Mag-log inเหมวัตอาบน้ำเสร็จก็นั่งดูข่าวต่างประเทศอยู่กลางห้องกว้าง แต่เขาไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่เพราะมีใบหน้าสวยของหญิงสาวห้องตรงข้ามแทรกเข้ามาในความคิดอยู่ตลอด
‘ทำไมเธอต้องเป็นหลานสาวของเพื่อนรักคุณยายด้วยนะ???’
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัว เหมวัตรู้สึกสนใจในตัวผู้หญิงคนนี้แต่ด้วยสถานะของมนตกานต์เขาคงไม่อาจคิดอะไรไปไกลได้มากกว่าหลานสาวเพื่อนของคุณยายที่ท่านฝากให้เขาช่วยดูแล
ด้วยความคิดที่ฟุ้งซ่านถึงผู้หญิงที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามทำให้เหมวัตตัดสินใจเปลี่ยนชุดก่อนจะขับรถออกจากคอนโดในเวลาเกือบห้าทุ่ม
...
แล้วชายหนุ่มก็มาถึงผับของนิธิกรในเวลาไม่ถึงสิบนาที
“ไหนว่ากลับไปหายาย” เจ้าของผับทักทายก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้เพื่อนสนิทที่เลือกนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์เพราะวันนี้แทนคุณไม่มาด้วยเขาจึงไม่ได้ขึ้นไปนั่งที่โซนวีไอพี
“ไปมาแล้วเพิ่งกลับมาถึงเมื่อกี้”
“แล้วนี่เป็นอะไรหน้าเครียดเชียว อย่าบอกนะว่าคุณยายหาผู้หญิงไว้รอที่บ้าน” นิธิกรทั้งขำทั้งเห็นใจเพื่อน
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกฉันเคลียร์กับยายแล้วยายให้เวลาจัดการเรื่องนี้เอง”
“แล้วทำไมหน้าตานายดูไม่สบายใจเลยล่ะ หรือมีเรื่องอื่นให้เครียด”
“เมื่อกี้ฉันเจอผู้หญิงคนหนึ่ง”
“ที่นี่เหรอคนไหนล่ะ จะเรียกมาคุยไหมเดี๋ยวฉันให้เด็กไปเรียกให้เอาไหม” เจ้าของผับเสนออย่างใจดีเพราะหวังว่าเพื่อนอาจจะหายเครียดได้
“ไม่ใช่ที่นี่หรอกกร ฉันเจอเธอที่คอนโดน่ะ”
“แล้วยังไงต่อ เจอผู้หญิงที่คอนโดแต่นายกลับออกมานั่งดื่ม มันแปลกนะมีอะไรหรือเปล่า”
“ฉันสนใจผู้หญิงคนนั้น เธอไม่ได้สวยเด่นอะไรนะ แต่ฉันชอบแววตาของเธอมาก อยากทำความรู้จักให้มากขึ้น”
“ก็เข้าไปแนะนำตัวสิ ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาอะไรหน้าหล่อ ๆ อย่างนายมีผู้หญิงที่ไหนเขาปฏิเสธบ้าง”
“คนนี้มันไม่ง่ายแบบนั้น”
“เธอเล่นตัวเหรอ”
“ผู้หญิงคนที่ฉันสนใจดันเป็นหลานสาวเพื่อนรักของยายแล้วยายก็ส่งเธอเรียนจบ ยายฉันรักเธอเหมือนหลานแท้ ๆ ตอนนี้ก็ให้มาอยู่ห้องตรงข้ามที่ฉันอยู่นั่นแหละ”
“แล้วยังไงล่ะถ้านายชอบเธอไหนก็เข้าไปทำความรู้จักไปทักทายเธอไม่ใช่หลานแท้ ๆของยายหน่อยสักหน่อยไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดอยู่แล้ว”
“เรื่องนั้นฉันรู้”
“แล้วมันติดอยู่ตรงไหนล่ะ หรือเธอมีแฟนแล้ว”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะมีแฟนหรือยัง แต่นายรู้มั้ยเธอเรียกฉันว่าอะไร”
“อะไร?”
“เธอเรียกฉันว่าคุณอา ฟังแล้วเจ็บจี๊ดเลยแหละ ฉันรู้นะว่าฉันอายุมากแล้วส่วนเธอก็เพิ่งเรียนจบอายุก็คง 22 หรือไม่ก็ 23 แต่ไม่น่าเรียกฉันว่าอาเลยมันเลยทำให้ฉันไปต่อไม่เป็น ไม่รู้จะเริ่มต้นสานสัมพันธ์ยังไงเลย”
“แกก็คุยกับเธอใหม่สิ ให้เธอเรียกพี่ก็พอมั้ง แฟนฉันกับฉันก็อายุห่างกันเป็นสิบปีเธอยังเรียกฉันแค่พี่เลย” นิธิกรหมายถึงแฟนตัวเองที่ตอนนี้อายุเพียงแค่ 25ปี
“แต่ฉันเสียความมั่นใจไปแล้วว่ะ”
“ถ้างั้นก็เลิกสนใจเธอแล้วมองหาคนใหม่ แต่ถ้าให้เดานะที่นายออกมากินเหล้าแบบนี้คงตัดใจไม่ได้ใช่ไหมล่ะ แปลกนะเพิ่งเจอกับเธอไม่ใช่เหรอ”
“อืม....นายเคยไหมล่ะที่เจอใครครั้งแรกแล้วมันรู้สึกว่าใช่”
“เวอร์เกินไปแล้ว นายอาจแค่รู้สึกว่าโดนท้าทายเพราะเธอเรียกว่าอาหรือเปล่า”
“ฉันไม่แน่ใจ”
“ลองให้เวลากับตัวเองสิ ถ้าไม่สนใจจริงอีกไม่กี่มันก็ลืม”
“แล้วถ้าฉันไม่ลืมล่ะ”
“ถ้าไม่ลืมก็เดินหน้าต่อ”
“ฉันก็ไม่เคยชอบผู้หญิงที่อายุน้อยแบบนี้มาก่อนฉันไม่รู้ว่าพวกเธอต้องการอะไร”
“ผู้หญิงไม่ว่าอายุเท่าไหร่พวกเธอก็ต้องการความรัก ต้องการเวลาต้องการเป็นที่หนึ่ง แล้วอย่างนายทั้งหล่อทั้งรวยจะมีใครไม่ชอบบ้างมั่นใจหน่อยสิ”
“แต่ช่องว่างระหว่างวัยมันเยอะจริง ๆ” เขาถอนหายใจ
“ปกตินายเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ นี่ ลองดูสักตั้งสิถ้าชอบจริง ๆ นะ แต่ถ้าคิดจะจีบเล่น ๆ อย่าเลยเพราะถ้ายายแกรู้ขึ้นมาแกได้ตายแน่”
“แล้วถ้าเกิดฉันคิดจริงจังแกว่ายายจะห้ามไหม”
“อันนี้ฉันก็ตอบไม่ได้นะ ถ้านายจริงจังถึงขั้นลงหลักปักฐานยายอาจจะดีใจที่หลานสาวของเพื่อนได้มาเป็นหลานสะใภ้ ฉันว่าอุปสรรคเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ความต่างระหว่างอายุไม่ได้อยู่ที่อายุแล้วแหละอุปสรรคชิ้นใหญ่น่าจะคุณยายของแกมากกว่า หลานชายตัวเองเจ้าชู้ขนาดนั้นท่านจะยอมให้คบกับหลานสาวของเพื่อนเหรอ”
“นั่นสินะหรือว่ายายกำลังลองใจฉันอยู่”
“หมายความว่าผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่ยายส่งมาให้นายใช่ไหม”
“อือ บางทีอาจเป็นแบบนั้น วันนี้ฉันกลับไปบ้านยายก็คอยเธอพูดถึงเธอตลอด ฝากให้ฉันดูแลขากลับก็ยังฝากให้ฉันเอาผลไม้มาให้เธอด้วยนะ นี่ก็ยังบอกอีกถ้าครั้งหน้าเสาร์อาทิตย์ฉันจะกลับไปหายายก็ให้ฉันพาเธอกลับไปด้วย”
“ฉันว่าย้ายของนายกำลังเปิดทางให้นายทำความรู้จักกับผู้หญิงคนนี้หรือเปล่า แผนของยายนี่แนบเนียนจริง ๆ เลยนะ แค่คิดจะเริ่มลงสนามยายก็นำแกไปไกลแล้ว ดูถ้าท่านจะจับทางหลานชายคนนี้ได้แล้ว”
“นายคิดว่าเป็นแผนของยายเหรอ”
“ถ้ายายบอกให้ได้คบกับเธอตรง ๆ นายก็ต้องปฏิเสธ ก็เลยใช้แผนนี้ไง แล้วนายคิดว่าผู้หญิงจะรู้ไหมว่าเป็นแผนของยายที่ให้เธอมาอยู่ห้องตรงข้าม”
“ฉันว่าเธอไม่น่าจะรู้หรอก”
“แน่ใจเหรอ”
“อือ ถ้าเธอรู้แผนของยายคงไม่เรียกฉันว่าอาหรอก เธอน่าจะโดนยายฉันหลอกมาอีกที”
“แล้วจะเอาไงต่อ”
“ขอคุยดูก่อน”
“ถ้าชอบจีบไปเลย แต่ถ้าไม่ชอบก็เว้นระยะห่างและบอกคุณยายให้ชัดเจนว่านายรู้ถึงแผนของคุณยายแล้ว” นิธิกรให้คำแนะนำ
ความคิดถึงและโหยหาของเหมวัตกำลังจะถูกเติมเต็มในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า เขารู้สึกถึงความรุนแรงของโพรงอุ่นที่ตอดรัดท่อนเอ็นร้อนจนแทบระเบิด มือใหญ่จับขาข้างหนึ่งยกขึ้น ก่อนจะโจนจ้วงท่อนเอ็นเข้าหาอย่างหนักหน่วง ไม่นานนักทั้งสองคนก็เกร็งสะท้าน คนหนึ่งกรีดร้องเสียงหวาน อีกคนก็ครางต่ำในลำคอและกระตุกอยู่ในโพรงคับแคบเหมวัตกดแก่นกายเข้าลึกสุดปลดปล่อยลาวาร้อนจนมนตกานต์อุ่นซ่านไปทั่วท้องน้อย เขากดค้างไว้นานก่อนจะซบใบหน้าลงบนหน้าอกอวบพพร้อมกับลมหายใจที่หอบเหนื่อย“สุดยอดมากนะกานต์พี่เสียวจนแทบขาดใจ”“กานต์ก็เหมือนกันค่ะ”มนตกานน์ก็หอบเหนื่อยไม่ต่างจากเขาเลยสักนิดของขวัญที่เขามอบให้มันสุขจนล้นอยู่ในหัวใจเสียงลมหายใจของทั้งสองกำลังกลับมาเป็นปกติแต่เหมวัตก็ยังคงนิ่งอยู่บนตัวของคนรัก“พี่เหมคะ ลงไปได้ไหม”“อยากอยู่แบบนี้นาน ๆ”“แต่กานต์หนักพี่เหมตัวโต”“งั้นพี่ให้กานต์ทับพี่บ้างนะจะได้ไม่หนัก”“ว้าย!....”เธอร้องด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ เหมวัตก็รวบเอวเธอแล้วพลิกให้ไปอยู่บนตัวเขา“พร้อมไหม”“กานต์กลัวจะไม่ถูกใจ กานต์ไม่เคย”“พี่จะช่วยนะ ให้กานต์ขยับตามใจเลยนะ”มนตกานต์วางมือลงบนแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้
เหมวัตมองหน้าคนรักแล้วยิ้มก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามากอดให้หายคิดถึง“คิดถึงจัง”“กานต์ก็คิดถึงพี่ กานต์นึกว่าพี่เหมจะลืมวันเกิดกานต์ไปแล้ว”หญิงสาวร้องไห้เบา ๆ“วันเกิดแฟนใครจะลืมล่ะครับ แล้วร้องไห้ทำไมพี่มาอยู่นี่แล้ว”“ก็ดีใจที่พี่เหมมาทันวันเกิด”“เมาใช่ไหม”“ไม่หรอกค่ะ แค่มึนนิดหน่อยเอง”“กินไปเยอะไหม”“แค่สองกระป๋องค่ะ กานต์แค่ฉลองวันเกิดให้ตัวเอง ทำไมพี่เหมถึงมาช้าปล่อยให้กานต์น้อยใจตั้งนานว่าลืมวันเกิดกานต์ไปแล้ว” น้ำเสียงจังเจอความน้อยใจ“พี่ขอโทษนะครับที่มาช้าพี่แค่อยากมาอวยพรวันเกิดกานต์เป็นคนสุดท้าย”“ประหลาดคนจังคนอื่นเขามีแต่อยากมาอวยพรวันเกิดแฟนคนแรก”“ก็พี่ไม่อยากเหมือนใครกินเค้กก่อนไหมพี่สั่งจากร้านประจำที่กานต์ชอบเลยนะ”“อือ” หญิงสาวหยิบช้อนมาตักเค้กทานไปยิ้มไปอย่างมีความสุข“อร่อยไหม”“อร่อยค่ะ พี่เหมกินด้วยไหม”“ป้อนสิ”“วันเกิดกานต์นะคะยังจะให้กานต์ป้อนอีก” เธอพูดเหมือนไม่เต็มใจแต่ก็ยอมตักเค้กให้ชายหนุ่มทาน“อร่อยดีนะ”“เอาอีกไหมคะ”“ไม่ล่ะ พี่อยากกินอย่างอื่นมากกว่า”“จะกินอะไรคะเดี๋ยวกานต์ไปทำให้ค่ะ”“อยากกินเจ้าของวันเกิดได้ไหมล่ะ”“พี่เหมคะ....ใครเขาขอกันแบบนี้”“ก็พ
แม้ความสัมพันธ์จะก้าวกระโดดแต่เหมวัตก็ยังให้พื้นที่กับมนตกานต์ได้อยู่ในห้องของตัวเอง ส่วนเขาก็ยังคงรับเธอในเวลาเลิกงานอย่างเคย ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติแต่หัวใจสองดวงมันกำลังใกล้ชิดและผูกพันกันมากขึ้น มีการพูดคุยวางแผนอนาคตรวมถึงวางแผนการแต่งงานไว้แล้วคุณยายชมนาดเองก็ดีใจที่หลานทั้งสองพูดคุยและทำความเข้าใจกันได้เป็นอย่างดีใน ขณะที่มนตกานต์ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเองที่บริษัทเหมวัตก็ทำงานในบริษัทเดิมแต่เขารับงานน้อยลงเลือกทำเฉพาะเคสใหญ่ ๆ ที่มันคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปเท่านั้นถึงแม้ว่าเหมวัตจะได้หญิงสาวมาครอบครองแล้วแต่เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ชายหนุ่มยังดูแลเอาใจใส่เธอเหมือนกับตอนที่เริ่มต้นจีบ นอกจากเขาจะเปย์เธอด้วยของขวัญราคาแพงแล้วเขายังเปย์เธอด้วยความรักความเอาใจใส่ที่เพิ่มมากขึ้น“เหนื่อยไหม” เหมวัตถามก่อนจะส่งน้ำดื่มให้คนรักเมื่อเธอคาดเข็มขัดเรียบร้อยแล้ว“ไม่ค่ะ วันนี้สบายมากพี่เหมล่ะคะ”“วันนี้ยุ่งนิดหน่อยมีงานด่วนเข้ามา” เหมวัตไม่รู้จะเริ่มต้นบอกคนรักว่ายังไงเรื่องที่เขาอาจต้องไปทำงานที่เชียงใหม่“เหนื่อยไหมคะ”“ไม่เท่าไหร่แต่พรุ่งนี้เลิกงานแล้วกานต์ต้องกลับบ้านเองนะ”“ได้ค่
วันต่อมามนตกานต์ก็มาทานอาหารกลางวันกับคุณยายชมนาดที่บ้านจากนั้นก็นั่งรถกลับกรุงเทพพร้อมกับเหมวัต หญิงสาวไม่ค่อยกล้ามองหน้าเขาเท่าไหร่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันทำให้เธอเป็นกังวลหลายเรื่อง หญิงสาวกลัวตัวเองจะท้องแต่ก็ไม่กล้าไปซื้อยาคุมฉุกเฉินทานเองเพราะคนแถวนี้ก็รู้จักกันดี เธออ่านข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตมาแล้วว่าต้องทานยาภายใน 72 ชั่วโมง มนตกานต์คิดเอาไว้ว่าถ้าถึงคอนโดแล้วจะแอบไปซื้อยามาทานเอง“กานต์เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูหน้าตาเครียดจัง” เหมวัตสังเกตว่าวันนี้หญิงสาวดูเงียบไป แต่ถ้าจะให้เดาก็คงเป็นเรื่องเมื่อคืน“เปล่าค่ะ”เหมวัตยิ้มเพราะถ้าเธอพูดแบบนี้แสดงว่าเธอต้องกำลังโกรธงอนหรือมีเรื่องอะไรอยู่ในใจอย่างแน่นอนมันตรงตามที่คุณยายชมนาดบอกเขาไว้เป๊ะเลยทีเดียว“แต่พี่ว่าน่าจะมีนะ”“พี่เหมคะกานต์บอกว่าไม่มีก็คือไม่มีค่ะ” หญิงสาวกอดกระเป๋าสะพายของตัวเองแล้วมองออกไปนอกรถสีหน้ายิ่งเครียดกว่าเดิม”“พี่กับกานต์เป็นอะไรกัน” เขาพยายามจะชวนคุยหญิงสาวเงียบไม่ตอบเธอหันมามองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจคำถามนั่นทำให้เหมวัตรู้สึกผิดที่ถามเธอไปอย่างนั้นมันเหมือนตอกย้ำเรื่องราวของเมื่อคืน เขารู้ว่าหญิงสาวคิดมา
พายุตัณหาจบลงพร้อมกับพายุฝนตอนนี้มนตกานต์นอนอยู่ในอ้อมกอดของเหมวัตด้วยความเหนื่อย ด้านนอกยังคงมืดอยู่แต่ความรู้สึกในใจกลับชัดเจนและสว่างจ้า เธอยอมรับว่ารักผู้ชายคนนี้มากไม่รู้เขาจะมองเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายหรือเปล่าแต่สำหรับเธอเขาเป็นผู้ชายคนแรกและคนเดียวของเธอหญิงสาวหลับลงด้วยความเหนื่อยและตกใจตื่นมาไฟกลางห้องสว่างจ้า“ไฟฟ้าใช้ได้แล้วพี่เหมจะกลับเลยไหม” มนตกานต์ถามทั้งที่ยังไม่ยอมเงยหน้ามองเขา“พี่ไม่อยากกลับเลย อยากนอนอยู่กับกานต์จนถึงเช้า”“ถ้าพี่ไม่กลับคุณยายจะว่ายังไง”“พี่รู้งั้นกานต์นอนต่อนะพรุ่งนี้เราไปเจอกันที่บ้านคุณยาย”“พี่เหมคะ ไม่บอกเรื่องนี้กับคนอื่นได้ไหม”“วันนี้ไม่บอกก็ได้แต่ในอนาคตก็ต้องบอก แล้วเรื่องงานแต่งงานของเราพี่ฝากกานต์คิดด้วยนะว่าจะจัดขึ้นเมื่อไหร่”“แต่งงานเหรอคะ”“ครับ สถานะของเรามันเปลี่ยนไปแล้วจากนี้เราต้องวางแผนเรื่องแต่งงาน”“พี่เหมคะกานต์ยังไม่พร้อมค่ะ”“ทำไม หรือว่ายังไม่มั่นใจในตัวพี่”“กานต์ขอเวลาค่ะ กานต์เพิ่งเรียนจบและได้ทำงานไม่กี่เดือนเองค่ะแล้วก็ยังไม่ได้รับปริญญาด้วยนะคะ”“พี่ให้เวลากานต์จนถึงรับปริญญาก็ได้พี่เข้าใจว่ากานต์คงอยากมีรูปสวย ๆ”“พ
ตลอดเวลาที่ผ่านเหมวัตคิดว่าตนเองจะอดทนได้จนถึงวันแต่งงานแต่ด้วยบรรยากาศในคืนนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจอดทนได้อีกต่อไปเหมวัตจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มด้วยความเสน่หา ฝ่ามือลูบไล้ฟอนเฟ้นหน้าอกอวบจนขึ้นรอยแดงก่อนจะครอบครองด้วยริมฝีปากร้อนปลายลิ้นหยอกล้อกับเชอร์รี่เม็ดสีสวย ความเปียกชื้นทำมนตกานต์ขนลุกไปทั่วร่าง ความเจ็บกลางลำตัวกำลังลดลงไปทีละนิดและมันกำลังถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านที่ไม่เคยได้รับ“พี่เหม....อื้ม....”“ดีขึ้นไหม พี่จะขยับช้า ๆ นะ”เขากระซิบก่อนที่จะเริ่มสะโพกอย่างช้า ๆ กดเน้นหมุนวนเพื่อให้ร่องรักของหญิงสาวได้คุ้นเคยกับแท่งร้อนของตนเอง“ตอดดีมาก กานต์จ๋า ตอนนี้กานต์เป็นของพี่แล้วนะ กานต์ต้องมีพี่คนเดียวนะ”“ค่ะพี่เหม....”“ดีมากคนเก่ง พี่สัญญาว่าคืนนี้กานต์จะมีความสุขที่สุด”ชายหนุ่มพยายามจะนุ่มนวลกับมนตกานต์ให้มากที่สุดทั้งที่ในใจอยากจะทำตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงสุดขีด เขาอยากให้มนตกานต์มีประสบการณ์ครั้งแรกที่ลืมไม่ลงทุกจังหวะที่ขยับสะโพกเข้าออกท่อนเอ็นร้อนก็ถูกร่องรักที่คับแน่นตอดรัด มนตกานต์ดิ้นพล่านกับความเสียวซ่านที่เหมวัตมอบให้ หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างแน่น ปลายนิ้วทั้งสิบก็จิ







