Share

บทที่3 ดักปล้น

Author: SnailW
last update Last Updated: 2025-08-26 16:43:08

ตอนที่ 3

ขบวนสินค้าเดินทางมุ่งหน้าลงใต้ด้วยความรวดเร็ว จากการคุ้มกันของสำนักคุ้มกันที่ถูกจ้างมา ในการคุ้มกันแต่ละครั้ง พวกเขาจะได้รับเงินส่วนแบ่งจากทางเจ้าของสินค้า และเหล่าชาวบ้านที่ร่วมเดินทาง

จากที่เฉิงเข่อซิงได้สอบถามชาวบ้านที่เดินทางมาด้วยว่า ต้องใช้เวลากี่วันถึงจะเดินทางถึงเมืองหลวงของแคว้นชาง ก็ทำให้นางได้รู้ว่าต้องใช้เวลาถึงยี่สิบวันกว่าจะเข้าเขตเมืองหลวง

แต่เพียงผ่านมาห้าวัน นางก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งก้น เพราะเส้นทางที่เดินทางมานั้นค่อยข้างขรุขระ เป็นอย่างมาก

“หยุดดด”

เสียงของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหน้าดังขึ้น

“พักที่นี่ครึ่งชั่วยาม”

การเดินทางของแต่ละวันจะเป็นพักเป็นระยะๆ ซึ่งระยะเวลาของการพักแต่ละครั้งนั้น จะขึ้นอยู่กับว่าพักบ่อยมากแค่ไหน อย่างเช่นวันนี้ตั้งแต่เช้า พึ่งจะได้พักครั้งแรกและได้พักถึงครึ่งชั่วยาม นั้นหมายความว่า หลังจากนี้ อาจจะไม่ได้พักอีกเลยจนกระทั่งค่ำ

เฉิงเข่อซิงกระโดดลงจากเกวียนเพื่อยืดเส้นยืดสายของตนเองเล็กน้อย โชคดีที่นางฝึกยุทธมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ร่างกายอดทนต่อการเดินทางหนักหน่วงเช่นนี้ หากเป็นเด็กคนอื่นอาจจะป่วยระหว่างทางไปแล้ว

“เสี่ยวซิง กินน้ำหน่อยหรือไม่?”

เสียงท่านปู่กู้ ที่นั่งมาเกวียนเดียวกับนางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

ตลอดหลายวันมานี้ เฉิงเข่อซิงได้ทำความรู้จักคนทุกคนที่อยู่บนเกวียนเดียวกัน พร้อมจับกลุ่มพูดคุยกับทุกคนด้วยความสนุกสนาน โดยเฉพาะท่านปู่กู้และหลานสาวของเขา ที่เฉิงเข่อซิงสนิทสนมด้วยเป็นพิเศษ เพราะอีกฝ่ายมักจะเอ็นดูและคอยดูแลนางระหว่างเดินทางด้วยเสมอ

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านปู่กู้” เฉิงเข่อซิงรับน้ำมาดื่มด้วยความรู้สึกชื่นใจเป็นพิเศษ

“เสี่ยวซิง ข้ามีขนมเฉียวกั่วอยู่อีกหนึ่งชิ้น เจ้ารับไปสิ” กู้ฟ่านถาน หลานสาวของท่านปู่กู้กล่าวขึ้นกับนาง

กู้ฟ่านถานนั้น ปีนี้อายุเข้าสิบปี นางและท่านปู่ของนางต้องการเดินทางไปที่เมืองหลวงเพื่อจะขอไปอาศัยหางานทำด้วย เนื่องจากปีนี้ท่านปู่กู้อายุมากแล้ว พ่อกับแม่ของกู้ฟ่านถานเองก็เสียไปตั้งแต่ที่นางยังเป็นเด็ก ทำให้ตอนนี้กู้ฟ่านถานไม่มีญาติที่ไหนเหลืออีก

ท่านปู่กู้กลัวว่า เมื่อตนเองต้องจากไป จะทำให้หลานสาวเพียงคนเดียวของตนเองต้องลำบาก จึงได้ใช้เงินก้อนสุดท้ายที่ตนเองมีอยู่ ออกเดินทางไปที่เมืองหลวงแคว้นชาง เพื่อหาน้องสาวที่แต่งออกมาอยู่ที่นี่หลายสิบปีแล้วของเขา

“ข้าเองก็มีแผ่นแป้งเหลืออยู่ พี่เก็บขนมเฉียนกั่วไว้กินเองเถอะเจ้าค่ะ”

ในตอนแรกเฉิงเข่อซิงก็ยังรับน้ำใจของอีกฝ่ายอยู่ แต่เพราะอีกฝ่ายใจดีกับนางจนเกินไป ทำให้ขนมเฉียนกั่วที่อีกฝ่ายพกติดตัวมา ถูกนางกินไปมากกว่าครึ่ง

“เช่นนั้นเอาไว้รอเจ้าหิว ค่อยบอกพี่สาวก็แล้วกัน พี่สาวจะเก็บไว้ให้เจ้า”

กู้ฟ่านถานกล่าวกับเฉิงเข่อซิงด้วยความอ่อนโยน เพราะตั้งแต่ที่เดินทางมาด้วยกัน ตัวนางรู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวคนนี้เป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาของนางมีแค่ท่านปู่เพียงคนเดียวมาตลอด เมื่อมาเห็นเด็กสาวที่อายุไล่เลี่ยกันเช่นนี้ จึงรู้สึกอยากปกป้องเป็นพิเศษ

แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาหยุดพัก แต่เฉิงเข่อซิงก็สังเกตเห็นว่าเหล่าผู้คุ้มกันดูกวดขันเข้มงวดผิดปกติจากที่ผ่านมา โดยเฉพาะสีหน้าของหัวหน้าผู้คุ้มกันสินค้า เขามีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างผิดปกติ

จากที่ตอนแรกคิดจะนอนหลับพักผ่อนสักพัก เฉิงเข่อซิงกลับไม่อาจข่มตาหลับลง สัญชาตญาณของนางกำลังเตือนนางว่า กำลังจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น

ร่างเล็กขยับไปอยู่ชิดกับกู้ฟ่านถานที่อยู่ด้านข้าง กู้ฟ่านถานที่เป็นเด็กสาวธรรมดาไม่มีวรยุทธอะไรก็คิดว่า การที่เฉิงเข่อซิงขยับมาใกล้ชิดตนก็คิดว่านางต้องการจะออดอ้อน จึงเอื้อมมือออกไปกอดอีกฝ่ายไว้ด้วยความรักใคร่

ชาวบ้านคนอื่นๆ เองเมื่อทานอาหารที่ตนเองพกมาด้วยเสร็จ ก็เตรียมที่จะเอนกายพักผ่อนกันตามปกติ เนื่องจากยังเหลือเวลาพักอยู่อีกมาก ตามที่ผู้คุ้มกันได้บอกเวลาไว้

ฟิ้วว ปึกก

ในตอนนั้นเองระหว่างที่ทุกคนกำลังพักผ่อน เสียงบางอย่างก็แหวกมาจากอากาศปักลงที่ต้นไม้ไม่ไกลจากที่พวกของเฉิงเข่อซิงนั่งอยู่

กรี๊ดดด

เสียงกรีดร้องของเหล่าชาวบ้านดังขึ้นเพราะความตกใจ จากนั้นก็เกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นภายในขบวนสินค้า

“คุ้มกันชาวบ้านและสินค้า” เสียงของหัวหน้าผู้คุ้มกันดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย

“ขอรับ”

ผู้คุ้มกันที่ถูกฝึกมาหลายสิบคนรีบกระจายตัวกันเพื่อควบคุมสถานการณ์

ในตอนนั้นเองลูกธนูหลายสิบลูกก็พุ่งตรงเข้ามายังขบวนสินค้า ทำให้มีชาวบ้านบางคนได้รับบาดเจ็บ มีเพียงกลุ่มของเฉิงเข่อซิงเท่านั้น ที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

เนื่องจากตั้งแต่มีลูกธนูลูกแรกพุ่งตรงเข้ามา เด็กสาวที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มก็รีบคว้ามือของกู้ฟ่านถานและบอกให้ทุกคนเข้ามาหลบอยู่ใต้เกวียนสินค้า

ร่างกายของกู้ฟ่านถานสั่นไปด้วยความกลัว แต่ถึงอย่างนั้น มือเล็กๆ คู่นั้นก็ยังโอบกอดเด็กสาวไว้ใต้ร่าง

แต่เฉิงเข่อซิงกำลังมองการจัดการของเหล่าผู้คุ้มกันด้วยความครุ่นคิด

แม่สถานการณ์จะอยู่ขั้นเลวร้าย แต่หัวหน้าผู้คุ้มกันกลับสั่งการได้อย่างเฉียบแหลม ทำให้พวกเขาไม่ตกเป็นรองจากคนที่ลอบโจมตีมากนัก

“ฮ่าๆๆ ไม่เลวๆๆ ฝีมือใช้ได้” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล ก่อนที่อีกฝ่ายจะปรากฏตัวขึ้น

ร่างสูงใหญ่ หนวดเครารุงรังยากจะเห็นหน้าได้ชัดนั่งอยู่บนหลังม้า ที่ด้านหลังของเขายังมีกลุ่มชายฉกรรจ์อีกหลายสิบคนเดินออกมาพร้อมอาวุธครบมือ

โจรภูเขา!!

เหล่าชาวบ้านที่อยู่ในขบวนคนหนึ่งร้องอุทานขึ้น

ทำให้เฉิงเข่อซิงรู้ว่าอีกฝ่ายที่ซุ่มโจมตีขบวนสินค้าเป็นใคร

“สำนักคุ้มภัยอู่เฉวียน?” หัวหน้าโจรภูเขาที่อยู่บนหลังม้ากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงยิ้มเยาะ ทันทีที่เขาเห็นสัญลักษณ์บนธงที่ปักอยู่

“เมื่อเจ้ารู้แล้วว่าเราคือคนของสำนักคุ้มภัยอู่เฉวียน เช่นนั้นก็ถอยกลับไปซะ แล้วข้าจะไม่แจ้งแก่ทางการเรื่องในวันนี้” หัวหน้าผู้คุ้มกันส่งเสียงต่อรอง

“ไม่แจ้งแก่ทางการ?ฮ่าๆๆๆ เจ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะกลัวทางการอย่างนั้นหรือ?” หัวหน้าโจรภูเขากล่าวออกมาด้วยสีหน้ามาดร้าย

“หากเจ้าไม่กลัวทางการ ก็คงไม่อยากผิดใจกับสำนักคุ้มภัยของพวกเราหรอกกระมัง” เมื่อข่มขู่อีกฝ่ายเรื่องทางการไม่ได้ หัวหน้าผู้คุ้มกันจึงใช้ชื่อเสียงสำนักของตัวเองขึ้นมาต่อรอง

สำนักคุ้มภัยอู่เสวียนเป็นที่รู้จักของคนทั่วทั้งสามแคว้น เพราะเป็นสำนักคุ้มภัยที่ใหญ่ที่สุด และไม่อยู่ใต้อำนาจของทางแคว้นใดทั้งสิ้น พวกเขาประกอบกิจการมาหลายรุ่น ทำให้มีเส้นสายกระจายตัวอยู่ไม่น้อย

หัวหน้าโจรภูเขาที่ได้ยินดังนั้นก็มีแววตาคุกรุ่นเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ

“แม้โจรภูเขาอย่างพวกข้าจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าสำนักคุ้มภัยของเจ้า แต่เจ้าอย่าลืมสิ ว่าตอนนี้พวกเจ้ากำลังอยู่ในถิ่นผู้ใด” น้ำเสียงที่กล่าวออกมาเหี้ยมเกรียมเป็นพิเศษ ทำเอาหัวหน้าผู้คุ้มภัยถึงกับผงะ

“หากเจ้ายอมปล่อยพวกเราไป ข้าสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้”

“หึ ลมปากเปล่ายากจะเชื่อได้ มีเพียงร่างไร้วิญญาณเท่านั้น ที่จะไม่สามารถพูดเรื่องนี้ได้” ทันทีที่กล่าวจบ หัวหน้าโจรก็ยกหน้าไม้ขึ้นมา เล็งมาทางหัวหน้าผู้คุ้มภัยและยิงทันที

ฟิ้ว เคร้งง

แม้จะป้องกันการโจมตีได้ แต่ความรุนแรงของหน้าไม้ก็ทำเอามือที่จับกระบี่อยู่ชาไปทั้งง่ามนิ้ว

“จัดการให้หมดอย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว!!”

ทันทีที่กล่าวจบ เหล่าโจรทั้งหลายก็ลงมือบุกทันที

เป็นเพราะที่นี่คือถิ่นของศัตรู และจำนวนโจรภูเขาที่มีมากกว่า ทำให้สถานการณ์ของเหล่าสำนักคุ้มภัยเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด

“ไป!!”

เฉิงเข่อซิงอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังชุลมุน คว้ามือของกู่ฟ่านถานเอาไว้พร้อมหันไปบอกท่านปู่กู้ที่หมอบอยู่ด้านข้าง

ทั้งสามคนรีบมุดออกมาจากใต้เกวียนสินค้า เตรียมวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า

ในตอนนั้นเองที่โจรป่าเห็นพวกเขาทั้งสามคนเข้า มันจึงพุ่งตรงมาที่ทั้งสามพร้อมง้างดาบในมือหวังฟันลงมาที่พวกนาง

เฉิงเข่อซิงใช้ความว่องไวของตนเอง ผลักให้กู้ฟ่านถานล้มลง จึงสามารถหลบคมดาบได้สำเร็จ จากนั้นเด็กสาวจึงหยิบบางอย่างออกมาจากห่อเสื้อและขว้างไปยังทิศทางที่โจรคนนั้นยืนอยู่

“อ๊าากกก”

ผงสีขาวกระจายฟุ้งไปทั่ว และมันทำให้โจรคนนั้นดิ้นไปมาอย่างทุรนทุราย แม้แต่กู้ฟ่านถานที่โดนผงนั้นเพียงเล็กน้อย ยังรู้สึกแสบผิวไปทั่วทั้งบริเวณที่โดน

“พี่สาว ท่านกินยาถอนพิษเม็ดนี้ซะ” เฉิงเข่อซิงยื่นยาลูกกลอนส่งให้อีกฝ่าย พร้อมหันไปเผชิญหน้ากับโจรคนนั้นอีกครั้ง

เสียงร้องโหยหวนของโจรคนดังกล่าว เรียกความสนใจจากโจรคนอื่นๆ และหัวหน้าโจรได้ดี ทำให้มีโจรอีกสองคนพุ่งตรงเข้ามาหาอีกฝ่าย

เฉิงเข่อซิงเห็นว่าสถานการณ์เริ่มแย่กว่าที่คิด นางมีผงพิษอย่างจำกัด และตอนนี้เหลืออยู่อีกเพียงห่อเดียวเท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้อีกอาจทำให้ผู้บริสุทธิ์คนอื่นๆ ได้รับผลกระทบได้

“อย่าเข้ามานะ”

เสียงกู้ฟ่านถานตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายหยิบดาบของโจรที่โดนพิษขึ้นมาและยกขึ้นขู่โจรอีกสองคนที่ทำท่าจะพุ่งตรงเข้ามาทำร้ายเด็กสาวตัวน้อย

……………………………….

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่190 ตอนพิเศษ18 จบ

    ตอนพิเศษ 18 เนี่ยหงเฉินประคองเนี่ยอิงก้าวผ่านธรณีประตูของโรงเตี๊ยมอย่างเงียบงัน แสงตะเกียงภายในสาดแสงอบอุ่นตัดกับความมืดเย็นภายนอก ยามไฮ่ได้ล่วงเลยไปนานแล้ว เมื่อทั้งสองก้าวขึ้นสู่ชั้นสอง ประตูห้องพักห้องหนึ่งกลับเปิดออกก่อนจะถึงห้องของพวกเขาเสียอีกเนี่ยฉีเย่าเป็นคนแรกที่ก้าวออกมายืนพิงกรอบประตู ริมฝีปากหยักยกขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยคนช่างสังเกต “กลับมาเสียที…ดูท่าคงไม่เสียเที่ยว”เนี่ยเข่อซิงยืนพิงเสากลางห้อง ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอ่อนโยน มองทั้งสองที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีอ่อนแรงแต่แฝงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเนี่ยอิงหน้าแดงซ่านขึ้นมาโดยไม่อาจห้าม สีเลือดจางแต้มพวงแก้มจนเด่นชัดภายใต้แสงตะเกียง นางหลบสายตาทุกคนพลางเบือนหน้าเล็กน้อย ส่วนมือที่จับแขนเสื้อเนี่ยหงเฉินไว้ก็เผลอกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเนี่ยหงเฉินไม่กล่าวสิ่งใด เขาเพียงส่งสายตาขึงขังใส่หลานสาวเบา ๆ ราวกับจะบอกให้พอเสียที ก่อนจะพาเนี่ยอิงเดินเข้าห้องของตนเองโดยไม่หันกลับมาอีกเสียงปิดประตูไม้เบา ๆ ดังกึกก้องในความเงียบเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของทั้งสองคนเนี่ยเข่อซิงและเนี่ยฉีเย่าก็ไม่คิดจะตอแยอีกฝ่ายต่อแต่อย่างใด เนี่ยเข่อซิงลงไป

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่189 ตอนพิเศษ17

    ตอนพิเศษ 17ช่วงบ่ายคล้อยเวลาผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว แต่ศิษย์ที่ออกไปตามหาเนี่ยอิงกลับยังไม่กลับมารายงาน บรรยากาศที่ท่าเรือแม้จะเต็มไปด้วยผู้คนและความคึกคักตามประสาเมืองท่า ทว่าในสายตาของกลุ่มคนจากหุบเขาหมื่นบุปผา กลับมีเพียงความเงียบวังเวงที่แผ่คลุมเนี่ยหงเฉินยืนมองแม่น้ำหลงเหอที่ทอดไกลออกไปสุดสายตา รอยขมวดคิ้วบนใบหน้าฉายชัดเจนขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนจะตามด้วยเสียงทุ้มนุ่มแต่จริงจังของเนี่ยหงเฉิน“ดูท่า ข้าคงต้องไปดูเองเสียแล้ว”ทุกคนที่อยู่ใกล้หันมาทันที แม้แววตาเนี่ยหงเฉินจะยังมีท่าทีสงบ แต่แววลึกข้างในกลับเผยถึงความเด็ดขาดที่หาได้ยากยามปกติเนี่ยเข่อซิงขยับริมฝีปากเหมือนจะเอ่ยบางอย่าง แต่กลับเลือกเงียบไว้ แล้วหันไปส่งสัญญาณให้ศิษย์ในชุดคลุมสีเงิน 2 คนให้ตามเนี่ยหงเฉินไปห่าง ๆ อย่างแนบเนียน“เจ้ามั่นใจอย่างนั้นหรือ? ว่าแผนการนี้จะได้ผล?” อู่เยียนสวินนั่งอยู่ ถามขึ้นเนี่ยเข่อซิงไม่ตอบ นางเพียงยกเสวี่ยหานขึ้นแนบอก จุมพิตเบา ๆ ที่หน้าผากลูก ก่อนจะกล่าวเบา ๆ“หากหัวใจเขาไม่สั่นไหวจริง ต่อให้วางแผนอีกสิบปีก็ไม่มีผล”เนี่ยหงเฉินออกจากโรงเตี๊ยมโด

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่188 ตอนพิเศษ16

    ตอนพิเศษ 16“ข้าต้องการห้องชั้นบนทั้งหมด” อู่เยียนสวินเอ่ยเสียงเรียบ พลางส่งสายตาให้ศิษย์คนสนิทจัดการขนสัมภาระเนี่ยเข่อซิงอุ้มเสวี่ยหานไว้แนบอก ส่วนเสวี่ยหรูก็หลับสนิทอยู่ในวงแขนของอู่เยียนสวิน เด็กน้อยทั้งสองไม่ไหวติงแม้เสียงล้อเกวียนจะหยุดลงอย่างกะทันหัน“เด็ก ๆ ยังไม่ตื่นเลย” นางกระซิบเบา ๆ พลางก้มมองลูกน้อยในอ้อมแขนด้วยแววตาอ่อนโยน “ให้ข้าพาพวกเขาขึ้นไปพักก่อนเถอะ”อู่เยียนสวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปกำชับศิษย์อีกครั้งให้เฝ้ารถม้าและผลัดเวรยามตลอดทั้งคืนเมื่อทั้งหมดขึ้นถึงชั้นสองของโรงเตี๊ยมโดยใช้บันไดไม้ขัดเงา ก็พบว่าชั้นบนเงียบสงบ พื้นไม้ไร้เสียงเอี๊ยดอ๊าดให้รำคาญใจ ห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขาอยู่ปลายสุดของระเบียง เปิดหน้าต่างออกจะเห็นแม่น้ำหลงเหอทอดตัวยาวสะท้อนแสงจันทร์อย่างงดงามเมื่อจัดข้าวของเรียบร้อย แต่ละคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนหลังจากการเดินทางอันยาวนานเนี่ยเข่อซิงและอู่เยียนสวินแยกไปพักในห้องปลายระเบียงพร้อมกับลูกน้อยทั้งสอง ส่วนเนี่ยหยุนซีที่เริ่มง่วงตั้งแต่ลงจากรถม้าแล้ว ก็ถูกพาไปนอนกับเนี่ยอิงที่ห้องข้าง ๆ“นอนได้หรือยัง?” เนี่ยอิงกระซิบถามเบา ๆ เมื่อ

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่187 ตอนพิเศษ15

    ตอนพิเศษ 15“พี่สาว!!”เสียงใสของเด็กชายวัยแตกหนุ่มดังกังวานไปทั่วสวน ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่และเสียงกรี๊ดกร๊าดของเด็กเล็กที่วิ่งเล่นอย่างสนุกสนานร่างเด็กชายวัยสิบสามในชุดฝึกยุทธสีน้ำเงินเข้มวิ่งปราดเข้ามาด้วยความเร็ว ใบหน้ายังมีเค้าเด็ก ทว่าเริ่มเห็นเค้าโครงของชายหนุ่ม โหนกแก้มและกรามเริ่มชัด ผิวคล้ำแดดบ่งบอกถึงการฝึกฝนกลางแจ้งอย่างไม่ย่อท้อ ผมถูกรวบไว้เรียบร้อยด้านหลัง ดวงตาฉายแววฉลาดเฉลียวและแน่วแน่ไม่แพ้ผู้เป็นบิดาเฉิงตงหยางหยุดลงเบื้องหน้าเนี่ยเข่อซิง ก่อนจะโผเข้ากอดนางแน่น ดวงตาเป็นประกาย “ข้าคิดถึงพี่ที่สุดเลย! พอได้ยินว่าท่านมา ข้าก็รีบกลับมาทันทีเลยนะ!”“ตัวโตขึ้นเยอะเลยนะเจ้าหนูตงหยาง” เนี่ยเข่อซิงหัวเราะเบา ๆ พลางลูบศีรษะเขาอย่างเอ็นดู “กล้ามแน่นขนาดนี้ คงฝึกหนักไม่น้อย?”“แน่นอน! ข้าอยากแข็งแกร่งให้ได้เหมือนพี่ไงล่ะ!” เด็กชายยืดอกอย่างภาคภูมิ มือกำหมัดแน่นนับตั้งแต่ได้ยินเรื่องเล่าจากหน่วยพยัคฆ์เหล็กว่า พี่สาวของตนเคยเป็นยอดฝีมือที่ไร้ผู้ต้าน เฉิงตงหยางก็เริ่มเปลี่ยนไป จากเด็กชายที่เคยวิ่งตามแต่กู้ฟ่านถาน มาบัดนี้เขากลับยกย่องพี่สาวเป็นแบบอย่าง และตั้งใจฝึกยุทธอย

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่186 ตอนพิเศษ14

    ตอนพิเศษ 14รุ่งเช้าวันออกเดินทางแสงแดดแรกของวันทอดตัวอ่อนจางเหนือแนวเขาทางทิศตะวันออก ลมเย็นของต้นฤดูใบไม้ผลิพัดโชยไล้ผ่านยอดไม้สูง ทาบเงาเบาๆ ลงบนลานหินหน้าประตูใหญ่ของเรือนประมุขขบวนรถม้าสี่คันจอดเรียงอยู่ด้านหน้า แต่ละคันถูกจัดเตรียมอย่างประณีต ทั้งของใช้ เสื้อผ้า อาหารแห้ง และข้าวของจำเป็นสำหรับเด็กเล็กถูกจัดเก็บอย่างเรียบร้อยโดยเหล่าสาวใช้ผู้เชี่ยวชาญเนี่ยเข่อซิงแต่งกายเรียบง่ายด้วยชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีอ่อน คลุมทับด้วยผ้าคลุมยาวเพื่อป้องกันลม นางอุ้มอู่เสวี่ยหานไว้ข้างหนึ่ง ขณะที่เนี่ยลี่เฉวียนเกาะชายเสื้อนางแน่น ส่วนเนี่ยหยุนซีอยู่ในความดูแลของอู่เยียนสวิน ซึ่งคอยจัดเสื้อคลุมให้ลูกสาวตัวน้อยด้วยความอ่อนโยน โดยที่เขาเองก็อุ้มเสวี่ยหรูเอาไว้ในมืออีกข้างเช่นกัน“เสี่ยวซี หนาวหรือไม่?”“ไม่หนาวเจ้าค่ะ ท่านพ่อ” เด็กหญิงพยักหน้าแรงๆ แววตาเปล่งประกายราวกับกำลังจะได้ไปผจญภัยกู้ฟ่านถานเดินเข้ามาหาเนี่ยเข่อซิงด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ก่อนจะยิ้มให้น้องสาว พร้อมกล่าว“ทุกอย่างพร้อมแล้ว ข้าจะขึ้นรถม้าคันหลังกับอาจารย์เนี่ย”“ดี” เนี่ยเข่อซิงพยักหน้า ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นเนี่ยฉีเย่าในชุดคลุมยา

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่185 ตอนพิเศษ13

    ตอนพิเศษ 13ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามาจากทางเดินด้านหลังตำหนักเนี่ยลี่กังถือไหสุราสองใบในอ้อมแขน สีหน้าพึงพอใจราวกับเพิ่งขุดพบสมบัติล้ำค่าจากใต้ดิน “เหล้านี้หมักไว้ตั้งแต่ก่อนสงบศึกกับแคว้นเย่ กลิ่นหอมแรงใช้ได้ทีเดียว”ตามหลังเขามาเป็นสาวใช้สองคนที่ถือถาดไม้เข้ามา ถาดหนึ่งมีของแกล้มเบาๆ เช่น ถั่วคั่ว เกี๊ยวทอด และปลาย่าง อีกถาดหนึ่งเป็นขวดเล็กๆ สำหรับรินสุราพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบลายเมฆครามอย่างประณีต“ข้าสั่งให้เตรียมมาเผื่อไว้แล้ว” เนี่ยลี่กังว่าพลางวางไหสุราลงกับพื้นอย่างทะนุถนอม “หากเราจะดื่มกันทั้งคืน อย่างน้อยก็ไม่ควรปล่อยท้องให้ว่างเปล่า”เนี่ยจินเดินมาถึงพอดี สีหน้าเบิกบานยิ่งนัก “เจ้าควรได้เป็นหัวหน้าห้องครัวมากกว่าอาวุโสผู้คุมแล้วล่ะ!”“แต่อย่าลืมว่าเหล้านี้พี่สามเป็นคนเก็บไว้เอง ในเมื่อพี่สามอนุญาติแล้ว ข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะ” เนี่ยลี่กังหัวเราะเบาๆ แต่ก็ไม่วางถ้วยในมือลงแม้แต่น้อยเนี่ยฉีเย่ามองทั้งสามด้วยแววตาเรียบเฉย แต่ไม่ได้ห้ามปราม เพียงยกถ้วยสุราขึ้นรินให้ทุกคนอย่างเงียบๆภายใต้แสงโคมสีอุ่นกลางลานหินเล็กๆ ข้างตำหนักโอสถ สี่พี่น้องนั่งล้อมวงกันบนเสื่อปูเรียบ เส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status