LOGINครึ่งชั่วโมงต่อมา..."เมนิตรา!!"เสียงคำรามของท่านประธานดังก้องไปทั่วบ้าน เมื่อเขาคุยโทรศัพท์เสร็จ หันกลับมาก็พบแต่ความว่างเปล่าบนโซฟา พร้อมกับกุญแจรถที่หายวับไปกับตา!ธวิณรีบกดโทรศัพท์หาภรรยาทันที ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงระบบอัตโนมัติ"หมายเลขที่คุณเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...""บ้าเอ๊ย! ปิดเครื่องหนีงั้นเหรอ!"ความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก ธวิณหน้าซีดเผือด การที่เขาได้ยินเสียงความคิดของเธอจะไร้ประโยชน์ทันทีถ้าเมนิตราอยู่ไกลเกินระยะ ชายหนุ่มคว้ากุญแจรถของตัวเอง วิ่งกระหืดกระหอบออกไปที่โรงรถ สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วพุ่งทะยานออกไปทันที!เป้าหมายแรกที่เขานึกถึงคือ 'บาร์ของเคลียร์'ธวิณเหยียบคันเร่งมุ่งตรงไปยังคลับหรูแห่งนั้น เขาจำเส้นทางได้แม่น เพราะก่อนหน้านี้ลุงชมคนขับรถของบ้านก็เคยต้องไปรับไปส่งเมนิตราที่นี่อยู่บ่อยๆ แต่เมื่อไปถึง... บานประตูกระจกกลับปิดสนิท ป้ายไฟหน้าร้านดับมืด! ก็แหงล่ะ นี่มันเพิ่งจะสิบเอ็ดโมงเช้า! บาร์ที่ไหนจะเปิด!"โธ่เว้ย! แล้วยัยนั่นจะไปอยู่ที่ไหนวะ!"ธวิณทุบพวงมาลัยรถอย่างหัวเสีย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะโทรหาเพื่อนสนิทของเธออย่างโซอี้หรือ
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรจะสดใส กลับเต็มไปด้วยเมฆหมอกแห่งความอึมครึมภายในบ้านเดชาเกียรติ เมื่อเมนิตรา ถูกท่านประธานสั่งกักบริเวณห้ามออกไปแรดนอกบ้านเด็ดขาด!"คุณธีร์! วันนี้วันหยุดนะ มินน์จะออกไปข้างนอก!" เมนิตราโวยวาย"ไม่ต้องไป วันนี้อยู่บ้านนี่แหละ" ธวิณสั่งเสียงเฉียบขาด ก่อนจะเดินหนีเข้าห้องทำงานไปดื้อๆ'หนอยยย! ไอ้เผด็จการหน้าหล่อ! นึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของชีวิตฉันหรือไงฮะ!' เมนิตราเตะลมเตะแล้งด้วยความขัดใจ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะหรี่ลงพร้อมกับแผนการร้ายกาจที่ผุดขึ้นมาในหัว 'ได้... ไม่ให้ออกไปใช่ไหม งั้นฉันจะทำตัวเป็นภาระ ทำตัวซกมกให้บ้านพังไปเลย ดูสิว่าคนเจ้าระเบียบแบบคุณจะทนได้สักกี่น้ำ!'สิบห้านาทีต่อมา...เมนิตราเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดตัวโคร่งย้วยๆ กับกางเกงขาสั้นกุด หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวเกลือกกลิ้งอยู่บนโซฟาหนังตัวโปรดของสามีในห้องนั่งเล่น ในมือถือถุงขนมมันฝรั่งทอดกรอบและช็อกโกแลตบาร์ เธอยัดขนมเข้าปากสลับกันจนเลอะเทอะ แถมยังเปิดซีรีส์เกาหลีเสียงดังลั่นบ้าน ชนิดที่ว่าป้าจันทร์เดินผ่านมายังต้องเอามืออุดหู'เอาสิ! เอาให้รำคาญจนเส้นเลือดแตกตายไปเลย! ไล่ฉันออกจากบ้านสิ ไล่เลย!
"ความเย็นชาของฉัน มันทำให้คนพวกนั้นกล้ารังแกเธอ กล้าเหยียบย่ำเธอในบ้านที่ควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธอ... ฉันเป็นสามีที่แย่มากจริงๆ ฉันปล่อยให้เธอต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวมาตลอด" ธวิณยกมือของเธอขึ้นมาแนบริมฝีปาก จุมพิตลงบนหลังมือบางอย่างทะนุถนอม "ให้อภัยฉันได้ไหมมินน์..."เมนิตราเบิกตากว้าง กะพริบตาปริบๆ มองผู้ชายหน้าดุที่ตอนนี้กำลังออดอ้อนและสารภาพบาปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจที่เคยตั้งป้อมเตรียมฟาดฟันกับเขาตลอดเวลา บัดนี้อ่อนยวบลงเป็นขี้ผึ้งลนไฟ"ที่ฉันเคยบอกว่าอยากจะหย่ากับเธอ... ฉันยอมรับว่าฉันเคยคิดแบบนั้นจริงๆ" ธวิณพูดต่อ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่ตอนนี้... วินาทีนี้... ฉันไม่อยากหย่าแล้วนะมินน์ ต่อให้ใครจะเอาปืนมาจ่อหัว ฉันก็ไม่มีวันเซ็นใบหย่าเด็ดขาด""อ... อ้าว" เมนิตราทำหน้าเลิ่กลั่ก "ทำไมล่ะคะ หรือว่าคุณธีร์เสียดายเงินค่าหย่าห้าสิบล้าน? แหม รวยระดับหมื่นล้าน ขี้งกไปได้นะคะ""ไม่ใช่เพราะเสียดายเงินห้าสิบล้านบ้าบอนั่นหรอก" ธวิณสวนทันควัน รอยยิ้มเอ็นดูจุดขึ้นที่มุมปาก "ถ้าเธอต้องการ ฉันให้เธอได้มากกว่านั้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า... หุ้นของบริษัท อสังหาริมทรัพย
ตลอดเส้นทางบนรถตู้ผู้บริหารที่แล่นกลับคฤหาสน์ ภายในห้องโดยสารเงียบสงบ ไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ ทว่ามันกลับไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเย็นชาเหมือนระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา เมนิตรานั่งพิงเบาะหนังนุ่ม โดยมีเสื้อสูททักซิโด้ตัวหนาของธวิณคลุมทับลาดไหล่บางเอาไว้ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกายของธวิณที่ติดอยู่บนเนื้อผ้า ช่วยปัดเป่าความหนาวเหน็บจากคำพูดของครอบครัวเมื่อครู่ออกไปจนหมดสิ้นเมื่อรถแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านเดชาเกียรติ เมนิตราก็ไม่ได้เดินกลับขึ้นห้องนอนทันที หญิงสาวในชุดเดรสราตรีเดินเบี่ยงเข้าไปในครัว จัดการเปิดตู้เย็นแล้วคว้ากระป๋องเบียร์เย็นเฉียบติดมือมาสองกระป๋อง ก่อนจะเดินทอดน่องออกไปทางสวนหลังบ้านเมนิตราถอดรองเท้าส้นสูงคู่ละหลายหมื่นทิ้งไว้บนพื้นหญ้าอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสกับความเย็นของน้ำค้างยามดึก หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งกอดเข่าบนม้านั่งตัวยาวใต้ต้นไม้ใหญ่ เปิดกระป๋องเบียร์แล้วยกขึ้นซดอึกใหญ่ ปล่อยให้ความขมปร่าของแอลกอฮอล์ไหลลงคอ หวังจะให้มันช่วยลบความว้าวุ่นและภาพจำแย่ๆ ในใจแกร๊ก... ป๊อก!เสียงเปิดกระป๋องเบียร์อีกใบดังขึ้นข้างๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง
"สิ่งที่แม่กับน้องแกพูดมันก็ถูกนี่มินน์ แกต้องทำตัวให้มีประโยชน์กับครอบครัวเราบ้าง ฉันเลี้ยงแกมาจนโต หมดข้าวสุกไปตั้งเท่าไหร่ แกก็แค่เอาตัวไปแลกกับเงินกู้มาช่วยบริษัทพ่อ มันเหนือบ่ากว่าแรงตรงไหน! แค่เงินยี่สิบล้าน ไปแบมือขอผัวแกมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"เพล้ง!ความหวังเส้นสุดท้ายในใจของเมนิตราแตกสลายไม่มีชิ้นดี หญิงสาวยืนนิ่ง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างหยิ่งทะนง แม้ในใจจะปวดร้าวและเลือดซิบแค่ไหน แต่เธอจะไม่ยอมเสียน้ำตาให้ครอบครัวซอมบี้พวกนี้เด็ดขาด!"ก็เพราะรู้ไงคะ ว่าพ่อไม่เคยรัก พ่อถึงส่งมินน์มาขายแลกเงิน..." เมนิตราแค่นยิ้มขื่น พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "แต่มินน์ก็ไม่ได้แคร์หรอกนะคะ อย่างน้อย... การต้องมาทนอยู่กับผู้ชายหน้าตายที่ไม่ได้รักมินน์... มันก็ยังดีกว่าการต้องทนอยู่ในนรกที่มีครอบครัวสารเลวแบบพวกคุณ!""ใครบอกว่าฉันไม่ได้รัก?"น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบกริบราวกับมัจจุราชดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาทั้งสี่คนสะดุ้งสุดตัว!ในมุมมืดหลังเสาโรมันต้นใหญ่... ร่างสูงใหญ่ของธวิณก้าวออกมาจากมุมมืด ชายหนุ่มที่เพิ่งปลีกตัวหนีจากวงล้อมนักลงทุน สับเท้าตามหาภรรยาตัวแสบมาตลอดทางเพราะความหึงหวงที่เห็นเธอ
ภายในมุมเงียบสงบของสวนหย่อมริมระเบียง เมนิตรานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หวาย นิ้วเรียวกดสมาร์ตโฟนรัวๆ ส่งข้อความระบายอารมณ์ลงในกรุ๊ป 'ชมรมปลดแอกคุณนาย'[มินน์ผู้รอดชีวิต: กรี๊ดดดด! พวกแก! มีชะนีหน้าพลาสติกมาแกล้งล้มซบกล้ามอกผัวฉัน! ลิปสติกติดคอเสื้อเลยโว้ยยย! หงุดหงิดๆๆ!] [โซอี้สั่งลุย: อ้าว! หึงเหรอจ๊ะคุณนาย? ไหนบอกอยากฟ้องหย่าใจจะขาดไงคะ มีหลักฐานชู้สาวแบบนี้ทางสะดวกเลยนะ] [เคย์สายนิ่ง: นั่นดิ มึงโมโหทำไมเนี่ย หรือว่า... ตอนนี้มึงไม่ได้อยากหย่ากับคุณธีร์ขนาดนั้นแล้ว?]ข้อความของเพื่อนทำเอาเมนิตราชะงักไป หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ'นั่นสิ... ตั้งแต่ตอนที่เขาป่วยแล้วทำตัวเป็นไอ้โบ้ขี้อ้อน... ตั้งแต่ที่เขาเชื่อใจให้ฉันเคลียร์งานร้อยล้าน... ตั้งแต่ที่ซิกแพ็กเขามันอุ่นขนาดนั้น... ฉันก็ไม่ได้อยากจะชิ่งหนีไปพร้อมเงินห้าสิบล้านเท่าเมื่อก่อนแล้วนี่หว่า... บ้าจริง ยัยมินน์ แกหวั่นไหวกับไอ้ตู้เย็นอินเวอร์เตอร์นี่เหรอวะ!'"อ้าว ดูสิว่าใครมาแอบนั่งอยู่ตรงนี้..." เสียงแหลมปรี๊ดของ 'นิดา' น้องสาวต่างแม่ดังขึ้น ทำลายภวังค์ความคิดของเธอ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนสามคนที่เดินเข้ามาล้อมกรอบเก้าอี้หวาย







