เกิดใหม่หนนี้ไม่ขอมีสามีชั่วช้า

เกิดใหม่หนนี้ไม่ขอมีสามีชั่วช้า

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-09-21
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
3 Peringkat. 3 Ulasan-ulasan
57Bab
8.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ในชาติก่อนนางถูกคำว่ารักของเขาพันธการเอาไว้ ทว่าก่อนนางสิ้นลมจึงได้รู้ว่าตัวเองช่างโง่เขลา! เมื่อสวรรค์ให้โอกาสเกิดใหม่อีกหน นางขอสาบานว่าสามีผู้นี้นางไม่ขอร่วมผูกผมด้วยเป็นอันขาด แม้ตายก็ไม่ยอม!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ 1/2

บทนำ

ภายใต้ศาลาไม้ที่อยู่ใจกลางสวนของตระกูลเฉิง สายฝนได้ตกลงมาอย่างหนักหน่วง จนมีเม็ดฝนบางส่วนตกลงมากระทบกับใบหน้าอันงดงามของมู่เสี่ยวชิง หญิงสาวที่อยู่ในชุดสีขาวอันบริสุทธิ์ทว่ากลับมีเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนไปทั่วหว่างขา นางทรุดกายลงนั่งกับพื้นพร้อมเงยหน้ามองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีที่อยู่กินกันมากว่า 2 ปี ด้วยหัวใจอันเจ็บปวดร้าวราน กระบอกตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงด้วยความเสียใจอย่างถึงที่สุด

"อือ ๆ ท่านพี่... เหตุใดท่านถึงทำกับข้าและลูกเช่นนี้กัน เหตุใดท่านถึงไม่อยากให้เขาเกิดมาเล่า นี่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเลยนะ" นางตะโกนถามออกไปทั้งน้ำตา

"จะให้ข้าพูดอีกกี่ครั้งว่าเด็กในท้องของเจ้าไม่ใช่ลูกของข้า เจ้ามันนังแพศยาที่ลอบสวมหมวกเขียวให้กับข้า"

บุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีชี้หน้าใส่ผู้เป็นภรรยาด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด นางยังมีหน้ามาต่อว่าเขาได้อีกหรือ ทั้งที่ตัวนางเองหาใช่สตรีที่ดีไม่

"ท่านพูดอันใด นี่คือลูกของท่าน และข้าก็หาได้ทำเรื่องงามหน้าเช่นนั้นไม่ ข้าเป็นภรรยาของท่านมานานถึง 2 ปี ท่านยังมิเชื่อใจข้าอีกหรือไร" มู่เสี่ยวชิงมองผู้เป็นสามีด้วยความผิดหวัง

"หึ ๆ เจ้าไม่ต้องมาพูดจาโย้เย้ไปมา อย่างไรโทษของเจ้าก็คือความตาย ตระกูลเฉิงของข้าไม่ยอมให้สตรีเช่นเจ้ามาทำลายชื่อเสียงอันดีงามไปได้หรอก เจ้าควรจะขอบคุณในความเมตตาสุดท้ายของข้านะเสี่ยวชิง เจ้าตายไปเงียบ ๆ เพื่อรักษาเกียรติของตัวเองไม่ดีกว่าหรือ ข้าสัญญาว่าข้าจะจัดงานศพของเจ้าอย่างดีเลยล่ะ" เขาเอ่ยอย่างมีน้ำใจ ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับไม่มีความจริงใจเลยสักนิดเดียว

"อันใดคือเมตตา อันใดคือเกียรติ ท่านกล้ากล่าววาจาเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านมันไร้หัวใจสิ้นดี ข้าไม่น่าหลงผิดรักคนเช่นท่านได้เลย"

"ชิงเอ๋อร์... เจ้าคิดช้าไปหรือไม่ คิกคิก"

สตรีนางหนึ่งที่มู่เสี่ยวชิงคุ้นเคยก้าวขึ้นมาด้านหน้า บัดนั้นมู่เสี่ยวชิงจึงรู้ว่าภายในที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่นางกับเขา แต่ยังมีสหายสนิทและด้านหลังยังเป็นพ่อสามีและแม่สามีที่นางเคยให้ความเคารพจากใจจริงด้วย

"เจ้า! เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน" มู่เสี่ยวชิงผินหน้าไปมองสหายด้วยความไม่เข้าใจถึงการปรากฏกายของนาง

"เพราะข้าต้องการมาดูให้เห็นกับตาว่าท่านพี่ตัดขาดเจ้าอย่างไรเล่า ชิงเอ๋อร์... เห็นแก่ความเป็นสหายของเรา และข้าเองก็เคยช่วยเหลือเจ้ามานานหลายปี เจ้าก็ควรจะตอบแทนข้าบ้างสิ"

นางก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับถือถ้วยยาที่ผสมยาพิษมอบให้กับมู่เสี่ยวชิง ใบหน้างามแสยะยิ้มหวานอย่างโหดเหี้ยม

"จะ เจ้า... หมายจะพูดว่าอะไร"

"ข้ากับท่านพี่รักกันมานานแล้ว เจ้าที่เป็นฮูหยินเอกและยังทำเรื่องงามหน้าสมควรจะหลีกทางให้ข้าเสียที ฉะนั้นจงดื่มยาพิษนี่ซะเถอะ!!" สุ้มเสียงแว่วหวานทว่ากลับบาดลึกไปถึงใจคนฟังอย่างเจ็บปวด

"จะ เจ้าเป็นชู้กับสามีของข้าหรือ ทั้งที่เจ้าเป็นสหายสนิทของข้าแท้ ๆ เหตุใดเจ้าถึงได้ทำเรื่องเช่นนี้ได้กัน" จากความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นเมื่อรู้ว่าตนถูกแทงข้างหลัง

"จะพูดว่าชู้ก็ไม่ถูก เพราะข้านั้นมาก่อนเจ้าต่างหากเล่า นังโง่!"

นางหัวเราะขันกับความโง่เขลาของอีกฝ่าย ก่อนจะเดินไปเกาะแขนบุรุษที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของสหายอย่างหน้าชื่นตาบาน

"หึ ๆ ข้าเข้าใจแล้ว เป็นข้าเองที่โง่เขลาเบาปัญญาสินะ" มู่เสี่ยวชิงเงยหน้าร้องไห้อย่างเจ็บปวด

ตอนนี้นางกระจ่างแจ้งแก่ใจแล้ว... ความตายของนางคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ!

"เจ้าคิดถูกแล้วล่ะเสี่ยวชิง ส่วนเรื่องสินเดิมของเจ้าพวกเราจะดูแลให้เอง เจ้าอย่าได้เป็นห่วงไปเลย"

แม่สามีก้าวขึ้นมายืนยิ้มราวกับนี่คือสิ่งที่พวกนางควรทำ ทั้งที่ความจริงแล้วสินเดิมพวกนี้จะต้องส่งคืนให้กับตระกูลเดิมของนางหากนางต้องตายเมื่อไม่มีบุตรสาว

"ใช่แล้ว โสมพันปีที่เจ้าเก็บเอาไว้ พวกเราจะถวายแด่ฮ่องเต้แทนเจ้าเอง เมื่อเจ้าตายไปแล้วย่อมต้องได้รับความดีความชอบจากฮ่องเต้อย่างแน่นอน รีบบอกมาเถิดว่าเจ้าเอาโสมพันปีไปซ่อนไว้ที่ใดกันแน่" พ่อสามีเอ่ยขึ้นพลางแสยะยิ้มเหี้ยม

พวกเขาเบื่อที่จะต้องเล่นงิ้วนี้เต็มทีแล้ว เวลาที่ทอดมายาวนานกว่า 2 ปีสมควรจะสิ้นสุดลงเสียที เป้าหมายที่พวกเขาต้องการก็คือโสมพันปีอันเป็นสมบัติของมู่เสี่ยวชิง พวกเขาต้องการนำโสมพันปีไปถวายให้แด่ฮ่องเต้เพื่อรับความดีความชอบ ในเวลานี้ฮ่องเต้ถูกพิษจำต้องได้รับโสมพันปีเพื่อบำรุงพระวรกายอันล้ำค่า

"พวกท่าน! รู้เรื่องโสมพันปีของข้าได้อย่างไร"

ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยความตกใจ เรื่องโสมพันปีนี้นางไม่เคยกล่าวกับผู้ใดมาก่อน นี่ถือว่าเป็นความลับเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลของนาง

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
สนุกๆจบดี ไม่เสียเวลาอ่านแน่นอน
2025-12-22 04:55:09
0
0
Nattery
Nattery
สนุกนะ แต่งเก่ง เรื่องราวน่าติดตาม ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-11-18 09:05:44
0
0
Kom Kom
Kom Kom
จบจริงค่ะ ขอบคุณนะคะ สนุกมากกก
2025-09-28 10:52:54
0
0
57 Bab
บทนำ 1/2
บทนำภายใต้ศาลาไม้ที่อยู่ใจกลางสวนของตระกูลเฉิง สายฝนได้ตกลงมาอย่างหนักหน่วง จนมีเม็ดฝนบางส่วนตกลงมากระทบกับใบหน้าอันงดงามของมู่เสี่ยวชิง หญิงสาวที่อยู่ในชุดสีขาวอันบริสุทธิ์ทว่ากลับมีเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนไปทั่วหว่างขา นางทรุดกายลงนั่งกับพื้นพร้อมเงยหน้ามองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีที่อยู่กินกันมากว่า 2 ปี ด้วยหัวใจอันเจ็บปวดร้าวราน กระบอกตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงด้วยความเสียใจอย่างถึงที่สุด"อือ ๆ ท่านพี่... เหตุใดท่านถึงทำกับข้าและลูกเช่นนี้กัน เหตุใดท่านถึงไม่อยากให้เขาเกิดมาเล่า นี่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเลยนะ" นางตะโกนถามออกไปทั้งน้ำตา"จะให้ข้าพูดอีกกี่ครั้งว่าเด็กในท้องของเจ้าไม่ใช่ลูกของข้า เจ้ามันนังแพศยาที่ลอบสวมหมวกเขียวให้กับข้า" บุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีชี้หน้าใส่ผู้เป็นภรรยาด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด นางยังมีหน้ามาต่อว่าเขาได้อีกหรือ ทั้งที่ตัวนางเองหาใช่สตรีที่ดีไม่"ท่านพูดอันใด นี่คือลูกของท่าน และข้าก็หาได้ทำเรื่องงามหน้าเช่นนั้นไม่ ข้าเป็นภรรยาของท่านมานานถึง 2 ปี ท่านยังมิเชื่อใจข้าอีกหรือไร" มู่เสี่ยวชิงมองผู้เป็นสามีด้วยความผิ
Baca selengkapnya
บทนำ 2/2
"จะรู้ได้อย่างไรเจ้าไม่ต้องสนใจไปหรอก รีบบอกที่ซ่อนของโสมพันปีมาซะทีเถิด! แล้วเจ้าก็ดื่มยาพิษนี่เพื่อชดเชยความผิดที่สวมหมวกเขียวให้กับข้า"สามีของนางก้าวขึ้นมาบีบปลายคางจนหญิงสาวรู้สึกเจ็บปวด ใบหน้างามพลันบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน แต่นี่เทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดทางใจ นี่สินะคือสิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุด!โสมพันปีและชีวิตของนาง!!"ถุย! ข้าไม่มีวันบอกคนชั่วช้าเช่นพวกเจ้าหรอก ต่อให้ข้าตายข้าก็จะไม่ยอมบอกที่ซ่อนของโสมพันปีเป็นอันขาด!!"มู่เสี่ยวชิงพ่นน้ำลายใส่ใบหน้าของสามี ตอนนี้ความรู้สึกของนางมันได้แตกสลายไปหมดแล้ว ความรักความเชื่อใจที่นางมีให้ต่อสามีได้มลายหายไปสิ้นจนไม่เหลือชิ้นดี"ถ้าเจ้าไม่พูด ตระกูลของเจ้าก็จะถูกท่านอ๋องป้ายความผิดจนถูกตัดสินโทษประหารอยู่ดี เจ้าเลือกเอานะว่าจะตายไปแต่เพียงผู้เดียว หรือจะให้คนทั้งตระกูลมาแบกรับความผิดของเจ้าไปด้วย""ท่านอ๋อง? หมายความว่าอย่างไร เหตุใดท่านอ๋องถึงมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย""เพราะเรื่องทุกอย่างล้วนเป็นแผนการของท่านอ๋อง โสมพันปีนี้จะเป็นบันไดไปสู่อำนาจของท่านอ๋องอย่างไรเล่า เจ้าควรรู้นะว่าจะต้องทำอย่างไร มิเช่นนั้นจะไม่ใช่แค่เจ้าที่จ
Baca selengkapnya
บทที่ 1 เกิดใหม่อีกหน 1/2
บทที่ 1เกิดใหม่อีกหนดวงวิญญาณของมู่เสี่ยวชิงล่องลอยอยู่ในอากาศโดยที่ไม่มีผู้ใดรับรู้ นางมองดูทุกอย่างที่เป็นไปพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาด้วยความยินดียิ่ง ชีวิตนี้ของนางได้รับความยุติธรรมแล้ว ทั้งบิดาและน้องชายรวมถึงพี่ชายท่านนั้นได้ทวงแค้นกับนาง ฉะนั้นนางจึงสามารถจากไปโดยไร้ซึ่งความทุกข์ใจอีก "ขอบคุณเจ้าค่ะ ขอบคุณจริง ๆ เจ้าค่ะ" มู่เสี่ยวชิงร่ำไห้ออกมาอย่างมีความสุข ในตอนนั้นเองที่ดวงวิญญาณได้ถูกดูดออกไปจากภพนี้!"คุณหนูเจ้าคะ... ใกล้ถึงเมืองหลวงแล้วเจ้าค่ะ" น้ำเสียงดีใจที่ฟังดูคุ้นหูเรียกให้มู่เสี่ยวชิงลืมตาตื่นขึ้นมาจากนิทราอันแสนยาวนานของตน"เฮือก!"นางสะดุ้งเฮือกตกใจกับสิ่งรอบข้าง ดวงตาคู่สวยกวาดตามองโดยรอบอย่างพิจารณา และเพราะการกระทำนี้นี่เองที่ทำให้ 'ชงเหยา' สาวใช้ข้างกายมองดูคุณหนูของตนด้วยความฉงน"คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ เหตุใดถึงเหงื่อแตกเช่นนี้"ชงเหยารีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับที่หน้าผากมนของเจ้านายสาวด้วยความกังวลใจ "ข้าไม่เป็นอะไร แต่ว่า... ที่นี่คือที่ใดงั้นหรือ""เข้าสู่เมืองหลวงแล้วเจ้าค่ะ เราใช้เวลาเดินทางจากเมืองเหลียงซานมาเมืองหลวงก็หนึ่งเดือนกว่าเลยเจ้าค่ะ คุณหนูค
Baca selengkapnya
บทที่ 1 เกิดใหม่อีกหน 2/2
'การเกิดใหม่หนนี้ของข้าจะไม่ยอมให้เสียเปล่าเป็นอันขาด ทุกคนที่ทำชั่วจะต้องได้รับผลกรรมนั้น และข้าขอสาบานต่อสวรรค์ว่าข้ามู่เสี่ยวชิงจะไม่ขอแต่งงานร่วมผูกผมกับเฉิงอี้เทาเป็นอันขาด แม้ตายก็ไม่ยอม!!'เปรี้ยง เปรี้ยง!"กรี๊ดดด! เหตุใดถึงมีฟ้าผ่าลงมาได้กันเจ้าคะ น่ากลัวยิ่งนัก" ชงเหยาหดคอหลบด้วยความหวาดกลัว ขนกายของนางขนลุกซู่ด้วยความขลาดกลัวทั้งที่ท้องฟ้าด้านนอกยังคงสว่างไสว ไม่มีแม้แต่เมฆฝนเลย ทว่ากับมีฟ้าผ่าลงมาเสียได้ ไม่รู้ว่ามีผู้ใดทำให้ฟ้าพิโรธหรือไม่"แค่ฟ้าผ่าไม่น่ากลัวเท่าใจคนหรอกชงเหยา" น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้นจากร่างบอบบางของมู่เสี่ยวชิงนางหลับตาลงอีกครั้งเพื่อพักผ่อน ในเมื่อได้มีชีวิตใหม่เป็นครั้งที่สองแล้ว แน่นอนว่านางย่อมไม่ทำให้สวรรค์ต้องผิดหวังเป็นอันขาด!!ขบวนรถม้ากว่าห้าสิบคันของจวนตระกูลมู่ได้มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง สร้างความสนใจให้กับชาวเมืองหลวงเป็นอย่างมาก ด้วยขบวนรถม้าที่มีขนาดใหญ่ และทหารที่สวมชุดเกราะเหล็กที่ให้ความน่าเกรงขามนี้ มองอย่างไรขบวนรถม้านี่จะต้องเป็นคนใหญ่คนโตเป็นแน่แท้"รถม้าผู้ใดกันหรือพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง ใหญ่โตยิ่งนัก"'เฉิงอี้เทา' บุตรชายเพียงคนเดียวของ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 แม่ทัพใหญ่ผู้กระหายเลือด 1/2
บทที่ 2แม่ทัพใหญ่ผู้กระหายเลือดครอบครัวตระกูลมู่ได้เข้าไปสำรวจในเรือนหลังใหม่ด้วยความตื่นเต้น มู่อู๋ซวนพักยังเรือนหลักอันเป็นเรือนของท่านประมุขตระกูล ส่วนมู่ห่าวหรานนั้นได้พักยังเรือนฝั่งขวาข้างเรือนหลักของบิดา ทว่ามู่เสี่ยวชิงที่ควรจะพักเรือนฝั่งซ้ายกลับขอไปพักยังเรือนที่อยู่เกือบหลังจวน เนื่องจากนางไม่ต้องการจะเดินซ้ำรอยกับอดีตของตน นางจึงคิดจะเริ่มใหม่ตั้งแต่การเลือกเรือนพักของตน ซึ่งเรือนนี้ถือว่าใหญ่โตโอ่อ่ามิต่างกัน ทั้งยังมีแมกไม้ล้อมรอบเรือนที่ให้ความร่มรื่นเป็นอย่างมาก ถือว่าสงบเป็นอย่างยิ่ง"เสี่ยวชิง เจ้าแน่ใจหรือที่จะพักเรือนหลังนั้น" มู่อู๋ซวนเอ่ยถามเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง "เจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกชอบเรือนหลังนั้นมาก ทั้งสงบและร่มรื่นเป็นที่สุดเลยเจ้าค่ะ" มู่เสี่ยวชิงเอ่ยตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม"แต่พ่อคิดว่ามันไกลจากเรือนหลักมากไปนะ ให้พ่อจ้างช่างมาต่อเติมเรือนฝั่งซ้ายดีหรือไม่""หรือพี่ใหญ่จะเอาเรือนของข้าก็ได้นะขอรับ" มู่ห่าวหรานเอ่ยขึ้นมาบ้าง"ข้าพอใจเรือนหลังนี้เจ้าค่ะ และข้าก็ตั้งชื่อเรือนว่าเรือนหยกงามแล้วเจ้าค่ะ" มู่เสี่ยวชิงหันมาลูบศีรษะน้องชายด้วยความเอ็นดู "เรือนฝั่งขว
Baca selengkapnya
บทที่ 2 แม่ทัพใหญ่ผู้กระหายเลือด 2/2
"ทะ ท่านแม่ทัพ ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ โปรดไว้ชีวิตของข้าด้วย ฮือ ๆ ข้ายอมท่านทุกอย่างเลย ขอเพียงปล่อยน้องชายที่อายุแค่ 5 หนาวของข้าไปก็พอเจ้าค่ะ" นางเอ่ยต่อรองด้วยสีหน้าที่ชวนให้ผู้คนรู้สึกสงสารจับใจ"เจ้าไม่ต้องคิดมาใช้แผนหญิงงามกับข้า ตัวเจ้าหาได้งดงามจนข้ารู้สึกพิศวาสไม่ เอาตัวนางไปขังคุก!!""ทะ ท่านแม่ทัพ..."สตรีผู้นั้นผงะไปด้วยความตกตะลึง นางงามไม่พอหรือ... เหตุใดเขาถึงไม่แม้แต่จะชายตาแลนางเลยสักนิด หรือว่าเขามีสตรีในดวงใจเสียแล้ว?ซานเย่ที่รู้ดีว่าท่านแม่ทัพกำลังจะเกิดโทสะ เขาจึงรีบลากตัวสตรีผู้นั้นออกไปทันที นางทำได้แต่มองแม่ทัพใหญ่ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาด้วยความเสียดายและเสียใจ การเป็นอนุของเขาย่อมดีกว่าการต้องเป็นเชลยที่มิอาจจะรู้ได้ว่าชีวิตของนางจะไปยังจุดไหน อาจจะต้องตกต่ำอย่างถึงขีดสุด จนแม้แต่ตัวนางเองอยากตายก็เป็นได้...คล้อยหลังที่สตรีนางนั้นจากไปแล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่จึงได้ถอดชุดเกราะอันหนักอึ้งของตนออกไป ใบหน้าที่เคยสุขุมเย็นชาพลันยกยิ้มออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไปอย่างช้า ๆ'รอข้าก่อน... แล้วข้าจะรีบกลับไปหาเจ้า เสี่ยวชิงของพี่...'คิ้วกระบี่ที่รับกับดวงตาคมกริบดั่งใบมีดหลับ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 งานเลี้ยงตระกูลมู่ 1/2
บทที่ 3งานเลี้ยงตระกูลมู่ทันทีที่มู่เสี่ยวชิงกลับมาถึงเรือนหยกงาม นางก็ปิดประตูเรือนขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาเป็นอันขาดแม้แต่ชงเหยาก็ยังต้องรออยู่ด้านนอก"ชงเหยา พี่ใหญ่เล่า" มู่ห่าวหรานเอ่ยถามสาวใช้ที่ยืนกระสับกระส่ายไปมาด้วยความสงสัย"คุณหนูอยู่ในเรือนเจ้าค่ะ บ่าวรู้สึกไม่ดีเลยเหมือนคุณหนูกำลังปิดบังอะไรอยู่เลย แววตาของคุณหนูก็น่ากลัวมากเจ้าค่ะ" "เช่นนั้นเจ้าก็ไปทำอย่างอื่นก่อนเถิด""เจ้าค่ะ"คล้อยหลังที่ชงเหยาเดินจากไปแล้ว มู่ห่าวหรานมองไปยังประตูที่ยังปิดสนิทด้วยความกังวลใจ เพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงร่ำไห้ที่ดังเล็ดลอดออกมา แม้จะเบาบางแต่เพราะเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์จึงได้ยินอย่างชัดเจน "พี่ใหญ่... เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับท่านกันแน่ เหตุใดในแววตาของท่านถึงได้มีความเศร้าหมองแฝงเอาไว้อยู่ตลอดเวลา" มู่ห่าวหรานเอ่ยกับตัวเอง แล้วจึงเดินล่าถอยออกไปอีกคน เขาคิดมานานแล้วว่าตั้งแต่มาถึงเมืองหลวงพี่สาวของเขาก็เปลี่ยนไป ทุกคนต่างสังเกตได้โดยเฉพาะท่านพ่อที่ถึงกับเรียกเขาไปพบในห้องส่วนตัว"แววตาของเสี่ยวชิงและอุปนิสัยที่ร่าเริงอ่อนโยนของนางเปลี่ยนไปราวกับมีเรื่องอะไรในใจ เจ้าที
Baca selengkapnya
บทที่ 3 งานเลี้ยงตระกูลมู่ 2/2
งานเลี้ยงจวนตระกูลมู่หลังจากที่ตระกูลมู่เดินทางมายังเมืองหลวงได้เกือบ 1 เดือน มู่อู๋ซวนก็ได้จัดงานเลี้ยงเพื่อฉลองให้กับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ประจำเมืองหลวงที่เขาได้รับแต่งตั้งจากฝ่าบาท งานเลี้ยงในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ทว่ายังคงให้ความหรูหราในเรื่องของอาหาร น้ำชา และสุราที่เอามารับรองแขก ทุกอย่างล้วนเป็นของชั้นเลิศทั้งสิ้น สิ่งนี้เองที่ทำให้ชนชั้นสูงในเมืองหลวงต้องมองตระกูลมู่ในสายตาที่เปลี่ยนไป"คารวะท่านแม่ทัพใหญ่มู่ ยินดีด้วยนะขอรับ"รองเสนาบดีกรมคลังนำของขวัญมามอบให้กับมู่อู๋ซวนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สายตาที่มากเล่ห์เลยมองไปทางด้านหลังยังตำแหน่งของมู่เสี่ยวชิง เขาเห็นว่าอายุของนางใกล้เคียงกับบุตรชายของตน ภายในใจจึงกำลังดีดลูกคิดรางแก้วว่าควรจะเกี่ยวดองกับตระกูลมู่เลยดีหรือไม่"ขอบคุณ ๆ เชิญท่านรองเสนาบดีชุนด้านใน"มู่อู๋ซวนยิ้มรับทว่าหางคิ้วกับกระตุกไปมา เขาที่เห็นสายตามากเล่ห์ของอีกฝ่ายจะไม่รู้เลยหรือว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใด แม้เขาจะเอาแต่กรำศึกในสนามรบ แต่ใช่ว่าเรื่องการเมือง เรื่องแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในราชสำนักเขาจะไม่รู้เรื่องเลย เพียงแต่เขายังตั้งตนอยู่ตรงกลาง ไม่ได้อยู่ฝ่ายใดทั้
Baca selengkapnya
บทที่ 4 เปิดใจกับสหายคนใหม่ 1/2
บทที่ 4เปิดใจกับสหายคนใหม่"สหายเช่นนั้นทางที่ดีเลิกคบไปจะดีกว่า นางไม่ได้หวังดีกับเจ้าหรอกนะลี่จู" มู่เสี่ยวชิงเข้ามากระซิบใกล้ ๆ โดยที่ไม่ต้องการให้ผู้ใดได้ยิน "ลูกเพิ่งเจอลี่จู เช่นนั้นลูกขอพานางไปยังที่นั่งเลยนะเจ้าคะ" ประโยคหลังหันมาเอ่ยกับบิดาเสียงหวาน"ได้สิ ๆ ดีเลย พวกเจ้าทั้งสองก็พูดจากันดี ๆ หน่อยเล่า" มู่อู๋ซวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม หวังเจิ้งเทียนเองก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่พวกเขาจะเดินไปแยกคุยกันอีกทางหนึ่ง ส่วนสตรีทั้งสองก็เดินไปคุยไปเช่นกัน"ที่เจ้าพูดออกมาเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไร" หวังลี่จูจับแขนของมู่เสี่ยวชิงเอาไว้แน่น นี่คือสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของนาง นอกจากท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปของมู่เสี่ยวชิงจะทำให้นางสงสัยแล้ว อีกฝ่ายยังพูดจาให้นางชวนสงสัยด้วย นางไปรู้อะไรมาเช่นนั้นหรือ"เพราะข้าเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับสหายหน้าเนื้อใจเสืออย่างไรเล่า การแต่งกายของเจ้าเช่นนี้ช่างชวนให้ผู้อื่นขบขันมากกว่าจะชื่นชม เจ้าดูสิว่ามีคุณหนูตระกูลใดแต่งกายเช่นเจ้าบ้างหรือไม่"หวังลี่จูชะงักไปกับคำพูดของมู่เสี่ยวชิง นางค่อย ๆ หันไปมองยังที่นั่งที่มีคุณหนูจากชนชั้นสูงนั่งอยู่อย่างพิจารณา เป็นจริ
Baca selengkapnya
บทที่ 4 เปิดใจกับสหายคนใหม่ 2/2
โรงน้ำชาหลังจากพบกันในงานเลี้ยง มู่เสี่ยวชิงก็ได้เขียนจดหมายเชิญหวังลี่จูออกมาพูดคุยกันที่นอกจวน ด้วยในวันนี้จะเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นซึ่งนางต้องการมีหวังลี่จูผู้เก่งวรยุทธ์มาอยู่ข้างกายด้วย ตัวนางแม้ไม่เก่งวรยุทธ์แต่เรื่องการใช้ยาสมุนไพรนั้น นางสามารถพูดได้เลยว่าเก่งกาจไม่แพ้หมอหลวงในวัง"ขอโทษด้วยที่ให้เจ้าต้องรอนาน"หวังลี่จูเข้ามาในห้องรับรองส่วนตัวแล้วทรุดนั่งบนเก้าอี้ทันทีด้วยความเหน็ดเหนื่อย ในตอนขามานี้นางมีเรื่องนิดหน่อยกับสหายผู้นั้น"วันนี้เจ้าแต่งกายดีขึ้นมากเลยนะ"มู่เสี่ยวชิงเอ่ยชมด้วยความจริงใจ ครั้งนี้หวังลี่จูสวมอาภรณ์สีเหลืองอ่อนที่ปักลายดอกไห่ถัง บนมวยผมก็ปั่นปิ่นระย้าที่ทำจากหยก นางจึงดูน่ารักสมวัย งดงามราวกับสตรีแรกแย้ม"เพราะคำแนะนำของเจ้านั่นแหละ แต่ทำไมเจ้าถึงชอบสวมอาภรณ์สีแดงนักเล่า มันไม่ดูฉูดฉาดเกินไปหรือ เมื่อก่อนเจ้าชอบแต่งกายสีขาวกับสีกลีบบัวนี่น่า""ความชอบของข้าได้เปลี่ยนไปแล้วล่ะ" มู่เสี่ยวชิงยกน้ำชาขึ้นมาดื่ม นางเสเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่น "วันนี้ข้าจะไปซื้อเครื่องเขียนให้กับน้องชาย เจ้าช่วยแนะนำร้านให้ข้าได้หรือไม่""ย่อมได้ หากอยากได้เครื่องเขียนชั้นเลิ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status