تسجيل الدخول“คุณแม่ครับ เพิ่งคลอดได้ 5 วัน ทำไมถึงให้กินนมผง ทำไมไม่ให้กินนมแม่” “เอ่อ...” “ดูแล้วคุณแม่น่าจะนมคัดนะ มีปัญหาเรื่องการให้นมบุตรใช่ไหม ไม่เป็นไร... เดี๋ยวผมจะให้คุณเข้าคลินิกนมแม่ ที่นั่นจะมีพยาบาลสอนเรื่องการให้นมแม่อย่างถูกวิธี คุณรู้ไหมว่านมแม่จะช่วยขับสารเหลืองให้ออกมาทางอุจจาระ” เบญจามินทร์พูดต่อไปอีก พร้อมกับก้มมองเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของเจ้าหล่อน ทารกมีผิวหน้าสีเหลือง นัยน์ตาขาวมีสีเหลืองจางๆ ให้นมเสร็จเขาจะเอาเด็กทารกเข้าตู้อบเพื่อส่องไฟทันที “คือ... ฉันไม่ใช่แม่ของเด็กคนนี้หรอกค่ะคุณหมอ เด็กคนนี้เป็นหลานฉันเองค่ะ” “อ้าว แล้วคุณแม่ของเด็ก...” “ไม่อยู่แล้วค่ะ” คำตอบสั้นๆ ของสาวสวยที่คิดว่าเป็นคุณแม่ลูกอ่อนทำให้กุมารแพทย์หนุ่มนิ่งงัน จนปัญญาจะพูดต่อ เขามองเด็กด้วยความเวทนาก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้... งั้นเต้านมที่ใหญ่ปานส้มโอของเธอก็คือเต้านมล้วนๆ ไม่ได้คัดตึงหรอกหรือนี่...!
عرض المزيدนักศึกษาสาวชั้นปีที่ 2 กำลังยืนโก่งคออาเจียนในห้องน้ำหอพักข้างมหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ เธออาเจียนเป็นรอบที่ 3 ของวันแล้ว ระหว่างที่กำลังขย้อนเอาอาหารกลางวันออกเสียงชายหนุ่มก็ดังขึ้นด้านหลัง
“ไปหาหมอไหม เธออ้วกแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ” เขาถาม แววตาแสดงให้เห็นชัดถึงความวิตกกังวล
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็คงหาย” เปรมนีย์บอกแฟนหนุ่มของตัวเอง เธอคบกับวศิน หนุ่มรุ่นพี่ปี 4 มานานแรมปีและอยู่ร่วมหอพักเดียวกัน
“เปรม!”
“คะ”
“เธอกินยาคุมหรือเปล่า” เขาถามเสียงเครียด เปรมนีย์หน้าซีดลงทันที เธอส่ายหน้า
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้กินยาคุม ทำไมถึงไม่กิน นี่เมนส์เธอมาหรือเปล่า” วศินจับไหล่ทั้งสองแน่น หญิงสาวเบ้หน้าด้วยความเจ็บ
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่กินๆ พี่ก็รู้ว่าเปรมแพ้ยาคุม กินแล้วผลข้างเคียงมันเยอะ ปวดหัว ไมเกรนขึ้น” เธอเถียงกลับ วศินกรอกตาขึ้นมองเพดานอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
“ก็แล้วทำไมไม่หายาคุมแบบฮอร์โมนต่ำกินวะ!” เขาตะคอก
“ก็นี่ไง... เปรมกำลังจะเปลี่ยนยาคุม แต่คืนนั้นพี่ก็มาเอาเปรม เปรมบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ใส่ถุงยาง พี่ก็ไม่ใส่ พอเมาทีไรก็ชอบดึงถุงยางออกทุกที!” เธอตอกกลับ วศินหน้าม้าน เถียงไม่ออก เขายอมรับว่าเป็นผู้ชายประเภทแอลกอฮอล์ลองจู๋ เมาเมื่อไหร่คว้าใครได้ก็เอา แล้วไอ้นิสัยประเภทเมาแล้วชอบสดนี่แก้ยังไงก็ไม่หาย ต่อให้มีถุงยางครอบ พอสอดได้สองสามทีก็ดึงทิ้งเสียบสด
“แล้วทำไมไม่กินยาคุมฉุกเฉิน” เขาถามอีก
“ยาคุมฉุกเฉิน? พี่ยังกล้ามาถามอีกเหรอว่าทำไมเปรมถึงไม่กิน สองเดือนนี้เปรมกินยาคุมฉุกเฉินมาสองรอบแล้วนะ พี่ก็รู้ว่ามันอันตราย ไม่ควรกินพร่ำเพรื่อ”
“แล้วทีนี้จะเอายังไง อ้วกแตกอ้วกแตนแบบนี้จะทำยังไง!” เขาถามเสียงดัง
“เปรมแค่อ้วก มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้” เธอพูดในทางทีดี
“ฉันจะไปซื้อที่ตรวจท้อง เธอรออยู่ที่นี่ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น” เขากำชับก่อนเดินออกจากห้องไป ระหว่างที่รอแฟนหนุ่มรุ่นพี่ เธอเดินไปเดินมาอย่างกับหนูติดจั่น ปวดหัวเครียดจนสมองแทบจะระเบิด
วศินกลับมาอีกครั้งพร้อมที่ตรวจครรภ์หลายอัน เขาไล่ให้เธอไปปัสสาวะ เมื่อเธอปัสสาวะใส่ภาชนะ เธอเอาแผ่นฟิล์มหย่อนลงไป ส่วนอีกอันก็ใช้ที่ดูดหยดลงไป ตรวจทีเดียวพร้อมกันสองอันนี่แหละจะได้รู้ว่าชัวร์หรือมั่วนิ่ม
ระหว่างที่รอเวลา เธอเดินพล่านอยู่ในห้องน้ำ วศินทนไม่ไหวเคาะประตูรัวๆ เปรมนีย์เดินไปเปิดประตู
“เป็นยังไงบ้าง”
“เปรมยังไม่ได้ดูเลยค่ะ ไม่กล้าดู” เธอสารภาพ เขาส่ายหัวนึกเซ็งกับแฟนสาว เดินเข้าไปในห้องน้ำหยิบที่ตรวจครรภ์ขึ้นมาดู ดูอันแรกเสร็จก็ต้องเบิกตากว้าง พอหยิบอันที่สองขึ้นมาดูอีกมือก็สั่นระริกจนทำที่ตรวจครรภ์หล่นพื้น
“เป็นยังไงบ้างคะ” เปรมนีย์ถาม เขานิ่งงันไม่ตอบจนเธอต้องก้มลงหยิบที่ตรวจครรภ์ขึ้นมาดู เธอตาโตลมแทบจับเมื่อเส้นสีแดงขึ้นมาสองขีด
“พะ... พี่วศิน เปรมท้อง เปรมท้อง!” เธอเขย่าแขนเขาแรงๆ วศินบดกรามเป็นสันนูน ดวงตาโชนแสงกล้าอย่างคนที่เพิ่งตัดสินใจอะไรได้
“พี่วศิน อย่าเอาแต่เงียบสิคะ เปรมท้อง ฮือ... เปรมจะทำยังไงดี เรียนก็ยังเรียนไม่จบเลย ฮือ” เปรมนีย์ร้องไห้โฮ วศินหันมาเผชิญหน้ากับหล่อน เขาจับหัวไหล่บางที่สะท้านขึ้นลงตามแรงสะอื้นอย่างแผ่วเบา
“ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไร” เขาพูดเสียงแผ่ว แววตาปลอบโยน
“หมายความว่า... พี่วศินจะแต่งงานกับเปรมเหรอคะ” เธอถาม แววตามีความหวังขึ้นมาทันที แม้เธอจะยังเรียนไม่จบแต่เขาใกล้เรียนจบแล้ว ฐานะทางบ้านของวศินก็ร่ำรวยคงจะสามารถดูแลรับผิดชอบเธอกับลูกได้ แต่สิ่งที่ได้จากเขาคือการส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ใช่”
“...”
“เธอไปเอาเด็กออกซะก่อนที่มันจะเป็นตัวมากกว่านี้ ถ้าอายุครรภ์เยอะแล้วมันจะเอาออกยาก จะกินยาขับจะไปเข้าคลินิกทำแท้งอะไรก็ว่าไป ส่วนค่าใช้จ่ายในการทำแท้งทั้งหมดฉันจะออกเอง” เขาพูดเสียงราบเรียบเหมือนไม่รู้สึกอะไร เริ่มชินชากับเหตุการณ์แบบนี้เสียแล้ว หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่รายแรกที่เขาทำให้ท้อง
“พี่วศิน!”
“บอกตามตรงนะ ฉันไม่เอาอนาคตตัวเองมาแลกกับไอ้เด็กหัวขนนี่หรอก รีบไปเอามันออกซะก่อนที่มันจะเป็นภาระเรามากกว่านี้” เขายืนยันเช่นเดิม เปรมนีย์น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม
“ไม่! เปรมไม่ทำ”
“อย่ามาโลกสวยนักเลย ฉันเองก็ยังเรียนไม่จบ เธอก็ยังเรียนไม่จบ พูดเหมือนเราพร้อมจะเลี้ยงเด็ก” เขาย้อน เปรมนีย์สะอื้นหนักขึ้น
“แต่...”
“ถ้าเธอไม่ทำ เราเลิกกัน!”
เสียงโทรศัพท์ดังกระหน่ำตั้งแต่เช้าตรู่ หญิงสาววัยเบญจเพศนอนพลิกกายไปมาอยู่บนเตียงนอนนุ่มที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาตัวโปรด เจ้าหล่อนหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง เอาหมอนอุดหูก็แล้วมันก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่องจนน่ารำคาญ
เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตี 3 เพราะความงกเลยรับงานฟรีแลนด์มาทำนอกจากงานประจำที่ทำวันจันทร์ถึงวันเสาร์ แถมยังบ้าเขียนนิยายทำกราฟฟิกอีกต่างหาก วันนี้เป็นวันหยุดแท้ๆ อยากจะนอนตื่นตะวันสายโด่งสักวันแต่ไม่รู้ใครกันล่างโทรมากวนใจ เมื่อทานทนต่อเสียงรบเร้าไม่ไหวเธอจึงลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ที่เสียบสายชาร์ตไว้หน้าทีวีขึ้นมา
“ฮัลโหล!” เธอกรอกเสียงโทรศัพท์เข้าไปอย่างหงุดหงิด แต่เสียงที่ได้ยินกลับกลายเป็นเสียงร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดใจตายเสียให้ได้ ปภาวรินทร์ต้องเอาโทรศัพท์ออกจากหูมาดูหน้าจอว่าใครกันที่โทรมา
น้องสาวตัวแสบ...!
หน้าจอโทรศัพท์โชว์หราถึงเบอร์ที่คุ้นเคย เธอรีบยกหูขึ้นถาม
“ยัยเปรม นี่แกเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” คนเป็นพี่สาวตื่นเต็มตา เดินพล่านอย่างหนูติดจั่น ยิ่งไม่ได้ยินเสียงแม่น้องสาวตัวดีตอบกลับมา ยิ่งทำให้ร้อนใจ
“ใครทำอะไรแก ไหนแกบอกฉันมาสิฉันจะไปจัดการ!” เธอถามอีก
“อึก... ฮือ... ฮือๆๆๆ”
“โว้ย! นี่แกจะหุบปากหยุดร้องไห้ได้หรือยัง ร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบนี้แล้วเมื่อไหร่ฉันจะรู้ว่าแกมีปัญหาอะไร” ปภาวรินทร์ตะคอกน้องสาวอย่างเหลืออด เปรมนีย์กลั้นเสียงสะอื้นไห้ สูดน้ำมูกฟืดฟาด
“อึก... ฮือ... เปรม... ท้อง”
“ฮะ...?” คนเป็นพี่เอามือแคะหูตัวเอง ได้ยินไม่ถนัดนัก
“ทะ... ท้อง...”
“ท้อง... ท้องอะไร ปวดท้อง ท้องเสียเหรอ แล้วนี่ไปหาหมอหรือยัง อาการเป็นยังไง อยู่โรงพยาบาลไหม” ปภาวรินทร์ถามน้องสาวอย่างเป็น เพราะเปรมนีย์ไปเรียนมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด ต้องไปอยู่หอพักทำให้ไกลหูไกลตา
“อึก... ฮึก... ฮือ...”
“ร้องไห้ทำไม เงินไม่พอเหรอ ฉันทำประกันสุขภาพไว้ให้แกวงเงินเยอะนะ นี่แกเป็นโรคอะไรร้ายแรงหรือเปล่า” เธอถามอีก รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีแล้ว
“มะ... ไม่ใช่... ฮือ... เปรมท้อง”
“ท้อง... ท้องอะไรล่ะพูดให้มันชัดๆ อย่าเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ชาตินี้ฉันจะรู้ไหมว่าแกเป็นอะไร” คนเป็นพี่เอ็ดเข้าให้ เปรมนีย์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ
“เปรมท้อง ท้องแบบตั้งครรภ์อะพี่ปราย!”
เช้าวันต่อมา... ครอบครัว เพื่อนๆ หมอและเพื่อนสนิทของเบญจามินทร์ รวมถึงเพื่อนสนิทของปภาวรินทร์มาเยี่ยมกันไม่ขาดสาย ของเยี่ยมก็มีสารพัดอย่าง ทั้งแพมเพิส ผ้าอ้อม ขวดนม เสื้อผ้า ชุดสำลี ถุงเก็บน้ำนม อาหารบำรุง เยอะจนต้องเปิดห้องอีกห้องไว้สำหรับเก็บของเยี่ยม บางคนก็ให้ทอง ให้เงินสดไว้รับขวัญเด็กแฝด ทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ปลื้มใจยิ่งนัก“โอ๊ย! หน้าตามันกวนตีนเหมือนแม่มันไม่มีผิด!” รพี่จ้องมองเด็กทั้งสองที่หลับปุ๋ยอย่างใช้ความคิด ปภาวรินทร์หยิบหมอนใบเล็กขว้างไปที่เพื่อนจอมปากมอม“ตลกเหรอไง!”“เอ้า! ก็จริงนี่... หน้าตากวนโอ๊ยแบบสุดๆ เหมือนแกเด้ะ ไม่ค่อยมีเค้าคุณหมอสักเท่าไหร่” รพีพิจารณาหน้าหลานทั้งสองต่อไป เขาเองก็เห่อหลานแบบสุดๆ เหมือนกัน ว่าที่พ่อเลี้ยงเมืองเหนือเล่นหอบเอาทองคำแท่งมารับขวัญนับสิบๆ บาท แถมยังมีเสื้อผ้าเด็กแรกเกิดไปจนถึงตอนโตด้วย“ยังบอกไม่ได้หรอกว่าสุดท้ายแล้วจะเหมือนแม่หรือเหมือนพ่อ ต้องรอดูตอนโต เพราะหน้าเด็กจะเปลี่ยนไปตลอด” แพรวาบอก รพีครุ่นคิด“ว่าไงเจ้าหนู โตขึ้นจะหน้าเหมือนใคร จะหน้าหล่อสุภาพเรียบร้อยเหมือนคุณพ่อ หรือจะหน้ากวนตีนเหมือนคุณแม่กันจ๊ะ” รพี่ถามเด็กแฝดที่ร
“คุณหมอ! ช่วยด้วยค่ะ ปรายจะเอาลูกเข้าเต้ายังไงดีคะ ร้องพร้อมกันเลย” ปภาวรินทร์โวยวายลั่นห้อง พอคลอดเสร็จฮอร์โมนของเธอก็เปลี่ยนแปลงกะทันหัน มีอาการหนาวสั่นจนต้องรับประทานยาแก้ไข้ หนาวจนเป็นตะคริว แล้วยังมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ผิดปกติ วิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะตอนที่ลูกแฝดร้องไห้จ้าขึ้นมาพร้อมกัน“ใจเย็นๆ” เบญจามินทร์ปลอบภรรยาขณะที่กำลังอุ้มลูกคนแรกอยู่ ส่วนอีกคนอยู่ในอ้อมแขนปภาวรินทร์แล้ว“คุณหมอก็พูดได้นี่คะว่าให้ใจเย็นๆ ลูกร้องจะแย่อยู่แล้ว จะเป็นอะไรไหม แล้วปรายจะเอาลูกเข้าเต้ายังไง ปรายเจ็บหัวนม ฮือๆๆๆ” ปภาวรินทร์ร้องไห้อย่างสติแตก ทำให้เบญจามินทร์ต้องเอามือกุมขมับ“ใจเย็นๆ ก่อนค่ะพี่ปราย อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปสิคะ ให้ลูกกินนมจากขวดก่อนก็ได้ ค่อยๆ สลับกันไป ตอนนี้น้ำนมอาจจะยังไม่มาหรือมาน้อย สักสองสามวันก็น่าจะมาเยอะแล้วค่ะ” เปรมนีย์ปลอบพี่สาว ทำให้ปภาวรินทร์ใจเย็นลงบ้าง เธอเอาลูกเข้าเต้าอย่างทุลักทุเล“ทำไมไม่ดูดละลูก นี่หัวนมแม่ไง โอ๊ยๆ” หญิงสาวยังร้องโวยวาย เพราะเอาลูกเข้าเต้าไม่เป็น เปรมนีย์ไม่รู้จะสอนยังไงเพราะเธอสอนใครไม่เป็นด้วยเช่นกัน เบญจามินทร์จึงเรียกให้พยาบาลมาสอนใหม่อีก
ในที่สุดวันที่เบญจามินทร์และปภาวรินทร์รอคอยก็มาถึง เบญจามินทร์ให้ปภาวรินทร์นอนรอคลอดที่โรงพยาบาลล่วงหน้าก่อน 3 วัน ระหว่างนี้เขาให้แพทย์ที่ดูแลการตั้งครรภ์ของหญิงสาวเข้ามาตรวจดูอาการและประเมินความเสี่ยงตลอดเวลา ชีพจรเด็กทั้งสองเต้นปกติ แฝดเบอร์หนึ่งเอาหัวทิ่มลงเตรียมพร้อมคลอด แถมปภาวรินทร์ยังเจ็บท้องถี่ๆ อีกด้วย เธอนอนนับอาการเจ็บท้องตลอดเวลา“เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้เจ็บท้องถี่ขึ้นไหม” เบญจามินทร์นั่งข้างๆ แล้วกุมมือเธอไว้แน่น“ตอนนี้เจ็บทุกครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ” เธอบอก หน้าของเธอซีดๆ หัวคิ้วมุ่นขึ้น“ตอนนี้งดน้ำงดอาหารก่อนนะ เผื่อต้องผ่าคลอดฉุกเฉิน แต่ถ้าคลอดเองไหวก็คลอดเองนะ” เขาปลอบเธอ ปภาวรินทร์พยักหน้าน้อยๆ“ค่ะ”“เฮ้ย! เป็นยังไงบ้างยัยปราย จะคลอดหรือยัง” ประตูห้องพักผู้ป่วยแบบดับเบิ้ล VIP ถูกเปิดขึ้นโดยเพื่อนที่สุดแสนจะกวนบาทาอย่างรพี ที่มาพร้อมกับแพรวา สายชล และเปรมนีย์ ก่อนหน้านี้ก็มีเพื่อนหมอของเบญจามินทร์แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกันไม่ขาดสาย“ใกล้แล้วล่ะมั้ง” เธอตอบไปส่งๆ เพราะตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะเล่นหยอกล้อกับเพื่อนเหมือนอย่างเคย“สู้ๆ นะคะพี่ปราย” เปรมนีย์เดินมาให้กำลังใจพี
เบญจามินทร์เอามือไปวางบนหน้าท้องขนาดใหญ่ เขาก้มลงจูบท้องเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา ในแต่ละวันเขาจะหาเวลาอ่านนิทานให้ลูกฟัง นอนลูบท้อง เจ้าเด็กแฝดนี่ก็ขยันถีบขยันทักทายเหลือเกิน ตอนนี้ก็เหมือนกัน พอลูบๆ ท้อง เด็กทั้งคู่ก็ถีบแข่งกันจนท้องยวบยาบไปหมด“ลูกเรานี่ซนตั้งแต่อยู่ในท้องเลยเนอะ” เขาคุยกับภรรยา แต่ปภาวรินทร์ไม่มีอารมณ์จะคุยด้วย เธอสะกิดเขายิกๆ“คุณหมอ...”“โอเคๆ ครับคุณภรรยา” เขาส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นถอดเสื้อถอดผ้า ปภาวรินทร์ยิ้มกว้าง เธอเอามือลูบไล้ความเป็นชายแล้วดูดกลืนตัวตนจนเต็มปาก“อูย...”ปภาวรินทร์ดูดเลียจนความเป็นชายแข็งดุจเหล็กกล้า เขาจับเธอนอนลงแล้วอ้าขา สายตาจับจ้องไปที่ช่องทางสวาทแล้วก็ลงลิ้นเลียไปทั่วกลีบกายสาว ปภาวรินทร์ร้องครวญครางอย่างพึงพอใจ ยามที่เธอตะกายไปถึงฝั่งฝันท้องเธอก็แข็งเกร็งขึ้น“อืม... อ่าส์... อ๊ะ...”เบญจามินทร์จับสังเกตได้ เขาจึงเลือกที่จะไม่สอดกายเข้าไปในช่องทางรักของเธอ แต่เลือกใช้วิธีการดูดเต้านมของเธอเพลินๆ แล้วให้เธอดูดเจ้ามังกรจนน้ำรักพ่นออกมาเลอะปากแทน“เห็นไหม... ผมบอกแล้วว่าเดี๋ยวท้องแข็ง” เขาบ่นอีกพร้อมกับหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดริมฝีปากที่เปื้อนน











