FAZER LOGINหลังจากตัดสินใจแล้วว่าจะเดินหน้าจีบมนตกานต์ เหมวัตก็เริ่มวางแผนแต่สิ่งที่เขาต้องทำเป็นสิ่งแรกก็คือการให้เธอเรียกเขาว่าพี่ก่อนเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัยให้น้อยลง
เหมวัตกลับมาจากบริษัทและขับรถผ่านร้านอาหารที่อยู่หน้าคอนโดสายตาก็สะดุดเข้ากับหญิงสาวที่เขากำลังคิดถึงอยู่ชายหนุ่มรีบเอารถไปจอดก่อนจะเดินย้อนกลับมาอีกครั้ง
มนตกานต์นั่งอยู่คนเดียวกำลังเปิดเมนูอย่างตั้งใจ ใบหน้าสวยกำลังใช้ความคิดจนไม่ได้สนใจว่ามีใครกำลังมองอยู่
เหมวัตยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินเข้าไปหาอย่างไม่รีบร้อน เขาหยุดที่หน้าเธอและรอจนกระทั่งเธอเงยหน้า
“อาเหม… มาได้ยังไงคะ?” คำทักทายที่มากับรอยยิ้มแต่คำว่าอาก็ทำให้เขารู้สึกขัดใจ
“หิวน่ะ ก็เลยว่าจะมาหาอะไรกินสักหน่อย ขอนั่งด้วยคนนะ”เขาดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามไปนั่งโดยไม่รอคำเชิญ
“ค่ะ อาเหมหิวมากสั่งก่อนเลยก็ได้นะคะ” หญิงสาวส่งเมนูให้เขาเพราะตนเองยังคิดไม่ออกว่าอยากทานอะไร
“สั่งเป็นกับข้าวนะ”
“รับอะไรดีคะ” พนักงานเสิร์ฟเดินตรงเข้ามาเมื่อเห็นเหมวัตกวักมือเรียก
“ขอเป็นต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ทะเลผัดพริกเผา ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แกงส้มชะอมกุ้งแล้วก็ข้าวเปล่าสองจานครับ กานต์เอาอะไรเพิ่มอีกไหม” เขาบอกพนักงานแล้วก็หันมาถามมนตกานต์ที่กำลังงงอยู่
“อาเหมสั่งเยอะมาก กินหมดเหรอคะ”
“ก็กินสองคนไง กานต์อยากอะไรเพิ่มอีกไหม”
“ไม่ดีกว่าค่ะ” หญิงสาวพูดอย่างเกรงใจ
“รอสักครู่นะคะ” พนักงานบอกก่อนจะเดินเข้าไปในครัว
“ไม่ต้องทำหน้างงหรอก ยายฝากให้ฉันมาดูแล ที่ห้องของใช้ครบแล้วใช่ไหม อยากไปซื้ออะไรเพิ่มบอกนะเดี๋ยวจะพาไป”
“ของครบแล้วค่ะ อันที่จริงหาอาไม่ต้องดูแลกานต์ก็ได้นะคะ กานต์โตแล้วค่ะ ดูแลตัวเองได้”
“แต่ยายสั่งมาแบบนี้ คนเป็นหลานก็ต้องทำตาม” เหมวัตตอบเสียงเรียบ
“คุณอาไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ”
“ไม่ได้ลำบากอะไร นี่ก็หาเพื่อนกินข้าว”
“ค่ะ” มนตกานต์ได้แต่ตอบสั้น ๆ เพราะไม่รู้จะคุยอะไร ปกติแล้วเธอเป็นคนคุยเก่งแต่อยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้แล้วรู้สึกเกร็ง ๆ อย่างบอกไม่ถูก
“ยายบอกว่าเธอคุยเก่ง แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่นะ” เขาหัวเราะเบา ๆ เพราะอยากให้บรรยากาศบนโต๊ะผ่อนคลาย
“อาหารมาแล้วค่ะ อาบอกว่าหิวรีบกินเถอะนะคะ”
มนตกานต์ก้มหน้าทานอาหารอย่างเงียบ ๆ ขณะที่เหมวัตก็กำลังคิดหาวิธีทำให้เธอเรียกเขาว่าพี่
“อร่อยไหม”
“ค่ะ”
“งั้นก็ต้องกินเยอะ ๆ นะ”
หญิงสาวก้มหน้าทานต่อ ขณะที่เขาก็ทานอาหารสลับกับมองหน้าหญิงสาวไปด้วย ทำให้คนถูกจ้องรู้สึกประหม่าแต่ก็นั่งทานจนอิ่ม
เมื่อถึงเวลาจ่ายค่าอาหารมนตกานต์ขอจ่ายครึ่งหนึ่งแต่เหมวัตกลับไม่ยอมด้วยเหตุผลที่ว่าเขาโตกว่าและเขาดูแลเธอตามคำสั่งของคุณยายชมนาด
“ขอบคุณนะคะที่เลี้ยงข้าวกานต์” มนตกานต์พูดขณะเดินกลับจากร้านอาหาร
“แค่นี้เอง ฉันเลี้ยงได้สบายมาก ไว้เรามากินข้าวด้วยกันอีกนะ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ”
“ทำไมล่ะ”
“กานต์เกรงใจ ให้อาเลี้ยงตลอดคงไม่ดีเท่าไหร่ กานต์ทำงานแล้วมีเงินเดือนแล้ว”
“แต่เธอเพิ่งเริ่มทำงานเงินเดือนยังไม่ออกนะ”
“แต่กานต์มีเงินเก็บค่ะ”
“ฉันรู้ว่าเธอเกรงใจ เอาอย่างนี้ไหมล่ะ”
“ยังไงคะ” เธอหันมาถามขณะเดินเข้าลิฟต์ที่มีแค่เธอกับเขาแค่สองคน
“ถ้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณที่ฉันเลี้ยงข้าวก็ให้เรียกฉันว่าพี่เหม ห้ามเรียกอาเหมอีกเด็ดขาด”
“ไม่เรียกค่ะ” เธอปฏิเสธโดยไม่ต้องใช้เวลาคิด
คำตอบนั้นทำให้เหมวัตเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ทำไม”
“ก็คุณอาอายุมากกว่ากานต์เยอะ เรียกอาก็ถูกต้องแล้ว”
“ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้น เธอคิดว่าฉันอายุเท่าไหร่กัน”
“ไม่รู้ค่ะ รู้แต่คงห่างกับกานต์มาก ๆ”
“ฉันอายุ 33 ส่วนเธอไม่ 22 ก็ 23 มันก็ไม่ถึงกับต้องเรียกอาหรือเปล่า”
“แต่กานต์จะเรียกอาเหมคะ” ยิ่งเห็นเขาไม่พอใจที่เธอเรียกอามนตกานต์ก็ยิ่งเน้นคำว่าอาอย่างชัดเจน
“งั้นก็ได้….แต่เธอจะเสียใจที่ไม่เรียกฉันว่าพี่” เหมวัติเริ่มจะโมโหที่เธอดื้อและเขาก็ชอบปราบพยศเด็กดื้อเสียด้วย
“หมายความว่าอะไรคะ?” มนตกานต์เงยหน้าขึ้นทันที
“เดี๋ยวก็รู้ครับ” เหมวัตยกยิ้มมุมปากแบบท้าทาย สายตาเขาเจือความสนุกชัดเจน
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะอาเหม” หญิงสาวยกมือไหว้ก่อนจะเปิดนประตูห้องเข้าไป หัวใจของมนตกานต์เต้นแรงเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขา
....
หลังเลิกงานวันต่อมามนตกานต์เลิกงานแล้วก็รีบตรงกลับคอนโด หญิงสาวแวะซื้อข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งก่อนจะขึ้นมาบนห้องของตนเอง เธอแตะคีย์การ์ดเพื่อเปิดประตูอย่างเคยแต่ประตูห้องก็ไม่ยอมเปิด เธอยืนจ้องคีย์การ์ดในมือพลางขมวดคิ้ว
“ทำไมคีย์การ์ดถึงใช้ไม่ได้ล่ะ” เธอบ่นเบา ๆ ก่อนจะลองแตะใหม่อีกรอบแต่ทุกอย่างก็เงียบ
หญิงสาวเก็บคีย์การ์ดลงกระเป๋าก่อนจะใช้วิธีกดรหัสแต่ประตูก็ไม่ยอมเปิด มนตกานต์รีบไปติดต่อพนักงานที่ชั้นล่างทันที
“พอดีว่าเจ้าของห้องเป็นคนเปลี่ยนรหัสและให้ยกเลิกการใช้คีย์การ์ดค่ะ”
“เจ้าของห้องเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ ถ้าคุณอยากรู้รหัสเข้าห้องหรืออยากให้คีย์การ์ดใช่ได้ก็ให้ติดต่อที่เจ้าของห้องเองค่ะ”
“แจ้งที่นิติไม่ได้เหรอคะ คุณก็รู้นี่คะว่าห้องนี้คุณยายเป็นคนบอกให้ฉันมาอยู่เองนะคะ”
“แต่ชื่อเจ้าของห้องเป็นของหลานชายค่ะ คุณลองไปคุยกับเขาดูนะคะ เขาน่าจะอยู่ในห้อง”
“เขาไม่ไปทำงานเหรอคะ”
“เขากลับมาตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วล่ะคะ”
“ขอบคุณค่ะ” มนตกานต์กล่าวขอบคุณก่อนจะเดินเขาไปในลิฟต์อีกครั้ง
มนตกานต์มองถุงของฝากที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วถอนหายใจเพราะเธอจำได้ว่าตัวเองบอกเหมวัตแค่อยากได้อาร์ตทอยสามตัวซึ่งเขาก็ซื้อให้ตามนั้นแต่ที่งอกออกมาอีกหลายถุงนั้นคือเครื่องสำอาง กระเป๋าแบรนด์เนม รวมถึงขนมอีกเยอะแยะเต็มไปหมด“พี่เหมคะกานต์ว่ามันมากเกินไปแล้วนะคะ ไปครั้งนี้ซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่มหรือเปล่า”“ไม่ครับเพราะพี่เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปแล้วขาไปก็ใส่ใบเล็กไว้ในนั้นพอกลับก็เอาใบใหญ่ก็ใส่ของฝาก ขนมมีอย่างละนิดละน้อยเองกานต์เอาไปแบ่งกับหลินแล้วก็เพื่อนที่ทำงานด้วยนะ”“ขอบคุณนะคะ พี่เหมไปทำงานแล้วยังเสียเวลาไปซื้อของพวกนี้อีก”“ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลยช่วงที่พี่รอคุยกับลูกค้าพี่ก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเจออะไรก็ซื้อไว้ รู้ตัวอีกทีมันก็เยอะแบบนี้แล้ว”“ไม่ลืมของฝากให้คุณยายใช่ไหมคะ”“ไม่ลืมหรอก พี่กันไว้แล้วขนมพวกนี้ก็ซื้อไปฝากมะลิด้วยเหมือนกัน”“กานต์รู้สึกว่าพี่ไปนานขนมและของฝากมันก็จะมากตามระยะเวลาด้วยนะคะ ถ้าพี่ไปทำงานสักสองเดือนสงสัยของฝากคงจะบอกว่าเยอะกว่านี้แน่ ๆ” หญิงสาวมองของฝากสลับกับหน้าหล่อของเหมวัตแล้วหัวเราะเบา ๆ“ใครจะไปทำงานนานถึงสองเดือนกันล่ะแค่เกือบเดือนพี่ก็แย่แล้ว พี่คิดถึง
เมื่อกัญญาพรกลับไปอยู่หอพักของตนเองแล้วมนตกานต์ก็รู้สึกเหงาอย่างเดิม ยิ่งเห็นว่าเพื่อนคืนดีกับคนรักแล้วก็ทำให้อดนึกถึงเรื่องระหว่างตนเองกับเหมวัตไม่ได้เพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขามันยังคลุมเครือและไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นไปในทิศทางใด แต่ถ้าถามความรู้สึกจากส่วนลึกแล้วมนตกานต์ก็ยอมรับว่าเธอรู้สึกดีกับเขามากที่ผ่านมามนตกานต์ไม่เคยคบกับผู้ชายคนไหนเลย มีเพียงแค่คนที่เข้ามาจีบคุยกันสักพักพอรู้ว่าเข้ากันมาได้ก็จบความสัมพันธ์และกลับมาคบกันแบบเพื่อนเวลาในแต่ละวันเดินไปอย่างช้า ๆ เหมวัตยังคงโทรศัพท์หาหญิงสาวในทุกวันอย่างเคยจนกระทั่งผ่านไปถึงสามสัปดาห์เขาก็ยังไม่กลับมา“พี่ขอโทษนะกานต์ที่ยังกลับตอนนี้ไม่ได้”“งานมีปัญหาเหรอคะ”“งานที่ตั้งใจมาทำเสร็จหมดแล้ว แต่มีงานอื่นแทรกมาน่ะ ตอนแรกพี่จะไม่รับเพราะไม่อยากผิดสัญญาว่าจะมาแค่สองอาทิตย์แต่พอเห็นค่าจ้างก็คิดว่ามันคุ้ม”“แล้วพี่เหมต้องอยู่อีกนานแค่ไหนคะ”“ไม่เกินห้าวัน จากนั้นพี่ก็คงว่างอีกนานเลย” เหมวัตคุยกับบริษัทแล้วว่าจากนี้เขาจะรับงานแบบนี้ให้น้อยลงและถ้าต้องมาต่างประเทศต้องเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่เท่านั้น ส่วนงานให้คำปรึกษาในประเทศเขาก็ยั
เช้าวันรุ่งขึ้นมนตกานต์ก็ตื่นแต่เช้าทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุด เธอมองกัญญาพรนอนหลับบนเตียงด้วยใบหน้าที่บวมช้ำจากการร้องไห้หนักตลอดคืน หญิงสาวมองเพื่อนรักด้วยความรู้สึกเห็นใจและไม่เข้าใจว่าทำไมคนรักของเพื่อนถึงได้ทำแบบนั้นหญิงสาวเดินไปทำอาหารเช้าง่าย ๆ ในครัวสำหรับตนเองและกัญญาพรที่ไม่รู้ว่าตื่นมาเช้านี้จะเป็นยังไงบ้าง เมื่อทำทุกอย่างเสร็จก็เดินถือชามข้าวต้มเข้ามาหาเพื่อนในห้องนอน“ตื่นแล้วเหรอหลินมากินข้าวต้มก่อนนะ กินซะหน่อยจะได้มีแรง” มนตกานต์ยื่นถ้วยข้าวต้มให้เพื่อน“ฉันกินไม่ลงหรอกกานต์” กัญญาพรพูดเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำ“แต่ฉันตั้งใจตื่นมาทำให้แกกินเลยนะ กลิ่นหอมน่ากินสุด ๆ ไปเลย”“ขอบใจแกนะกานต์ แกล่ะกินหรือยังเดี๋ยวฉันออกไปกินข้างนอกพร้อมแกก็ได้ รอฉันล้างหน้าแปรงฟันก่อนได้ไหม” กัญญาพรรู้สึกเกรงใจที่มาอยู่ห้องของเพื่อนแล้วยังต้องรบกวนเพื่อนทำข้าวต้มมาให้ทานถึงในห้องนอน“อือ” มนตกานต์รับชามข้าวต้มมาจากมือของกัญญาพรก่อนจะออกมานั่งรอเพื่อนที่ห้องครัวหญิงสาวนั่งเล่นมือถือรอไม่นานกัญญาพรก็ออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยความทุกข์“น่ากินจัง” กัญญาพรเขี่ยข้าวต้มในชามไปมาแต่ยั
หลายแล้วที่เหมวัตเดินทางไปทำงานที่ประเทศจีน เป็นหลายวันที่มนตกานต์รู้สึกเหมือนชีวิตประจำวันเงียบเหงาแปลก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่เขาเดินทางไปคุยงาน เธอก็นอนห้องเดิม เดินเส้นทางเดิม ใช้ชีวิตแบบเดิมทุกอย่างแต่กลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปหรือจริง ๆ คือเธอกำลังคิดถึงเขาอยู่กันแน่ เย็นวันศุกร์หลังเลิกงานหญิงสาวก็กลับห้องและทำทุกอย่างตามปกติเหมวัตโทรหาเธอตรงเวลาเป๊ะทุกเย็นตามที่ได้สัญญาไว้ก่อนที่เขาจะเดินทางแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันเกือบสามชั่วโมง“สวัสดีค่ะพี่เหม” มนตกานต์รับสายด้วยรอยยิ้ม“ทำอะไรอยู่ครับ” เสียงอบอุ่นของเขาดังผ่านสาย“เพิ่งอาบน้ำเสร็จค่ะ พี่เหมล่ะคะเลิกงานหรือยัง”“พี่คุยงานเพิ่งเสร็จวันนี้ยุ่งมาก” เสียงของเหมวัตฟังดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่ก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน“พี่เหมทำงานเหนื่อยไหมคะ ที่จีนตอนนี้กี่โมงแล้ว”“ที่นี่ประมาณทุ่มกว่า ๆ วันนี้เหนื่อยมากแต่พอได้ยินเสียงกานต์ก็หายเหนื่อยเลย พี่คิดถึงนะ” คำพูดติดปากของเขาแต่ทำคนฟังใจเต้นแรงทุกครั้ง ใบหน้าของมนตกานต์ร้อนผ่าว เธอไม่ชินกับการถูกบอกความในใจตรง ๆ แบบนี้“พี่เหมก็ปากหวานอีกแล้ว ไม่อายคนอื่นเหรอค
เช้าวันเสาร์มนตกานต์ส่งเหมวัตที่หน้าคอนโดแล้วหญิงสาวก็กลับขึ้นมาบนห้องเก็บของใส่กระเป๋าเป้ก่อนจะลงมาอีกครั้งเพื่อนั่งรถเมล์ไปยังท่ารถตู้กลับบ้านที่อัมพวาหญิงสาวมาถึงบ้านในเวลาเกือบเที่ยงจากนั้นก็ทำความสะอาดบ้านก่อนจะไปทานก๋วยเตี๋ยวแล้วกลับมาทำความสะอาดบ้านต่อ ทุกอย่างเสร็จในเวลาบ่ายเธออาบน้ำแล้วลงมานอนบนแปลใต้ถุนบ้านพอบ่ายคล้อยก็เดินไปยังบ้านของคุณยายชมนาด“สวัสดีค่ะยาย ดูลิเกอยู่เหรอคะ” เพราะเสียงร้องและเสียงระนาดดังตั้งแต่เธอเข้ามาในรั้วบ้าน“อ้าว!....หนูกานต์มาได้ยังไงจ๊ะ แล้วหลานชายของยายล่ะไม่มาด้วยกันเหรอ” คุณยายชมนาดทักทายด้วยความแปลกใจที่เห็นหลานสาวเดินมาคนเดียวแทนที่จะมากับเหมวัต“พี่เหมไปจีนค่ะ กานต์เลยกลับมาคนเดียว” มนตกานต์ยิ้มก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ แล้วกอดเอวท่านไว้“ไปทำงานต่างประเทศอีกแล้วเหรอ เขาบอกหนูหรือเปล่าว่าจะไปนานเท่าไหร่”“เห็นว่าประมาณสิบวันค่ะ”“เฮ้อ...หรือจะเข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว” คุณยายชมนาดถอนหายใจสีหน้าค่อนข้างวิตกกังวล“ยายเป็นอะไรคะพี่เหมไปทำงานแค่ที่จีนเองค่ะ ไม่ได้ไกลเลยถ้ายายคิดถึงเราโทรหาก็ได้ให้หนูโทรให้มั้ยคะ” หญิงสาวรีบเสนอเพราะคิดว่าที่คุณยายมีท่าท
หลายวันผ่านไปหลังจากทริปทะเลหัวหินความสัมพันธ์ของเหมวัตกับมนตกานต์ก้าวไปอีกขั้น ในเมื่อเธอให้โอกาสแล้วเหมวัตก็สัญญากับตัวเองว่าจะใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความจริงใจและทำให้หญิงสาวมั่นใจในตัวเขาชีวิตของมนตกานต์ก็เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ และคนที่ทำให้เปลี่ยนไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเหมวัตหลานชายของยายชมนาดที่กำลังก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอทีละก้าวอย่างไม่เร่งรีบแต่ชัดเจนในทุกวันทั้งสองจะออกมาทำงานด้วยแม้เขาจะเข้างานช้ากว่ามนตกานต์หนึ่งชั่วโมงแต่ก็ยอมตื่นเช้าเพื่อได้นั่งรถมาด้วยกัน“พี่เหมไม่เหนื่อยเหรอคะ” หญิงสาวชวนคุยเมื่อนั่งรถมาด้วยกันในเช้าวันศุกร์“เหนื่อยอะไร” เขาถามก่อนจะหยิบกาแฟที่แวะรับจากร้านประจำขึ้นมาจิบ“ก็เหนื่อยที่ต้องตื่นเช้ากว่าเดิมทุกวัน”“ไม่หรอก ตื่นเช้าก็ถือเป็นกำไรของชีวิตนะ”“แล้วพี่เหมไปถึงบริษัทก่อนเวลาทำงานทุกวันไม่เบื่อเหรอคะ”“พี่ใช้เวลานั้นทำงานน่ะ จากที่เคยเลิกงานช้าก็ได้เลิกงานเร็วขึ้น”“เพราะกานต์ทำให้พี่ลำบาก กานต์ว่าพี่ไม่ต้องรับส่งกานต์ทุกวันหรอกนะคะ กานต์เกรงใจ” เธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เธอกลัวว่าถ้าเขาฝืนทำแบบนี้ไปนานสักวันก็คงเบื่อ“ไม่ต้องเกรงใจและพี่







