Share

บทที่ 7

Author: เฉียวสิบเอ็ด
เพิ่งจะกดส่งข้อความไป แต่วินาทีต่อมาเธอกลับถูกเตะออกจากกลุ่มแชตทันที

……

"ยืนเหม่ออะไรอยู่?"

โต๊ะตรงหน้าถูกเคาะสองที ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งเอาข้อศอกยันไว้กับเคาน์เตอร์ พลางเลิกคิ้วขึ้นถามยิ้ม ๆ "ผมจ่ายเงินเดือนมาเพื่อให้คุณยืนเหม่อหรือไง?"

ชายคนนี้ก็คือเสิ่นชิงชวน เจ้าของบริษัทข้าง ๆ และยังเป็นเจ้าของบริษัทหลิงอวี่แห่งนี้ด้วย

พนักงานต้อนรับรู้ถึงนิสัยของเสิ่นชิงชวนเป็นอย่างดี จึงไม่ได้เกรงกลัวเขาเลยสักนิด "เจ้านายเองก็ใช่ว่าจะอยู่ติดบริษัทที่ไหนกันล่ะคะ"

"เห้ ยัยเด็กปากกล้าคนนี้นี่!"

เสิ่นชิงชวนกำลังจะหยอกล้อกับพนักงานสาวต้อนรับ ทว่าด้านหลังกลับมีเสียงแอมไอเบา ๆ ดังขึ้นขัดจังหวะ ท่าทางของเขาชะงักกึก หุบรอยยิ้มกรุ้มกริ่มลงทันที แล้วกลับมาทำสีหน้าเคร่งขรึมเป็นการเป็นงาน "กัวเวยล่ะ ไปเรียกเขาลงมาหาฉันหน่อย"

"ผู้อำนวยการกัวกำลังเทสต์เสียงให้นักแสดงอยู่ค่ะ"

"เทสต์เสียง?" เสิ่นชิงชวนตะลึงไปวูบหนึ่ง "ริ่วมู่ฝานซิงมาแล้วเหรอ?"

พนักงานต้อนรับพยักหน้า

ดวงตาของเสิ่นชิงชวนเปล่งประกายความดีใจออกมาครู่หนึ่ง พอหมุนตัวกลับไปเห็นกู้จิ่งเยี่ยนที่ทำหน้าตึงอยู่ เขาก็รีบสะกดเก็บความดีใจนั้นกลับไปทันที ก่อนจะพูดเสียงหนักแน่นว่า "โทรหาเขาหน่อย ฉันมีเรื่องจะถามสักนิด"

กดโทรออกไปไม่นาน ปลายสายก็กดรับ เสิ่นชิงชวนเปิดลำโพง "พี่กัว ผลการเทสต์เสียงเป็นยังไงบ้าง? ถ้าไม่ได้เรื่อง ฝั่งฉันมีนักแสดงคนหนึ่งนะ เสียงใช้ได้เลยทีเดียว"

"ไม่ต้องแล้ว เทสต์เสร็จแล้ว เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วด้วย"

สัญญายังไม่ได้ร่างขึ้นมาเลยสักนิด กัวเวยฟังออกถึงคำใบ้ของเขาอย่างแน่นอน เสิ่นชิงชวนจึงถอนหายใจยกเอาความกังวลออกจากอก แล้วทำเป็นเสแสร้งพูดขึ้นว่า "เรื่องเซ็นสัญญาใหญ่โตขนาดนี้ไม่ปรึกษาฉันสักคำ ตกลงใครเป็นเจ้านายกันแน่เนี่ย?"

ปลายสายตัดสายทิ้งไปทันที เสิ่นชิงชวนสบถพึมพำ "ไอ้กัวเวยคนนี้ นับวันยิ่งไม่เห็นหัวฉันขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว!" พูดจบก็หันไปมองกู้จิ่งเยี่ยนอย่างเอือมระอา "แกก็ได้ยินแล้วนี่ สัญญาเซ็นไปแล้ว ไว้รออัปเดตครั้งหน้าแล้วกัน ถ้ามีบทที่เหมาะสมเมื่อไหร่ ค่อยส่งให้เธอ"

《สยบฟ้าสยบสวรรค์》 เป็นผลงานที่บริษัทหลิงอวี่ปล่อยออกมา และเป็นผลงานที่เขาพึงพอใจมากที่สุด เขาไม่อยากให้เหยาเข่อซินมาทำลายความสมบูรณ์แบบนี้ลง

สายตาของกู้จิ่งเยี่ยนกวาดมองใบหน้าของเขาอย่างเรียบเฉย "ฉันจะจ่ายค่าปรับยกเลิกสัญญาให้เธอสองเท่า ให้เธอยอมสละบทนี้ซะ ส่วนโครงการที่ตำบลเป่ยวาน ฉันจะยกส่วนแบ่งให้แกอีกสามเปอร์เซ็นต์"

เสิ่นชิงชวนหุบริกยิ้มยวน ๆ ก่อนหน้านี้ลง จ้องมองสังเกตเขาอยู่หลายวินาที ก่อนจะถามขึ้นว่า "แกเอาจริงเหรอเนี่ย?"

กู้จิ่งเยี่ยนไม่ได้พูดอะไร สายตาคู่นั้นบอกทุกอย่างหมดแล้ว

"คอยป้อนงานดี ๆ ให้เธอครั้งแล้วครั้งเล่า จนฉันเริ่มสงสัยแล้วนะว่าข่าวลือในเน็ตนั่นจะเป็นเรื่องจริง"

กู้จิ่งเยี่ยนสนแค่ผลลัพธ์เท่านั้น "ตกลงได้หรือไม่ได้?"

"ขอฉันคิดดูก่อน"

กู้จิ่งเยี่ยนกำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ ประตูลิฟต์ก็เปิดออก สายตาสองคู่ประสานเข้าหากัน ใบหน้าที่คุ้นเคยทำเอาร่างกายเขาชะงักกึก

ขณะที่เฉียวรั่วซิงลังเลชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนสายตาหนี แล้วก้าวขาออกจากลิฟต์

เธอผงกศีรษะทักทายเสิ่นชิงชวนตามมารยาท แล้วเดินตรงไปยังประตูหน้าบริษัททันที

เสิ่นชิงชวนเอ่ยถามอย่างลังเล "ภรรยาแกมองไม่เห็นแกหรือเปล่า?"

ใบหน้าของกู้จิ่งเยี่ยนมืดมนทะมึน เขาไม่ได้สนใจเสิ่นชิงชวน แต่สาวเท้าก้าวเร่งตามออกไปทันที

พอเขาตามออกมา เฉียวรั่วซิงก็กำลังยืนรอรถอยู่ข้างทาง

เธอรวบผมเป็นหางม้าต่ำดูอ่อนหวาน แผ่นหลังดูบอบบาง ก้มหน้าก้มตาจ้องมองโทรศัพท์ โดยไม่ได้สังเกตเห็นคนที่เดินเข้ามาใกล้เลยสักนิด

"เธอมาทำอะไรที่นี่?"

น้ำเสียงคาดคั้น แฝงไว้ด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใย

การต้องมาเจอเขาตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้อารมณ์ของเฉียวรั่วซิงขุ่นมัวขึ้นมาทันที น้ำเสียงจึงกระแทกกระทั้นกลับไป

"คุณมาได้ แล้วทำไมฉันจะมาไม่ได้?"

กู้จิ่งเยี่ยนแค่นหัวเราะเบา ๆ "ละครสะกดรอยตามยังเล่นไม่พออีกหรือไง?"

คิ้วของเฉียวรั่วซิงกระตุกขึ้นมาเบา ๆ ใครเอาความมั่นหน้าแบบนี้มาใส่ในหัวเขากัน?

เมื่อเห็นเธอเงียบไม่พูดไม่จา กู้จิ่งเยี่ยนยิ่งปักใจเชื่อในความคิดของตัวเองมากขึ้น อารมณ์กลับดีขึ้นมาอย่างประหลาด ทว่าน้ำเสียงยังคงเย็นชาเช่นเดิม "อยากรู้กำหนดการของฉัน ก็โทรมาถามฉันตรง ๆ ไม่เห็นต้องทำเรื่องซับซ้อนยุ่งยากขนาดนี้"

เฉียวรั่วซิงอดทนแล้วอดทนอีก สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะตอบกลับ "กู้จิ่งเยี่ยน ไม่เคยมีใครบอกคุณเหรอว่าคุณหน้าหนามาก? ใครสะกดรอยตามคุณกัน? ฉันออกจากลิฟต์มาเพื่อสะกดรอยตามคุณงั้นเหรอ? ฉันเอ่ยปากพูดกับคุณสักคำหรือยัง? แล้วคนที่เดินตามออกมาน่ะตกลงคือใครกันแน่?"

"พรืด ——" เสิ่นชิงชวนที่แอบฟังอยู่ตรงมุมมืด อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะพรวดออกมา

กู้จิ่งเยี่ยนทำหน้าตึง ตวัดสายตาคมกริบประดุจคมดาบส่งไปทางนั้น อีกฝ่ายจึงรีบหลบวูบไปทันที

เขาเกร็งใบหน้าเอ่ยถาม "แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่?"

เฉียวรั่วซิงปรายสายตามองเขาอย่างเรียบเฉย ประโยคที่พูดออกมายังคงใจดำยิ่งกว่าเขาเสียอีก "มันเกี่ยวอะไรกับคุณไม่ทราบ?"

หนังตาของกู้จิ่งเยี่ยนกระตุกอย่างแรง หากพูดต่อคงได้มีปากเสียงกันอีกแน่ เขาสะกดอารมณ์โกรธเอาไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระด้าง "จิ่งหยางกลับมาแล้ว คุณแม่อยากให้เราเข้าไปกินข้าวที่บ้านพรุ่งนี้"

"อ้อ" เฉียวรั่วซิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน? เรากำลังจะหย่ากันแล้วฉันคงไม่จำเป็นต้องแกล้งเล่นละครเป็นคู่สามีภรรยาที่รักใคร่กันดี แถมยังต้องทำเป็นแม่ผัวลูกสะใภ้ที่ปรองดองกับครอบครัวคุณอีกแล้วมั้ง?"

"เล่นละคร?" เพลิงโมโหที่กู้จิ่งเยี่ยนพยายามสะกดเอาไว้พลันพุ่งพรวดขึ้นมาทันที เขายิ้มเยาะ "เธอนี่เก่งเรื่องเล่นละครจริง ๆ นะ บอกมาสิ ครั้งนี้อยากได้อะไรอีกล่ะ? เสื้อผ้า? กระเป๋า? เครื่องประดับ? หรือจะเอาโครงการให้ตระกูลเฉียวของเธออีก? ทั้งอาละวาดจะหย่า ทั้งหนีออกจากบ้าน เล่นละครจัดเต็มขนาดนี้ เฉียวซวี่เซิงครั้งนี้ความโลภมันใหญ่โตขนาดไหนกัน? ถึงโลภมากไม่รู้จักพอมันก็ต้องมีขอบเขตบ้างนะ!"

หัวใจของเฉียวรั่วซิงสั่นสะท้าน ค่อย ๆ กำนิ้วมือที่สั่นเทาเอาไว้แน่น

กำไลเพชรบนข้อมือเส้นนี้ เป็นของขวัญวันเกิดปีแรกหลังแต่งงานที่กู้จิ่งเยี่ยนมอบให้เธอ... ไม่สิ พูดให้ถูกต้อง คือเธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอจากกู้จิ่งเยี่ยนต่างหาก

วันวาเลนไทน์ วันครบรอบวันแต่งงาน วันเกิดของเธอ... ทุกครั้งเธอจะใช้วิธีออดอ้อนขอของขวัญจากเขา เพียงเพราะหวังอยากให้เขานึกถึงวันพิเศษเหล่านี้ได้บ้าง

เรื่องราวในอดีตที่แสนหวานในสายตาของเธอ ทว่าในสายตาของเขา กลับมองว่าเธอโลภมากไม่รู้จักพอครั้งแล้วครั้งเล่า

ใบหน้าของเฉียวรั่วซิงซีดเผือดลงเล็กน้อย เปลือกตาที่หลุบต่ำบดบังอารมณ์ความรู้สึกข้างในเอาไว้ พอกู้จิ่งเยี่ยนตั้งใจจะเพ่งมองค้นหา ดวงตาคู่นั้นก็เงยขึ้นมา ส่องประกายเพียงความเย็นชาที่แหลกสลาย

เธอก้มลงปลดกำไลข้อมือออก แล้วเอ่ยเรียบ ๆ "พอหย่าแล้ว คุณก็ไม่ต้องมาคอยรำคาญใจกับเรื่องพวกนี้อีกแล้วล่ะค่ะ คุณจะร่วมมือหรือตัดขาดกับตระกูลเฉียว มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันทั้งนั้น"

สิ้นเสียงพูด กำไลข้อมือเส้นนั้นก็สไลด์หล่นลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทของกู้จิ่งเยี่ยน

รถยนต์ที่เรียกรถผ่านแอปพลิเคชันจอดลงตรงหน้า เฉียวรั่วซิงก้าวไปได้สองก้าวก็หยุดลง เธอหันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง แล้วพลันยิ้มออกมาเบา ๆ พลางเอ่ยเยาะเย้ยตัวเอง "ฉันนี่นะ... ทำไมถึงยังไปคาดหวังอะไรกับคนอย่างคุณอยู่อีกนะ?"

พูดจบ เธอก็หมุนตัวก้าวขึ้นรถไป

กู้จิ่งเยี่ยนจ้องมองทิศทางที่รถยนต์ขับออกไปตาไม่กระพริบ ดวงตาลุกโชนด้วยเพลิงโมโห

"เฉียวรั่วซิงจะหย่ากับแกจริง ๆ เหรอเนี่ย?"

น้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นของเสิ่นชิงชวนดังมาจากด้านหลัง

กู้จิ่งเยี่ยนปรายสายตามองเขาอย่างเย็นชา "ไม่เคยเห็นสามีภรรยาทะเลาะกันหรือไง? หุบปากของแกซะ!"

เสิ่นชิงชวน : "..."

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 30

    ณ ชั้นสิบสอง ห้องทำงานของกู้จิ่งเยี่ยนตอนที่หลินซูเคาะประตูเดินเข้ามา กู้จิ่งเยี่ยนกำลังยืนมองลงไปข้างล่างอยู่ตรงหน้าต่างเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา จึงหันมาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไปแล้วเหรอ?”หลินซูพยักหน้ารับ“ได้พูดอะไรไว้บ้างไหม?”หลินซูมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอย่างไรดีกู้จิ่งเยี่ยนเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ทำไมนับวันยิ่งทำตัวจู้จี้จุกจิกเหมือนผู้หญิงขึ้นเรื่อย ๆ สรุปว่าเธอพูดอะไรไว้กันแน่?”หลินซูกลืนน้ำลายลงคอ เอ่ยเสียงเบา “คุณผู้หญิงฝากผมมาขอโทษแทนเธอครับ เธอบอกว่า... ตอนทำไส้อ่อน ลืมล้างครับ”การเคลื่อนไหวของกู้จิ่งเยี่ยนพลันชะงักกึกแทบในทันใด————ไส้อ่อนนั้นย่อมผ่านการล้างทำความสะอาดมาแล้วแน่นอน เฉียวรั่วซิงแค่ตั้งใจพูดแบบนั้นเพื่อเอาคืนให้กู้จิ่งเยี่ยนให้รู้สึกขยะแขยงเล่น ๆ ใครใช้ให้เขาตลบแตลงไร้สัจจะกันล่ะ?พอคิดถึงสีหน้าอันน่าชมเชยของกู้จิ่งเยี่ยนในเวลานี้ อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นมาทันตา หมอนั่นในตอนนี้คงอยากจะเอาน้ำยาฆ่าเชื้อกรอกปากลงไปล้างลำไส้และกระเพาะอาหารให้รู้แล้วรู้รอดแน่ ๆทว่าความสะใจบนความทุกข์ของคนอื่นอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องมาหัวเราะทีหลังดังกว่า——

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 29

    ในเวลาแบบนี้ เธอยิ่งปล่อยให้เฉียวซวี่เซิงรู้เรื่องที่เธอหย่าร้างไม่ได้เด็ดขาด และกู้จิ่งเยี่ยนเองก็คงไม่มีทางยอมช่วยเธอแสดงละครตบตาต่อไปหลังหย่าแล้วแน่นอนเฉียวรั่วซิงรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาในทันใดหรือว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือไม่หย่า?แล้วถ้าอย่างนั้น คำพูดอวดดีที่เธอเคยโพล่งออกไปต่อหน้ากู้จิ่งเยี่ยนก่อนหน้านี้มันคืออะไรกัน? แสดงละครตลกให้เขาดูงั้นเหรอ?แล้วเธอจะไม่เอาหน้าไปไว้ที่ไหน?ยิ่งไปกว่านั้น กู้จิ่งเยี่ยนก็สวมเขาให้เธอจนเธอจะกลายเป็นควายหน้าโง่อยู่แล้ว ถ้าเธอยังไม่ยอมหย่าอีก ไม่แน่วันดีคืนดีอาจจะมีเด็กตัวเป็น ๆ วิ่งเข้ามาหาแล้วร้องเรียกเขาว่า “พ่อ” ก็ได้ ถึงตอนนั้นเธอคงได้กลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองเจียงเฉิงแน่ ๆยังไงการหย่าครั้งนี้ก็ต้องหย่าให้ได้!พอนึกถึงตรงนี้ เธอจึงปรับเปลี่ยนสีหน้าท่าทางอีกครั้ง “ประธานกู้คะ คุณดูสิคะ การที่คุณหย่าร้างก็ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจียงเซิ่งกรุ๊ปเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ? ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเลย นึกจะหย่าก็หย่า มันคงส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อบริษัทและหุ้นอะไรพวกนี้ด้วยใช่ไหมล่ะคะ?”กู้จิ่งเยี่ยนเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “เธออยากจะพูดอะไร?”“ค

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 28

    เฉียวรั่วซิง : “...”ใส่น้ำตาลเยอะขนาดนั้น ทำไมไม่เอาน้ำตาลมาราดปิดปากคุณไปเลยล่ะ!ช่างมันเถอะ! ในเมื่อมีเรื่องต้องง้อขอร้องเขา เธอยอมทน!เฉียวรั่วซิงฉีกยิ้มประจบ ท่าทีนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง “ไม่ได้ทำเสียนาน มือไม้เลยฝืดไปหน่อยน่ะค่ะ ไว้คราวหน้าฉันจะระวังนะคะ”สีหน้าของกู้จิ่งเยี่ยนดูดีขึ้นมาอีกหลายส่วนจริง ๆเฉียวรั่วซิงได้ทีจึงฉวยโอกาสเอ่ยขึ้นว่า “ประธานกู้คะ การหย่าก็เหมือนกับการแต่งงานนั่นแหละค่ะ ต้องคัดเลือกฤกษ์งามยามดี คุณดูสิคะ ตอนพวกเราไปจดทะเบียนสมรสกันก็เพราะเลือกวันเวลาที่ไม่เป็นมงคล ผลสุดท้ายชีวิตการแต่งงานเลยไม่ราบรื่น ครองคู่กันไปจนสุดทางไม่ได้ เพราะฉะนั้นการหย่าร้างเลยต้องพิถีพิถันเลือกวันเวลาให้ดี ๆ ค่ะ เพื่อที่ว่าหลังจากพวกเราสองคนหย่ากันแล้ว จะได้ไม่ต้องโดนพันธนาการจากชีวิตการแต่งงานครั้งก่อน และสามารถไปเริ่มต้นพบเจอที่พึ่งพาดี ๆ ได้ด้วยกันทั้งคู่ ฉันลองเช็กดูแล้ว วันที่ 21, 24, 25, 26, 27, 28 และ 31 ของเดือนนี้ล้วนเป็นวันมงคลฤกษ์ดีทั้งนั้น คุณลองเลือกวันใดวันหนึ่งในบรรดาวันพวกนี้ดูสิคะ คุณคิดว่ายังไงบ้าง?”กู้จิ่งเยี่ยนแค่นหัวเราะ “นอกจากวันเสาร์อาทิตย์ที่เป็นวัน

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 27

    เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าเมื่อครู่นี้ไม่ขนท่าไม้ตายไม้นี้ออกมา กู้จิ่งเยี่ยนคงไม่มีทางปล่อยให้เธอขึ้นมาบนชั้นนี้แน่ ๆ เธอจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก เหลือเพียงชุดเดรสสั้นเข้ารูปกระโปรงทรงเอรัดสะโพกสีขาวเปิดไหล่โชว์ แล้วถ่ายรูปมุมเจาะลึกส่งไปให้กู้จิ่งเยี่ยน พร้อมส่งข้อความถามเขาว่า รูปนี้เอาไปโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียได้ไหมอันที่จริงแล้วมันคือการขู่กู้จิ่งเยี่ยนอยู่ในทีว่า ถ้าหากยังไม่ยอมปล่อยให้เธอเข้าไปข้างในอีก เธอจะโพสต์รูปนี้ลงโซเชียลจริง ๆ และถึงเวลานั้นถ้าภาพลักษณ์ของเจียงเซิ่งกรุ๊ปต้องเสื่อมเสีย คนที่ต้องขายหน้าก็คือเขานั่นแหละคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่ามารยาร้อยเล่มเกวียนที่ตัวเองงัดออกมาใช้ พอย้ายมาอยู่ในปากของกู้จิ่งเยี่ยน กลับกลายเป็นว่าเธอส่งรูปถ่ายส่วนตัวไปยั่วเขาเสียอย่างนั้น!“ประธานกู้คะ รูปนั้นไม่นับว่าเป็นรูปส่วนตัวสักหน่อย...”กู้จิ่งเยี่ยนทำการกรองคำพูดของเธอออกไปโดยอัตโนมัติ พลางจ้องมองรูปภาพแล้วเอ่ยวิพากษ์วิจารณ์ “ก็ไม่นับจริง ๆ นั่นแหละ แต่งรูปแต่งแสงจนเกินจริงไปหน่อย ฉันจำได้ว่าเธอมีขนาดแค่คัพ A ไม่ใช่เหรอ?”ใบหน้าของเฉียวรั่วซิงมืดมนลงทันตา เธอขนาดคัพ C ต่างหากล่ะย่

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 26

    น้ำเสียงอันเย็นชาพลันทำลายความรู้สึกหวั่นไหวปั่นป่วนเมื่อครู่นี้ลงจนหมดสิ้นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ไอ้ผู้ชายเฮงซวยไม่สมควรมีปากไว้พูดเลยสักนิดเฉียวรั่วซิงเดินเข้ามาหาอย่างไม่เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วเอ่ยเสียงเบา “นั่นคือเห็ดทรัฟเฟิลขาวที่คุณเคยรับปากฉันไว้ค่ะ”เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของกู้จิ่งเยี่ยนจึงละจากกองเอกสารย้ายมามองที่ใบหน้าของเธอเรียบง่ายและดูหมดจด ก้มหน้านอบน้อม ดูภายนอกแล้วแทบจะไม่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนเลยสักนิด แต่กู้จิ่งเยี่ยนรู้ดีว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพเสแสร้งที่เธอสร้างขึ้นมาเท่านั้นภายใต้เรือนร่างนี้ไม่ใช่แม่กระต่ายหัวอ่อนว่าว่าง่ายคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นแมวป่าที่ขอเพียงแค่ถูกสะกิดนิดหน่อย ก็พร้อมที่จะกางกรงเล็บเพื่อข่วนใส่ทันทีเขายืดตัวเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาเรียวทรงหงส์หรี่ลงเล็กน้อย แสดงท่าทางเกียจคร้าน พลันเลิกคิ้วเอ่ยว่า “อ้อ? ฉันเคยรับปากอะไรไว้เหรอ?”เฉียวรั่วซิงชะงักไป ราวกับไม่อยากจะเชื่อว่ากู้จิ่งเยี่ยนจะมาตลบแตลงไม่ยอมรับแบบนี้ เธอจึงกัดฟันแน่นแล้วเอ่ยว่า “คุณเคยบอกเองว่า ถ้าฉันยอมไปช่วยรับแขกในงานต้อนรับน้องสาวคุณ คุณจะช่วยนำของสิ่งนี้ไปส่งต่อ

  • ท่านประธานกู้ ภรรยาบล็อกคุณแล้ว   บทที่ 25

    คงเป็นเพราะดูซีรีส์ไร้สมองมากเกินไป ถึงได้ไปเชื่อประโยคประเภทที่ว่า “หากคิดจะมัดใจผู้ชาย ต้องมัดกระเพาะของเขาก่อน” เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนทำอาหาร ด้วยหวังว่าจะดึงดูดความสนใจจากกู้จิ่งเยี่ยนได้ ทว่าตัวเธอเองกลับไม่มีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารเอาเสียเลย เรียนมาตั้งเป็นเดือน อาหารที่ทำออกมาก็แค่พอทานแก้ขัดได้เท่านั้นถึงกระนั้น เธอก็ยังคงกระตือรือร้นทำข้าวกล่องไปให้กู้จิ่งเยี่ยนอยู่ดีเธอยังจำได้ดีถึงตอนที่นำผลงานที่ตัวเองภาคภูมิใจที่สุดออกมาให้กู้จิ่งเยี่ยนลองชิม เขาให้คำประเมินออกมาเพียงแค่สองคำว่า “ไม่อร่อย”เธอไม่ยอมแพ้ วันต่อมารีบทำข้าวกล่องให้อีก ยัดใส่มือให้ตอนที่กู้จิ่งเยี่ยนกำลังจะไปทำงาน แถมยังหน้าด้านกล้ารับประกันอีกว่า “คราวนี้ต้องอร่อยแน่นอนค่ะ”กู้จิ่งเยี่ยนคร้านที่จะสนใจเธอ ในใจของเธอจึงเต็มไปด้วยความกังวล พอกู้จิ่งเยี่ยนกลับมาในยามค่ำคืน เธอจึงรีบเอ่ยถามเขาด้วยความกระวนกระวายใจ “วันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานบ้างไหมคะ?”ครั้งนี้กู้จิ่งเยี่ยนตอบกลับมาด้วยคำพูดแค่เจ็ดคำเท่านั้น “ไม่อร่อย เลิกทำได้แล้ว”แม้จะพูดออกมาแบบนั้น แต่กล่องใส่อาหารกลับว่างเปล่า นั่นทำให้เธอจึงแอบดีใจอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status