Share

10

last update Tanggal publikasi: 2026-05-08 08:03:34

            กริชหันไปมองบัวเป็นเชิงคำถามทันที

            “เอ่ออ จริงเจ้าค่ะ เวลาเขียนขอบตากับถ่านมะพร้าวขนตามักร่วง หยีมันก็เอาออกให้ ปกติมันก็…มือเบานะเจ้าคะ ไม่เจ็บ” บัวพูดจบก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ เมื่อกริชมองมาด้วยสายตาตำหนิ

            “ข้าคงตกใจไปเอง พอดีไม่ค่อยชินกับการแต้มสีที่ตาเสียด้วย” เพ็ญเอ่ยขัดขึ้นมา เมื่อตอนนี้เรื่องราวเริ่มไม่เข้าข้างตน ก่อนจะแสร้งเอ่ยปราม “ไม่ได้เจ็บกระไรมากดอกเจ้าค่ะพี่กริช น้องบัวอย่าไปลงโทษบ่าวมันเลย”

            “เอาเถิด เข้าใจกันก็ดีแล้ว ขึ้นเรือนเถิด คุณแม่รออยู่” เป็นกริชที่เอ่ยตัดบทก่อนจะหันมามองหญิงสาวอีกคนที่กำลังยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาด้วยความสงสาร

            ยาหยีไม่ได้กลัว เพราะเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่มันเจ็บใจที่ถูกหาเรื่องทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเธอไม่ใช่คน  หญิงสาวปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วนึกให้กำลังใจตัวเอง นับตั้งแต่วันนี้เธอจะไม่อยู่เฉยๆ แล้ว  คอยดูนะ เธอจะหาทางกลับบ้านให้ได้เลย ยาหยีหมายมั่นปั้นมือ 

            “มานั่งทำอะไรตรงนี้ล่ะหยี” จำปีเอ่ยถามก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ยาหยีที่แอบมานั่งที่ท่าน้ำหลังบ้านคนเดียว

            “จำปีรู้ไหม ทำไมคุณเพ็ญถึงไม่ชอบฉัน” ยาหยีถามออกไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วทอดถอนหายใจซ้ำ ก่อนจะปาก้อนหินลงน้ำอย่างเหนื่อยใจ

            “ก็เพราะผิวเกลี้ยงๆ กับหน้าหวานๆ นี่ละสินังหยี” จำปีบอกก่อนจะเอื้อมมือไปจิ้มแก้มยาหยีอย่างหมั่นไส้ จำได้ว่าครั้งแรกที่เห็นยาหยีเธอได้แต่ตาโตมองผิวพรรณผุดผาดนั้น แม้ใบหน้าจะไม่ได้สวยจับตาแบบคุณเพ็ญ แต่ก็หมดจดสดใสชวนมองไม่น้อย ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่เหมือนทาสที่ใช้แรงงานสักนิด ส่วนท่าทางและคำพูดที่ดูแปลกหูในตอนแรกนั้น หากจะเป็นบ้าใบ้ดั่งคำว่าจริง ก็คงเป็นหญิงสาวบ้าใบ้ลูกสาวของพวกขุนน้ำขุนนางเป็นแน่แท้

“เพราะหน้าตาและผิวเนี่ยนะจำปี ตลกแล้ว คุณเพ็ญเองก็ทั้งสวยทั้งรวย แถมผิวพรรณก็เนียน ไม่เคยต้องแดดต้องลมขนาดนั้น จะมาอิจฉาอะไรฉันล่ะ” ยาหยีบ่นก่อนจะส่ายหน้าแบบไม่เชื่อในคำพูดของจำปี

            “หยีเอ๊ยย เอ็งนี่โง่จริงหรือแกล้งโง่วะ” จำปีบ่นเสียงสูงก่อนจะหันมามองหน้ายาหยีตรงๆ “เอ็งรู้ไหมว่าคนทั่วกรุงศรีเขาพูดถึงเอ็งว่าอย่างไร เขาว่ากันว่าเอ็งเป็นเมียเก็บขุนกริชที่ไปได้เสียกันตอนออกไปรบกับพม่า” จำปีบอกก่อนจะถอนหายใจเมื่อเห็นว่ายาหยีทำท่าเหลอหลา

            “อะ…ไรนะ”

            “ก็เอ็งน่ะซ้อนม้าท่านขุนกริชเข้ากำแพงเมืองมา ชาวบ้านร้านตลาดเขาเห็นกันทั่ว พวกแม่ค้าก็พากันซุบซิบกันให้อึงมี่ว่าขุนกริชเอาเมียชาวป่ากลับมาด้วย”

            “จะบ้าเหรอจำปี ฉันหลงทาง ขุนกริชก็ช่วยไว้แค่นั้นเอง ทำไมถึงพูดกันไปขนาดนั้นล่ะ”

            “หยี เอ็งคงไม่รู้ว่าขุนกริชน่ะเป็นหนุ่มเนื้อหอมฟุ้งไปทั่วกรุงศรีเชียวนา ก่อนจะตกลงปลงใจหมั้นหมายกับคุณเพ็ญน่ะก็มีแม่หญิงบ้านอื่นแวะเวียนเอาของมาฝากประจำ นี่เพลาๆ ลงบ้างก็เพราะมีคุณเพ็ญดอกนะ แล้วเอ็งคิดดูเอาเถิด ว่าแม่หญิงเพ็ญที่เคยเป็นเจ้าของขุนกริชแต่เพียงผู้เดียว วันดีคืนดีต้องมาแบ่งกับสาวชาวป่าแบบเอ็ง แม่เพ็ญผู้เป็นลูกสาวเจ้าพระยาจะมีใจเอ็นดูเอ็งอย่างนั้นรึ”

            “นี่จำปีหมายความว่าคุณเพ็ญหึงฉันกับคุณกริชเหรอ” ยาหยีชี้หน้าตัวเองก่อนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

            จำปีไม่พูดอะไรได้แต่มองหน้าเหลอหลาของยาหยีอย่างนึกสงสาร แม้จะดูเด๋อๆ ด๋าๆ พูดจาทำตัวแปลกประหลาด แต่ก็พยายามปรับตัวเป็นอย่างดี สอนอะไรก็จำ บอกอะไรก็เชื่อ และจำปีรู้ดีว่าหลายครั้งยาหยีออกตัวกับคุณบัวเพื่อช่วยเธอ ความมีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของหญิงบ้าใบ้นั้นทำให้จำปีซึ้งใจไม่น้อย

            “เอาเถิดหยี คราวหน้าคราวหลังก็ระวังให้มากขึ้นแล้วกัน เรามันเป็นทาสเขา บางอย่างทนได้ก็ต้องทนวะ”

            “แต่ฉันไม่ใช่…”  ยาหยีกำลังจะเถียงว่าตัวเองไม่ใช่ทาส แต่แล้วก็ต้องเก็บคำเอาไว้ ก่อนจะถอนหายใจ

            หลายวันมานี้ยาหยีไม่ต้องไปรับใช้บนเรือน เพราะคุณบัวเข้าไปถวายงานในวังเธอเองก็เพิ่งรู้ว่านอกจากนายขุนกริชที่เป็นทหารแล้ว คุณบัวเองก็เป็นสาวชาววังอีกด้วย เมื่อมีเวลาว่างยาหยีจึงมีเวลาคิดหาหนทางกลับบ้านแต่ก็ดูเหมือนทุกอย่างจะมืดมน เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีในเมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะไม่มีทางไปเสียหมด

            “เหม่ออะไรล่ะหยี ตำเข้าสิแขนบางเหมือนลูกเจ้าขุนมูลนายแต่มาเป็นทาสเขาก็เหนื่อยหน่อยนะเอ็ง” ป้าม้วนแม่ครัวเอ่ยหยอกยาหยีก่อนจะหัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก ยาหยีได้แต่ยิ้มรับแหยๆ ก่อนจะลงมือตำน้ำพริกอย่างตั้งใจ วันนี้เธอถูกให้มาช่วยงานในครัวเพราะคุณหนูบัวไม่อยู่นานๆ ทีเธอจะมาช่วยงานในครัว เพราะฉะนั้นหน้าที่ตำน้ำพริกนี้จึงตกเป็นของเธออย่างช่วยไม่ได้

            “นังหยีข้าว่าจะถามหลายทีแล้ว เอ็งคนบ้านไหนวะ” ป้าม้วนหันมาถามคำถามที่ทำเอายาหยีหน้าเหวอ ถ้าเธอบอกว่ามาจากกรุงเทพจะได้ไหมนะ ในหัวเริ่มประมวลวิชาประวัติศาสตร์ที่เรียนมาอย่าร้อนรนก่อนจะตอบออกมาเสียงเบา

            “ฉันมาจากบางกอกจ่ะ” ยาหยีตอบก่อนส่งยิ้มแหย่ๆ 

            “ปั๊ดโถะ ว่าแล้วเชียว ผิวขาวแบบนี้เอ็งเป็นลูกครึ่งผสมพวกจีนใช่หรือไม่” ป้าม้วนตบเข่าฉาด ก่อนหันไปเออออกับบรรดาบ่าวหญิงสาวทั้งหลายในครัว 

            ยาหยีได้แต่พยักหน้าเออออห่อหมกไปกับป้าม้วนอย่างช่วยไม่ได้

            “แต่เขาว่าตอนนี้พม่ามันยึดบางกอกได้แล้วนี่” บ่าวคนนึงเอ่ยทักขึ้น ตอนนี้ข่าวพม่าที่กำลังยกทัพมานั้นกำลังเป็นประเด็นพูดคุยอยู่เนืองๆ เพราะเธอเองก็ได้ข่าวมาเหมือนกันว่าคราวนี้พม่ายกทัพมาหลายทางทีเดียว 

            “แล้วพ่อแม่เอ็งเล่าจะเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้” ป้าม้วนหันมาถาม

            “พ่อแม่ฉันตายหมดแล้วจ่ะ มีแต่ป้าตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าะเป็นตายร้ายดียังไง” ยาหยีตอบใบหน้ามีแววเศร้าเมื่คิดดถึงพ่อแม่ที่จากเธอไปนานแล้ว

            “เอ้าๆ ทำหน้าหงอยเป็นลูกหมาเชียวคิดถึงบ้านรึเอ็ง ไม่ต้องห่วงดอกบ้านนี้ไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ พอสงครามสงบเอ็งก็ขอขุนกริชไปเยี่ยมป้าเอ็งได้อยู่แล้ว คุณท่านบ้านนี้ใจดีทั้งนั้นแหละ”

            “มันไกลน่ะป้าม้วน ฉันไม่รู้จะกลับยังไง” ยาหยีเอ่ย

            “จะยากอะไรเล่ามาทางไหนก็กลับทางนั้นล่ะวะ” ป้าม้วนพูดติดตลกก่อนจะเรียกเสียงหัวเราะได้เกรียวกราว

            “มาทางไหนกลับทางนั้นงั้นเหรอ” ยาหยีพึมพำริมฝีปากบางยิ้มกับตัวเองอย่างมีความหวัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทูนหัวของพี่   41

    “คุณลิลลี่บอกจะพามาดูของที่เรือนนี้ค่ะ แต่เธอลืมกุญแจเลยไปเอาก่อนค่ะ” คำตอบที่ทำเอากรหัวเราะ ชายหนุ่มเดินไปที่เรือนหลังเล็กช้าๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือเข้าไปที่กระถางไม้ประดับที่ห้อยอยู่ที่ริมประตู พร้อมกับหยิบกุญแจออกมา “ยายลิลไม่ค่อยได้มาเลยไม่รู้ว่ามีกุญแจสำรองอยู่ตรงนี้” กรหันมาบอกยาหยีที่ยืนหัวเราะอยู่ใกล้ๆ กรเดินเข้าไปก่อนจะหันมาผายมือเป็นเชิงให้ยาหยีเดินตามเข้าไป หญิงสาวก้าวขาตามไปอย่างว่าง่าย เรือนขนาดเล็กถูกจัดแต่งด้วยของโบราณเสียเป็นส่วนใหญ่ ริมฝสมีดาบดบราณมากมายห้อยเรียงรายอยู่เต็มไปหมด “คุณทวดเคยเล่าว่าตระกูลของเราเป็นช่างตีดาบหลวงสมัยกรุงศรี เคยตีดาบให้พระมหากษัตริย์สมัยนั้นด้วยนะครับ” กรเล่าไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้สังเกตว่ายาหยีนั้นมีสีหน้าแบบใด ภาพดา

  • ทูนหัวของพี่   40

    สุดท้ายแล้วชีวิตก็ต้องเดินต่อไป หลังจากที่เธอจ่อมจ่มอยู่กับสิ่งที่เธอไม่สามารถเรียกคืนมาได้อยู่เป็นเดือน เธอก็ตัดสินใจกลับไปทำงานอีกครั้ง “แกแน่ใจนะว่าทำงานไหวแล้วน่ะ” เพื่อนสาวของเธอเอ่ยมาตามสาย “ไม่ไหวก็ต้องไหวจ้า นอนกินสมบัติเก่ามาเป็นเดือนแล้ว จะให้เกาะป้ากินต่อก็ละอายใจแล้วไหมแก” ยาหยีตอบติดตลก “เออๆ ได้ เดี๋ยวฉันช่วยดูงานให้อีกแรง” “ขอบใจจ้า รักน้า จุ๊บๆ” ยาหยีคุยกับเพื่อสาวอีกเป็นครู่ก่อนจะวางสาย และทันทีที่อยู่คนเดียวภาพของชายหนุ่มที่แสนรักก็ปรากฏในห้วงสำนึกทันที หญิงสาวยกแขนขึ้นกอดตัวเองเบาๆ น้ำตายังคงไหลได้ง่ายดายทุกครั้งที่คิดถึงเขาสินะ วันนี้เป

  • ทูนหัวของพี่   39

    ยาหยี บัวและขุนกริช จำเป็นต้องค้างกันที่วัดชะรามเพื่อรอเข้มกลับมารับตามที่นัดกันไว้ หรือถ้าพรุ่งนี้เข้มยังไม่กลับมาพวกเขาก็จะเดินทางกันด้วยเกวียนที่เตรียมเอาไว้อีกทาง “ยังดีที่เรามีเกวียน” ขุนกริชบอกก่อนจะมองบัวที่นอนอยู่อีกฝั่งของกองไฟด้วยความเป็นห่วง “หลับแล้วหรือ” ขุนกรินหันไปถามยาหยี “ใช่ค่ะ” ยาหยีตอบแค่นั้นก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ชายอันเป็นที่รัก ก่อนจะสวมกอดเขาเอาไว้ราวกับต้องการหาที่พึ่ง ขุนกริชเองก็สวมกอดกลับมาแทบจะทันที “ขอบคุณที่รักษาสัญญานะคะ” “สัญญาของข้าเป็นสัญญาเสมอ” ขุนกริชตอบก่

  • ทูนหัวของพี่   38

    พักสักนิดเถอะค่ะ คุณบัวไม่ไหวแล้ว” ยาหยีเอ่ยบอกกับขุนกริช ขุนกริชมีท่าทีลังเลก่อนจะพยักนรับ “พักสักนิดเถอะแม่บัว เข้มไปเอาน้ำที่ลำธารมาเพิ่มหน่อยเถอะเรายังต้องเดินทางอีกไกล” ขุนกริชบอกก่อนจะหันไปสั่งเข้ม “เดี๋ยวข้าจะไปเอาม้ามาตรงนี้ เจ้าสองคนขยับไปหลบตรงนั้นก่อนเถิด” ขุนกริชบอกก่อนจะช่วยพยุงบัวให้ไปนั่งพักยังที่ปลอดภัยก่อนที่ตัวเองจะไปเอาเกวียนเพื่อเตรียมพร้อมเดินทาง “ดมพิมเสนสักนิดค่ะ” ยาหยีขยี้พิมเสนที่พกติดตัวมาให้บัวดม หญิงสาวท่าทางแย่มากจนยาหยีอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงกลุ่มคนดังขึ้นไม่ไกลนัก ยาหยีลังเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เดินไปดูยังต้นเสียงภาพตรงหน้าปรากฏข้าศึกที่กำลังต้อนชาวบ้านไปยังค่ายของพวกมัน มีทั้งชายหญิง คนแก่หรือแม้แต่เด็กเล็ก หญิงสาวค่อยๆ ถอยกลับมามาหาแต่แล้วก้ต้องใจตกไปที่ตาตุ่มเมื่อพบว่า

  • ทูนหัวของพี่   37

    “คงคิดว่ากรุงศรีจะแพ้จริงๆ แล้วสินะ” เป็นคุณหญิงแก้วที่เอ่ยคำนี้ออกมาด้วยน้ำสียงนิ่งเรียบ ใบหน้าที่ยังคงแววงดงามแม้จะร่วงโรยไปบ้างตามกาลเวลานั้นนิ่งสงบ เธอหันไปมองพระยาคมเดชสรไนยผู้เป็นสามีที่ร่วมชีวิตกันมานานโดยที่ไม่พูดอะไร “แล้วนี่พ่อกริชให้เจ้ามารับใช่หรือไม่” คุณหญิงแก้วหันไปถามเข้ม “ขอรับ จริงๆ แล้วท่านขุนรออยู่นอกกำแพงเมืองตอนนี้ได้เตรียมม้ากับเกวียนมารอรับพวกคุณๆ เรียบร้อยแล้ว ท่านกำชับมาว่าให้เดินทางเช้ามืดนี้เลย เราจะเลาะป่าไปกันอาจใช้เวลามากกว่าแต่จะปลอดภัยจากข้าศึกขอรับ” เข้มเอ่ยถึงแผนการหลบหนี “อืม..บัวกับหยีไปเตรียมตัวเถิด” คุณหญิงแก้วเป็นผู้เอ่ยอีกครั้ง “แล้ว

  • ทูนหัวของพี่   36

    “จำเอาว่าเจ้าคือหญิงเพียงคนเดียวที่ข้าจะรักข้าไม่เคยนึกเสียใจที่รักเจ้าแม้แต่น้อยข้าฝากคุณแม่กับแม่บัวกับเจ้าด้วยคุณพ่อนั้นมีภาระหน้าที่ไม่น้อยแม้จะไม่ได้เป็นทหารแล้ว เรือนแห่งนี้จึงอยากให้เจ้าช่วยดูแลอีกแรงนะหยี” ขุนกริชเอ่ยฝากฟังอีกครั้ง เขารู้ดีว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นแม้จะสวยงามและน่าเอ็นดูขนาดไหน แต่จิตใจข้างในนั้นกล้าหาญและมั่นคงไม่น้อย ยาหยีพยักหน้ารับเธอซุกตัวในอ้อมกอดเขาอีกครั้ง ออกแรงกอดจนแน่นเท่าที่เธอจะทำได้ก่อนที่จะละออกมา ใบหน้าคมก้มลงมาจูบเธออีกครั้งก่อนจะผละตัวออกห่าง “ข้าต้องไปแล้ว” ขุนกริชกล่าว ไม่มีคำตอบรับจากยาหยีมีเพียงเสียงสะอื้นที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มส่งคนรัก ทั้งที่น้ำตายังนองหน้า&n

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status