Share

ตอนที่ 5 เงาจางกลางตลาด

last update Terakhir Diperbarui: 2025-07-23 12:08:33

ตอนที่ 5

เงาจางกลางตลาด

“คุณหนู! ระวังฝั่งขวาเจ้าค่ะ มีคนมองมาอีกแล้ว” เสียงกระซิบแผ่วเบาของซูเม่ยดังข้างหู ดวงตากลมโตของนางเหลือบไปยังชายสองคนในชุดชาวบ้านที่ยืนอยู่หน้าร้านยาจีน แม้แต่นางก็ดูออกว่าพวกเขาไม่ใช่ลูกค้าที่มาซื้อของจริง ๆ

ฮวาอิงก้มหน้าลง แสร้งดูถาดขนมชั้นในมือราวกับไม่ได้สังเกตอะไร แต่ข้างในกลับตึงเครียดไปหมด

พวกเขา...ตามมองแบบนี้อีกแล้ว

นี่ไม่ใช่วันแรกที่นางถูกติดตามแบบนี้ นับตั้งแต่วันที่ช่วยชายบาดเจ็บหลังพงหญ้าแถบหลังเมืองทางกลับตำหนักเย็น ทุกเช้าหลังตั้งแผงขายขนม ก็มักมีสายตากลุ่มคนจับจ้องมาเสมอ ราวกับเงาตามเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าใกล้ แต่ก็ไม่ห่างหายไปไหน

ฮวาอิงไม่แน่ใจว่าการกระทำเช่นนี้ นับเป็นโจรหรือไม่ อยากปล้นขนมหรือเงินทอง แต่นางเป็นเพียงแม่ค้าขายขนมชิ้นละสองอีแปะ สู้ปล้นร้านอื่นคงจะดูคุ้มกว่าหรือไม่

นางคิดไม่ตก จวบสิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นมา ทำให้นางเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

หรือคนผู้นั้นที่เราช่วยไว้ เขาส่งคนมาติดตาม?

“ซูเม่ย” ฮวาอิงกระซิบเอ่ยเสียงเบา “วันนี้เราจะไม่กลับทางเดิม หาทางเลี่ยงหยุดขายยามอู่ แล้วไปซอกตะวันตกของเมืองกัน ดูว่าพวกนั้นจักทำเยี่ยงไร”

“เจ้าค่ะ”

ฮวาอิงยังคงตั้งแผงขายขนมชั้นตามปกติ ทำตัวราวกับหญิงชาวบ้านธรรมดาที่ขายของประทังชีวิต แต่ความธรรมดานั้น กลับแฝงด้วยการวางแผงรอบคอบ กระทั่งยามอู่ใกล้เข้ามา แผงขนมชั้นก็ถูกรื้อเก็บอย่างอย่างรวดเร็ว ฮวาอิงแสร้งบ่นว่าปวดเมื่อยไปทั้งตัว ลากสังขารเดินช้า ๆ ในขณะที่ซูเม่ยเดินตาม ไปตรอกแคบ ๆ ที่วางแผนไว้

ขณะเดินผ่านร้านเครื่องเขียนพู่กัน ฮวาอิงชำเลืองเห็นชายในชุดชาวบ้านเดินช้า ๆ ออกมามองนางไม่ละสายตา

“เร็วเข้า เดินไปทางซ้าย เข้าซอยหลังโรงเตี้ยม” ฮวาอิงสั่ง

สองสาวหลบเลี้ยวเข้าเส้นทางตัดแคบ ๆ วกอ้อมผ่านโรงเตี้ยมร้าง ๆ ไร้ผู้คน ก่อนจะเดินเลาะกำแพง จนมาถึงกำแพงทางหมาลอดตำหนักเย็นที่พำนักอยู่ ปล่อยให้คนสะกดรอยที่ตามมา...ได้แต่ยืนงงว่าทั้งสองหายไปได้เยี่ยงไร

ชั้นสองของโรงน้ำชาทางเหนือของตลาด

หวังอ๋องนั่งพิงเก้าอี้ไม้ ข้างหน้ามีถ้วยชาร้อนที่ส่งไอร้อน ใบหน้าหล่อแต่หวานหยด ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับคมกริบราวกับกระบี่ที่พร้อมเชือดเฉือน

“หลินห‍ยาง...” เขาพึมพำออกมา ชื่อที่จดจำได้ดีพร้อมกับขนมแปลกประหลาดที่ถูกห่อด้วยใบตองเมื่อไม่กี่วันก่อน

เขาไม่เคยลิ้มรสขนมนี้มาก่อน รสละมุนหนึบเคี้ยวเพลิน แถมยังหอมติดปลายลิ้นนิด ๆ ความอร่อยติดใจจนพยายามให้คนครัวในจวนแกะสูตรทำให้ แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ทำออกมาไม่เหมือน จนกระทั่งคนครัวคนหนึ่งเอ่ยมาว่า...ขนมชนิดนี้หาได้เพียงแผงขนมเล็ก ๆ แผงหนึ่งในตลาดเท่านั้น

“หายไปอีกแล้ว?” เขาหันไปถามองครักษ์หนุ่มที่เพิ่งกลับมาจากการสะกดรอยด้วยเสียงนิ่งแต่เย็นจัด องครักษ์หนุ่มที่ยืนอยู่ ทรุดตัวคุกเข่าก้มหน้ามองพื้น

“พ่ะย่ะค่ะ ลับหายไปตรงซอกแคบหลังโรงเตี้ยมร้าง เป็นเส้นทางที่แทบไม่มีผู้ใดสัญจรเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่พวกเจ้าทำงานพลาด แค่ผู้หญิงคนเดียวเหตุใดถึงยังตามไม่ได้”

“ข้าน้อยสมควรตาย! ยกโทษให้กระหม่อมด้วยเถิด พวกนางเหมือนรู้จักเส้นทางเหล่านั้นดีเกินไป ไม่ใช่เพียงแม่ค้าขายของธรรมดาแน่ นายท่าน” องครักษ์ ก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด ทั้งที่การสอดแนมศัตรูเป็นเรื่องงานมิเคยพลาด แต่การตามสองสาวดันยากกว่าหลายขุมนัก

หวังอ๋องกระตุกยิ้มเยือกเย็น ขณะหยิบขนมชั้นที่ถูกห่อด้วยใบตองอย่างประณีต สีสันและกลิ่นหอมยังคงเป็นรสเดิมที่เคยได้รับกินก่อนหน้านั้น

หลินห‍ยาง หญิงผู้นี้อาจจะไม่ธรรมดา

หรือไม่เช่นนั้น...จริง ๆ แล้ว นางไม่ใช่คนธรรมดา

ความสงสัยไม่ได้เกิดจากเพียงรสขนม หากแต่เกิดจากสายตาของหญิงสาวผู้นั้นในยามที่เขาเกือบสิ้นใจ

เขาจำได้ดี ยามที่ลืมตาขึ้นด้วยความเจ็บปวดในพงหญ้าครานั้น เลือดยังไหลจากแขนไม่หยุด แต่นางกลับมองเขาด้วยสายตาที่...นิ่ง สงบ ไม่ใช่สายตาของหญิงบ้านป่าผู้ไม่เคยประสบเรื่องร้าย มันกลับตรงกันข้าม ราวกับผู้มีสติปัญญาผ่านการร่ำเรียนผ่านชีวิตมาอย่างหนัก ซึ่งดวงตาคู่นั้นเขาไม่เคยเห็นในหญิงใดมาก่อน

นางน่าสนใจเสียจริง

ณ ตำหนักเย็น

แสงแดดจากฟ้ายามบ่ายร่วงหล่นผ่านหลังคาเก่ากระทบศาลาไม้หลังเรือน เสียงเหล่าแมลงเริ่มส่งเสียงดังไกล ๆ ลมพริ้มผ่านทำให้ผมยาวสลวยปลิดปลิวไปมา

ฮวาอิงวางตัวลงม้านั่ง หายใจแรงอย่างเหนื่อยหอบ ฝ่ามือเปียกชื้นจากเหงื่อเกาะเสื้อผ้าแนบลำตัว

ซูเม่ยยกน้ำมาวางตรงหน้า ยื่นให้นายของตนด้วยความเป็นห่วง

“คุณหนู...ดื่มน้ำเจ้าค่ะ”

“เฮ้อ...ขอบใจ” ฮวาอิงยกน้ำขึ้นมาดื่มก่อนจะถอนหายใจดัง

“คุณหนู...พวกนั้นไม่ใช่คนธรรมดาเลยนะเจ้าคะ จังหวะการเดิน แววตา และที่สำคัญ...”

“คนในวัง” ฮวาอิงพูดแทน ขณะหรี่ตาลงพลางเท้าคาง เหม่อมองสระบัวเบื้องหน้า

“พวกเขาคงกำลังตามสืบข้า ไม่ก็ตามสืบชื่อที่ข้าโกหกไปอย่าง หลินห‍ยาง เป็นแน่ ข้าว่าตอนนี้พวกเขายังไม่รู้ว่า ข้าคือ ฮวาอิง จากตำหนักเย็น”

“เช่นนั้นก็ยังคงปลอดภัยเจ้าค่ะ” ซูเม่ยพึมพำ

“ฮ่า...” ฮวาอิงหัวเราะเบา ๆ “ปลอดภัยรือ...หรือว่าแค่ยังไม่มีใครรู้ว่าเรายังมีชีวิตอยู่กันแน่ ขนาดคนจากเมืองซ่างผิงยังไม่มีใครติดต่อมาหาข้าด้วยซ้ำ”

“คุณหนู...” ซูเม่ยทำเสียงละห้อยสงสารคุณหนูของตนจับใจ

ฮวาอิงยกถ้วยน้ำขึ้นจิบอีกครา แววตาสะท้อนเปลวไฟเป็นประกายเล้นลับ

“ซูเม่ย...เจ้าเชื่อหรือไม่ คนที่เราช่วยไว้วันก่อน...อาจเป็นคนเดียวกับผู้ที่ส่งคนมาสะกดรอยเรา”

“คุณหนูคิดว่างั้นรือเจ้าคะ?”

“คงงั้น” แววตาของนางเยือกเย็น หวานแต่แหลมคมฉายแววความเฉลียวฉลาดออกมา ก่อนจะเอ่ยวาจาต่อ

“ข้าเองก็เป็นลูกไฮโซมาก่อน เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้ข้ากลัวอันใดหรอก แต่ตอนนี้มีสิ่งเดียวที่ข้าต้องรู้ให้ได้...” แววตาของนางฉายแววครุ่นคิด “คนผู้นั้นที่ส่งคนสะกดรอยข้า...มีเป้าหมายใดกัน?”

แม้ท้องฟ้าจะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มอมทองแล้ว แต่ฮวาอิงยังนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลา ตาจับจ้องท้องฟ้าเบื้องบน ดวงตานิ่งสงบ แต่คล้ายมีบางอย่างในใจสั่นไหวอย่างลึกซึ้ง

นางนึกถึงบ้าน บ้านที่แท้จริงในโลกเดิม มีเครื่องปรับอากาศ มีโทรศัพท์มือถือ ชีวิตที่ไม่มีใครพยายามฆ่า หรือใส่ร้ายอยู่ยาม แต่น่าแปลก นางก็ไม่คิดที่อยากจะกลับไปมากนัก เพราะถึงแม้จะไม่มีอะไรคุกคามถึงชีวิต แต่มันกลับ ไรชีวา ต่างจากที่นี่ ที่แม้จะมีคนปองร้ายถึงชีวิตกันได้อย่างง่ายดาย แต่ทุกสิ่งรอบตัวกับเต็มไปด้วยชีวาที่ไม่เคยได้รับ

ซูเม่ยที่กลับไปในครัว นำหมั่นโถวจืด ๆ มาให้ฮวาอิงกิน เมื่อเห็นสีหน้าอาการเหม่อลอยราวกับกำลังคิดถึงบ้านอันไกลโพ้น นางจึงได้เอ่ยวาจาด้วยความสงสารนายของตนจับใจ

“เมื่อก่อน คุณหนูมีบ่าวหลายคนคอยปรนนิบัติ มีรถม้ารับส่ง มีอาหารสามมื้อจากพ่อครัวชั้นสูง...” ซูเม่ยพึมพำเสียงเบา “แต่เดี๋ยวนี้ กลับต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ คุณหนูต้องแอบหลบหนีตรากตรำขายขนมข้างทาง ถ้านายท่านเมืองซ่างผิงรู้ว่าท่านเหนื่อยปานนี้ ข้าเชื่อว่านายท่านต้องกลับมารับคุณหนูแน่ ๆ เจ้าค่ะ”

ฮวาอิงได้ฟัง สาวใช้ของตนเอ่ยขึ้น ก็พานทำให้ความรู้สึกและจิตใต้สำนึกที่ยังอยู่ในร่างนี้ผุดออกมา ตอนแรกนางก็เคยสงสัยว่า เหตุใดฮวาอิงร่างเดิมถึงต้องทนทุกข์อยู่ในตำหนักเย็นเช่นนี้ ทั้งที่ก็เป็นถึงคุณหนูของเมืองซ่างผิง แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่คงไม่รันทดเช่นนี้แน่ จนเมื่อนางลองหลับตาความนึกคิดของฮวาอิงคนเดิมก็ผุดขึ้น

“ข้าแบกคำว่าสตรีแห่งมืองซ่างผิงไว้ ข้าจะทำให้บ้านเมืองผิดหวังได้เยี่ยงไร ที่ข้าทนอยู่เช่นนี้ เป็นเพียงเพราะคิดไว้ว่าสักวันจะถูกคัดเลือกอีกครา และนำความมั่งคั่งสู่บ้านเมืองซ่างผิงของเราได้” ฮวาอิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา

“ที่แท้เป็นเช่นนี้รือ... เจ้าช่างมีจิตใจใสสะอาดยิ่งนัก แต่โลกนี้กลับมิได้ปรานีผู้มีจิตใจดีงามเสมอไป คนใจดีเกินไป มักเป็นฝ่ายพ่ายให้แก่ชะตาของตน”

“คุณหนูเอ่ยถึงผู้ใดเจ้าคะ” ซูเม่ยเอ่ยถาม

“ข้าเอ่ยถึงตัวข้าเองนี่แหละ เพราะข้าใจดีมากเกินไปจึงทำให้เจ้าต้องพล้อยเดือดร้อนไปด้วย”

“คุณหนูอย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ไม่ว่าต้องบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็จะเคียงข้างปรนนิบัติท่านไปชั่วชีวิตเจ้าค่ะ”

“ขอบใจเจ้ามากนะ แต่เจ้าไม่ต้องตอบเอาใจข้าเพียงนี้ก็ได้ ข้าถามตามตรง เจ้ากลัวหรือไม่?” ฮวาอิงหันไปถามซูเม่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ซูเม่ยชะงักไปครู่ ก่อนจะตอบเสียงเบา

“กลัวเจ้าค่ะ...แต่หากคุณหนูยังยืนหยัดได้ ข้าก็จะไม่เป็นอันใด”

ฮวาอิงพยักหน้าเล็กน้อย สายตาจับจ้องท้องฟ้าที่เริ่มหม่น

“ข้าเองก็กลัว...กลัวว่าจะไม่รอด...” นางหยุดไปชั่วครู่ “แต่ว่านะ...ถ้าข้าอ่อนแอ เราก็จะไม่อาจหลุดพ้นวงเวียนจากตำหนักเย็นแดนคนไร้ค่านี่ได้ ข้าไม่มีทางเลือกนอกจากเดินต่อ แม้หนทางจะเต็มไปด้วยขวากหนาม และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปลายทางคืออันใด แต่ข้าไม่ยอมให้ตนเอง และเจ้าต้องมาจมปลักอยู่ในที่ ๆ ไร้ตัวตนเยี่ยงนี้หรอก”

“คุณหนู ไม่ว่าคุณหนูจะทำอันใด หรือไปที่ใด ข้าจะติดตามท่านไปทุกที่เจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ยรับเสียงหนักแน่น

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว แสงสุดท้ายถูกแทนที่ด้วยเงามืดสลัวของค่ำคืน แต่ในแววตาของหญิงสาวผู้หนึ่ง...กลับมีแสงสว่างที่ยังไม่ดับลงแม้ในยามที่ไร้คนมองเห็น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 38 ข่าวลือสะพัด

    ตอนที่ 38ข่าวลือสะพัดเช้าวันรุ่งขึ้นในยามที่อากาศสดใส ทว่าในตำหนักมิ่งหลัน กลับมีบรรยากาศที่แตกต่างออกไป นางในจับกลุ่มกันกระซิบกระซาบ ไม่ก็คนครัวเงี่ยหูฟังบางอย่าง เช่น ข่าวลือ ที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟในเตาฟืนเสียอีก“ข้าได้ยินมาจาก คนส่งวัตถุดิบอ้างว่า...ชินอ๋องทูลขอพระราชอนุญาตแล้วจริง ๆ นะ”“แต่ข้าได้คุยกับขันทีในตำหนักมังกรหยก เขาอ้างว่าไม่ใช่แค่ทูลขอ...แต่ถึงขั้นเตรียมห้องเรือนหอไว้ในจวนแล้วล่ะ!”“แต่ที่ข้าได้ยินมาตำแหน่งที่ชินอ๋องทรงขอเป็นถึงชายารองเชียวนะ”“ปานนั้นเชียวรึ!!! คนครัวจากครัวหลวงตำหนักมิ่งหลันนั่นนะ”เสียงลือกระพือจากห้องครัวทุกตำหนัก ถึงลานซักล้างจากเรือนขุนนางฝ่ายใน สะพัดเข้าทุกตรอกทางเดินทั่วทั้งวังหลวง...แม้กระทั่ง ตำหนักมิ่งหลัน ซึ่งควรเป็นสถานที่เงียบสงบ และควรได้ยินแต่เสียงเครื่องครัว แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยคลื่นกระซิบแผ่วที่มองไม่เห็น บรรยากาศดูอึมครึมผิดปกติ ทั้งที่อากาศปลอดโปร่งดีแท้ซูเม่ยเดินเข้ามาในเรือนพำนักอย่างเงียบเชียบ ผ้าคลุมศีรษะแนบหน้าลงเล็กน้อย นางเหลือบมองรอบตัวราวคนหวาดระแวง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบเบา ๆ ข้างหูนายของตน“คุณหนู...เกิดเรื่องใหญ่แ

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 37 ขนมสอดไส้ แด่ฮองเฮา

    ตอนที่ 37ขนมสอดไส้ แด่ฮองเฮาณ ห้องรับรองหลักตำหนักมิ่งหลัน ถูกจัดเตรียมอย่างสวยงามสำหรับถวายอาหารและขนมหวาน ตามรับสั่งของฮองเฮาชุดภาชนะลายครามพิเศษถูกนำออกมาใช้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อต้อนรับองค์รัชทายาท ผู้เสด็จมาเยือนโต๊ะไม้สลักสวยงามประดับด้วยดอกไม้สดจากสวน กลิ่นหอมของน้ำเก๊กฮวยในจอกอบอวลลอยฟุ้งหอมฮวาอิงยืนนอบน้อมอยู่ในมุมห้องกับเฟยเทียนด้านหนึ่ง ในเครื่องแต่งกายเรียบร้อย สะอาดสะอ้านไม่อวดตน รอบกายคือบรรดานางใน ขันที ที่คอยจัดเตรียมอาหารมื้อพิเศษนี้โดย ขนมสอดไส้ ถูกวางเด่นบนจนหยกขาวฮองเฮาเสด็จพร้อมด้วยรัชทายาทที่เดินตามมาติด ๆ พระพักตร์ของฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ยังคงสงบนิ่ง แต่สายพระเนตรมักกวาดมองรอบด้านด้านองค์รัชทายาท ชายหนุ่มรูปงามผู้มีสายตาเยือกเย็น แต่ลึกในแววตานั้นกลับแฝงด้วยนัยยะบางอย่างราวกับมีความในใจ เขามองฮวาอิงครู่หนึ่ง ด้วยความรู้สึกคล้ายกำลังพินิจบางอย่าง... ก่อนจะหันกลับไปสนใจอาหารตรงหน้าทั้งฮองเฮา และรัชทายาทรับประทานอาหารกันอย่างเงียบ ๆ พระพัก

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 36 ขนมที่ห่อด้วยใจ

    ตอนที่ 36ขนมที่ห่อด้วยใจฮวาอิงลืมตาตื่นท่ามกลางความเวียนศีรษะ และไอเล็กน้อย ที่ยังหลงเหลืออยู่“คุณหนูยังไม่หายดี อย่าลุกเลยเจ้าค่ะ นอนพักผ่อนก่อน” ซูเม่ยที่กำลังยกยาเข้ามา วางถาดแล้วรีบมาประคองฮวาอิงไว้แค่ก...แค่ก ฮวาอิงไอเบา ๆ มือแตะหน้าผากตนเองแล้วส่ายหน้า “ข้าดีขึ้นแล้ว เพียงแต่มึนนิดหน่อย ไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ”“แต่คุณเพิ่งกินยาได้เพียงครั้งเดียวเมื่อคืน...วันนี้ให้ข้าจัดการแทนเถิดนะเจ้าคะ หรือไม่ก็แจ้งท่านเฟยเทียนว่าขอเลื่อนวันถวายขนมไปก่อน ข้าเชื่อว่าฮองเฮาทรงเข้าใจ”ฮวาอิงยังคงส่ายหน้า“ข้าไม่อยากให้ฮองเฮาต้องรอคอยคนอย่างข้าเลย ข้ายกให้ใครทำขนมสอดไส้นี้ไม่ได้หรอกมันซับซ้อน และยังไม่ได้สอนใคร” เสียงพูดของนางแม้เบาบาง ทว่าแฝงความดื้อรั้นและแน่วแน่“แม่นางฮวาอิงฟื้นแล้วงั้นหรือ? แต่จากที่ข้าดูสภาพแล้ว แม่นางไม่ควรฝืนนะ” เฟยเทียนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าครุ่นคิด นางส่งสายตามองฮวาอิง ประเมินนางที่นอนซมแล้วยังดูซีดเซียวอยู่นักฮวาอิงประสานมือโค้งให้อย่างอ่อนน้อม“ท่านเฟยเทียน ข้าเคยสัญญากับฮองเฮา ว่าจะรับผิดชอบขนมถวายเมื่อวันก่อน มาวันนี้ข้าคงไม่อาจละทิ้งหน้าที่ได้ ข้าขอทำเถอะเจ้าค่

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 35 กลิ่นอุ่นยังมิจาง

    ตอนที่ 35กลิ่นอุ่นยังมิจางสายฝนเริ่มซา กลายเป็นเพียงละอองโปรยปราย ชะใบไม้ให้กลายเป็นสีเขียวเข้มชุ่มฉ่ำ กลิ่นฝนผสมกลิ่นไม้จากบ้านเรือนเก่าเคล้าคลอในอากาศ ขณะสองร่างใต้ร่มคันเดียวกันก้าวเดินช้า ๆ ไปตามตรอกถนนสายหนึ่งหนิงอ๋องถือร่มอยู่ด้านซ้าย ฮวาอิงยืนอยู่ด้านขวา ระยะห่างระหว่างไหล่ทั้งสองไม่เกินหนึ่งฝ่ามือ ทว่ากลับไม่มีใครรู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย“เด็กชายคนนั้นชื่อเสี่ยวเป่า” เสียงทุ้มนุ่มของเขาดังขึ้น “พ่อของเขาเคยร่วมรบด้วยกันที่ชายแดนตะวันตกเมื่อนานมาแล้ว บัดนี้เจ็บเรื้อรัง ไม่อาจรบแนวหน้าได้อีกต่อไป”ฮวาอิงเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย“ท่านเป็นถึงแม่ทัพสูงสุด กลับรู้จักพวกเขาโดยตรงเลยหรือเจ้าคะ?”“ไม่หรอก...ทหารเป็นหมื่นเป็นแสนข้าจะรู้จักหมดได้เยี่ยงไร เพียงแต่ข้าอ่านบันทึกประจำวันว่ามีเหตุการ์ณใดบ้างเกิดขึ้นก็เท่านั้น” หนิงอ๋องเงียบไปครู่ก่อนเอ่ยต่อ“แม่ของเสี่ยวเป่า เคยเขียนจดหมายขอบคุณกองบัญชาการหลังได้รับเบี้ยยังชีพ ข้าเห็นชื่อเลยจำได้...ไม่คิดเลยว่าคนที่ทำเพื่อชาติ กลับต้องแบกภาระทางบ้านไปด้วย จะให้ข้าปล่อยไปได้เยี่ยงไรจริงไหม ประจวบเหมาะวันนี้มีเวลาว่างจึงอยากหาของขวัญให้ลูกชายเขา”

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 34 ร่มคันเดียวกลางฝน

    ตอนที่ 34ร่มคันเดียวกลางฝนยามเช้าในเมืองหลวงวันนี้ ลมโชยแผ่วอ่อนให้ได้กลิ่นหอมจากร้านน้ำชาริมทางลอยแตะจมูก ช่วยปลุกบรรยากาศให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นท้องฟ้าวันนี้โล่งโปร่งไร้เงาเมฆฝนเหมือนหลายวันก่อน พ่อค้าแม่ค้าต่างจัดของขึ้นแผงกันอย่างคึกคัก เสียงเจรจาต่อรองราคายังคงเช่นเดิม พานทำให้ความรู้สึกของฮวาอิง นึกถึงช่วงที่ต้องปลอมตัวเป็น หลินหยาง ขายขนมไทยก่อนหน้านั้นวันนี้ฮวาอิงออกมาซื้อวัตถุดิบเพื่อทำขนมถวายแด่ฮองเฮา นางสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์สมฐานะตำแหน่งพิเศษมากขึ้น เพียงแต่ยังคงสวมผ้าปิดหน้าลายดอกเหมยไม่เผยใบหน้ามากนักส่วนซูเม่ยเดินอยู่ข้าง ๆ ถือตะกร้าไม้ไผ่สำหรับใส่วัตถุดิบ ทั้งที่นางมีตำแหน่งสูงในครัวหลวงและสามารถเอ่ยสั่งให้คนครัวออกมาซื้อได้ แต่นางกลับไม่ทำและประสงค์จะออกมาเดินตลาดเพื่อเลือกวัตถุดิบด้วยตนเอง“วันนี้ คุณหนูจะทำขนมอันใดถวายแด่ฮองเฮาเจ้าคะ?” ซูเม่ยเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดี“ขนมสอดไส้” ฮวาอิงหันใบหน้าตอบซูเม่ย“เป็นขนมอย่างไรเจ้าคะ ข้าไม่เคยได้ยินอีกแล้ว”“เป็นขนมที่ข้าชอบมาก กลิ่นหอมใบเตยนวลกะทิและน้ำตาลเคี่ยว ด้านในสอดใส่มะพร้าวคั่วน้ำตาล เป็นขนมที่ดูธรรมดาแต่ทำให้คนกินแทบ

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 33 คำสั่งเหนือใคร

    ตอนที่ 33คำสั่งเหนือใครเบื้องหน้าคือ สถานที่ประทับของฮ่องเต้ผู้มีอำนาจคับจักรวรรดิอวิ๋นชวน หวังอ๋องและฮวาอิงเดินอยู่บนลานหินหน้าตำหนักมังกรหยกอย่างสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยแรงกดดันที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กลุ่มขันทีในชุดเต็มยศเดินเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบฮวาอิงเดินตามหลังหวังอ๋องอย่างเงียบเชียบ ใต้เสื้อคลุมไหมสีขาวนวลตา มือเรียวซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ปลายนิ้วเรียวเกร็งไว้ไม่ให้สั่น เพราะไม่ว่านางจะกล้าเพียงใด หรือเคยปะทะฝีปากกับอ๋องผู้มากอำนาจมานักต่อนักแต่...วันนี้คือการเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ผู้เป็นเจ้าของจักรวรรดิทั้งผืน ในฐานะองค์หญิงซ่างผิงผู้คิดวิธีถนอมเสบียงแด่เหล่ากองทัพฮวาอิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ชะลอฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะย่ำเท้าก้าวต่อไป หวังอ๋องที่เดินนำหน้าหันมองนางเพียงครู่ ก่อนจะพยักหน้าให้นางตามตนมาเมื่อประตูบานไม้แกะสลักมังกรเบิกกว้าง เสียงขันทีอาวุโสก็เปล่งเสียงสูงกังวาน“หวังอ๋องแห่งราชวงศ์อวิ๋นชวน พร้อมองค์หญิงแห่งเมืองซ่างผิง ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”ภายในตำหนักมังกรหยก สงบ เงียบ ให้ความรู้สึกเย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ ใต้เพดานสูง มังกรห้าตัวเลื้อยพันเสาตำหนักดั่งคอยค้ำจุนแผ่นดินพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status