LOGINคุณพ่อขา... หนูอยากได้พี่สาวคนสวยมาเป็นแม่ คำขอของบุตรสาวตัวน้อยทำเอาหัวใจของผู้เป็นบิดาสั่นคลอน กวินภพคุณพ่อลูกติดผู้สุขุมและร้อนแรง ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับความสดใสของเธอ
View Moreย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
“เราแยกทางกันเถอะค่ะ”
ถ้อยคำนั้นราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังมหาศาลพอที่จะหยุดลมหายใจของคนฟัง กวินภพยืนนิ่งงันราวกับถูกสาป ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ
บรรยากาศภายในบ้านที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ บัดนี้กลับปกคลุมด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด กวินภพ ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน ในอ้อมแขนของเขาคืออันดาลูกสาววัยสองขวบที่กำลังหลับปุ๋ยอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ว่าโลกของคุณพ่อกำลังจะพังทลายลง
ภรรยาที่เขาเทิดทูนและรักหมดหัวใจ กำลังยืนอยู่ตรงนั้น เธอดูสูงส่งและห่างไกลออกไปทุกที
“ชีวิตคู่ของเรา... มันคงไปต่อไม่รอดหรอกค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพรางเบือนหน้าหนี
ไม่ใช่เพราะความรักหมดลง แต่เพราะความจนที่กำลังคืบคลานเข้ามา
สภาวะเศรษฐกิจที่ดิ่งเหวในปีนี้ซัดกระหน่ำธุรกิจสื่อทีวีและดิจิทัลของกวินภพจนซวนเซ เม็ดเงินโฆษณาที่เคยไหลมาเทมาหดหายจนแทบไม่เหลือซากกำไร เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนเมื่อประธานบริษัทที่เขาไว้ใจที่สุด ยักยอกเงินไปกว่าหลายล้านบาทก่อนจะหนีออกนอกประเทศ ทิ้งหนี้สินและปัญหาไว้ให้เขาแบกรับเพียงลำพัง
ยังไม่พอ ธุรกิจโรงแรมหรูที่เขาเพิ่งทุ่มเงินลงทุนไปเมื่อต้นปีกลับกลายเป็นสุสานเงินตรา ผลกระทบจากวิกฤตการณ์การท่องเที่ยวที่ซบเซาทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก เสียหายจนไม่สามารถประเมินค่าได้
เงินในบัญชีส่วนตัวก้อนสุดท้ายถูกถอนออกมาเพื่อจ่ายค่าจ้างพนักงาน ตัวเขาในตอนนี้ แทบไม่มีเงินเหลือติดตัวเลยแม้แต่บาทเดียว
“มินตรา... คุณกำลังพูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า” เสียงของกวินภพแหบพร่า ราวกับมีก้อนแข็ง ๆ จุกอยู่ที่ลำคอ เขาขยับอ้อมกอดกระชับแน่นขึ้น ร่างเล็ก ๆ ของเด็กตัวน้อยวัยสองขวบที่กำลังหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
“รู้ตัวสิคะ ฉันทำอะไรฉันรู้ตัวดีทุกอย่าง” มินตราหันกลับมาสบตาเขา แววตาที่เคยอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยามและเย็นชา เธอไล่สายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินเขาอย่างกับสิ่งของที่ไร้ค่า
“ตอนนี้คุณก็มีแต่ตัว แล้วคุณจะเอาปัญญาที่ไหนมาเลี้ยงฉันได้”
คำพูดนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลึกลงไปในใจ กวินภพสะอึกจนหน้าถอดสี ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่เขาเคยสัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิต จะมองเขาด้วยสายตาแบบนี้
“มินตรา... คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง” เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ
“เหอะ! คุณอย่าแกล้งโง่ไปหน่อยเลยค่ะกวิน” ภรรยาสาวแค่นยิ้มหยัน
“ใครจะไปอยากอยู่กับสามีจน ๆ ที่จะต้องกัดก้อนเกลือกินละคะ ตอนนี้คุณไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ตำแหน่งประธานบริษัท เงินทอง บ้าน รถ ทุกอย่างกำลังจะหายไป แล้วทำไมฉันจะต้องไปตกระกำลำบากกับคุณด้วย”
มินตราเธอเป็นผู้หญิงสวย อนาคตของเธอยังอีกไกลอายุก็ยังน้อย เธอยังต้องเจอผู้คนอีกมากมายที่พร้อมจะเปย์และมอบชีวิตที่สุขสบายให้ เธอคงไม่อยากเอาชีวิตที่เหลือมาจมปลักอยู่กับคนที่มีแต่ตัวอย่างเขา มินตรายืนมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเอือมระอา ถ้าไม่ติดว่ามีลูกด้วยกัน ป่านนี้เธอคงทิ้งเขาไปตั้งนานแล้ว
เธอต้องอดทนเลี้ยงอันดามาจนถึงตอนนี้ เพียงเพราะไม่อยากโดนตราหน้าว่าเป็นแม่ที่ใจดำ ทิ้งลูกไปตั้งแต่ยังไม่หย่านม แต่ตอนนี้อันดาสองขวบแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องทนอีกต่อไป
“แล้วลูกของเราล่ะ อันดาต้องการแม่นะมินตรา” กวินภพเว้าวอน สายตามองที่ลูกสาวที่กำลังหลับปุ๋ย
“ช่วงนี้คุณก็ดู ๆ ลูกไปก่อน แล้วฉันจะส่งเงินมาช่วย” มินตรารีบบอกโดยไม่หยุดคิด
“แต่ฉันไม่เอาลูกไปเป็นภาระฉันหรอกนะ” เธอรู้ดีว่ากวินภพรักอันดามากแค่ไหน รักยิ่งกว่าชีวิตตัวเองเสียอีก และถ้าเธอยืนยันจะพาอันดาไปด้วย สามีใหม่ต้องไม่ชอบแน่ ๆ การทิ้งลูกไว้ที่นี่ จึงเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดสำหรับเธอ
“เรื่องของธุรกิจที่มันแย่ในตอนนี้ ผมกำลังหาทางออกอยู่” เสียงของกวินภพสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
“ผมขอแค่เวลา ผมอยากให้คุณลองให้โอกาสผมสักครั้งนะมินตรา ตอนนี้ผมกำลังเจรจากับผู้ลงทุนรายใหม่อยู่”
“ไม่มีโอกาสนั้นสำหรับคุณแล้ว กวิน” มินตราพูดเสียงแข็ง
“ฉันตัดสินใจแล้ว ลาก่อนนะคะ แล้วฉันจะส่งค่าเลี้ยงดู อันดามาช่วยบ้าง” เธอกำลังจะหันหลังเดินหนี แต่กวินภพกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
“ไม่ได้! ผมไม่ยอมให้คุณไป มินตรา คุณก็รู้ว่าการทำธุรกิจมันก็ต้องมีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา อีกไม่นานผมก็ถอนทุนขึ้นเอง คุณจะทิ้งผมไว้คนเดียวหรือไง คุณไม่สงสารผมบ้างเหรอ”
น้ำเสียงเว้าวอนและสั่นเครืออย่างคนสิ้นหวังนั้น ช่างน่ารำคาญสำหรับมินตราเหลือเกิน เธอบิดข้อมือออกจากการจับกุมของเขาอย่างรวดเร็ว
“ฉันสงสารคุณไงคะ ฉันถึงต้องแยกทางกับคุณ ขืนฉันยังอยู่ เราจะกอดคอกันตายเปล่า ๆ” มินตราแค่นยิ้ม
“แล้วถ้าฉันอยู่ ฉันก็จะต้องเป็นภาระให้กับคุณ คุณก็รู้ว่าฉันเป็นคนใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยขนาดไหน จะให้ฉันมานั่งประหยัด ทนใช้ของเดิม ๆ ต้องทนเก็บเงินมันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าไม่มีฉัน รายจ่ายคุณก็อาจจะน้อยลง ฉันคิดว่าคุณคงจะเข้าใจ”
“คุณมีคนใหม่แล้วใช่มั้ย”
“ค่ะ เค้าเปย์ฉันได้มากกว่าคุณ แล้วฉันจะโอนค่าเลี้ยงดูอันดามาให้”
“ไม่ต้อง อยากไปก็ไป ผมจะไม่ขอรับเงินของคุณแม้แต่บาทเดียว”
“ก็ดี แล้วอย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน”
“ผมไม่เข้าใจ!!! ผมรักคุณ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งสามปีแล้วนะมินตรา คุณจะทิ้งผมไปหาคนอื่นอย่างนั้นเหรอ คุณทำแบบนี้ได้ยังไง”
“คุณทำตัวเองทั้งนั้นกวิน ก่อนแต่งงานคุณสัญญาว่าจะไม่ให้ฉันลำบากแล้วนี่อะไร”
ความเจ็บปวดที่พุ่งพล่านทำให้กวินภพควบคุมตัวเองไม่อยู่ เสียงของเขาดังขึ้นจนอันดาที่หลับอยู่อารามตกใจตื่น
น้ำตาของลูกผู้ชายไหลพรากลงมาอาบแก้ม กวินภพทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ทั้งที่ยังอุ้มลูกสาวที่ร้องไห้จ้าอย่างตกใจอยู่ในอ้อมกอด
“มินตรา ช่วยรออีกหน่อยไม่ได้เหรอ ผมกำลังจะเจรจาผู้ลงทุนรายใหม่อยู่นะ” กวินภพพูดปนเสียงสะอื้น สายตาเว้าวอนเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“ตอนนี้ผมขอแค่เวลา แล้วผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมสามารถเลี้ยงคุณกับลูกให้สุขสบายได้ขอแค่คุณอยู่เคียงข้างผม” ไม่นานนักเมื่อเสียงสนทนาที่รุนแรงดังขึ้นเรื่อย ๆ อันดาร้องไห้จ้าอยู่ในอ้อมแขนของพ่อ ร่างเล็ก ๆ สั่นเทาด้วยความกลัว
ชายวัยสามสิบสี่คุกเข่าลงไปกับพื้น เพื่อขอร้องภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย ในสภาพที่ดูรันทดและน่าสมเพชเกินกว่าจะบรรยาย มินตรามองสามีเป็นครั้งสุดท้าย แววตาที่แสนเย็นชานั้นไม่ไหวติงเลยแม้แต่น้อย เธอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบากใจ แต่ความเห็นแก่ตัวและรักความสะดวกสะบายกลับมีมากกว่า
“ฉันรู้ว่าคุณยังรักฉันอยู่ แต่ฉันไม่ได้รักคุณแล้วกวิน ปล่อยฉันไปเถอะ” ถ้อยคำนั้นราวกับมีดที่ปักลึกลงไปในอกของกวินภพ
“ฉันเชื่อว่าคุณจะเจอผู้หญิงที่รักคุณมากกว่าฉัน เราเลิกกันเถอะค่ะ ฝากดูแลอันดาให้ดีๆ ด้วยนะคะ”
มินตราหันหลังให้เขาโดยไม่มองกลับมาอีกเลย เธอหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ที่เตรียมไว้แล้ว เดินก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เรี่ยวแรงที่จะยื้อเธอไว้เหือดหายไปหมด กวินภพประคองอันดาให้ยืนกับพื้น ลูกสาวตัวน้อยร้องไห้ไม่หยุด ไม่ต่างอะไรจากเขา
“แม่... จาหาแม่” อันดาวิ่งตามหลังมินตราไป เสียงร้องไห้จ้าดังระงม
แต่กวินภพก็ต้องรั้งอันดาเอาไว้ เพราะในนาทีถัดมา มินตราก็ขึ้นรถยนต์คันหรูที่เธอโทรให้มารับออกไป
“แม่... จาปายหนาย อื้อหื้อ”
อันดาร้องไห้ตะโกนตามมินตราไป รถยนต์คันนั้นวิ่งไปจนลับตาแล้ว เหลือแต่สองพ่อลูกที่ยืนกอดกันกลมอยู่หน้าบ้าน ไม่มีอีกแล้วผู้หญิงที่เขารักหมดใจ
ผู้หญิงที่เขามั่นใจว่าสามารถเป็นแม่ที่ดีของลูกได้ แต่ทำไมเธอกลับทิ้งเขาไปเพียงเพราะเขาไม่เหลือเงินให้เธอใช้จ่ายอย่างสุขสบาย ทำไมเธอไม่อยู่เพื่อเป็นกำลังใจให้เขาต่อสู้กับอุปสรรค ทำไมเธอต้องทิ้งเขากับลูกไปด้วย
“แม่เขาไปแล้วลูก หนูต้องอยู่กับพ่อนะคะ” กวินภพพูดปนสะอื้น อ้อมกอดกระชับร่างลูกสาวไว้แน่น
“แล้วแม่... จากลับมามายคะ” อันดาเงยหน้าถามพ่อด้วยดวงตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา
“ต้องรอก่อนนะคะ เดี๋ยวอีกไม่นานแม่คงกลับมา”
กวินภพได้แต่ปลอบใจลูกสาวของตัวเอง คำโกหกคำแรกที่เขาจำเป็นต้องบอกเพื่อไม่ให้หัวใจดวงน้อยๆ ต้องแตกสลาย อันดาร้องไห้หนักมากจนในที่สุดก็หลับไปในอ้อมกอดของพ่อ
กวินภพประคองอันดามานอนบนเตียงนุ่มในห้องนอนของตัวเอง แสงไฟจากหน้าต่างส่องให้เห็นสภาพของห้องที่ดูว่างเปล่าและโดดเดี่ยว
เขานั่งลงบนเตียง เฝ้าถามตัวเองมาตลอดว่าทำไม ทำไมเธอถึงทิ้งเขาไปได้ลงคอ ทำไมเธอไม่รู้จักห่วงความรู้สึกของลูกบ้าง
ท่ามกลางแสงสลัวภายในห้องนั่งเล่น ร่างแกร่งของผู้เป็นสามียังคงเคลื่อนไหวอย่างดุดันและเร่าร้อน ณัฐณิชาร้องครางออกมาอย่างไม่อาจเก็บงำความเสียวซ่านได้อีกต่อไป กวินภพคำรามลั่นด้วยความพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขาแน่นขึ้นทุกจังหวะการสอดประสาน เขาประคองร่างบางให้นอนคว่ำลงกับโซฟาตัวยาว ก่อนจะมอบบทรักอันหนักหน่วงโดยไม่ยอมให้เธอได้พักหายใจ อานุภาพความหึงหวงกระตุ้นให้เขาปรนเปรอเธออย่างบ้าคลั่ง ทั้งยกเรียวขาสวยขึ้นสูงจนสะโพกมนลอยเด่น หรือแม้แต่จับพาดกับโต๊ะเพื่อส่งแรงกระแทกให้ลึกซึ้งถึงใจ จนณัฐณิชาขยาดกลัวในใจว่าหากเธอเผลอไปใกล้ชิดชายใดอีก คงต้องถูกสามีจอมหึงลงโทษทัณฑ์เช่นนี้ไปสามวันสามคืนเป็นแน่แม้กวินภพจะก้าวเข้าสู่วัยเลขสี่ แต่การดูแลตัวเองอย่างดีทำให้เขายังดูแข็งแกร่งไม่ต่างจากชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ณัฐณิชามองเสี้ยวหน้าคมสันที่บิดเบี้ยวด้วยความสุขสมขณะที่เขายังคงขับเคลื่อนบทรักอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“อย่าค่ะพี่ภพ... พอแล้ว... อื้อ!!...” เธอประท้วงแผ่วเบา แต่คำพูดนั้นกลับถูกกลืนหายไปเมื่อเขาประกบจูบอย่างเผ็ดร้อน ลิ้นร้อนฉกาจกวาดต้อนลิ้นเล็กจนเธอเคลิบเคลิ้ม กวินภพซุกไซ
สามปีผ่านไป... แม้กวินภพอยากมีลูกสาวอีกคนมากเพียงใด แต่ภรรยาอันเป็นที่รักก็ยังไม่มีเจ้าตัวน้อยให้เขาเสียที อันดาเองก็โตพอที่จะช่วยเลี้ยงน้องได้ จึงออดอ้อนขอให้แม่มีน้องสาวอีกคน ส่วนกวินภพก็พยายามอย่างทำลูกอยู่ต่อเนื่องไม่ขาด แต่ภรรยาก็ไม่ยอมตั้งครรภ์ให้เสียทีเช้านี้ณัฐณิชารีบตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารเช้า เพราะเป็นวันจันทร์ที่เขาต้องรีบไปส่งอันดาและณัฐภพลูกชายตัวน้อยที่โรงเรียน ตอนนี้เธอก็ยังคงช่วยงานที่บริษัทของสามีเช่นเดิม ด้วยความเฉลียวฉลาดและอัธยาศัยดี ทำให้เธอเป็นที่หมายปองของผู้ที่สนใจจะร่วมลงทุนกับโรงแรม Splendid Anda Hotelณัฐณิชาเปรียบเสมือนทูตสัมพันธไมตรีของบริษัท ด้วยความสวย น่ารัก และมีเสน่ห์ ทำให้หลายคนหลงใหล แม้เธอจะเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแล้วก็ตาม และเธอก็ยังคล่องแคล่วในการใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างมากวันนี้ณัฐณิชาเดินไปส่งณัฐภพและอันดาที่โรงเรียน กวินภพนั่งรอภรรยาสาวอยู่บนรถ แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังไม่มา แม้ว่าวันนี้จะไม่มีงานด่วน แต่เวลาก็ล่วงเลยมาหลายนาทีแล้ว เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปตามภรรยาในโรงเรียนกวินภพหรี่ตามองชายหนุ่มต่างชาติรูปหล่อที่เป็นครูผู้ชายอยู่ในรถ ซึ่งกำลังทำท่าท
หลายวันต่อมา... รัฐภูมิและวิกากรพาอันดาไปนอนที่บ้านอีกหลังปล่อยให้ณัฐณิชาและกวินภพได้ใช้ชีวิตด้วยกันตามลำพัง กลางดึกคืนนั้น ณัฐณิชาอาบน้ำเสร็จก็ออกมาในชุดผ้าขนหนูผืนเล็กพันร่างอย่างน่าหวาดเสียว เขาไม่ได้เมคเลิฟเธอหลายวันแล้วเนื่องจากกังวลเรื่องลูกในท้องจะเป็นอันตราย มือบางลูบไล้ตามแผงอกแกร่งเบา ๆ แล้วกระซิบข้างหูให้เขาจั๊กจี้เล่น ๆ“ณิชา!!!..ยั่วพี่แบบนี้ระวังพี่ห้ามใจไม่อยู่เด้อ!” จริงอย่างที่คุณหมอบอกว่าบางครั้งคนท้องมักจะมีอาการทางเพศเพิ่มมากขึ้น มิน่าล่ะคนท้องถึงได้ดูมีน้ำมีนวลและมีเสน่ห์อย่างนี้นี่เอง“ณิชาก็รู้ว่าพี่อดอยากปากแห้งมาตั้งหลายวัน...ไม่กลัวรึไงหืม์” กวินภพขู่ภรรยาพลางดึงร่างอวบอิ่มให้นอนราบกับเตียงกว้าง ก่อนจะระดมจูบไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยแหงนเงยขึ้นตามอารมณ์ที่เสียวซ่าน ริมฝีปากเขาช่างร้ายกาจเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน มันทำให้เธอร้อนวูบวาบได้ตลอดเวลา ปลายลิ้นวนเวียนอยู่ที่ใบหูสะอาดสะอ้านหลายรอบจนเธอสั่นสะท้านไปหมด“พี่ภพขา เร็วหน่อยสิคะ ณิชาใจจะขาดแล้ว เสียบสิคะ ไม่เป็นอะไรหรอก” ณัฐณิชาเร่งเร้าสามีหนุ่ม กวินภพหัวเราะแล้วกัดใบหูเล่นเบาๆ“เอางั้นเลยเหรอที่รัก” ร่างสาวบิดแอ่
“ไม่ต้องรีบที่รัก” กวินภพบอกขณะประคองเธอเดินกลางลานจอดรถในโรงพยาบาล เขารีบเปิดประตูให้ภรรยา ณัฐณิชามองหน้ากวินภพที่ยิ้มทะเล้นให้แล้วส่ายหน้าไปมา“พี่ขอโทษนะที่รุนแรงกับณิชา ไหนพี่ขอดูสิระบมมากหรือมั้ย” กวินภพชะโงกหน้าหล่อ ๆ มาหวังจะดูหน้าอกภรรยาในรถ ณัฐณิชารีบเอามือปิดเสื้อทันที เธอกลัวว่าเขาจะไม่ดูอย่างเดียวน่ะสิ ก็ดูสายตาที่จับจ้องมาที่เต้าอวบ ๆ นั้นเหมือนจะกลืนกินมากกว่าที่จะมาดูความบอบช้ำจากน้ำมือตัวเอง“ณิชาไม่ให้ดูค่ะ ณิชารู้นะว่าพี่จะทำอะไร ณิชารู้สึกหิวข้าวจังเลยพี่ภพ” กวินภพตาโตเมื่อได้ยินว่าเธอหิว ถ้าเธอหิวอย่างนี้ลูกก็ต้องหิวด้วยน่ะสิ“เดี๋ยวพี่แวะไปทานร้านอร่อย ไม่ไกลหรอก แป๊บเดียว” “กลับไปทานที่บ้านก็ได้ค่ะ ณิชาทำเองก็ได้”“ไม่เอาซิ ช่วงนี้ณิชาต้องพักผ่อนเยอะ ๆ” ณัฐณิชามองชายหนุ่มที่เป็นห่วงภรรยาจนเวอร์ แต่เธอก็อดดีใจไม่ได้ที่เขาเป็นห่วงและแคร์ความรู้สึกของเธอมากมายขนาดนี้ช่วงเย็นกวินภพก็รีบไปบอกข่าวดีกับทุกคน วิภากรและรัฐภูมิรวมถึงอันดาดีใจกันใหญ่ที่จะมีสมาชิกของครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง โดยเฉพาะอันดาที่กระโดดโลดเต้นไปมาเพราะเธอนั้นอยากมีน้องมาตั้งนานแล้ว อันดารีบเอาหู