LOGINแต่งงานบังหน้ามาสามปี ‘ธวิณ’ ไม่เคยคิดจะรักเมียตัวเอง จนวันหนึ่งเขาดันได้ยินเสียงในใจของเธอเข้าเต็มๆ จากแอบอ่านใจเพื่อจับผิด กลายเป็นผัวโบ้คลั่งรักเมียแบบถอนตัวไม่ขึ้นแทน!
View Moreเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวฝั่งปีกซ้ายในบ้านหลังใหญ่ของธวิณทำงานด้วยความเงียบเชียบ ปล่อยไอเย็นยะเยือก บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมอึดอัดเสียจนคนอยู่แทบนับจังหวะการสูดลมหายใจของตัวเองได้
ธวิณเอนแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำสนิท เคาะปลายนิ้วชี้ลงบนที่พักแขนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สายตาคมดุจับจ้องผู้หญิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มสวมสูทสีกรมท่าตัดเย็บเข้ารูปไร้รอยยับ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไม่มีเศษเสี้ยวความเห็นใจเจือปน
เขาเลื่อนกระดาษสองแผ่นไปตรงหน้าภรรยาตามกฎหมาย
แผ่นแรกคือเช็คเงินสดของธนาคารชั้นนำ ตัวเลขระบุชัดเจนพร้อมลายเซ็นอนุมัติ ห้าสิบล้านบาทถ้วน แผ่นที่สองคือหนังสือข้อตกลงการหย่าและแบ่งสินสมรสที่เขาสะบัดปลายปากกาเซ็นชื่อรอไว้ล่วงหน้า
เมนิตราก้มมองตัวเลขศูนย์เจ็ดตัวบนกระดาษใบเล็ก แผ่นหลังเหยียดตรง หญิงสาวเม้มริมฝีปากล่างเข้าหากัน สองมือที่วางประสานบนตักสั่นเทาน้อยๆ อาการทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของธวิณ เขามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า การแต่งงานสามปีที่ผ่านมาเป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจบังหน้าผู้ใหญ่ วันนี้มันถึงเวลาสิ้นสุดลงตามกำหนดการ
บนโซฟาหนังมุมห้อง เอมิกานต์เอนหลังพิงพนัก ยกมือขึ้นทาบอกด้วยจริตบอบบาง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกคล้ายคนพยายามควบคุมอาการเจ็บหน้าอก เสียงหอบแผ่วเบาสลับกับเสียงสะอื้นในลำคอดังขึ้น แต่ดวงตาคู่สวยกลับลอบสังเกตสถานการณ์บนโต๊ะทำงานอย่างไม่วางตา
ธวิณปรายตามองหญิงสาวด้วยความรู้สึกผิดที่ค้ำคอมาหลายปี ภาพอุบัติเหตุทางรถยนต์ในอดีตแวบขึ้นมา แม้จะเป็นเพียงการหักหลบกะทันหันจนรถเบียดขอบทางและไม่ได้มีใครบาดเจ็บสาหัส แต่แพทย์เจ้าของไข้กลับวินิจฉัยว่าความตกใจสุดขีดในวันนั้น ส่งผลกระทบต่อหัวใจของเอมิกานต์อย่างรุนแรงจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง เขาหลงเชื่อคำวินิจฉัยนั้นสนิทใจและแบกรับความรับผิดชอบมาตลอด ยิ่งเมื่อแพทย์คนเดิมเพิ่งแจ้งข่าวร้ายว่าเธออาจอยู่ได้อีกไม่นาน คำขอสุดท้ายที่เอมิกานต์ปรารถนาคือการเห็นเขาเป็นอิสระจากการแต่งงานที่ไร้หัวใจ... เพื่อชดใช้ความผิดพลาดในวันนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะสะบั้นพันธะกับภรรยาตัวเอง
เขาไม่ได้ลุกพรวดพราดเข้าไปประคองคนป่วยหรือแสดงท่าทีร้อนรน ชายหนุ่มเพียงแค่มองตรงไปข้างหน้า รอคอยกระบวนการบนโต๊ะให้เสร็จสิ้น
"เซ็นซะ เม" ธวิณเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงเยือกเย็นไม่ต่างจากอุณหภูมิห้อง
"เงินก้อนนี้ตั้งตัวได้สบาย ถือเป็นค่าเสียเวลาสามปีที่เธอต้องมาอุดอู้กางทะเบียนสมรสอยู่ที่นี่ พรุ่งนี้เช้าทนายของฉันจะมารับเธอไปจดทะเบียนหย่าที่เขตให้เรียบร้อย"
เมนิตรายื่นมือที่สั่นเทาออกไปรับหนังสือข้อตกลงมาวางตรงหน้า หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกลั้นก้อนสะอื้น ก่อนจะปล่อยให้หยาดน้ำตาใสเพียงหยดเดียวกลิ้งตกลงบนหลังมืออย่างงดงาม เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ ส่งรอยยิ้มเศร้าสร้อยแบบคนยอมแพ้ต่อโชคชะตา
"ถ้ามันคือความสุขของคุณ... ฉันก็พร้อมจะคืนอิสระให้ค่ะ"
เสียงของเธอสั่นเครือ แฝงความเจ็บปวดลึกซึ้งจนคนฟังรู้สึกหน่วงในอก ธวิณขยับตัวเล็กน้อย เขาไม่เคยเห็นเมนิตราเปราะบางขนาดนี้มาก่อน ภรรยาของเขาเป็นคนยิ้มง่าย รักษามารยาท และเก็บความรู้สึกเก่งเสมอ การพังทลายลงมาตรงหน้าทำให้สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขาเริ่มทำงาน
'ฮึบไว้ยัยมินน์! น้ำตาหยดเดียวแลกห้าสิบล้าน คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม! เซ็นปุ๊บรับเช็คปั๊บ อิสรภาพจงเจริญ! คืนนี้แม่จะไปฉลองให้ยับ!'
เสียงผู้หญิงดังก้องขึ้นมาในความเงียบ
ธวิณขมวดคิ้วมุ่น เขากวาดสายตามองรอบห้องอย่างรวดเร็ว เลขาภูมิยังคงยืนประสานมือทำหน้าตายอยู่หน้าประตูบานใหญ่ เอมิกานต์ยังคงนั่งหายใจหอบอยู่บนโซฟา เมนิตรายังคงสบตาเขาด้วยแววตาปวดร้าว ไม่มีใครขยับปากพูดประโยคยาวเหยียดเมื่อครู่เลยแม้แต่คนเดียว
ระบบสมาร์ตโฮมของบ้านรวน ชายหนุ่มตั้งข้อสงสัยในใจ แต่ระบบความปลอดภัยระดับนี้ไม่น่าปล่อยให้เสียงคนบ่นเรื่องฉลองอิสรภาพหลุดรอดเข้ามาในห้องส่วนตัวของเขาได้
เอมิกานต์เห็นจังหวะเหมาะ หญิงสาวแสร้งทำเสียงสะอื้นให้ดังขึ้น เอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง
"คุณเมคงเสียใจมากเลยใช่ไหมคะ" น้ำเสียงหวานหยดย้อยดังมาจากมุมห้อง แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจเคลือบความเหนือกว่าอย่างมิดชิด "แต่เอมี่เชื่อว่าความรักมันฝืนใจกันไม่ได้จริงๆ"
เมนิตราปรายตามองผู้หญิงที่บ่นว่าเจ็บหน้าอกแต่ยังมีแรงพูดจาฉะฉาน หญิงสาวรักษารอยยิ้มเศร้าสร้อยบนใบหน้าหวาน
"ฉันเข้าใจค่ะคุณเอม ฉันเป็นแค่คนมาทีหลัง จะไปสู้คนในใจของคุณธีร์ได้ยังไง"
'ตอแหล หลอกด่าว่าเขาไม่รักฉันงั้นสิ นังชาเขียวเอ๊ย เจ็บหน้าอกปางตายแต่บทพูดเป๊ะเวอร์ เก็บแรงไว้แกล้งป่วยเถอะแม่คุณ เดี๋ยวโรคหัวใจกำเริบตายคาบ้านขึ้นมาจะเป็นภาระป่อเต็กตึ๊งเปล่าๆ'
เสียงด่าทอแหลมปรี๊ดดังก้องขึ้นในหัวของธวิณอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนจนเขาเผลอขยับตัวนั่งหลังตรง ชายหนุ่มแน่ใจแล้วว่าไม่ได้หูแว่ว น้ำเสียงกระแทกกระทั้น จังหวะการสบถ และถ้อยคำด่าทอที่สรรหามาประชดประชันเป็นโทนเสียงของเมนิตรา
ธวิณจ้องใบหน้าเปื้อนน้ำตาของภรรยา เธอเพิ่งส่งยิ้มอ่อนหวานยอมจำนนให้เอมิกานต์ แต่เสียงในหัวที่เขาได้ยินกลับด่าทออีกฝ่ายสาดเสียเทเสีย สัญชาตญาณนักธุรกิจเริ่มประมวลผลความผิดปกติ สมองอันชาญฉลาดพยายามหาตรรกะมารองรับปรากฏการณ์ตรงหน้า
เขากำลังได้ยินความคิดของเมนิตรา
"ทานข้าวต้มไปได้แค่สามคำเองค่ะคุณนาย ยานี่ไม่ต้องพูดถึงเลย เม้มปากแน่นไม่ยอมทานท่าเดียว นายน้อยดื้อมากค่ะ ไล่ป้าออกมาแล้วบอกว่า... 'จะรอคุณมินน์' คนเดียวค่ะ""หา? รอฉันเนี่ยนะ?" เมนิตราอ้าปากค้าง'โอ๊ยยย! ไอ้ตู้เย็นบ้า! ป่วยแล้วยังจะมาทำตัวเป็นเด็กสามขวบอีก! ข้าวยาไม่ยอมกิน จะรอให้ฉันไปป้อนหรือไงฮะ ภาระจริงๆ เลย!'แม้จะบ่นด่าในใจอย่างหงุดหงิด แต่สองขากลับก้าวฉับๆ เดินขึ้นบันไดตรงดิ่งไปยังห้องนอนหลักทันทีเพื่อไปจัดการกับคนดื้อภาพแรกที่เห็นเมื่อเปิดประตูเข้าไปคือ ‘ท่านประธานตู้เย็น’ ผู้เกรียงไกร กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยแดงจางๆ จากพิษไข้ ชายหนุ่มพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมา คิ้วเข้มขมวดมุ่นราวกับคนนอนไม่หลับ สภาพตอนนี้ไม่เหลือเค้าราชสีห์จอมเผด็จการ มีแต่ ‘ไอ้โบ้’ ตัวโตที่กำลังป่วยหนักเท่านั้นเมนิตราถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียง วางมือเล็กลงบนหน้าผากกว้างเพื่อวัดอุณหภูมิ"ไข้ลดลงหน่อยแล้วนี่นา แต่ทำไมยังนอนกระสับกระส่ายอยู่อีก" เธอพึมพำ ก่อนจะเริ่มบ่นออกเสียงตามประสาคนปากแจ๋ว "มีที่ไหนกัน โตป่านนี้แล้วยังไปกินเหล้าดวลสาเกจนไข้ขึ้น! เป็นประธา
การไลฟ์สดลงพื้นที่ไซต์ก่อสร้างจบลงด้วยความสำเร็จที่เรียกได้ว่า ‘ถล่มทลาย’แฮชแท็ก #DKEnterprise และ #มาดามร้อยล้าน พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนเทรนด์ทวิตเตอร์ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง! ความโปร่งใส ชัดเจน และลีลาการฟาดกลับด้วยข้อมูลตัวเลขที่เฉียบขาดของ CFO สาว ทำเอาข่าวลือที่คู่แข่งสร้างขึ้นโดนตีตกไปจนหมดสภาพ หุ้นของบริษัทที่ทำท่าจะดิ่งหัวลงกลับดีดตัวพุ่งปรี๊ดทะลุเพดาน แถมยอดจองพื้นที่พรีเซลส์ก็ถูกจับจองเต็มทุกยูนิตภายในเวลาอันรวดเร็ว!"ยอดเยี่ยมมากครับมาดามเมนิตรา!" ตัวแทนนักลงทุนชาวญี่ปุ่นโค้งคำนับให้เธอด้วยความเคารพอย่างสูงสุด จนแทบจะตั้งฉากกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่งและชื่นชม "การแก้ปัญหาของคุณเด็ดขาดและชาญฉลาดมาก! เดชาเกียรติกรุ๊ปมีนายหญิงที่เก่งกาจขนาดนี้ พวกเรามั่นใจที่จะร่วมลงทุนด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ!"เมนิตรายิ้มรับคำชมอย่างสง่างาม ก่อนจะหันไปขยิบตาให้เลขาภูมิที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ'หึ... แน่นอนสิยะ ร้อยล้านของฉัน ใครหน้าไหนก็ห้ามมาแตะ!'ทว่าภารกิจของ ‘มาดามร้อยล้าน’ ยังไม่จบลงแค่นั้น หลังจากส่งตัวแทนนักลงทุนชาวญี่ปุ่นกลับไปอย่างชื่นมื่น เมนิตราก็ต้องกลับเข้าห
ภายในห้องประชุมบอร์ดผู้บริหาร บรรยากาศอึมครึมราวกับมีเมฆฝนลอยอยู่ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกำลังยืนเหงื่อแตกพลั่ก ขณะที่ตัวแทนจากกลุ่มทุนญี่ปุ่นนั่งกอดอกหน้าเครียด บอร์ดบริหารอาวุโสหลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกันอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นว่าคนที่ผลักประตูเข้ามาไม่ใช่ท่านประธาน แต่เป็นหญิงสาวร่างระหงในชุดสูททำงานสีขาวเรียบหรู ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่านางพญา"ขออภัยที่ให้รอค่ะ" เมนิตราเอ่ยเสียงเรียบกริบ นัยน์ตากลมโตแฝงไปด้วยความเฉียบขาด "ท่านประธานป่วยกะทันหัน ดิฉัน เมนิตรา เดชาเกียรติ ค่ะ... ถึงดิฉันจะไม่มีตำแหน่งในบอร์ดบริหาร และเป็นเพียง ‘CFO ของบ้าน’ ที่มีหน้าที่บริหารทรัพย์สินส่วนตัวของสามี..."หญิงสาวปรายตามองกวาดไปทั่วห้องประชุมอย่างเยือกเย็น ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ "...แต่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดิฉันถือหนังสือมอบอำนาจฉุกเฉินจาก CEO ให้มานั่งหัวโต๊ะ เพื่อจัดการวาระการประชุมวันนี้แทนค่ะ""คุณเมนิตรา?" กรรมการผู้ใหญ่วัยใกล้เกษียณคนหนึ่งแค่นเสียงหัวเราะในลำคอพลางปรามาสอย่างเปิดเผย "แค่มีหนังสือมอบอำนาจ ไม่ได้แปลว่าจะคุมเกมรอดนะครับ นี่มันศึกระดับร้อยล้าน ปกติเห็นคุณนายประธานเก
เที่ยงคืนตรง รถตู้ผู้บริหารคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูบ้านเดชาเกียรติอย่างรวดเร็ว ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของเลขาภูมิที่หอบแฮ่ก แบกเจ้านายหนุ่มร่างยักษ์ที่อ่อนปวกเปียกทุลักทุเลเข้ามาในห้องนั่งเล่น"โอ๊ย! พี่ภูมิ! ทำไมสภาพคุณธีร์เป็นแบบนี้คะเนี่ย!" เมนิตราที่เพิ่งเดินลงมาดื่มน้ำ ทิ้งแก้วแทบไม่ทัน รีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงร่างสามีที่หน้าแดงก่ำ กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งไปทั้งตัว"ลูกค้าวีไอพีจากญี่ปุ่นครับคุณมินน์ ดวลสาเกกันดุเดือดมาก บอสกลัวเสียมารยาทเลยซัดไปซะหมดแม็กซ์..." ภูมิพูดปนหอบ ก่อนจะทิ้งร่างเจ้านายแหมะลงบนโซฟาตัวยาว "ตัวบอสอุ่นๆ เหมือนจะมีไข้ด้วยนะครับ ผมฝากคุณมินน์จัดการต่อด้วยนะครับ ผมขอตัวก่อน!"พูดจบเลขาคู่ใจก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เมนิตรายืนเท้าสะเอวมองสภาพ ‘ตู้เย็นที่ระบบทำความเย็นพังทลาย’ ด้วยความระอา"เก่งนักนะพ่อคุณ กินจนเมาแอ๋เป็นหมาตกน้ำเลย"หญิงสาวบ่นอุบ แต่ก็ยอมเดินไปหยิบกะละมังน้ำอุ่นกับผ้าขนหนูมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ ทว่าทันทีที่ผ้าเปียกหมาดแตะลงบนแก้มสาก มือใหญ่ที่ร้อนจี๋ของธวิณก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเธอแรงแต่ทะนุถนอม ก่อนจะออกแรงดึงจ
reviews