Share

9

last update Tanggal publikasi: 2026-05-08 08:03:16

            “ฉันไม่กล้าพูดหรอก แต่คุณก็กังวลใช่ไหมล่ะถึงถามออกมา เอาแบบนี้นะ คุณจำคำฉันไว้ว่า สักวันพม่าจะยกทัพมาล้อมกำแพงเมืองอโยธยา ฉันไปละ ขอบคุณสำหรับยานะ” พูดจบยาหยีก็หันตัวและวิ่งกลับที่พักตัวเองทันที 

            ยาหยีทิ้งตัวนอนลงบนฟูกแข็งที่ยากจะนอนให้หลับอย่างจนใจ แล้วถอนหายใจออกมาอย่างอึดอัด ใครจะไปกล้าบอกล่ะว่าอีกไม่กี่ปีอยุธยาจะแตก จะถูกพม่าเผาจนแทบไม่เหลืออะไร ขืนพูดออกไปโต้งๆ ได้โดนเฆี่ยนแน่ๆ เธอจำได้ว่าสมัยเด็กเคยดูละคร พวกทาสที่ทำไม่ถูกใจมักจะโดนเฆี่ยนจนเลือดอาบ ไม่เอาหรอก เธอไม่กล้าเสี่ยง  ยาหยีคิดก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบเอาตลับยาออกมาดู

            “หน้าดุแต่ใจดีชะมัด” หญิงสาวนึกไปถึงใบหน้าคมเข้มของเจ้าของตลับยา ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ ดวงใจที่เคยมีแต่ความกังวลหวาดกลัวกลับรู้สึกอุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้ๆ คนหน้าดุ เขามักจะรับฟังและยื่นมือมาช่วยยามคับขันเสมอ น้ำใจเล็กน้อยนั้นทำให้คนที่ไร้ที่พึ่งอย่างเธออุ่นใจและนึกขอบคุณเสมอ

            “ขอบคุณนะ ขุนกริชวรเดช” ยาหยีพึมพำก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

ยาหยีจำเป็นต้องตื่นแต่เช้าอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อจำปีมาเรียกให้เธอไปช่วยอาบน้ำให้คุณบัว 

            “นี่ขัดเบาๆ หน่อยสิ ผิวข้าไม่ได้หนาเหมือนเอ็งนะ” เสียงบัวด่าจำปีลอยมาเข้าหูยาหยี พลันนึกสงสารจำปีจับใจ แต่ก็ได้แต่เงียบ เธอจึงขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอื้อมไปแตะแขนคุณบัวเบาๆ

            “ให้บ่าวขัดให้นะเจ้าคะ” ยาหยีอาสา ก่อนจะหยิบเอาใยบวบชุบน้ำจนชุ่มแตะขมิ้นและมะขามเปียก แล้วนำมาวนที่แขนของบัวอย่างเบามือ 

            “นังหยี เอ็งนี่มือเบาดี” บัวเอ่ยชมก่อนจะยื่นแขนอีกข้างให้ยาหยีขัด

            “ชุบน้ำให้ชุ่มและขัดวนแบบนี้ รับรองว่าผิวคุณบัวจะสะอาดเนียนสวยจับตาเชียวค่ะ” ยาหยีเอ่ยออกมา คล้ายจะบอกวิธีการทำให้จำปีรู้ไปในตัว 

            “พอล้างน้ำสะอาดแล้วเอาน้ำมันมะพร้าวลงผิวทันทีเลยนะเจ้าคะ ลงทั้งผิวหมาดๆ แบบนี้ รับรองว่าผิวคุณบัวจะนุ่มไปทั้งวันเลยเจ้าค่ะ” ยาหยีบอกก่อนจะช่วยบัวแต่งตัวอย่างตั้งใจ

            “อารมณ์ดีอะไรแม่บัว” คุณหญิงแก้วเอ่ยทักลูกสาวที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอารมณ์ดี

            “คุณแม่ลองจับผิวลูกดูสิเจ้าคะ” บัวยื่นแขนให้มารดาจับ

            “อืม นุ่มเชียวแม่บัว”

            “ใช่เจ้าค่ะ หยีมันทำให้ลูก มันเก่งมากเลยเจ้าค่ะคุณแม่ ลูกอยากเอามันมานอนบนเรือนด้วย อยากให้มันทำผมทำหน้าให้สวยหอมนุ่มกว่าใครๆ ในกรุงศรีเลยเจ้าค่ะ” บัวเอ่ยกับมารดาอย่างออดอ้อน

            “ตามใจเจ้าแล้วกัน” คุณหญิงแก้วเอ่ยอย่างตามใจบุตรสาวเช่นเคย 

            ยาหยีที่นั่งรับใช้อยู่ข้างๆ บัวได้แต่นิ่งเงียบ รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรมากนัก กระนั้นเธอก็ไม่ใช่ทาส เธอไม่ชอบมานั่งรับใช้ใคร แต่ในตอนนี้เธอเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

            “เอามันไปรับใช้ก็ดูแลมันดีๆ นะแม่บัว มันไม่ใช่ทาสเรือนเรา จะไปดุด่าเฆี่ยนตีเหมือนเคยไม่ได้นะแม่บัว” กริชที่เดินสมทบมาทีหลังเอ่ยเตือนขึ้นก่อนจะหันไปมองยาหยีที่นั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ข้างๆ บัว

            “ข้ารู้น่าพี่กริช ข้าไม่ใช่คนใจร้ายเสียหน่อย หากบ่าวไม่โง่เง่าข้าจะทำโทษทำไมเล่า” บัวเอ่ย

            “เอาเถิดน่าพ่อกริช น้องมันรู้หรอกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร” คุณหญิงแก้วเอ่ยตัดบทก่อนจะโยนถุงเล็กๆ ไปทางยาหยี

            “อะ เอาไป เอ็งมันคนเก่ง ใครๆ ก็อยากได้ตัว เตรียมตัวให้ดีเล่า แม่เพ็ญจะมาให้เอ็งเติมสีหน้าให้พรุ่งนี้”

            คำพูดของคุณหญิงแก้วทำเอายาหยีต้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ นี่เธอต้องเจออะไรอีกนะ

“ไหว้ค่ะคุณป้า เพ็ญเอาขนมมาฝากด้วยเจ้าค่ะ” เพ็ญเลื่อนของฝากมาไว้ตรงหน้าคุณหญิงแก้วอย่างเอาใจ

            “ขอบใจมากแม่เพ็ญ ไปนั่งคุยเล่นกับแม่บัวเขาก่อนสิ อีกสักพักพ่อกริชก็จะกลับมาจากเข้าเฝ้าขุนหลวงแล้วละ วันนี้อยู่กินข้าวกับป้านะลูก” คุณหญิงแก้วเอ่ยอย่างเอ็นดู เพ็ญนั่งคุยกับคุณหญิงอีกเป็นครู่ ก่อนจะขอตัวมาหาบัวที่นั่งเล่นอยู่ตรงศาลาริมน้ำ

            “ไหว้เจ้าค่ะพี่เพ็ญ” บัวเอ่ยทักเมื่อเพ็ญเดินเข้ามาใกล้ ยาหยีขยับตัวอย่างอึดอัดทันที เมื่อเห็นสายตาที่เพ็ญมองมายังเธอ 

            “ทำอะไรกันอยู่รึ” เพ็ญเอ่ยถาม

            “กำลังทำน้ำมันหมักผมเจ้าค่ะ หยีมันเก่ง มีสูตรดูแลผิวดูแลผมเยอะแยะเต็มไปหมด แต้มสีที่หน้าก็สวยไม่เหมือนใคร”

            “จริงของเจ้า” เพ็ญตอบรับพลางชายตามองยาหยีที่นั่งอยู่ข้างๆ บัว

            ยาหยีพยายามอดทนกับสายตาของเพ็ญที่เหลือบมองมาอย่างมีเลศนัยอยู่เป็นระยะ ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ชอบขี้หน้าเธอนักหนา เธอไม่เคยทำอะไรให้สักหน่อย

            “หยีมาแต่งหน้าให้ข้าบ้างสิ แต้มสีสวยๆ เหมือนที่เคยทำให้น้องบัวเลยนะ” เพ็ญเอ่ยเรียกยาหยีทันทีที่บัวเอ่ยปากให้เธอได้ลองแต่งหน้าบ้าง 

            ยาหยีไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรจึงจำใจต้องแต่งหน้าให้เพ็ญอย่างช่วยไม่ได้ หญิงสาวบรรจงแต้มสีลงบนผิวหน้าอีกฝ่ายอย่างเบามือ เพ็ญเป็นคนสวย จมูก คิ้ว และคาง รับกันไปเสียหมด ดวงตากลมโตนั้นแทบไม่ต้องแต่งแต้มอะไรเพิ่มก็สวยสะดุดตาไม่น้อย

            ด้วยความสวยของเพ็ญทำเอายาหยีบรรจงแต่งแต้มสีสันลงบนหน้าอย่างนึกสนุก ถึงแม้จะไม่มีเครื่องสำอางเหมือนอย่างเช่นในยุคปัจจุบัน แต่บรรดาสีจากธรรมชาติต่างๆ ก็ทำให้เธอสนุกไปอีกแบบ  หญิงสาวใส่ใจกับการแต่งหน้าตรงหน้า จนไม่ได้สนใจว่ามีร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามายังพวกเธอ

            “ข้าไหว้เจ้าค่ะ พี่กริชกลับจากเข้าเฝ้าแล้วหรือเจ้าคะ” บัวทักทายพี่ชายตัวเองออกไปทันที พร้อมกับยันตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวไปหา

            “กำลังทำอะไรกันอยู่รึ”

            “แต่งหน้าเจ้าค่ะ หยีมันกำลังแต้มสีที่หน้าให้พี่เพ็ญ”

            “โอ๊ยย” ยังไม่ทันที่กริชจะเอ่ยอะไรต่อ เสียงร้องของเพ็ญก็เรียกความสนใจของเขาไปได้เสียก่อน 

           “เกิดอะไรขึ้น” 

            “ตา ตาของเพ็ญเจ้าค่ะพี่กริช หยีมันทิ่มตาเพ็ญ” คำบอกกล่าวของเพ็ญทำเอากริชต้องหันไปมองยาหยีที่กำลังนั่งทำอะไรไม่ถูกอยู่ที่เดิม

            “หยี เหตุใดจึงซุ่มซ่ามเยี่ยงนี้ฮะ” เป็นบัวที่พูดเสียงดังขึ้นมาอย่างโมโห แล้วร่างบอบบางนั้นก็ตรงปรี่เข้าไปเงื้อมือขึ้นหมายจะฟาดลงไปที่ใบหน้าของยาหยีอย่างสุดแรง

            “หยุดก่อนแม่บัว” กริชจับมือที่เงื้อง่าของบัวเอาไว้พร้อมกับปรามเสียงเข้ม ก่อนจะหันไปถามหญิงสาวที่ตอนนี้ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา “เอ็งทิ่มตาแม่เพ็ญรึหยี แล้วเหตุใดแม่เพ็ญถึงร้องเสียงหลงเยี่ยงนั้นเล่า” 

            ยาหยียกมือขึ้นก่อนจะยื่นมาตรงหน้ากริชอย่างช้าๆ 

            “ขนตา บ่าวเอาขนตาออกให้ แต่คุณเพ็ญหันไปหาคุณพอดีนิ้วเลยทิ่มเข้าตา บ่าวไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เจ้าค่ะ เวลาเขียนขอบตาด้วยถ่านมะพร้าวขนตาจะร่วง ถ้าไม่เอาออกจะยิ่งเคืองตา คุณบัวเองบ่าวก็เอาออกให้บ่อยๆ เจ้าค่ะ” ยาหยีชิงอธิบาย แม้ในใจจะรู้สึกว่าเพ็ญนั้นจงใจทำตัวเองเจ็บเพื่อโยนความผิดให้เธอก็ตาม เพราะอยู่ดีๆ เพ็ญก็ขับใบหน้าอย่างแรงโดยไม่บอกก่อน ทำให้นิ้วของเธอปัดไปโดนดวงตาของเพ็ญเข้า แม้มันไม่ได้แรงมากนักแต่เพ็ญกลับร้องเสียเสียงดัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทูนหัวของพี่   41

    “คุณลิลลี่บอกจะพามาดูของที่เรือนนี้ค่ะ แต่เธอลืมกุญแจเลยไปเอาก่อนค่ะ” คำตอบที่ทำเอากรหัวเราะ ชายหนุ่มเดินไปที่เรือนหลังเล็กช้าๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือเข้าไปที่กระถางไม้ประดับที่ห้อยอยู่ที่ริมประตู พร้อมกับหยิบกุญแจออกมา “ยายลิลไม่ค่อยได้มาเลยไม่รู้ว่ามีกุญแจสำรองอยู่ตรงนี้” กรหันมาบอกยาหยีที่ยืนหัวเราะอยู่ใกล้ๆ กรเดินเข้าไปก่อนจะหันมาผายมือเป็นเชิงให้ยาหยีเดินตามเข้าไป หญิงสาวก้าวขาตามไปอย่างว่าง่าย เรือนขนาดเล็กถูกจัดแต่งด้วยของโบราณเสียเป็นส่วนใหญ่ ริมฝสมีดาบดบราณมากมายห้อยเรียงรายอยู่เต็มไปหมด “คุณทวดเคยเล่าว่าตระกูลของเราเป็นช่างตีดาบหลวงสมัยกรุงศรี เคยตีดาบให้พระมหากษัตริย์สมัยนั้นด้วยนะครับ” กรเล่าไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้สังเกตว่ายาหยีนั้นมีสีหน้าแบบใด ภาพดา

  • ทูนหัวของพี่   40

    สุดท้ายแล้วชีวิตก็ต้องเดินต่อไป หลังจากที่เธอจ่อมจ่มอยู่กับสิ่งที่เธอไม่สามารถเรียกคืนมาได้อยู่เป็นเดือน เธอก็ตัดสินใจกลับไปทำงานอีกครั้ง “แกแน่ใจนะว่าทำงานไหวแล้วน่ะ” เพื่อนสาวของเธอเอ่ยมาตามสาย “ไม่ไหวก็ต้องไหวจ้า นอนกินสมบัติเก่ามาเป็นเดือนแล้ว จะให้เกาะป้ากินต่อก็ละอายใจแล้วไหมแก” ยาหยีตอบติดตลก “เออๆ ได้ เดี๋ยวฉันช่วยดูงานให้อีกแรง” “ขอบใจจ้า รักน้า จุ๊บๆ” ยาหยีคุยกับเพื่อสาวอีกเป็นครู่ก่อนจะวางสาย และทันทีที่อยู่คนเดียวภาพของชายหนุ่มที่แสนรักก็ปรากฏในห้วงสำนึกทันที หญิงสาวยกแขนขึ้นกอดตัวเองเบาๆ น้ำตายังคงไหลได้ง่ายดายทุกครั้งที่คิดถึงเขาสินะ วันนี้เป

  • ทูนหัวของพี่   39

    ยาหยี บัวและขุนกริช จำเป็นต้องค้างกันที่วัดชะรามเพื่อรอเข้มกลับมารับตามที่นัดกันไว้ หรือถ้าพรุ่งนี้เข้มยังไม่กลับมาพวกเขาก็จะเดินทางกันด้วยเกวียนที่เตรียมเอาไว้อีกทาง “ยังดีที่เรามีเกวียน” ขุนกริชบอกก่อนจะมองบัวที่นอนอยู่อีกฝั่งของกองไฟด้วยความเป็นห่วง “หลับแล้วหรือ” ขุนกรินหันไปถามยาหยี “ใช่ค่ะ” ยาหยีตอบแค่นั้นก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ชายอันเป็นที่รัก ก่อนจะสวมกอดเขาเอาไว้ราวกับต้องการหาที่พึ่ง ขุนกริชเองก็สวมกอดกลับมาแทบจะทันที “ขอบคุณที่รักษาสัญญานะคะ” “สัญญาของข้าเป็นสัญญาเสมอ” ขุนกริชตอบก่

  • ทูนหัวของพี่   38

    พักสักนิดเถอะค่ะ คุณบัวไม่ไหวแล้ว” ยาหยีเอ่ยบอกกับขุนกริช ขุนกริชมีท่าทีลังเลก่อนจะพยักนรับ “พักสักนิดเถอะแม่บัว เข้มไปเอาน้ำที่ลำธารมาเพิ่มหน่อยเถอะเรายังต้องเดินทางอีกไกล” ขุนกริชบอกก่อนจะหันไปสั่งเข้ม “เดี๋ยวข้าจะไปเอาม้ามาตรงนี้ เจ้าสองคนขยับไปหลบตรงนั้นก่อนเถิด” ขุนกริชบอกก่อนจะช่วยพยุงบัวให้ไปนั่งพักยังที่ปลอดภัยก่อนที่ตัวเองจะไปเอาเกวียนเพื่อเตรียมพร้อมเดินทาง “ดมพิมเสนสักนิดค่ะ” ยาหยีขยี้พิมเสนที่พกติดตัวมาให้บัวดม หญิงสาวท่าทางแย่มากจนยาหยีอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงกลุ่มคนดังขึ้นไม่ไกลนัก ยาหยีลังเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เดินไปดูยังต้นเสียงภาพตรงหน้าปรากฏข้าศึกที่กำลังต้อนชาวบ้านไปยังค่ายของพวกมัน มีทั้งชายหญิง คนแก่หรือแม้แต่เด็กเล็ก หญิงสาวค่อยๆ ถอยกลับมามาหาแต่แล้วก้ต้องใจตกไปที่ตาตุ่มเมื่อพบว่า

  • ทูนหัวของพี่   37

    “คงคิดว่ากรุงศรีจะแพ้จริงๆ แล้วสินะ” เป็นคุณหญิงแก้วที่เอ่ยคำนี้ออกมาด้วยน้ำสียงนิ่งเรียบ ใบหน้าที่ยังคงแววงดงามแม้จะร่วงโรยไปบ้างตามกาลเวลานั้นนิ่งสงบ เธอหันไปมองพระยาคมเดชสรไนยผู้เป็นสามีที่ร่วมชีวิตกันมานานโดยที่ไม่พูดอะไร “แล้วนี่พ่อกริชให้เจ้ามารับใช่หรือไม่” คุณหญิงแก้วหันไปถามเข้ม “ขอรับ จริงๆ แล้วท่านขุนรออยู่นอกกำแพงเมืองตอนนี้ได้เตรียมม้ากับเกวียนมารอรับพวกคุณๆ เรียบร้อยแล้ว ท่านกำชับมาว่าให้เดินทางเช้ามืดนี้เลย เราจะเลาะป่าไปกันอาจใช้เวลามากกว่าแต่จะปลอดภัยจากข้าศึกขอรับ” เข้มเอ่ยถึงแผนการหลบหนี “อืม..บัวกับหยีไปเตรียมตัวเถิด” คุณหญิงแก้วเป็นผู้เอ่ยอีกครั้ง “แล้ว

  • ทูนหัวของพี่   36

    “จำเอาว่าเจ้าคือหญิงเพียงคนเดียวที่ข้าจะรักข้าไม่เคยนึกเสียใจที่รักเจ้าแม้แต่น้อยข้าฝากคุณแม่กับแม่บัวกับเจ้าด้วยคุณพ่อนั้นมีภาระหน้าที่ไม่น้อยแม้จะไม่ได้เป็นทหารแล้ว เรือนแห่งนี้จึงอยากให้เจ้าช่วยดูแลอีกแรงนะหยี” ขุนกริชเอ่ยฝากฟังอีกครั้ง เขารู้ดีว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นแม้จะสวยงามและน่าเอ็นดูขนาดไหน แต่จิตใจข้างในนั้นกล้าหาญและมั่นคงไม่น้อย ยาหยีพยักหน้ารับเธอซุกตัวในอ้อมกอดเขาอีกครั้ง ออกแรงกอดจนแน่นเท่าที่เธอจะทำได้ก่อนที่จะละออกมา ใบหน้าคมก้มลงมาจูบเธออีกครั้งก่อนจะผละตัวออกห่าง “ข้าต้องไปแล้ว” ขุนกริชกล่าว ไม่มีคำตอบรับจากยาหยีมีเพียงเสียงสะอื้นที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มส่งคนรัก ทั้งที่น้ำตายังนองหน้า&n

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status