Beranda / โรแมนติก / ท่านชายแวมไพร์ / บทที่ 9 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

Share

บทที่ 9 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

last update Tanggal publikasi: 2025-01-27 03:03:22

ลินินกระโดดโลดเต้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าควรไปกล่าวขอบคุณเจย์เดนอย่างเป็นทางการ เมื่อนั้นเธอจึงวิ่งออกจากห้องและตรงสู่ห้องนอนของเจย์เดนโดยเร็วไว

เจย์เดนซึ่งตอนแรกยืนอยู่ตรงระเบียงห้องของเธอ เมื่อเห็นว่าลินินวิ่งออกไปข้างนอก เขาก็รีบวิ่งกลับห้องตัวเองอย่างรู้ทัน

‘อยู่ในห้องหรือเปล่านะ’ ลินินยังลังเลที่จะเคาะประตู ด้วยไม่รู้ว่าจะเป็นการรบกวนอีกฝ่ายหรือเปล่า เธอจึงกอดเจ้าเจย์เดนตัวน้อยและเดินวนเวียนไปมาอยู่ตรงหน้าห้องของเขาแทน

ผ่านไปสักพัก ลินินก็เริ่มใช้หูแนบไปกับบานประตู เพื่อจับเสียงที่อยู่ภายในห้องนั้น และเมื่อภายในห้องเงียบงัน เธอก็ยิ่งรู้สึกไม่กล้าเคาะประตูมากขึ้นเท่านั้น

‘เข้ามาสิ เข้ามาหาข้าสิ’ เจย์เดนคิดในใจ ขณะที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกลจากประตูห้องของตัวเองนัก แต่เมื่อผ่านไปสักพัก ก็ไร้วี่แววว่าคนข้างนอกจะเปิดเข้ามา ทั้งที่กลิ่นของเธอยังคงเด่นชัดว่าอยู่ตรงหน้าห้องของตน

‘เหตุใดนางจึงไม่เข้ามาหาข้า!’ ด้วยความฉุนเฉียวชั่วขณะ มือหนาจึงดึงเปิดบานประตูออกทันใด ซึ่งการกระทำนี้ทำให้ลินินที่กำลังแนบหูไปกับบานประตูอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงเซถลาเข้าไปในเขตห้องของเจย์เดนโดยไม่ตั้งใจ

ลินินกรีดร้องออกมา พลันรู้สึกว่าตัวเองจะต้องล้มลงอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่จะเป็นเช่นนั้น มือหนาของเจย์เดนก็เข้ามาประคองเอาไว้ได้ทันกาลพอดี

เมื่อคว้าร่างบางได้แล้ว มือหนาก็เอื้อมไปปิดประตูลง พลางแยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นประหนึ่งว่าสามารถจับเหยื่อชิ้นใหญ่ได้แล้วอย่างไรอย่างนั้น เขาก้มมองลินินที่กำลังกอดเจ้าเจย์เดนอยู่ในอ้อมแขน ก่อนจะปล่อยมือหนาของตัวเองออกในที่สุด แล้วทำเป็นเอ่ยเสียงเข้ม

“เจ้ามายืนอยู่หน้าห้องข้าทำไมกัน” อันที่จริงเจย์เดนทราบอยู่แล้วว่าลินินมีธุระอะไร แต่เขาอยากฟังจากปากของเธอตามตรงเสียมากกว่า

“ฉันแค่อยากจะมาขอบคุณ...ขอบคุณนะเจย์เดน” ว่าจบเธอก็กำลังจะเดินเลี่ยงคนตรงหน้าเพื่อหวังจะออกไปจากห้องของเขา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น คิดหรือว่าเขาจะยอมปล่อยให้เหยื่อตัวน้อย ๆ หลุดมือไปง่าย ๆ

มันต้องเล่นให้หนำใจก่อนสิ...เจย์เดนคิดในใจ พลันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า

“เจ้ามาแค่นี้เองเหรอ? นี่เป็นวิธีการขอบคุณของเจ้าอย่างนั้นสิ?” ว่าพลางก้าวเดินไปใกล้เธอมากขึ้น ลินินที่เห็นแบบนั้นก็ก้าวถอยหลังไปตามกัน พื้นที่ในห้องนอนช่างกว้างขวาง แต่เพียงไม่นานนักขาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับขอบเตียงของเขาจนได้

ร่างของลินินทรุดลงไปบนเตียง ซึ่งเจย์เดนที่ดูเหมือนจะคิดแผนการณ์นี้เอาไว้เสียแต่เนิ่น ๆ แล้ว เมื่อเห็นว่าเป็นไปตามคาดก็อดพึงพอใจเสียไม่ได้

“นี่...เจ้าคงไม่คิดว่า เข้ามาในห้องของข้าแบบนี้แล้วจะได้กลับออกไปง่าย ๆหรอกนะ?” สองแขนแกร่งค้ำยันลงบนฟูกที่นอนเพื่อกักกันตัวเธอไม่ให้หลุดเงื้อมมือไปได้ง่าย ๆ

ลินินที่เห็นเช่นนั้นก็เริ่มมองหาทางหนีทีไล่ แต่เมื่อคิดไปถึงว่าคนตรงหน้าเป็นถึง แวมไพร์ อย่างไร...ความไวของเธอก็ไม่สามารถเอาชนะเขาได้อยู่แล้ว

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เธอจึงรีบส่งสายตาอ้อนวอนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน “คือว่า...ฉันต้องรีบไปอ่านหนังสือ...มัน...มันใกล้สอบแล้ว” หญิงสาวพยายามหว่านล้อม ส่วนเจย์เดนก็ยังคงยิ้มเจ้าเล่ห์ เหมือนไม่ได้ฟังคำกล่าวของเธอเลยสักนิด

“ข้าก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเจ้านี่หอมน่ากินเหลือเกิน” ว่าพลางจะก้มลงมาสูดดมกลิ่นตรงบริเวณซอกคอของเธอ

ในขณะที่เจย์เดนหลับตาพริ้มพร้อมสูดกลิ่นหอมเย้ายวนนั้น ลินินก็อาศัยจังหวะนั้นไถลตัวออกจากการกักขังของเขาได้สำเร็จ แล้วรีบวิ่งไปเปิดประตูเพื่อกลับห้องของตัวเอง

เจย์เดนทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงพลางสายตามองตามร่างบางที่วิ่งดุ๊กดิ๊กพ้นประตูไปจนลับตา

“หึ เอาไว้กินครั้งหน้าก็ไม่สาย” ว่ากันตามตรง หากเขาจะลงมือจริง ๆ ลินินไม่มีทางหนีรอดหรอก

ยามเช้าในวันหยุดสุดสัปดาห์ ลินินออกมานั่งอ่านหนังสือที่ห้องสวนกระจกของคฤหาสน์ ส่วนางกายธอก็มีสาใช้คนสนิทอย่าง เบล คอยนั่งให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง อันที่จริงเธอค่อนข้างตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นมนูษย์นั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้ แต่ด้วยท่าทางขะมักเขม้นนัน มันกลับทำให้เธอรู้สึกทึ่งอย่างแปลกประหลาด

“ไปพักผ่อนก็ได้นะเบล ไม่ต้องมานั่งอยู่ที่นี่หรอก อากาศมันหนาว” ลินินบอกกล่าว แต่สายตาก็ยังไม่ละออกจากหนังสือ

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เผื่อคุณหนูขาดเหลืออะไรจะได้เรียกข้าได้ตลอด” เมื่อเห็นเธอยืนกรานเช่นนั้น ลินินก็ไม่ได้ว่าอะไร

ขณะเดียวกันนั้น ชายชราคนหนึ่งก็เดินผ่านบริเวณนั้นพอดี เมื่อเห็นลินินเขาก็เดินเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้ม ลินินจำได้ทันทีว่าเป็นชายชราที่เรียกธอว่า ‘ท่านหญิง’ ยามเมื่อเธอมาคฤหาสน์นี้ครั้งแรก

“ท่านหญิง...” เขาค้อมศีรษะให้เธอ จนลินินต้องลุกขึ้นยืนแล้วก้มศีรษะคืนให้ด้วยความนอบน้อมยิ่งกว่า ด้วยความเห็นว่าเขาอาวุโสยิ่งนัก “อ่านหนังสืออยู่หรือขอรับ”

“ค่ะ พอดีใกล้สอบแล้ว...” ลินินตอบกลับ

“ช่างขยันนัก ขอให้สมปรารถนาได้คณะที่ที่หวังนะขอรับ”

“ขอบคุณค่ะ” ลินินค้อมศีรษะให้เมื่อได้ยินคำอวยพรจากคุณปู่ตรงหน้า แต่ก่อนที่จะกลับไปสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ เธอกลับเอ่ยถามถึงเรื่องที่ค้างคาใจมานานขึ้นเสียก่อน “ว่าแต่...ทำไมคุณปู่ถึงเรียกหนูว่าท่านหญิงเหรอคะ”

ชายชราได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะบอกเล่าถึงหน้าที่ของตัวเองในคฤหาสน์หลังนี้ “ข้าน้อยเป็นโหรหลวงประจำตระกูลแบรดฟอร์ด ทำนายดวงชะตาให้กับตระกูลนี้มาจวบจะพันปีเข้าแล้ว”

ลินินตั้งใจฟังราวกับไม่อยากขาดตกบกพร่องไปสักประโยค “ก่อนหน้านี้ข้าน้อยได้ทำนายดวงชะตาของท่านชาย ดาราประจำตัวของท่านบอกว่าจะได้คู่ครองที่เหมาะสมในช่วงนี้ ข้าน้อยจึงหาเครื่องหมายนำทางไปสู่คู่ครองให้กับท่านชายขอรับ”

ในตอนแรกที่ได้ฟังเช่นนั้น ลินินก็ขมวดคิ้ววุ่น ด้วยความยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่ท่านโหรหลวงกำลังสื่อ จนกระทั่งในที่สุดเขาก็กล่าวประโยคที่ทำให้เธอเริ่มกระจ่างแจ้ง “กุหลาบดอกนั้น...คือเครื่องหมายนำทางขอรับ”

เมื่อได้ยินแบบนั้น ลินินก็อึ้งไปครู่หนึ่ง “อย่าบอกนะว่าเป็นกุหลาบสีดำดอกนั้น!?”

โหรหลวงไม่ได้กล่าวอะไร เพียงแค่ยกยิ้มแล้วค้อมศีรษะให้ เขาทราบว่าท่านชายยังไม่ได้แจ้งเรื่องนี้ให้ลินินทราบ แต่ชายชราครุ่นคิดมาสักพักแล้วว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ควรคืบหน้าได้แล้ว มิฉะนั้นอาจไม่ทันกาล จึงชิงลงมือบอกเธอเสียเองเลย

อาจทำให้เจย์เดนไม่พอใจ แต่ถึงอย่างไรลินินก็ต้องทราบเข้าในสักวันนั่นแหละ

ลินินที่ทราบเรื่องก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ ชาร์ล ไปเหมากุหลาบในร้านที่เธอทำงานพาร์ทไทม์ขึ้นมาได้ เมื่อนั้นเธอจึงพอจะทราบแล้วว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะในตอนนั้นเธอเก็บกุหลาบดอกนั้นไปแล้ว

‘นี่แสดงว่าเขาตามดูเธอมาตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้วอย่างนั้นสิ!!!’

ลินินครุ่นคิดพลางทำสีหน้าแตกตื่น ก่อนจะรีบบอกกล่าวด้วยท่าทางลนลาน “แต่...ฉันแค่บังเอิญเก็บกุหลาบดอกนั้นได้นะคะ อาจไม่ใช่ฉันก็ได้”

ไม่รู้สิ เธอคิดว่าตัวเองอาจไม่เหมาะเป็นว่าที่ชายยาของเขาเลยสักนิด

โหรหลวงเห็นดังนั้นก็เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา “บนโลกนี้ ไม่มีเรื่องบังเอิญหรอกขอรับ...”

“?”

“คุณหนูก็เห็นมิใช่หรือ ว่าท่านชายตั้งใจพาคุณหนูมา ถึงกับยอมทุ่มเงินมหาศาล เรื่องแบบนี้หากจะมองว่าบังเอิญก็คงไม่ใช่หรอกขอรับ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นลินินก็เริ่มใจสั่นไหวพลันหน้าแดงขึ้นมาทันที นี่หมายความว่าเธอไปถูกตาต้องใจเขาอย่างนั้นเหรอ!?

ว่าแต่...นี่เขาหายไปทั้งวันเลยนะ ลินินคิดในใจพลางนึกสงสัยว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่

ไม่ได้นะ...นี่เราจะสงสัยเรื่องของเขาไปเพื่ออะไรกัน! โต้แย้งกับตัวเองเสร็จก็ทำใจให้โล่งเพื่ออ่านหนังสือต่อ...

ช่วงบ่าย แสงตะวันเริ่มคล้อยลง ลินินจึงเปลี่ยนไปอ่านภายในห้องสมุดของคฤหาสน์แทน แต่เมื่อเห็นร่างสูงของเจย์เดนเดินผ่านไป โดยมีชาร์ลที่คอยเดินอยู่ข้าง ๆ เธอก็เริ่มนึกถึงสิ่งที่โหรหลวงเล่าให้ฟังขึ้นมา

‘เขาถูกใจอะไรในตัวฉันกันนะ’ คิดในใจพลางสายตายังจับจ้องไปที่ร่างสูง ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะยืนสนทนาเรื่องสำคัญของตัวเองอยู่ จึงไม่ทันสังเกตเห็นเธอที่นั่งอยู่ตรงนี้

“นัดเซ็นสัญญากับทางนั้นได้เลยนะ” เสียงเข้มแว่วเข้ามาดังกระทบหู แล้วอยู่ ๆ ลินินก็หน้าขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อทำใจให้สงบก่อนจะจ้องมองหนังสือต่อไป

แต่ก็เหมือนแค่มองผ่านตัวอักษรเท่านั้น เพราะในสมองของเธอตอนนี้ครุ่นคิดถึงเรื่องของเจย์เดนอยู่ตลอดเวลา

“ตั้งสติหน่อยลินิน...” เธอกล่าวย้ำเตือนตัวเอง แต่แล้วเจย์เดนก็เดินเข้ามาในห้องสมุดพอดี ขายาวของเขาหยุดชะงักลงเมื่อเห็นว่าเธอก็นั่งอยู่ที่นี่เช่นกัน

สายตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับกำลังพินิจบางอย่าง ลินินเองก็รู้สึกได้ถึงสายตาคู่นั้นที่กำลังจับจ้อง แต่ก็เลือกที่จะพยายามก้มหน้าก้มตาเพื่อหลีกเลี่ยงการประชันหน้าโดยตรง

หากมองหน้าเขาตอนนี้ มีหวังเธอต้องเขินจนสติแตกกระเจิงแน่...สมาธิลินิน...มีสมาธิเข้าไว้...

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังตั้งใจกับการอ่านหนังสือ เจย์เดนก็มีมารยาทมากพอที่จะไม่เข้าไปก่อกวนเธอ เขาจึงค่อย ๆ เดินเลี่ยงกลับออกจากห้องสมุดไป

‘ฟู่ว เกือบไปแล้ว...’ เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ราวกับเอาตัวรอดจากปีศาจได้สำเร็จอย่างนั้น

แต่แล้วหลังจากช่วงบ่ายในวันนั้นเธอก็ไม่ได้เห็นหน้าเจย์เดนอีกเลย ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 8 อยู่บ้านกับท่านพ่อ 2

    ในเช้าวันหนึ่งหลังมื้ออาหาร อยู่ๆ ลินินก็ได้รับสายจากบริษัทว่ามีธุระเร่งด่วนต้องเข้าไปเจรจากับทางโรงงานฝ่ายผลิต ด้วยแบบเสื้อผ้าที่โรงงานจัดทำตัวอย่างรุ่นแรกออกมามันผิดไปจากแบบที่เธอคาดหวังเอาไว้มากคิ้วสวยขมวดมุ่นอย่างไม่พอใจ ก่อนจะจัดการบอกเลขาว่าเดี๋ยวจะเข้าไปที่โรงงานด้วยตัวเอง“ดูเหมือนต้องไปที่โรงงานเองแล้วล่ะ แบบที่ส่งมามันไม่ตรงกับที่สั่งไว้เลย” เธอบ่นให้สามีฟังขณะที่เตรียมตัวจะออกไปข้างนอกเจย์เดนที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ทำหน้าฉงน “เจ้าสั่งเลขาไปแทนก็ได้หนิลินิน ไม่เห็นต้องไปเองเลย ทำไมต้องเหนื่อยเองด้วย?” น้ำเสียงบ่งบอกชัดเจนว่าคัดค้านสุดตัวลินินจึงหยุดมือจากการเตรียมเอกสารแล้วหันมามองมาทางเขาอย่างไม่เข้าใจนักว่าทำไมสามีเธอจึงมีทีท่าเช่นนั้น“ก็เพราะเป็นแบรนด์ของฉันไง ฉันก็เลยอยากเข้าไปดูเอง”ได้ยินแบบนั้นเจ้าแวมไพร์ก็เริ่มขยับตัวเหมือนอยู่ไม่สุข สีหน้าของเขาเริ่มออกอาการกังวล ส่วนภรรยาตัวน้อยของเขาก็จับจ้องมองตามท่าทีนั้นอย่างไม่วางตา ด้วยสงสัยว่าสามีเป็นอะไรไป“แต่เจ้าไม่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองก็ได้นี่นา ข้าแค่…แค่คิดว่าเจ้าควรพักบ้าง” ว่าจบก็ส่งมือหนาเข้ามากอบกุมมือเรียวของเธออ

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 7 คำชมจากแม่สามี

    ในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ท่านพ่อและท่านแม่ของเจย์เดนมาถึงพร้อมกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากเด็ก ๆ ทั้งสี่ที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาเติบโตอย่างรวดเร็วจนผู้ใหญ่ในครอบครัวอดตกใจเสียไม่ได้“ลินิน เจ้านี่เก่งเหลือเกิน” ท่านแม่เอ่ยชมขณะมองดูหลาน ๆ ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ “ของข้าแค่คนเดียวก็ลมแทบจับแล้ว” ลินินยิ้มตอบ ขณะเดียวกันนั้นเจย์เดนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มขมวดคิ้วขึ้นในทันทีเมื่อได้ฟังคำพูดของแม่ตัวเอง “อะไรกันท่านแม่ ข้าเลี้ยงยากเหรอ?” ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังไลเรนได้ยินก็หัวเราะขึ้น “เลี้ยงยากมาก เจ้าดื้อมากตั้งแต่ยังเล็ก ๆ แล้ว” “ดื้อเหรอคะ?” ลินินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ “ไม่เห็นเคยรู้เลย” เธอนึกภาพเจย์เดนผู้มีท่าทีสงบนิ่งกลายเป็นเด็กดื้อไม่ออกเลยจริง ๆ แต่ถ้าหากเรื่องความขี้แกล้ง อันนี้พอจะรู้อยู่บ้างแล้วล่ะเจย์เดนขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม “ข้าไม่ได้ดื้ออะไรสักหน่อย ท่านแม่น่ะพูดเกินไป”“งั้นเหรอ?” ท่านแม่ส่งยิ้มพร้อมสายตาเจ้าเล่ห์มาทางเจย์เดน ก่อนจะหลับตาลงแล้วเล่าเรื่องสมัยที่เจย์เดนยังเป็นเด็กขึ้น “แล้วใครกันที่ปีนต้นไม้หนีออกจากบ้านเพร

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 6 อยู่บ้านกับท่านพ่อ

    บังเอิญว่าในวันนี้ลินินจะต้องไปตรวจงานออกแบบเสื้อผ้าที่บริษัทของเธอ หลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้วก็พร้อมจะออกเดินทางเจย์เดนในเสื้อเชิ้ตที่พับแขนขึ้นเล็กน้อยก็เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยมาดเข้ม "เจ้าจะไปนานไหม?" เขาถามลินินพร้อมย่อตัวนั่งลงตรงหน้าก่อนจะยื่นมือหนาออกไปช่วยสวมรองเท้าให้เธอ"ไม่นานหรอก นายอยู่ดูเด็ก ๆ ไหวใช่ไหม?" ลินินหันมายิ้มให้เล็กน้อยเจย์เดนพยักหน้ามั่นใจ "ข้าเป็นแวมไพร์นะ เลี้ยงเด็กแค่นี้จะไปยากอะไร" ใบหน้าหล่อแสยะยิ้มขึ้นด้วยความมั่นใจลินินเห็นแบบนั้นก็แอบหัวเราะนิดหน่อย "งั้นฝากด้วยนะ อย่าให้พวกเขาทำบ้านพังล่ะ""บ้านทนจะตาย เจ้าอย่ากังวลไปเลย" เขาพูดติดตลก พร้อมยกมือโบกให้ลินินก่อนที่เธอจะเดินออกไปตอนแรกทุกอย่างดูสงบเรียบร้อย เด็ก ๆ นั่งวาดรูปอยู่ในห้องโถงใหญ่ แต่ไม่นานนัก เรย์เน่เริ่มบ่นว่าเบื่อและอยากเล่นซ่อนแอบ"ท่านพ่อ เล่นซ่อนแอบกับพวกเราไหมคะ" ไม่เพียงแค่เอ่ยถาม ยังส่งสายตาแวอย่างออดอ้อนมาให้เจย์เดนอีกต่างหากร่างสูงที่นั่งเฝ้าลูก ๆ พร้อมทำงานไปด้วยก็ชายตาขึ้นจากกองงาน ก่อนจะตอบรับ "ได้สิ นับสิบนะ"ยังไม่ทันจะเริ่มนับ เด็ก ๆ ทั้งห้าก็วิ่งวุ่นหาที่ซ่อนไปทั่วคฤหาสน์

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 5 ข้าวกล่องหรรษา

    เช้าวันหนึ่งลินินตื่นขึ้นมา และเมื่อเห็นว่าลูก ๆ ยังหลับอยู่ เธอก็ตั้งใจว่าจะทำข้าวกล่องไปให้สามีที่บริษัท จึงรีบเร่งเตรียมวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน“ทำเสต๊กแล้วกัน” เธอว่าพลางตัดชื้นเนื้อแล้วจับมันพลิกใส่เตาย่าง เมื่อสุกได้ที่แบบกลาง ๆ แล้ว ก็นำมาตัดเป็นชิ้นพอดีคำ และพร้อมเริ่มเตรียมอย่างอื่นต่อไปแต่ก่อนที่จะทันได้ลงมือ ลูก ๆ ทั้งสี่ เจย์เนส เรย์เน่ เคย์ลิส และไลเอนน์ ก็ตื่นขึ้นมาได้ยินเข้าเสียก่อน"ท่านแม่ทำอะไรเหรอครับ/คะ?" เสียงเจื้อยแจ้วเอ่ย ถามอย่างตื่นเต้น และเมื่อทราบว่าท่านแม่ของพวกเขากำลังจะทำรู้ข้าวกล่องไปให้ท่านพ่อที่บริษัท ทุกคนก็ดูเหมือนอยากจะช่วยกันคนละไม้คนละมือขึ้นมาในทันทีแต่แทนที่การช่วยจะทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นกลับกลายเป็นวุ่นวายกว่าเดิมเสียอย่างนั้นเจย์เนสที่เป็นพี่ใหญ่สุดพยายามช่วยลินินหั่นผลไม้ แต่ด้วยความที่ยังมือใหม่จึงหั่นออกมาได้ไม่ค่อยเท่ากันนัก บางชิ้นก็ใหญ่เกินกว่าจะยัดลงปากได้ ส่วนบางชิ้นก็บางเฉียบจนแทบไม่ไต้องเตี้ยวกันเลย จนลินินต้องเข้ามาแก้ให้ส่วนเรย์เน่ คนนี้ชื่นชอบความสวยงามเป็นชีวิตจิตใจ จึงได้รับหน้าที่ยืนแต่งจานสลัด แต่ด้วยความที่เป็นเด็ก จึงใส่ใ

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 4 ศึกชิงนางจากผู้ท้าชิงห้าคน

    นานวันเข้า เจย์เนสและเรย์เน่ก็เริ่มโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ก็เหมือนเด็กอายุเจ็ดขวบเข้าแล้ว ส่วนน้องน้อยของพวกเขาตอนนี้ก็คล้ายกับเด็กมนุษย์ในช่วงวัยห้าขวบ และใช่ ทั้งมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงปีเป็นอย่างที่ท่านหมอเคยกล่าวว่าพวกเขาจะโตไวและเรียนรู้เร็วมาก เจย์เดนกับลินินจึงจ้างครูมาคอยสอนพวกเขาที่บ้านด้วย เนื่องจากเล็งเห็นว่าพวกเขาอาจยังไม่พร้อมที่จะไปเข้าเรียนร่วมกับเด็กคนอื่น ๆนอกจากนี้ เมื่อเริ่มโตขึ้น การติดแม่ก็เริ่มน้อยลง กลายเป็นน้อง ๆ เข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนั้นแทนเจย์เนสในวัยหนุ่มน้อยเริ่มสนใจการอ่านหนังสือในห้องเงียบ ๆ หรือออกไปฝึกศิลปะการต่อสู้กับอาจารย์ที่ท่านพ่อของเขาจ้างมาฝึกส่วนตัวเสียมากกว่ามาขลุกอยู่ในห้องกับน้อง ๆ และนอกเหนือจากนั้นนิสัยก็เริ่มเคร่งขรึมมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนผู้เป็นพ่ออย่างไม่ทิ้งห่างส่วนเรย์เน่ก็เริ่มมีความสนใจในเรื่องศิลปะและดนตรี บ่อยครั้งเธอจะเก็บตัวฝึกซ้อมเปียโนหรือวาดภาพในมุมของตัวเอง "ช่วงนี้ส่งไม้ต่อให้น้อง ๆ แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าแม่จะเหงาเลย"ลินินได้ฟังเช่นนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา แต่ถึงก็ยังมีสมาชิกตัวโตที่ดูเหมือนจะคอยมาแย่งแม่ของพวกเขาอยู่ตลอด

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 3 เกิดเรื่องไม่คาดฝันอีกแล้ว

    และแล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นอีกครั้งเข้าจนได้ เมื่อลินินส่องกระจกและเริ่มเห็นหน้าท้องที่ดูเหมือนจะอวบอิ่มขึ้น“นี่เราไม่ได้ออกกำลังกายจนลงพุงหรือยังไงกันเนี่ย” เธอพึมพำ แต่แล้วก็นึกถึงตอนที่ตั้งท้องสองแฝดขึ้นมาได้ ว่ามันก็เริ่มต้นเช่นนี้นอกจากนี้เมื่อสังเกตอาการไปนานวันเข้า ยังมีอาการพะอืดพะอมร่วมด้วยอีกต่างหาก อาการนั้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเจย์เดนต้องตัดสินใจพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลในที่สุด“ซูบผอมลงอีกแล้วนะขอรับท่านหญิง” ท่านหมอเอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้ม"ตอนแรกฉันคิดว่าอาจจะกินเยอะไป อาหารก็เลยอาจจะไม่ย่อย แต่พอเห็นว่าผอมลงแล้วท้องป่องเหมือนครั้งที่แล้ว ก็เลยคิดว่าคงจะ..." ลินินพูดเสียงเบาขณะที่ท่านหมอก็อัลตร้าซาวน์บริเวณหน้าท้องของเธอไปพลาง“ขอรับ ตั้งครรภ์อีกแล้ว..." ท่านหมอยืนยันความคิดของเธอเจย์เดนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ พลันหยุดนิ่งราวกับถูกหยุดเวลา ดวงตาสีแดงของเขาจับจ้องไปยังหมอหลวงราวกับอยากจะให้แน่ใจว่าตัวเองฟังไม่ผิดไป "ปกติแล้วแวมไพร์จะตั้งครรภ์ได้ครั้งเดียวไม่ใช่หรือ?"“นั่นน่ะสิ” แววตาคู่สวยของลินินก็จับจ้องใบหน้าของท่านหมอด้วยความฉงนเช่นกัน พร้อมกับหันมองสามีของตน

  • ท่านชายแวมไพร์   บทที่ 32 อย่าเห็นแก่ความหล่อนักสิ

    เวลาผ่านไปสักพัก... สายตาสองคู่นิ่งเรียบยังคงจ้องมองคนตัวเล็กอย่างไม่วางตา ก่อนที่ชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายเริ่มก้าวเข้ามาแล้วเดินวนรอบตัวเธออย่างพินิจ ท่าทางแบบนี้ มันเหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด... วันแรกที่เจย์เดนได้ทำความรู้จักกับเธอเขาก็ทำแบบนี้เหมือนกัน “เอเดรียน ข้าเคยบอกแล้วไงว่ามนุษย์ไม่ได้ทำความร

  • ท่านชายแวมไพร์   บทที่ 13 บางทีพวกมนุษย์สาว อาจชอบชายหนุ่มที่ร้ายลึก

    หลังจากกลับมาถึงคฤหาสน์ ลินินก็พบว่าบริเวณลานจอดรถมีรถหรูที่ไม่คุ้นเคยจอดอยู่คันหนึ่ง แต่ก่อนที่จะทันได้สงสัยไปมากกว่านี้ ก็ปรากฎภาพหญิงสาวผมสีบลอนด์ท่าทางดูสง่าวิ่งยิ้มร่าเข้ามา“เจย์เดน...” เสียงแหลมเอ่ยเรียกตั้งแต่บริเวณหน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ ก่อนจะรีบวิ่งตรงเข้ามาเกาะแขนเจย์เดนด้วยท่าทีออดอ้อน

  • ท่านชายแวมไพร์   บทที่ 1 กุหลาบต้องมนต์

    “ท่านชายต้องเร่งหาคู่ครองได้แล้วนะขอรับ!” อยู่ ๆ ชายชราคนหนึ่งก็โผล่พรวดเข้ามาภายในห้องทำงานอันแสนองค์อาจ เขาคือโหรหลวงประจำตระกูลแบรดฟอร์ด ตระกูลซึ่งเก่าแก่และทรงอำนาจมากที่สุดในแวมไพร์ชนชั้นสูงสิ้นเสียงของชายชรา ร่างสูงที่นั่งจมอยู่กับกองงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็เงยหน้าขึ้นแล้วกอดอกใส่ด้วยท่าทา

  • ท่านชายแวมไพร์   บทนำ

    ยามค่ำคืนช่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศโดยรอบจึงเย็นจัด เมฆหมอกบางเบาโอบล้อมรอบตึกสูงระฟ้าราวกับกำลังปกปิดความลึกลับอีกด้านหนึ่งของโลกเอาไว้ ท้องฟ้าในยามนี้มืดสนิทมีเพียงแสงเบาบางจากดวงจันทร์ที่คล้ายกับรอยยิ้มเหยียดเยาะเยือกเย็นชวนน่าหวาดหวั่นณ ทางเดินทอดยาวสู่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ปรากฎภาพหญิงสาวที่กำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status