مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: หลันซานอวี่
น้ำท่วมที่โหมกระหน่ำกลืนกินบ้านเรือนและไร่นาในพริบตา

บ้านเรือนต้านแรงซัดของกระแสน้ำไม่ไหว ถูกซัดจนพังทลาย กลายเป็นเศษซากกระจัดกระจายไปทั่ว

ชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังเหล่านั้น ก็ถูกน้ำท่วมม้วนเข้าไปในพริบตา

คนเหล่านี้ไม่ทันได้ส่งเสียงขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำ หลังจากลอยคออยู่ในน้ำครู่หนึ่ง ก็ถูกน้ำท่วมพัดหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ชาวบ้านคนอื่นเห็นสถานการณ์ อดไม่ได้ที่จะหน้าซีด ตอนนี้แทบจะใช้มือและเท้าปีนขึ้นยอดเขาอย่างสุดชีวิต

โดยเฉพาะพวกชาวบ้านที่อยู่ท้ายขบวน พวกเขาเห็นคนที่อยู่ข้างหลังพวกเขาถูกน้ำท่วมกลืนกินต่อหน้าต่อตา

อีกเพียงนิดเดียว พวกเขาก็เกือบจะถูกฝังท่ามกลางน้ำท่วมแล้ว!

ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีเวลาสนใจสัมภาระที่หนักอึ้งบนแผ่นหลังแล้ว โยนของทิ้งก็ปีนขึ้นเขาอย่างสุดชีวิต

ในเวลาเช่นนี้ สิ่งของจะสำคัญกว่าชีวิตได้อย่างไร!

อวิ๋นฝูหลิงกุมศีรษะปีนขึ้นเขา ระหว่างนั้นหันกลับมาดูสถานการณ์ของน้ำท่วมแวบหนึ่ง

น้ำท่วมที่อยู่ใต้เขาสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมู่บ้านจมไปแล้ว อีกทั้งปริมาณน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มว่าจะท่วมสูงถึงไหล่เขา

อวิ๋นฝูหลิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกใจ

เวลานี้เอง หญิงสาวคนหนึ่งที่แบกลูกไว้ข้างๆ นาง ไม่รู้เพราะเหตุใดเท้าของนางเหยียบไม่มั่นคง จู่ๆ ก็ล้มหน้าหงายไปข้างล่าง

หญิงสาวตกใจจนกรีดร้อง สองมือโบกไปมากลางอากาศสองสามครั้ง ราวกับอยากคว้าอะไรสักอย่างเพื่อถ่วงสมดุล ทว่าไม่มีประโยชน์

มือของอวิ๋นฝูหลิงไว้กว่าสมอง รอตอนที่นางรู้สึกตัวอีกที ก็คว้าแขวนของหญิงสาวและออกแรงดึงแล้ว

หลังจากที่หญิงสาวคนนั้นตระหนักว่าได้รับการช่วยเหลือ ก็รีบอาศัยแรงของอวิ๋นฝูหลิงยืนให้มั่นคง จากนั้นก็ขอบคุณอวิ๋นฝูหลิงไม่หยุด

อวิ๋นฝูหลิงอาศัยความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม รู้ว่าหญิงสาวคนนี้คือเจิ้งซื่อ[1] เป็นสะใภ้ใหญ่ของหัวหน้าหมู่บ้าน

นางยิ้มให้เจิ้งซื่อ หลังจากเตือนให้ระวังหน่อยแล้ว ก็หมุนกายปีนขึ้นยอดเขาต่อ

เจิ้งซื่อถูกรอยยิ้มของอวิ๋นฝูหลิงทำให้อึ้งไปชั่วขณะ

ในความทรงจำของนาง สุขภาพของอวิ๋นฝูหลิงไม่ดีนัก เวลาส่วนใหญ่ล้วนป่วยออดๆ แอดๆ

อีกทั้งไม่ชอบไปมาหาสู่กับคนในหมู่บ้าน มักจะอยู่แต่บ้านไม่ค่อยออกมา

เพราะเจิ้งซื่อเป็นสะใภ้ใหญ่ของครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้าน และตระกูลอวิ๋นก็มาขออาศัยอยู่ในหมู่บ้าน อย่างไรพ่อสามีของตนก็ต้องถามไถ่บ้าง ด้วยเหตุนี้นางจึงพอไปมาหาสู่กับตระกูลอวิ๋นอยู่บ้าง

คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นฝูหลิงที่ดูอ่อนแอ กลับมีแรงมากเช่นนั้น เมื่อครู่ถึงกับสามารถดึงนางกับลูกสองคนไว้ได้

ยิ่งคิดไม่ถึงว่าเวลาที่อวิ๋นฝูหลิงยิ้มงามยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ยิ้ม ราวกับเป็นเทพธิดาก็ไม่ปาน ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะมองตาค้าง

เจิ้งซื่อหวนคืนสติ รีบหันไปมองโจวฉางจี๋ ลูกชายที่นางแบกอยู่บนหลัง

โชคดีที่ก่อนออกจากบ้าน เจิ้งซื่อใช้ผ้ามัดลูกชายไว้บนร่างกายตัวเอง เมื่อครู่นางไม่ระวังจนล้ม ลูกชายจึงไม่ได้ถูกเหวี่ยงออกไป

โจวฉางจี๋ที่อายุสี่ขวบกอดคอเจิ้งซื่อไว้แน่น เบ้าตาแดงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าได้รับความตกใจ แต่กลับรู้ความไม่ได้ร้องไห้งอแง

เจิ้งซื่อถอนหายใจอย่างโล่งอก ปลอบโยนลูกชายเบาๆ

หัวหน้าหมู่บ้านโจวพาลูกๆ ของเขาไปช่วยชาวบ้านอพยพไปหลบภัยบนภูเขา ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านฟางซื่อดูแลผู้หญิงและเด็กทั้งครอบครัวคนเดียว ยากจะหลีกเลี่ยงการดูแลที่ไม่ทั่วถึง

เมื่อครู่เห็นเจิ้งซื่อเกือบกลิ้งตกลงไป นางตกใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น

นางกับเจิ้งซื่ออยู่ห่างกันระยะหนึ่ง อย่างไรก็ช่วยคนไม่ทัน

โชคดีที่อวิ๋นฝูหลิงดึงไว้ได้ทันท่วงที จึงช่วยพวกเขาสองแม่ลูกเอาไว้

โจวซิ่งเอ๋อร์ลูกสาวคนโตของเจิ้งซื่อดิ้นหลุดออกจากมือของฟางซื่อผู้เป็นย่า วิ่งไปหามารดากับน้องชาย

“ท่านแม่ ท่านกับน้องชายไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ?”

เจิ้งซื่อส่ายศีรษะ “พวกเราไม่เป็นอะไร เจ้าไปประคองท่านย่าเถิด รีบเดินขึ้นเขาเร็ว ถึงยอดเขาแล้วจึงจะนับว่าปลอดภัย”

โจวซิ่งเอ๋อร์เห็นมารดากับน้องชายไม่เป็นอะไรจริงๆ จึงวิ่งกลับไปข้างกายฟางซื่อ ประคองนางเดินขึ้นเขาต่ออย่างเชื่อฟัง

สะใภ้คนอื่นของตระกูลโจวก็มองไปทางเจิ้งซื่ออย่างกังวลเช่นกัน เมื่อครู่พวกนางก็ตกใจมาก

แม้ระหว่างสะใภ้อย่างพวกนางจะมีเรื่องกระทบกระทั่งเล็กๆ น้อยๆ เป็นครั้งคราว แต่ความสัมพันธ์ค่อนข้างดี ย่อมไม่หวังว่าจะเกิดเรื่องกับเจิ้งซื่อ

เมื่อเห็นพวกเจิ้งซื่อแม่ลูกไม่เป็นอะไร คนตระกูลโจวจึงจะประคองกันและกันเดินขึ้นยอดเขาต่อ

ไม่รู้ว่าปีนอยู่นานเท่าไร ในที่สุดชาวบ้านที่รอดชีวิตก็ปีนถึงยอดเขาเฟิ่งลั่ว

ชาวบ้านเหนื่อยจนทิ้งก้นนั่งลงกับพื้น บนใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมา

มองลงไปจากยอดเขา น้ำได้ท่วมสูงถึงไหล่เขาแล้ว

บ้านเรือนส่วนใหญ่ที่อยู่ใต้เขาถูกน้ำท่วมซัดจนพังทลาย ส่วนบ้านเรือนหลายหลังที่แข็งแรง ก็ถูกน้ำท่วมจนเห็นแค่หลังคาเล็กน้อย

และไร่นาที่อยู่ใต้เขายิ่งถูกน้ำท่วมทั้งหมด

นึกถึงผลผลิตที่ยังไม่ทันได้เก็บเกี่ยวในไร่นา ชาวบ้านที่ตั้งสติได้ปวดใจจนร้องไห้

“อาหารของข้า…”

“อีกไม่กี่วันก็จะเริ่มเก็บเกี่ยวแล้ว คราวนี้หมดสิ้นแล้ว!”

“สวรรค์ไม่มีตา!”

“ฝายเจียงหลิงแตกได้อย่างไร?”

“ใช่ ปีที่แล้วราชสำนักพึ่งจัดสรรเงินมาซ่อมแซมฝายไม่ใช่หรือ?”

“บ้านกับนาจมหมดแล้ว พวกเราทำอย่างไรดี?”

“ราชสำนักน่าจะช่วยผู้ประสบภัยกระมัง?”

ชาวบ้านถกเถียงเจ้าหนึ่งคำ ข้าหนึ่งคำ ในแววตาล้วนเต็มไปด้วยความกังวลและความสับสนของวันข้างหน้า

อวิ๋นฝูหลิงหาก้อนหินก้อนหนึ่งนั่งลงพักผ่อน

แม้ร่างกายร่างนี้ถูกหยดน้ำแห่งจิตวิญญาณฟื้นฟูแล้ว แต่นางอุ้มอวิ๋นจิงมั่วปีนขึ้นยอดเขา ก็เหนื่อยจนหอบเช่นกัน

ฝนค่อยๆ หยุดตก ดวงอาทิตย์โผล่พ้นออกมาจากก้อนเมฆอีกครั้ง

อวิ๋นฝูหลิงเงยหน้ามองตำแหน่งของดวงอาทิตย์แวบหนึ่ง คาดว่าตอนนี้น่าจะประมาณบ่ายสองบ่ายสามแล้ว

อวิ๋นจิงมั่วที่ถูกคลุมอยู่ใต้เสื้อกันฝนอดไม่ได้ที่จะบิดตัวไปมา

เขาถูกอวิ๋นฝูหลิงมัดไว้ตรงหน้าอก ยากจะหลีกเลี่ยงความอึดอัด

อวิ๋นฝูหลิงเห็นการเพิ่มขึ้นของน้ำท่วมใต้ภูเขาค่อยๆ ช้าลง ตามการเพิ่มขึ้นนี้ ยากจะท่วมมาถึงยอดเขาในวันสองวัน

นางรู้สึกว่าตอนนี้นับว่าปลอดภัยแล้ว จึงแกะเชือกที่หมัดอวิ๋นจิงมั่วออก

และถือโอกาสนี้ถอดเสื้อกันฝนกับหมวกหวายออก

อวิ๋นจิงมั่วได้รับอิสระ รีบลงมาจากตัวอวิ๋นฝูหลิงทันที

เขากระโดดอยู่ตรงที่เดิมสองสามครั้ง หันมาเห็นสีหน้าที่เหนื่อยล้าของอวิ๋นฝูหลิง ก็รีบใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบน่องให้นาง

“ท่านแม่เจ็บใช่หรือไม่? มั่วมั่วทุบให้ท่านแม่ก็ไม่เจ็บแล้ว…”

ท่านแม่อุ้มเขาวิ่งมาตั้งไกลเช่นนี้ ต้องเจ็บขามากแน่ๆ

เขาเห็นท่านตาในหมู่บ้านทำงานที่นาจนบ่นว่าปวดเอว ลูกชายของท่านตาก็ทุบเอวเช่นนี้ให้ท่านตา

อวิ๋นฝูหลิงคิดไม่ถึงว่าลูกที่ได้มาเปล่าๆ คนนี้จะเอาใจใส่เช่นนี้ ตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจึงจะตั้งสติได้ ดึงเขาเข้ามาในอ้อมกอดแล้วหอมบนแก้มของเขาทีหนึ่งทันที

“เหตุใดมั่วมั่วของแม่จึงน่ารักเช่นนี้? แม่รักเจ้าที่สุดเลย!”

เมื่อตระหนักว่าท่านแม่หอมเขา อวิ๋นจิงมั่วอึ้งไปครู่หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะเขินอายจนหน้าแดง

เมื่อก่อนท่านแม่ไม่ค่อยชอบเข้าใกล้เขา น้อยครั้งที่จะกอดเขา และยิ่งไม่เคยหอมเขา

ท่านแม่มักจะนอนป่วยโทรมอยู่บนเตียง และร้องไห้เงียบๆ คนเดียว สายตาที่มองเขาก็มักจะเต็มไปด้วยความโกรธและเศร้าโศก

แม้อวิ๋นจิงมั่วจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ไม่ชอบความเศร้าโศกและความหดหู่เช่นนั้นโดยสัญชาตญาณ

เขาชอบท่านแม่ในตอนนี้มากกว่า ยิ้มให้เขา กอดเขา หอมเขา

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ท่านแม่บอกว่ารักเขา

เด็กมีความอ่อนไหวต่ออารมณ์ของคนรอบข้างมาก

อวิ๋นจิงมั่วสงสัยมาโดยตลอดว่าท่านแม่ไม่ชอบเขาใช่หรือไม่

แต่ตอนนี้อวิ๋นจิงมั่วมั่นใจแล้ว ที่จริงท่านแม่รักเขามาก!

อวิ๋นฝูหลิงกำลังหยอกล้อกับลูกชาย จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายสายหนึ่งพุ่งมาหา

----------------------------------------------

[1] ซื่อ เป็นคำเรียกหญิงที่แต่งงานแล้ว โดยจะเรียกนามสกุลเดิมตามด้วยคำว่าซื่อ
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ   บทที่ 656

    เมื่อหลิงโหยวมองหนังสือสัญญาตรงหน้าให้ชัดเจนแล้ว มือทั้งสองก็สั่นระริกขึ้นมาในชั่วพริบตา จนเกือบจะถือกระดาษบาง ๆ แผ่นนั้นไม่อยู่นี่เป็นหนังสือสัญญาที่อวิ๋นฝูหลิงมอบให้เขา ในหนังสือสัญญาเขียนไว้ว่าต่อไปผลกำไรจากสำนักช่วยชีพในทุก ๆ ปีจะเป็นของเขาหนึ่งส่วนอย่าเห็นว่ามีเพียงแค่หนึ่งส่วน ว่ากันตามรายรับของสำนักช่วยชีพแล้ว เงินจำนวนนี้เป็นตัวเลขไม่น้อยเลยค่าจ้างสิบปีของหลิงโหยวในยามนี้ ยังมีมากไม่เท่าเงินหนึ่งส่วนนี้เลยหลิงโหยวตาแดงระเรื่ออย่างอดไม่ได้ ความรู้สึกปั่นป่วนไปมา ในลำคอก็เหมือนมีก้อนสำลีอัดแน่น พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะผ่านไปพักหนึ่ง เขาถึงหาเสียงของตนเองเจอในที่สุด“คุณหนูใหญ่ นี่มันมีค่ามากเกินไป บ่าวรับไว้ไม่ได้หรอกขอรับ!” หลิงโหยวดันหนังสือสัญญากลับไปอวิ๋นฝูหลิงห้ามเขาไว้ แล้วนำหนังสือสัญญาไปวางไว้ด้านหน้าหลิงโหยวอีกครั้ง“ท่านลุงหลิง นี่เป็นสิ่งที่ท่านลุงควรได้รับ”“ถ้าไม่ใช่ว่ามีท่านคอยช่วยข้าจัดการดูแลสำนักช่วยชีพ ตัวข้าคนเดียวจะไปทำได้อย่างไร?”“อีกทั้งที่กิจการสำนักช่วยชีพรุ่งเรืองได้อย่างในทุกวันนี้ ก็เป็นความดีความชอบท่านลุงหลิงด้วย!”การที่สำนักช่วยชีพที

  • ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ   บทที่ 655

    ปีนี้ได้อาศัยวาสนาของพระชายาอี้อ๋อง หลาย ๆ ครัวเรือนจึงมีเงินเก็บอยู่ในมือขึ้นมาบ้างเมื่อมีเงินเหลืออยู่ในมือ กอปรกับมาถึงสิ้นปีแล้ว ย่อมอยากฉลองปีใหม่ดี ๆ สักหนขณะที่ทุกคนกำลังคิดวางแผนว่าปีนี้จะซื้อของอะไรมาเตรียมสำหรับวันปีใหม่ อยู่ ๆ ผู้ดูแลที่ดินก็ตีฆ้องเรียกให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่หน้าหมู่บ้านมีคนรั้งตัวผู้ดูแลที่ดินไว้ แล้วเอ่ยถาม “จะให้พวกเราไปทำอะไร?”ผู้ดูแลที่ดินหัวเราะพลางกล่าว “พวกเจ้าไปถึงก็จะรู้เอง”ทุกคนเห็นว่าใบหน้าของผู้ดูแลที่ดินเต็มไปด้วยรอยยิ้ม จึงคาดเดาว่าน่าจะเป็นเรื่องดีทุกคนเกาะกลุ่มกันเดินไปยังหน้าหมู่บ้าน แล้วจึงได้เห็นว่าที่หน้าหมู่บ้านมีรถเข็นจอดอยู่หลายคัน ทั้งมีคนกำลังขนของลงจากรถเมื่อได้มองดูให้ดี ก็มีทั้งเนื้อ ทั้งสุรา ทั้งผ้าทุกผู้คนยืนจับกลุ่มกันเป็นกระจุก ๆ ขณะที่กำลังกระซิบกระซาบพูดคุยกันอยู่ ทันใดนั้นเสียงตีฆ้องก็ดังขึ้น บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งเดินออกมาครั้นทุกคนเงยหน้าขึ้นมา ก็จำได้ทันทีว่าบุรุษผู้นี้คือผู้ดูแลที่อยู่ใต้บัญชาของพระชายาอี้อ๋อง แซ่อู๋กิจธุระของสวนสมุนไพรบนเขาทุกอย่าง ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของเขาลูกพี่อู๋เดินฝ่

  • ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ   บทที่ 654

    นี่ก็เป็นโอกาสที่จะดึงคนใต้บังคับบัญชามาเป็นพวก และซื้อใจคนเช่นกันหากไม่มอบประโยชน์ในเรื่องทรัพย์สินเงินทองให้ แล้วใครจะไปยอมถวายชีวิตให้เจ้าสุดหัวใจเล่า?นอกจากเงินค่าจ้างที่ได้รับตามปกติแล้ว ยังได้รับสวัสดิการพิเศษอีกก้อนหนึ่ง ใครบ้างจะไม่ดีใจ?ครั้นได้รับประโยชน์อันจับต้องได้ เข้าใจแล้วว่าอยู่กับนางแล้วทำงานได้เงิน ทั้งมีเนื้อให้กิน ย่อมทุ่มทำงานกับนางสุดหัวจิตหัวใจแน่หลังจากอวิ๋นฝูหลิงไตร่ตรองคร่าว ๆ อยู่ในใจ และเมื่อเซียวจิ่งอี้กลับมาในยามเย็นแล้ว อวิ๋นฝูหลิงจะหารือกับเขาเรื่องมอบสวัสดิการให้คนใต้บังคับบัญชาเมื่อก่อนเซียวจิ่งอี้ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลยเรื่องยิบย่อยเช่นนี้ ล้วนมีพ่อบ้านฝูคอยจัดการเขาขบคิดเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “ข้าจำได้ราง ๆ ว่าช่วงวันปีใหม่จะมีการมอบเงินเบี้ยเลี้ยงจำนวนหนึ่งเดือนให้”อวิ๋นฝูหลิงทราบเรื่องนี้มาจากพ่อบ้านฝูแล้ว จึงพยักหน้าพลางกล่าว “เมื่อก่อนเป็นเช่นนี้จริง”“แต่ปีนี้ไม่เหมือนกัน ท่านแต่งข้าเข้ามา ทำให้ในจวนอ๋องมีนายหญิงแล้ว แน่นอนว่าต้องมีบรรยากาศอะไรใหม่ ๆ บ้าง”“มิเช่นนั้นก็จะไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของข้า จะมีข้าอยู่ในจวนอ๋องหรือไม่ล

  • ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ   บทที่ 653

    ตรวจฎีกามาตลอดทั้งเช้า ฮ่องเต้จิ่งผิงทรงกำลังเหนื่อยอยู่บ้างพอดียิ่งไปกว่านั้นเมื่อลองดูชั่วยามแล้ว อีกไม่นานก็ถึงยามกินข้าวกลางวันเซียวจิงมั่วมาหาในยามนี้ ก็จะได้ร่วมกินข้าวกลางวันกับเขาพอดีหลังเซียวจิงมั่วเข้ามาในตำหนัก ก็ทำการคารวะและถวายพระพรตามธรรมเนียมฮ่องเต้จิ่งผิงแย้มสรวลพลางโบกมือให้เซียวจิงมั่ว “ไม่ต้องมากพิธีไป เข้ามาให้เสด็จปู่ดูหน่อยเร็ว”เซียวจิงมั่วก้าวไปด้านหน้าตามพระกระแสรับสั่งยิ่งมองดูเซียวจิงมั่วพระราชนัดดาผู้นี้ ฮ่องเต้จิ่งผิงก็ยิ่งทรงรักใคร่รูปโฉมของเซียวจิงมั่วนั้นเป็นการรวมเอาข้อดีของเซียวจิ่งอี้กับอวิ๋นฝูหลิงเข้าด้วยกัน แม้จะอายุน้อย ก็ดูออกว่าวันข้างหน้าจะต้องกลายเป็นคุณชายรูปงามสง่าผู้หนึ่งแน่นอนอีกทั้งเด็กน้อยผู้นี้ก็ไม่มีดีเพียงแค่รูปโฉมเท่านั้น ทว่ายังฉลาดเฉลียวอีกด้วย หลายวันมานี้ยามที่เข้าไปในห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้จิ่งผิงก็มักจะได้ยินเหล่าอัครมหาเสนาบดีที่มาสอนวิชาแก่เหล่าองค์ชายและพระราชนัดดาเอ่ยปากชมเซียวจิงมั่วอยู่หลายครั้งอายุน้อยเพียงเท่านี้ ก็โดดเด่นกว่าลูกผู้พี่ที่อายุมากกว่าเขาเสียแล้วมีพระราชนัดดาที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ในใจฮ่อ

  • ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ   บทที่ 652

    พระราชนัดดาองค์อื่นที่ได้รับเกียรติเช่นนี้ มีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นครั้นหันมองครอบครัวตนเอง ก่อนหน้านี้ไม่นานองค์ชายสามเพิ่งถูกฮ่องเต้จิ่งผิงติเตียนไป ทั้งยังกักตัวเขาไว้ในจวนอ๋องพระชายาองค์ชายสามรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจมากเป็นพิเศษในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ หากมิใช่เพราะต้องการเลี่ยงมิให้ผู้อื่นจับผิด แล้วกุมจุดอ่อนของจวนองค์ชายสามไว้ได้อีก วันนี้พระชายาองค์ชายสามคงไม่เหยียบย่างมาถึงที่นี่แน่ก็แค่งานเลี้ยงวันเกิดของเด็กคนหนึ่งเท่านั้นอีกทั้งมิใช่งานเลี้ยงใหญ่โตที่มีความหมายพิเศษอันใด ควรค่าแก่การที่นางซึ่งเป็นถึงผู้อาวุโสมากกว่าต้องมาร่วมงานถึงที่นี่เชียว?จนใจที่ยามนี้สถานการณ์ของจวนองค์ชายสามมิสู้ดี กอปรกับเจ้าเด็กน่าชังอย่างเซียวจิงมั่วได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้จิ่งผิง หลายครั้งหลายคราวก่อนหน้านี้ถึงขั้นพาเขาไปท้องพระโรงด้วย หลังจากพระชายาองค์ชายสามหารือกับองค์ชายสามแล้ว จึงตัดสินใจพาบุตรชายมาเยี่ยมเยือนถึงที่นี่สักครั้งเป็นการดีที่จะได้แสดงให้ฮ่องเต้จิ่งผิงเห็นถึงความรักความเมตตาที่พวกเขามีต่อหลานชายงานเลี้ยงวันเกิดครั้งนี้ เซียวจิงมั่วเฉลิมฉลองอย่างสุขใจเป็นพิเศษ

  • ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ   บทที่ 651

    ผู้คนส่งเสียงจอแจ พูดคุยกันสนุกสนานครื้นเครงเซียวคังถูกเบียดไปยังอีกฝั่งฟาก ครั้นเห็นเซียวจิงมั่วจูงเสือตัวหนึ่งออกมาจริง ใบหน้าก็ประเดี๋ยวดำประเดี๋ยวแดงด้วยความอับอายแม้เสือขาวตัวนี้จะเป็นเพียงเสืออ่อนวัย ทว่าก็เป็นเสือจริงๆ!เซียวลี่เห็นเซียวคังสีหน้าดูไม่ได้ พลันก็เหมือนจะรู้สึกยินดีปรีดาขึ้นมาก็ไม่ปาน เขาเท้าเอวพลางกล่าวว่า“ใครกันนะที่บอกว่าจิงมั่วของพวกเราพูดโกหกหลอกลวงผู้อื่น?”ว่าจบ เขาก็แค่นเสียงร้องเฮอะแรง ๆ ไปทางเซียวคัง จากนั้นจึงทำหน้าทะเล้นเซียวคังโมโหจนใบหน้าแดงเถือกเขาลอบกัดฟันกรอด ในใจทั้งเดือดดาลทั้งเกลียดชังเลื่อนสายตาไปอยู่ที่เสือขาวน้อยตัวนั้น ในดวงตาพลันประกายแววอาฆาตเคียดแค้นทำไมเซียวจิงมั่วถึงเลี้ยงเสือขาวให้เชื่องได้?ทำไมกัน ไม่เพียงแค่บิดาของเซียวจิงมั่วเท่านั้นที่เหนือกว่าท่านพ่อของตน กระทั่งวันนี้มันก็ยังเหนือกว่าตนด้วย?เขาไม่ยอม!ทุกคนล้วนเข้าไปมุงดูเจ้าเสือขาวตัวน้อยด้วยความประหลาดใจ ไม่มีใครเลยที่สนใจความรู้สึกของเซียวคังหลังจากเหล่าพระราชนัดดาไม่กี่คนที่มีความสัมพันธ์ดี ๆ กับเซียวจิงมั่วได้รับคำอนุญาตจากเขา ก็ยังได้รับเกียรติให้ได้ล

  • ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ   บทที่ 587

    ทางด้านอวิ๋นฝูหลิงพาคนบนเกาะหมัวกุ่ยไปหากำมะถัน ทางฝั่งเซียวจิ่งอี้พาคนไปซุ่มโจมตีตรงทางเข้าเกาะ หลังจากรออยู่นาน ในที่สุดบนท้องทะเลก็มีการเคลื่อนไหวเห็นเพียงเรือใหญ่สองลำค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาช้า ๆ บนทะเล มุ่งตรงใกล้มาทางเกาะหมัวกุ่ยเรื่อย ๆพานชางอี้ลอบกลืนน้ำลาย ถูมือ ข่มกลั้นความตึงเครียดและควา

  • ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ   บทที่ 582

    อวิ๋นฝูหลิงได้ยินเสียงร้องโหยหวนเลือนรางดังขึ้นท่ามกลางค่ำคืนนางไม่ได้ถามให้มากความ และโบกมือให้ทหารยามผู้นั้น “ไปทำงานเถอะ”อวิ๋นฝูหลิงคิดว่าเซียวจิ่งอี้ยังไม่รู้ว่าต้องยุ่งไปอีกนานเพียงใด ยามนี้อย่าเพิ่งไปรบกวนเขาจะดีกว่านางหันกลับมาพูดกับลูกพี่อู๋ “เจ้าไปถามหน่อยว่ามีเรือนที่สะอาดหรือไม่ ช่ว

  • ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ   บทที่ 576

    แค่ประมาทเพียงเล็กน้อย ก็จะถูกคนเจาะช่องทาง หาโอกาสหลบหนีลงทะเลได้เมื่อมีคนหนีออกไปได้ แล้วแอบไปแจ้งข่าวแก่มือมืดที่อยู่เบื้องหลังและวางแผนเรื่องทั้งหมดนี้ ผลที่ตามมาต้องเลวร้ายจนไม่อยากนึกถึงแน่ฉะนั้นอุบายที่ใช้ยาสลบนี้ เป็นวิธีที่ทั้งสบายใจ ทั้งประหยัดแรงที่สุดจริง ๆอวิ๋นฝูหลิงรีบแสร้งทำเป็น

  • ท่านอ๋องกับพระชายาพาลูกหนีภัยธรรมชาติ   บทที่ 573

    ลูกพี่อู๋ได้ยินเช่นนั้น ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบไต่โขดหินลงไปทันทีทว่าฟางอวี่กลับแปลกใจนักที่นี่เป็นบริเวณที่ขึ้นไปบนเกาะได้โดยไม่ถูกจับง่าย ๆ ที่สุด ก่อนหน้านี้ก็ตกลงแล้วว่าจะขึ้นเกาะจากตรงนี้ กว่าเขากับลูกพี่อู๋จะปีขึ้นมาได้นี่มันไม่ง่ายเลยนะ ทั้งยังรอพวกอวิ๋นฝูหลิงอยู่ข้างบนตั้งนาน แล้วไยตอนนี้อวิ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status