เข้าสู่ระบบ“จักจี้” ปานดวงใจหัวเราะยามรับสัมผัสสุดสยิว มือเล็กไต่ไล้บนหน้าอกเปลือยเขา “คุณจูบไม่เป็นเหรอ”
พยัคฆ์ขบกรามแน่น หันขวับไปมองยังสมุนสองคนที่ยืนรออยู่ตรงมุมหนึ่งของผับ...เป็นอันรู้กัน
“ฉันเป็นนักจูบ”
“จริงอะ” เธอแหงนหน้าหัวเราะอีกครั้ง “ฉันว่าไอ้คุณสมบัตินี้ต้องให้คนอื่นเขายกย่องนะ ไม่ใช่มายกหางตัวเองแบบนี้” นิ้วเรียวยาวจิ้มบนหน้าอกเขา กระแทกแรงๆ สองสามครั้ง
มือหนากระตุกโบบนคอของเธอ ผ้าคลุมของแวมไพร์ทิ้งตัวลงพื้นทันใด
เธอน่ากลืนกินยิ่งกว่าเดิม ผิวพรรณขาวผ่อง ไหล่กลมกลึงต้องแสงไฟ ปานดวงใจกระตุกไหล่ไล่จมูกโด่งคมที่กำลังฝังลงมาแถวรักแร้
“ฉันมีเงินก้อนหนึ่งเหลือเฟือสำหรับการเที่ยวรอบโลก เธอรับคำท้าไหม”
“เงินน่ะไม่หิว แต่เมย์กระหายชัยชนะ”
“นี่คือคำตอบว่ารับคำท้าใช่ไหม” พยัคฆ์ต้องการคำตอบที่ชัดเจน
“Yes เมย์ชอบของรางวัล ชอบความท้าทาย ฮ่าๆๆๆ”
“ฉันคิดไม่ผิด งั้นมาพิสูจน์กันว่าฉันเป็นนักจูบจริงไหม กล้าจูบกับฉันหรือเปล่าล่ะ”
“ทำไมจะไม่กล้า จูบเสร็จก็ล้างปาก ทำออกบ่อยปายยย แล้วกติกาคืออะไร แค่อยากได้คำยืนยันว่าเฮียเป็นนักจูบตัวยงอะเหรออออ”
“ใครมีอารมณ์ก่อนคนนั้นแพ้”
“โอ๊ย สบายบรื๋อ แข่งกับครายไม่แข่ง มาแข่งกับคนตายด้านแบบเมย์ เฮียเตรียมเงินให้เมย์เลยยยยย”
“งั้นเรามาสนุกกัน”
“โอเค สนุกแน่ๆ”
เขายกนิ้วก้อยขึ้น ปานดวงใจเกี่ยวนิ้วก้อยกับเขาทันควัน มั่นใจว่าเกมนี้เธอไม่มีทางแพ้
เขาเหนี่ยวร่างเล็กหลบพนักงานเสิร์ฟที่ถือเครื่องดื่มเดินมา จากนั้นก็ทำท่าจะช้อนเธอขึ้นอุ้ม
“คุณเสือคะ” เสียงผีพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งขัดจังหวะ พลางมองเพื่อนที่เมาแอ๋พูดอ้อแอ้ซุกอยู่ตรงอกชายหนุ่ม
“ครับ”
“พี่มารีเป็นลมค่ะ” พนักงานตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี น้ำเสียงมีความตื่นตกใจเจือปนอย่างเห็นได้ชัด
*********
ชั้นบนสุดของโรงแรมที่ราคาแพงระยับทุกตารางนิ้ว ร่างที่อ่อนเปลี้ยถูกวางลงบนเตียงคิงไซซ์
แน่นอนว่าพยัคฆ์ไม่ได้เป็นแค่ลูกค้าของผับกึ่งร้านอาหาร แต่เขายังเป็นลูกค้าระดับวีวีไอพีของโรงแรม ชายหนุ่มเช่าห้องนี้แบบเหมาเดือน แม้ว่าลูกคลื่นจะเกลี้ยกล่อมให้เขาอยู่ฟรีในฐานะเพื่อนสนิทที่หัวหกก้นขวิดมาด้วยกัน แต่เขาก็ยืนกรานจะจ่ายทุกบาททุกสตางค์
หญิงสาวพยุงตัวขึ้นนั่ง ตาสะลึมสะลือมองไปด้านนอก เธอลุกขึ้นและเซน้อยๆ ตอนเดินไปเกาะกระจกมองวิวจากมุมสูง เธอไม่เคยขึ้นมาสูงถึงขนาดนี้ แต่พอหันกลับมาอีกทีก็พบว่าภายในห้องมืดลง ก่อนที่ผนังห้องจะสว่างวาบ ด้วยฉากของบรรยากาศวันฮัลโลวีน
พนักงานเสิร์ฟในชุดผีเดินผ่านมา เธอจึงคว้าเครื่องดื่มมาเทลงคอ รสชาติของมันเป็นอย่างไรตอนนี้เธอไม่รู้แล้ว แต่เวียนหัวสิ้นดี
เอวบางถูกจับรัดเข้าหาลำตัวหนาก่อนที่เธอจะล้มลงไปกองกับพื้น
เธอแหงนหน้ามองคนพยุง สมองประมวลผลได้อยู่เธออยู่กับพยัคฆ์ จากนั้นเขาก็ทิ้งเธอไว้กับเหล่านักเต้นแล้ววิ่งไปหามารี มีคนสองคนพยุงเธอออกมา
เธอจ้องหน้าเขาตอนแสงในห้องส่ายมากระทบใบหน้าเขา
“เธอว่าเธอตายด้าน?” เสียงเขาทุ้มละมุนจัง
ปานดวงใจเอานิ้วดันริมฝีปากเขาไว้ก่อนที่จะลงมาถึงปากตัวเอง “ช่ายยย”
“ฉันอยากจะรู้ว่าเธอด้านจริงไหม งั้นฉันขอเพิ่มกติกา ถ้าใครมีอารมณ์ก่อน จะต้องถอดทีละชิ้น แล้วก็เริ่มเกมใหม่”
เธอไม่รู้ว่าเกมมันจะสิ้นสุดที่ใด เริ่มไม่เข้าใจกติกาที่เพิ่มเข้ามา แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงพยักหน้าง่ายๆ
ทั้งสองหยิบเครื่องดื่มที่มีคนเดินมาเสิร์ฟขึ้นดื่ม สาวเจ้าตาลายยืนแทบไม่อยู่เพราะแอลกอฮอล์ที่กินเข้าไปมาก โลกเริ่มหมุนเหวี่ยงเธอลงบนเตียง ฉากวันปล่อยผีถูกเปลี่ยนเป็นกลีบกุหลาบซึ่งมาพร้อมอโรม่ากลิ่นกุหลาบสุดโรแมนติก
ความหนักอึ้งน่าอึดอัดกักขังอิสระของเธอไว้ ปานดวงใจปรือตามอง พอเห็นว่าเป็นร่างกำยำก็พยายามดิ้นให้หลุดพ้น แต่ไม่เป็นผล นอกจากร่างกายจะโดนทาบทับไว้ สองแขนยังถูกยึดไว้เหนือศีรษะด้วยมือหนาเพียงข้างเดียว
ความอดทนเท่าปลายก้อยของพยัคฆ์ขาดผึงยามเห็นอกสล้างสะท้านขึ้นลงใกล้ตาในบรรยากาศที่เขาเนรมิตขึ้นมา ไม่ใช่ฉากสยองขวัญสั่นประสาท ขอบคุณลูกคลื่นเพื่อนรักที่ตอบสนองแผนการอันแยบยลที่เขาวางมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
กลิ่นรสที่เพิ่งได้ลิ้มลองในผับทำให้เลือดเสือพลุ่งพล่านเล่นนอกกติกา เขาจูบลงบนหน้าอกเธอ
“ขี้โกง” หญิงสาวบริภาษ หากสะท้านตัวสั่นยามถูกกระตุ้น
“นี่ก็เรียกว่าจูบ” พยัคฆ์เถียง
“ไม่ ที่ปาก เมย์หมายถึงที่ปาก”
“ได้”
แล้วโดยไม่ทันตั้งตัว พยัคฆ์ก็ประกบปากช่างจ้อ ปานดวงใจร้องอึกอักเมื่อลิ้นของเขากวาดต้อนเข้ามาในโพรงปากเพื่อหาลิ้นของเธอ หญิงสาวพลิกลิ้นหลบ พยายามประคองสติให้ได้ทั้งที่แอลกอฮอล์ส่งผลมากขึ้น เธอหลับตาปี๋กับแสงสีที่สะท้อนไปมา มันพาให้ร่างกายวิงเวียนอ่อนล้า ขณะที่ความรู้สึกข้างในตอนนี้เริ่มมีชีวิตชีวา มันตอบรับการทาบทับของร่างใหญ่ที่อยู่ไม่สุข
พยัคฆ์รู้สึกว่าอะไรๆ ก็เกะกะไปหมด เขาเบียดบดสะโพกขณะที่ริมฝีปากต่อสู้กับการต่อต้านของเธอ
ชายหนุ่มกัดริมฝีปากล่างของปานดวงใจ ดูดมันแรงๆ ก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปภายในปากอีก เสียงครางเบาๆ ของเธอดังเล็ดลอด เพียงแค่ได้ยิน เจ้าเสือในกางเกงเขาก็ร่ำร้องขออิสระ ปานดวงใจบิดส่ายอย่างทรมานอยู่ใต้ร่าง ชั่วเสี้ยวนาทีที่เผลอไผลปล่อยอารมณ์เตลิด ลิ้นของเธอก็ถูกเขาดูดดึง ความเสียวซ่านวูบวาบวิ่งปราดไปทั่วเนื้อตัวราวถูกไฟชอร์ต
พยัคฆ์คำรามกระหยิ่ม แต่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหว่างขาของเธอ ตาคมมองภาพสาวน้อยหอบหายใจอารมณ์ค้าง
อิสรภาพที่ไม่ต้องการยามนี้ทำให้หญิงสาวเผยอเปลือกตามอง เขาเลิกคิ้วยิ้มมุมปากราวส่งสัญญาณบอกว่าเธอแพ้ในเกมแรก
หากขอยุติเกมที่เพิ่งเริ่มก็เสียฟอร์ม ปานดวงใจมั่นใจว่าเกมต่อไปเธอไม่มีทางแพ้แน่ๆ อีกอย่างเครื่องแต่งกายของเธอก็หลายชิ้น เมื่อใคร่ครวญดีแล้วปานดวงใจจึงยกมือไปที่ติ่งหู
พยัคฆ์โน้มตัวมาส่ายนิ้วชี้ไปมาตรงหน้าเธอ แม้สติของปานดวงใจจะไม่เต็มเต็งแต่ความเจ้าเล่ห์ฝังอยู่ในดีเอ็นเอ สาวน้อยคงจะคิดว่าถอดต่างหูข้างหนึ่ง อีกเกมก็ถอดอีกข้าง จากนั้นก็สร้อยคอ แล้วอะไรอีกล่ะ ลำดับต่อไปก็คงไม่พ้นถุงน่อง
“ฉันแพ้” เขาเป็นฝ่ายยอมรับเสียอย่างนั้น “ฉันถอด”
“เห็นหมายยย บอกแล้ว เมย์มานตายด้าน” ปานดวงใจยิ้มอย่างเมาๆ สายตาพร่าเลือนเห็นเขาลุกไปข้างเตียง
“หลับตา” เขาสั่ง
“อิโธ่ จะหลับเพื่อ?” ปานดวงใจเน้นเสียงเป็นคำถาม แล้วต่อความเสียเอง “อันแรกที่เฮียจะถอดก็คงไม่พ้นเข็มขัด”
“มั่นใจซะเหลือเกินนะ” ชายหนุ่มจับที่เข็มขัดจริงๆ
“นี่คราย เมย์ที่ผ่านศึกบนเตียงมาโครมๆ นะ” เธออวด
พยัคฆ์ปลดหัวเข็มขัด ตาจับจ้องร่างอรชรยกขาข้างหนึ่งชันเข่ากัดนิ้วมองเขาขณะรูดสายหนังสีดำออกจากกางเกง หากมองไม่ผิดเขาคิดว่าเห็นความเปียกชื้นเป็นหย่อมตรงเป้าของเธอ เขาไม่หยุดเพียงแค่นั้น จบจากเข็มขัดเขาก็ปลดกระดุมรูดซิปกางเกงตัวนอก พยัคฆ์ดันมันลงไปตามท่อนขาแข็งแกร่ง
ดวงตาปรือปรอยของอีกฝ่ายพลันเบิกโพลง เมื่อเห็นท่อนลำเหยียดใหญ่พาดตัวอย่างอึดอัดอยู่ในกางเกงใน
“ทำตอนไหนเหรอ” ปานดวงใจถาม ในใจเดาว่าต้องเป็นตอนมาถึงบ้านพักแล้วปราบง่วงนอน เฟย่าจึงพาไปนอนในห้องพักแน่ๆ พอออกมาตรงปิ้งย่าง เฟย่าก็เอาใส่รถเข็นคลุมมุ้งมาด้วยเพื่อป้องกันแมลงระหว่างที่จับกลุ่มกินอาหาร“ก็ที่เข้าไปนอนในห้องเมื่อตอนบ่ายแก่ๆ แล้วให้น้องปิ่นนอนเป็นเพื่อนไง”“มีลายแบบเสือสมิงของแท้เลยนะ” พลอยใสเดินเข้ามาดูใกล้ๆ จับผมที่หยิกเป็นลอนใหญ่ๆ ตั้งแต่เกิด จนได้ฉายาว่าเสือหยิกดึงไปดึงมา ใครๆ ก็ชอบผมของปราบซึ่งได้สิ่งนี้มาจากพ่อของเฟย่าเต็มๆ“แอ๊” ปราบหัวเราะชอบใจที่พลอยใสกับแพรสวยแย่งกันจับแก้มตนเอง เจ้าหนูย่ำเท้าบนขาของภูผา ย่อตัวเด้งไปเด้งมา“ข่ายปู” ปิ่นมุกวิ่งกลับมาที่ชามข้าวของตัวเองและกินต่อ“พี่ๆ ล่ะคะเสือโหย” พยัคฆ์ถามสาวน้อยตากลมโต ซึ่งหน้าเปรอะทั้งข้าวทั้งปู“เย่นเป๋า”“ตายแล้ว เมย์เข้าไปดูก่อนนะ ไม่งั้นรื้อเสื้อผ้าออกหมด แล้วเอาน้ำมนต์ใส่กระเป๋าลากไปลากมาอีกแน่” ปานดวงใจรีบลุกไปจากวงทันทีปานดวงใจหายเข้าประตูไป เสียงร้องไห้ของปราบก็ดังขึ้นลั่นคลอง“แอะ แง้ๆๆๆๆ” ร้องอย่างเจ็บปวดเหมือนโดนมดกัด“น้องปราบก็อย่าดึงผมตัวเองสิ” แพรสวยแกะมือกลมป้อมที่เผลอจับผมหยิกๆ ของตัวเองดึงโด
“พี่เหรอมีข่าวดี ไม่มีนะ” เฟย่าทำหน้าประหลาดใจ หยิบป๊อปคอร์นก้นถ้วยมากรอกปาก และแก้ฝืดคอด้วยน้ำส้มคั้น“เดี๋ยวเอาน้องวัวไปเก็บบ้านแล้วผมไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาให้พี่เฟย่าดีกว่า” ภูผาเอะใจกับคำพูดของปานดวงใจ“เหรอ” เฟย่าดึงกระเป๋าสะพายที่ปิ่นมุกกำลังรื้ออย่างเอาเป็นเอาตายมาใกล้ตัว หยิบจุกนมฟันเหยินส่งให้ลูกเสร็จก็หยิบบางสิ่งออกมา “นี่หรือเปล่าคะหมอผา” เฟย่ายิ้มเขินอายภูผาปรี่มาดึงสิ่งที่เขาบอกว่าจะไปซื้อจากมือเฟย่า สัตวแพทย์หนุ่มตาโต...มันขึ้นสองขีด“เยบเข้ ในที่สุดๆๆๆ” ภูผากระโดดตัวลอย ดีใจจนพูดได้แค่นี้“ยินดีด้วยนะหมอผา” พยัคฆ์เดินมาแสดงความยินดีที่รั้วกั้นคอก“ยูกฉาว” ปกป้องวิ่งมาเกาะรั้วข้างๆ พ่อ เพื่อเอาข่าวมารายงานคนที่อยู่ด้านนอกของคอก“ยูกฉาว” น้ำมนต์วิ่งมาบอกด้วย“ยูกฉาว” นะโมก็พลาดไม่ได้“พี่พลอยกับน้องแพรตั้งชื่อให้แล้วจ้ะแม่เมย์” พลอยใสเดินตามมา“ชื่ออะไรคะ” ปานดวงใจถาม“เจสสิก้าจ้ะ” แพรสวยตอบ“พี่พลอยกับน้องแพรคะ อาเฟย่ากำลังจะมีน้องให้ปิ่นมุก จะเปิดรับสมัครสมาชิกเข้าแก๊งเสือสมิงเพิ่มอีกสักคนจะได้ไหมคะ” เฟย่าส่งสายตาอ้อนวอนให้รับสมาชิกเพิ่ม ไม่อยากให้ลูกอีกคนตกสำรวจ เพราะเด็
แพรสวย ปกป้อง นะโม และน้ำมนต์รีบมายืนเบียดพลอยใส นะโมกับน้ำมนต์ตัวเตี้ย พี่สาวจึงลดโทรศัพท์ลงเพื่อให้ทุกคนได้เห็นเต๋าเต้ย สองบ่าของเต๋าเต้ยเองก็มีทาโร่กับนีโม่เกยคางอยู่“โห พี่เต่าเต่าสวยอีกแล้ว” พลอยใสอุทาน“โย่ โม่” ปกป้องเรียกเพื่อน“โปก” สองหนุ่มอีกฝั่งเรียกปกป้อง“พ่อฉลามก็ทำสีผม แล้วก็ทำไข่แมวไว้บนหัวสองเม็ด หล่อมากๆ เลยนะ แต่พ่อฉลามบอกว่าหล่อแค่ไหนก็รักแม่อุ๋งคนเดียวไม่ต้องห่วง”“เหรอ มีไข่แมวบนหัวด้วยเหรอ น้องปกเคยบีบไข่แมวของคนงานตอนมันหลับ แมวตกใจลุกมาตะปบ น้องปกก็เลยต่อยแมว แมวก็เลยตะปบๆๆๆ แรงขึ้น น้องปกร้องไห้เลย” พลอยใสพูดถึงวีรกรรมของปกป้องเมื่อไม่นานมานี้“เหรอ พี่เต่าเต่าชอบลูบไข่แมว น่ารักดี พ่อฉลามก็เลยทำผมทรงไข่แมวให้พี่เต่าเต่าลูบแทน แต่ของพี่เต่าเต่าเป็นทรงซาลาเปา” เต๋าเต้ยดึงฉลามเข้ามาในกล้อง ให้สองสาวได้ดูไข่แมวบนหัวของฉลามทั้งฉลามและเต๋าเต้ยซึ่งผมแสกกลางเหมือนกัน ทำผมสีเดียวกันคือฝั่งหนึ่งเป็นสีน้ำตาลทอง อีกฝั่งเป็นสีดำ ของเต๋าเต้ยมัดสองข้างเป็นจุกกลมๆ แบบอาหมวย ส่วนฉลามผมสั้น จุกกลมๆ สองข้างจึงเล็กจิ๋ว ไม่ว่าทั้งสองคนจะทำสีไหน ทรงไหนก็ดูเข้ากับใบหน้าไปหมด ส่ว
“ปกทำอะไรอยู่ครับ” พยัคฆ์ตะโกนถาม เพราะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ก่อนที่เด็กๆ จะหัวเราะกันจนเขารู้สึกผวา“ทำพามดี หย่อ ช่วยเหยือฉังคม” ปกป้องพูดเสียงแข็งขันเสียงปกป้องสิ้นสุดก็มีอีกเสียงดังขึ้น“ปก เอาน้องขึ้นไปไว้แบบนั้นได้ยังไง หยุดๆๆ” เสียงปานดวงใจแหวเข้ามาในห้องน้ำ “นะโมด้วย ลงมาเดี๋ยวนี้”“อ้าวๆ น้องปิ่นลูกแม่ โถๆๆๆ จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีล่ะคราวนี้” เฟย่าไม่รู้ว่าเช้านี้ตนเองยกมือทาบอกไปกี่ครั้งแล้ว และนี่เป็นอีกครั้ง“ฮึก ฮึก แงงงงงงงงงงงงง” ปิ่นมุกเลือกได้แล้วว่าจะทำอะไรดีเฟย่าเดินจิกปลายเท้าลงบนพื้นบริเวณที่ไม่เปื้อน ตรงดิ่งไปหาลูกสาวซึ่งคว่ำอยู่บนโรบอทถูพื้นขนาดใหญ่ ความเคลื่อนไหวและแรงสั่นสะเทือนที่พาไปชนตรงนั้นตรงนี้ทำให้หนูน้อยกลัว ในขณะที่นะโมซึ่งอยู่บนโรบอทอันใหญ่กว่าหัวเราะอย่างสนุกสนาน“มั่งๆ” น้ำมนต์วิ่งไปขวางหน้านะโม“ม่าย โน่นๆ” นะโมชี้ไปยังโรบอทที่ปิ่นมุกเพิ่งถูกยกขึ้นไป“ปี้โปกด้วย” ปกป้องเข้าไปดันนะโมออก อยากจะขึ้นไปเล่นอันของนะโมพยัคฆ์ออกมาเห็นภาพดังกล่าวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่ายหัว“เฮียไปส่งลูกๆ เถอะ เดี๋ยวเมย์จัดการเอง” ปานดวงใจบอกอย่างปลงๆ“ปีหน้าปกเข้าโรงเ
“ทาหน้าแบบแม่แม ทาทู้กคน หย่อยด้วย” ปกป้องดูจะภูมิใจกับสิ่งที่ทำลงไป“โอ้โห เละสุดๆ” แพรสวยสวมชุดไทยสวยงามเหมือนจะประกวดนางสงกรานต์ชักเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องกลับทันทีที่เห็นสภาพห้องและน้องๆ“ปี้แพ” นะโมอยู่ใกล้ประตูที่สุดเดินไปหา“หยุดๆ อย่าเข้ามา เดี๋ยวเปื้อน” แพรสวยยกมือบัง“ฉวยฉุๆ” ปกป้องบอก“เสือสมิงคนเล็กสวยพอหรือยังล่ะน้องแพร พี่พลอย” พยัคฆ์ถามแพรสวย และเอี้ยวตัวไปมองคนที่ยืนอึ้งอยู่นอกประตูอีกคน ทั้งสองทำปากยื่นกับผลงานสุดเละ“โอ้ว สวย หล่อ และปังสุดๆ ไปเลย” เฟย่ายกมือทาบอก ยิ้มเจื่อนๆ แต่ก็อดหัวเราะไปด้วยไม่ได้“ทายาย้า” นะโมวิ่งไปวิ่งมาโชว์ ทำท่าเหมือนซูเปอร์แมนปานดวงใจยืนอย่างสงบนิ่งขณะข่มอารมณ์ไว้ ชั่วครู่ก็เดินออกไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด วันนี้แม่บ้านต้องไปตรวจตามนัดที่โรงพยาบาล จะเข้ามาสายหน่อย ปานดวงใจทนเห็นสภาพนี้จนถึงเวลานั้นไม่ได้ เก็บกวาดล่วงหน้าไปคร่าวๆ ก่อนก็ยังดี“เฟย่าเอาของไปเก็บที่รถแป๊บนะ เดี๋ยวมาช่วยเมย์เก็บกวาด” เฟย่าตะโกนตามหลังปานดวงใจ นางแบบสาวต้องเดินขึ้นเดินลงห้องของปานดวงใจสองรอบ เพราะเสื้อผ้าที่เอามาให้ลองและเครื่องประดับมีมากเหลือเกิน “พี่
“ไปกันเสือเหี้ยม” แพรสวยหันมาดึงน้ำมนต์ก่อนจะวิ่งตามพลอยใสไป ส่วนคนที่คลุมโปงอยู่ก็เปิดผ้าออกมา“โปกเป็นเฉือฉมีนะ ฮึกๆๆ” ปกป้องกอดพยัคฆ์“ครับ ไม่มีใครออกจากแก๊งครับ ปกยังเป็นเสือสมิงเหมือนเดิม” พยัคฆ์กำหมัดให้ปกป้องต่อยแสดงคำมั่นสัญญา จากนั้นเด็กชายก็ขยับไปหาปานดวงใจ“แม่แม ดาบๆๆ” เมื่อกี้ปกป้องได้ยินว่าพี่สาวเอาโทรศัพท์ไปคุยกับเต๋าเต้ย แต่ตัวเองยังไม่เสร็จธุระจึงไม่ยอม“ดาบ ดาบ” นะโมก็เป็นไปกับเขาด้วย“เอาของพ่อเสือก็ได้ มาครับเด็กๆ พ่อเสือสั่งเป็น” เขาล้วงโทรศัพท์ขึ้นมา ลูกๆ จึงย้ายจากปานดวงใจที่ซู้ดปากเพราะความเจ็บไปหาพ่อหลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงความวุ่นวายในบ้านก็กลับมาเป็นปกติ ปานดวงใจกับพยัคฆ์ต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบ แบ่งปันความรักให้เท่ากันทุกคน ไม่ให้ลูกรู้สึกว่ารักใครคนใดคนหนึ่งมากกว่ากัน ซึ่งทั้งสองก็รับมือได้ดี พวกเขาเครียดกันแทบตายเรื่องกำไลของปิ่นมุก แต่พอเล่าให้เฟย่ากับภูผาฟัง ทั้งสองได้แต่หัวเราะด้วยความเอ็นดู เฟย่าบอกว่ายังไม่เอากำไลข้อเท้าคืนจนกว่าปกป้องจะเบื่อ จึงกลายเป็นว่าตอนนี้ปกป้องกับปิ่นมุกใส่กำไลกันคนละวงแต่ปิ่นมุกก็ได้เป็นสาวน้อยสวยมากในเช้าตรู่วันศุกร์ที่เฟย่าเ







