภพจะก้าวเข้าสู่วัยเลขสี่ แต่การดูแลตัวเองอย่างดีทำให้เขายังดูแข็งแกร่งไม่ต่างจากชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ณัฐณิชามองเสี้ยวหน้าคมสันที่บิดเบี้ยวด้วยความสุขสมขณะที่เขายังคงขับเคลื่อนบทรักอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“อย่าค่ะพี่ภพ... พอแล้ว... อื้อ!!...” เธอประท้วงแผ่วเบา แต่คำพูดนั้นกลับถูกกลืนหายไปเมื่อเขาประกบจูบอย่างเผ็ดร้อน ลิ้นร้อนฉกาจกวาดต้อนลิ้นเล็กจนเธอเคลิบเคลิ้ม กวินภพซุกไซ
สามปีผ่านไป... แม้กวินภพอยากมีลูกสาวอีกคนมากเพียงใด แต่ภรรยาอันเป็นที่รักก็ยังไม่มีเจ้าตัวน้อยให้เขาเสียที อันดาเองก็โตพอที่จะช่วยเลี้ยงน้องได้ จึงออดอ้อนขอให้แม่มีน้องสาวอีกคน ส่วนกวินภพก็พยายามอย่างทำลูกอยู่ต่อเนื่องไม่ขาด แต่ภรรยาก็ไม่ยอมตั้งครรภ์ให้เสียทีเช้านี้ณัฐณิชารีบตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารเช้า เพราะเป็นวันจันทร์ที่เขาต้องรีบไปส่งอันดาและณัฐภพลูกชายตัวน้อยที่โรงเรียน ตอนนี้เธอก็ยังคงช่วยงานที่บริษัทของสามีเช่นเดิม ด้วยความเฉลียวฉลาดและอัธยาศัยดี ทำให้เธอเป็นที่หมายปองของผู้ที่สนใจจะร่วมลงทุนกับโรงแรม Splendid Anda Hotelณัฐณิชาเปรียบเสมือนทูตสัมพันธไมตรีของบริษัท ด้วยความสวย น่ารัก และมีเสน่ห์ ทำให้หลายคนหลงใหล แม้เธอจะเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแล้วก็ตาม และเธอก็ยังคล่องแคล่วในการใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างมากวันนี้ณัฐณิชาเดินไปส่งณัฐภพและอันดาที่โรงเรียน กวินภพนั่งรอภรรยาสาวอยู่บนรถ แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังไม่มา แม้ว่าวันนี้จะไม่มีงานด่วน แต่เวลาก็ล่วงเลยมาหลายนาทีแล้ว เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปตามภรรยาในโรงเรียนกวินภพหรี่ตามองชายหนุ่มต่างชาติรูปหล่อที่เป็นครูผู้ชายอยู่ในรถ ซึ่งกำลังทำท่าท
หลายวันต่อมา... รัฐภูมิและวิกากรพาอันดาไปนอนที่บ้านอีกหลังปล่อยให้ณัฐณิชาและกวินภพได้ใช้ชีวิตด้วยกันตามลำพัง กลางดึกคืนนั้น ณัฐณิชาอาบน้ำเสร็จก็ออกมาในชุดผ้าขนหนูผืนเล็กพันร่างอย่างน่าหวาดเสียว เขาไม่ได้เมคเลิฟเธอหลายวันแล้วเนื่องจากกังวลเรื่องลูกในท้องจะเป็นอันตราย มือบางลูบไล้ตามแผงอกแกร่งเบา ๆ แล้วกระซิบข้างหูให้เขาจั๊กจี้เล่น ๆ“ณิชา!!!..ยั่วพี่แบบนี้ระวังพี่ห้ามใจไม่อยู่เด้อ!” จริงอย่างที่คุณหมอบอกว่าบางครั้งคนท้องมักจะมีอาการทางเพศเพิ่มมากขึ้น มิน่าล่ะคนท้องถึงได้ดูมีน้ำมีนวลและมีเสน่ห์อย่างนี้นี่เอง“ณิชาก็รู้ว่าพี่อดอยากปากแห้งมาตั้งหลายวัน...ไม่กลัวรึไงหืม์” กวินภพขู่ภรรยาพลางดึงร่างอวบอิ่มให้นอนราบกับเตียงกว้าง ก่อนจะระดมจูบไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยแหงนเงยขึ้นตามอารมณ์ที่เสียวซ่าน ริมฝีปากเขาช่างร้ายกาจเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน มันทำให้เธอร้อนวูบวาบได้ตลอดเวลา ปลายลิ้นวนเวียนอยู่ที่ใบหูสะอาดสะอ้านหลายรอบจนเธอสั่นสะท้านไปหมด“พี่ภพขา เร็วหน่อยสิคะ ณิชาใจจะขาดแล้ว เสียบสิคะ ไม่เป็นอะไรหรอก” ณัฐณิชาเร่งเร้าสามีหนุ่ม กวินภพหัวเราะแล้วกัดใบหูเล่นเบาๆ“เอางั้นเลยเหรอที่รัก” ร่างสาวบิดแอ่
“ไม่ต้องรีบที่รัก” กวินภพบอกขณะประคองเธอเดินกลางลานจอดรถในโรงพยาบาล เขารีบเปิดประตูให้ภรรยา ณัฐณิชามองหน้ากวินภพที่ยิ้มทะเล้นให้แล้วส่ายหน้าไปมา“พี่ขอโทษนะที่รุนแรงกับณิชา ไหนพี่ขอดูสิระบมมากหรือมั้ย” กวินภพชะโงกหน้าหล่อ ๆ มาหวังจะดูหน้าอกภรรยาในรถ ณัฐณิชารีบเอามือปิดเสื้อทันที เธอกลัวว่าเขาจะไม่ดูอย่างเดียวน่ะสิ ก็ดูสายตาที่จับจ้องมาที่เต้าอวบ ๆ นั้นเหมือนจะกลืนกินมากกว่าที่จะมาดูความบอบช้ำจากน้ำมือตัวเอง“ณิชาไม่ให้ดูค่ะ ณิชารู้นะว่าพี่จะทำอะไร ณิชารู้สึกหิวข้าวจังเลยพี่ภพ” กวินภพตาโตเมื่อได้ยินว่าเธอหิว ถ้าเธอหิวอย่างนี้ลูกก็ต้องหิวด้วยน่ะสิ“เดี๋ยวพี่แวะไปทานร้านอร่อย ไม่ไกลหรอก แป๊บเดียว” “กลับไปทานที่บ้านก็ได้ค่ะ ณิชาทำเองก็ได้”“ไม่เอาซิ ช่วงนี้ณิชาต้องพักผ่อนเยอะ ๆ” ณัฐณิชามองชายหนุ่มที่เป็นห่วงภรรยาจนเวอร์ แต่เธอก็อดดีใจไม่ได้ที่เขาเป็นห่วงและแคร์ความรู้สึกของเธอมากมายขนาดนี้ช่วงเย็นกวินภพก็รีบไปบอกข่าวดีกับทุกคน วิภากรและรัฐภูมิรวมถึงอันดาดีใจกันใหญ่ที่จะมีสมาชิกของครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง โดยเฉพาะอันดาที่กระโดดโลดเต้นไปมาเพราะเธอนั้นอยากมีน้องมาตั้งนานแล้ว อันดารีบเอาหู
“แล้วเมื่อกี้พี่เผลอรุนแรงไป ลูกเราจะเป็นอันตรายหรือเปล่า งั้นเดี๋ยวพี่พาณิชาไปให้หมอตรวจดีกว่านะ” กวินภพลุกพรวดพราดขึ้นจากเตียงด้วยความตื่นตระหนก พลางฉุดข้อมือบางให้ลุกตามอย่างรีบร้อน ณัฐณิชาถึงกับมึนงงจนปรับอารมณ์ตามไม่ทัน เธอเพิ่งจะผ่านพายุสวาทที่เขาโหมกระหน่ำใส่มาหยก ๆ ร่างกายยังอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนแทบจะขยับเขยื้อนไม่ได้ แต่เขากลับจะให้เธอไปหาหมอตอนนี้เนี่ยนะ!“พี่ภพ ใจเย็นก่อนค่ะ เราค่อยไปหาหมอพรุ่งนี้ก็ได้ ตอนนี้ณิชาแทบจะไม่มีแรงลุกแล้ว” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางมองค้อนสามีจอมวุ่นวาย กวินภพชะงักกึก หันมามองหน้าภรรยาสาวด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามา เขารีบถลากายเข้าไปโอบกอดเธอไว้ สองมือหนาลูบไล้สำรวจเรือนร่างนุ่มนิ่มอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา“ไม่เอาสิณิชา ไปตรวจหน่อยเถอะ เผื่อแท้งขึ้นมาจะทำยังไง” น้ำเสียงของเขาพั่นพรึงอย่างเห็นได้ชัด แค่จินตนาการว่าการร่วมรักที่เร่าร้อนและยาวนานเมื่อครู่อาจส่งผลร้ายต่อสิ่งมหัศจรรย์ที่กำลังก่อตัวขึ้นในครรภ์ หัวใจของเขาก็แทบจะหยุดเต้น ณัฐณิชามองชายหนุ่มที่ตื่นตูมเกินเหตุด้วยความระอาแกมเอ็นดู“ไม่แท้งหรอกค่ะ ณิชาแค่เ
“ณิชา พี่ขอโทษ” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาด้วยความรู้สึกผิด แต่คำขอโทษนั้นกลับยิ่งกระตุ้นให้น้ำตาของภรรยาสาวให้ไหลรินไม่หยุดหย่อน“ไม่ต้องมาขอโทษหรอก มันเป็นความผิดของฉันเองที่ดูแลคุณไม่ดี คุณถึงต้องหน้ามืดไปเอากับเลขาฯ” ณัฐณิชาเอ่ยเสียงสะอื้นปนตัดพ้อ กวินภพถึงกับสะดุ้งเฮือก ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว เมื่อครู่เธอพูดว่าอะไรนะ! เขาไปมีอะไรกับชาร์ล็อตต์อย่างนั้นหรือ ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว นี่เธอไปได้ยินอะไรมาถึงได้คิดไปไกลถึงเพียงนั้น เขารีบจับกายบอบบางพลิกกลับมาเผชิญหน้า ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำไปด้วยคราบน้ำตาและอารมณ์ที่ปะปนกัน“ณิชา เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ” กวินภพถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุม ณัฐณิชาเงยหน้ามองคนตรงหน้า ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำตาอย่างน่าสงสาร เธอรู้สึกว่าเขาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ทั้งที่เรื่องนี้มันบาดลึกในใจเธอเหลือเกิน“คุณแอบมีอะไรกับชาร์ล็อตต์ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ตั้งแต่ก่อนเจอฉัน หรือว่าช่วงหลังมานี้ บอกฉันมาตามตรงเถอะค่ะ ก่อนที่เราจะหย่ากัน” คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางราวกับมีดกรีดแทงหัวใจของกวินภพ เขารู้สึกจุกในช่องท้อง ภรรยาของเขาเอาอะไรมาพูดกันแน่ เขายังไม่ได้
กวินภพขับรถมาส่งณัฐณิชาที่บ้าน บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความเงียบงัน ชายหนุ่มแกล้งทำหน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จา ทำให้ณัฐณิชาไม่กล้าเอ่ยปาก เธอรู้สึกผิดที่ปฏิเสธเขาเมื่อครู่ แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาเองก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อน และที่สำคัญ เขายังไม่แสดงความจริงใจที่มากพอเพื่อให้เธอเชื่อมั่นว่าเธอจะไม่ใช่ของเล่นข
ก๊อก..ก๊อก...ก๊อกเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้กวินภพจำต้องหยุดการเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองไว้แค่นั้น แล้วก็ผละออกจากความเย้ายวนตรงหน้าด้วยความเสียดาย มือหนาหยิบเสื้อเชิ้ตของเธอขึ้นมาสวมใส่ให้ด้วยความทะนุถนอม ณัฐณิชารีบหยิบชั้นในที่เขาถอดออกไปเมื่อสักครู่ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป เธอจัดแจงเสื้อผ้าอย
เช้าวันต่อมา ณัฐณิชาตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อย เพราะเมื่อคืนเธอมัวแต่หวนคิดถึงจูบแรกที่เร่าร้อน ทำให้เธอต้องรีบร้อนแต่งตัวและลงไปทานอาหารเช้าพร้อมกับวิภากรและรัฐภูมิบนโต๊ะอาหารวิภากรเอยถามลูกสาวอย่างรู้ทัน ณัฐณิชาก้มหน้าตอบด้วยความเขินอาย จากนั้นรัฐภูมิก็แกล้งถามถึงกวินภพอีกหลายเรื่อง ก่อนที่เธอจะพยั
ณ โรงเรียนประถม เมื่ออันดาเห็นพี่สาวแสนสวยมารับแทนคุณพ่อ เด็กน้อยก็รีบเช็กความมั่นใจด้วยการโทรหาพ่อทันที ตามนิสัยช่างซักชักถามที่กวินภพสอนมาอย่างดี หลังจากได้รับคำยืนยัน อันดาก็ยอมตามณัฐณิชากลับแต่โดยดี แต่ระหว่างที่เด็กน้อยกำลังจะขึ้นรถ เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่เดินผ่านมาก็เอ่ยทักขึ้น “อันดา นั่นแ







