เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก

เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก

last updateDernière mise à jour : 2026-01-19
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
43Chapitres
1.5KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

'หลันเยี่ยเซียง' โฉมสะคราญตระกูลหลัน หญิงสาวผู้ซึ่งมีมีเรือนกายที่หอมกรุ่นราวกับดอกเยี่ยเซียง ความงดงามและกลิ่นหอมเย้ายวนนั้น ทำให้นางต้องพบเจอเรื่องวุ่ยวายมากมายจนเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์ 'เซวี่ยอวี้' จอมยุทธ์หนุ่มที่บังเอิญช่วยโฉมสะคราญเอา แม้ว่าตัวเขาจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโจรราคะ แต่เขากลับนึกสนุกไม่เพียงไม่แก้ต่างแต่เขากลับปล่อยเลยตามเลย ผู้อื่นอาจหลงใหลใบหน้าและรอยยิ้มอันงดงามของหลันเยี่ยเซียง แต่เขากลับชอบเวลาที่นางหวาดกลัวเขา โกรธเขาจนพูดไม่ออก ยิ่งเห็นนางร้องไห้ เขาก็ยิ่งรู้สึกรื่นรมย์เป็นอย่างยิ่ง ยถึงเรื่องใด

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

หญิงสาวแคว้นหานต้องมีอันต้องอกสั่นขวัญแขวน หลังจากมีข่าวโจรราคะออกก่อกวนจนทางการต้องประกาศจับ ทั้งนี้ในแต่ละเมืองในแคว้น ล้วนแล้วแต่มีหญิงสาวจากตระกูลต่างๆ ถูกโจรราคะผู้นั้นทำลายชื่อเสียง

‘หากแม้นไม่ได้โฉมสะคราญมาแนบชิดเชยชม

ขอเพียงลูบไล้ผิวนวลอนงค์ แนบเนื้อ หนึ่งราตรี’

นั่นคือบทกลอนในจดหมายจากโจรราคะ ซึ่งจะถูกส่งไปในเวลาที่เขาเล็งเป้าหมายก่อนลงมือ ซึ่งทุกครั้งเขาไม่เลือกวิธีการขอเพียงสามารถทำลายชื่อเสียงของโฉมสะคราญจากเมืองต่างๆ

บางครั้งเขาเพียงขโมยชุดเอี๊ยมออกมาแขวนเอาไว้ เพื่อบอกให้รู้ว่าเขามาเยือน

บางคราเขาก็ลักพาตัวโฉมสะคราญไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ก่อนจะส่งตัวหญิงสาวเหล่านั้นกลับไป

ในเวลาเพียงห้าเดือนโจรราคะผู้นั้น กลับสามารถก่อเรื่องได้ถึงสิบสองครั้ง อีกทั้งยังวนเวียนอยู่ในเมืองต่างๆ ของแคว้นหาน กระทั่งในยามนี้วนเวียนใกล้เมืองอี๋หยาง ทำให้ทางการต้องเร่งออกหมายเตือนไปทั่ว

แต่ถึงอย่างนั้นเพราะไม่มีผู้ใดสามารถบอกรูปพรรณสัณฐานของโจรราคะตัวจริง เนื่องจากหญิงสาวทุกคนที่ถูกลักพาตัวไป ต่างไม่สามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นผู้คนในเมืองอี๋หยาง จึงได้แต่เฝ้าระวังบุตรสาวของตัวเองอย่างใกล้ชิด

“เจ้าได้ยินข่าวลือแล้วหรือยัง”

“เรื่องโจรราคะหรือ”

“ข้าก็ได้ยินนะ ก่อนออกมาจากเมืองผิงหยาง โจรราคะผู้นั้นประกาศว่าจะมาที่นี่”

“ข้าว่าเป้าหมายคงหนีไม่พ้นตระกูลหลัน”

“นั่นสิๆ คุณหนูหลันเป็นโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของเมืองอี๋หยาง อีกทั้งผิวกายของนางยังหอมกรุ่น”

“นั่นเป็นเพียงข่าวลือมิใช่หรือ”

“นั่นสิ เจ้าไม่เคยพบนางเลยสักครั้ง รู้ได้อย่างไรว่าผิวกายของนางหอมกรุ่นดังที่ร่ำลือกัน”

“ก็คนที่นี่มิใช่พูดเป็นเสียงเดียวกันหรอกหรือ”

“แต่ก็ไม่เคยมีใครยืนยันได้มิใช่หรือ”

“แต่ข้าเคยพบนางนะ นางก็ดูปกติ ไม่เห็นมีกลิ่นหอมอะไรเลย”

“จริงหรือ”

“ก็จริงนะสิ นางเคยมาเดินในตลาดด้วย แต่ไม่เห็นมีกลิ่นหอมอะไรที่ว่านั่นเลย”

“แล้วข่าวลือมาจากไหนกัน”

“นั่นมันนานมาแล้ว เป็นความจริงเสียที่ไหน”

“แล้วนี่เจ้าเป็นใครหรือ”

ทุกคนที่กำลังจับกลุ่มนินทากันหันไปมองสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มไม่คุ้นหน้า

“ข้าหรือ ข้าเป็นสาวใช้คนใหม่ของคฤหาสน์ตระกูลหลัน”

“จริงหรือ” หลายคนต่างก็มีท่าทีตื่นเต้น “แต่ข่าวลือนี้ข้าได้ยินมาตั้งแต่นางปักปิ่นแล้ว ได้ยินมาว่าแม่นมของนางเป็นคนพูดเองเลย”

“แม่นมหรือ” เด็กสาวผู้นั้นเลิกคิ้ว “ข้าได้ยินมาว่าแม่นมคนนั้นขโมยของของคุณหนูหลันไปแต่โดนจับได้ ดังนั้นนางจึงเจ็บแค้นกระทั่งสร้างข่าวลือขึ้น”

“เรื่องนี้ข้าเองก็ดูเหมือนจะเคยได้ยินมานะ”

“แต่เรื่องนี้ก็ร่ำลือกันมานาน หลายคนที่เคยพบคุณหนูหลันเองก็ยืนยันว่าตัวนางหาได้มีกลิ่นหอมอะไรไม่”

“แต่จะอย่างไรนางก็ยังคงได้ชื่อว่าโฉมสะคราญอันดับหนึ่งเมืองอี๋หยาง ข้าว่าโจรราคะต้องเล็งนางเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน”

“จริงด้วย” ทุกคนต่างก็พยักหน้าก่อนจะมองหาเด็กสาวซึ่งอ้างตัวเป็นสาวใช้ตระกูลหลัน ทว่าคนกลับหายไปเสียแล้ว

หลันอิ๋งชุนถอนหายใจออกมา เมื่อสามารถหลบออกมาจากกลุ่มแม่ค้าและพ่อค้าในตลาด ซึ่งกำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทาอยู่ข้างถนน วันนี้นางปลอมตัวเป็นสาวใช้ออกมากับคนในครัว

พอได้ยินว่าผู้อื่นกำลังซุบซิบเรื่องของผู้เป็นพี่สาว นางย่อมอดรนทนไม่ได้ต้องรีบก้าวออกไปแก้ข่าว

“คุณหนูท่านอยู่นี่เองหรอกหรือเจ้าคะ ข้าน้อยตามหาเสียแทบแย่”

“จะกลับแล้วหรือ”

“เจ้าค่ะ ป่านนี้คุณหนูรองตามหาท่านแย่แล้ว”

“อ้อได้ เช่นนั้นรีบกลับเถิด”

เด็กสาวย่อมยอมกลับแต่โดยดี ทั้งนี้ก็เพราะนางออกมาตั้งแต่เช้าตรู่ ป่านนี้หลันเยี่ยเซียงพี่สาวของนางคงรู้แล้วว่านางแอบหนีออกมา เพราะในยามเช้าของทุกวัน นางและพี่สาวต้องออกมาส่งหลันเฟิ่ง พี่ชายคนโตออกไปเค่อหลี่

หากจะพูดถึงสำนักศึกษาเค่อหลี่แห่งเมืองอี๋หยาง ย่อมไม่มีผู้ใดในแคว้นหานไม่รู้จัก เนื่องจากขุนนางมากมายในราชสำนัก ล้วนแล้วแต่มาจากสำนักศึกษาเค่อหลี่ทั้งสิ้น เค่อหลี่จึงนับได้ว่าเป็นสำนักศึกษาอันดับหนึ่งของแคว้นหาน

ปีหน้าหลันเฟิ่งก็สามารถเข้าสอบซิ่วฉ่าย[1]อย่างที่บิดาตั้งความหวัง ดังนั้นช่วงนี้เขาจึงไปยังเค่อหลี่ทุกเช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเข้าไปทบทวนบทเรียน และขอคำปรึกษาจากอาจารย์ทั้งสองแห่งเค่อหลี่อย่างจ้าวเสิ่นและหวังชิง

[1] การสอบขุนนางชั้นอำเภอ เรียก ซิ่วฉ่าย เทียบเท่าชั้นปริญญาตรี

สอบชั้นมณฑลได้ เรียก จูเหยิน เทียบเท่าชั้นปริญญาโท

สอบชั้นนครหลวงได้ เรียก จิ้นซื่อ เทียบเท่าชั้นปริญญาเอก

สอบในพระราชวังได้ เรียก ฮันหลิน ใครได้ที่หนึ่งผู้นั้นย่อมได้ตำแหน่ง จอหงวน

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
43
บทที่ 1
หญิงสาวแคว้นหานต้องมีอันต้องอกสั่นขวัญแขวน หลังจากมีข่าวโจรราคะออกก่อกวนจนทางการต้องประกาศจับ ทั้งนี้ในแต่ละเมืองในแคว้น ล้วนแล้วแต่มีหญิงสาวจากตระกูลต่างๆ ถูกโจรราคะผู้นั้นทำลายชื่อเสียง‘หากแม้นไม่ได้โฉมสะคราญมาแนบชิดเชยชมขอเพียงลูบไล้ผิวนวลอนงค์ แนบเนื้อ หนึ่งราตรี’นั่นคือบทกลอนในจดหมายจากโจรราคะ ซึ่งจะถูกส่งไปในเวลาที่เขาเล็งเป้าหมายก่อนลงมือ ซึ่งทุกครั้งเขาไม่เลือกวิธีการขอเพียงสามารถทำลายชื่อเสียงของโฉมสะคราญจากเมืองต่างๆบางครั้งเขาเพียงขโมยชุดเอี๊ยมออกมาแขวนเอาไว้ เพื่อบอกให้รู้ว่าเขามาเยือนบางคราเขาก็ลักพาตัวโฉมสะคราญไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ก่อนจะส่งตัวหญิงสาวเหล่านั้นกลับไปในเวลาเพียงห้าเดือนโจรราคะผู้นั้น กลับสามารถก่อเรื่องได้ถึงสิบสองครั้ง อีกทั้งยังวนเวียนอยู่ในเมืองต่างๆ ของแคว้นหาน กระทั่งในยามนี้วนเวียนใกล้เมืองอี๋หยาง ทำให้ทางการต้องเร่งออกหมายเตือนไปทั่วแต่ถึงอย่างนั้นเพราะไม่มีผู้ใดสามารถบอกรูปพรรณสัณฐานของโจรราคะตัวจริง เนื่องจากหญิงสาวทุกคนที่ถูกลักพาตัวไป ต่างไม่สามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นผู้คนในเมืองอี๋หยาง จึงได้แต่เฝ้าระวังบุตรสาวของตัวเองอย่างใกล้ชิ
Read More
บทที่ 2
เมื่อเดินเข้าไปในประตูหลังคฤหาสน์ เด็กสาวก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อมองเห็นหลันเยี่ยเซียงกำลังยืนรออยู่ก่อนแล้ว ข้างๆ ยังมีสาวใช้ของตนสองคนที่ก้มหน้าก้มอยู่ เห็นชัดว่าผู้เป็นพี่สาวรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว“พี่รอง” มองดูใบหน้างดงามที่เรียบเฉยนั้น หลันอิ๋งชุนพลันยิ้มแหย “ข้ากลับมาทันใช่หรือไม่เจ้าคะ”“พวกเจ้าสองคนพาคุณหนูเล็กไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ข้าจะออกไปรอที่ห้องโถง พี่ใหญ่คงใกล้จะออกมาแล้ว”“เจ้าค่ะ” สาวใช้ทั้งสองรับคำก่อนเดินเข้ามาหาหลันอิ๋งชุนก่อนเดินผ่านผู้เป็นพี่สาว เด็กสาวไม่ลืมที่จะกะพริบตาออดอ้อนอย่างที่เคยได้ผล “พี่รอง”หลันเยี่ยเซียงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง “กลับไปเปลี่ยนชุด ข้าจะออกไปรับหน้าพี่ใหญ่กับท่านพ่อ หากให้รู้ว่าเจ้าแอบหนีออกไปอีกครั้งนี้ เจ้าจะโดนกักบริเวณรู้ตัวหรือไม่”“ข้ารู้ว่าพี่รองใจดีที่สุด” พูดจบก็วิ่งหายเข้าไปในเรือนทันที หลันเยี่ยเซียงส่ายหน้ายิ้มๆ นางรู้ว่าตัวเองเป็นคนใจอ่อน นับจากมารดาสิ้นใจหลังคลอดน้องสาวคนเล็กของนางคนนี้ นางและแม่รองก็ช่วยกันประคบประหงมหลันอิ๋งชุนกระทั่งตามใจจนกลายเป็นเด็กซุกซนอยากรู้อยากเห็น บิดาและพี่ใหญ่ของนางเป็นคนเ
Read More
บทที่ 3
มองดูแผ่นหลังที่ปกคลุมเอาไว้ด้วยเรือนผมยาวสลวย สุ่ยเซียนมองตามด้วยสายตาชื่นชม บุตรสาวนอกไส้ของนางผู้นี้ แม้งดงามจนได้ชื่อว่าเป็นโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของเมืองอี๋หยาง แต่เพราะพรอันเป็นดังคำสาป จึงทำให้ไม่อาจออกไปไหนมาไหนได้อย่างใจปรารถนานอกจากใบหน้าที่งดงามนั้นแล้ว ในยามราตรีผิวกายของหลันเยี่ยเซียงจะส่งกลิ่นหอมกรุ่น ราวกับดอกเยี่ยเซียงที่หอมกรุ่นจรุงใจ ทว่าในยามกลางวันกลับไร้ซึ่งกลิ่นเหล่านั้นโดยสิ้นเชิงแม้ตั้งแต่แรกตระกูลหลันจะปกปิดข่าวเอาไว้ได้ เนื่องจากเกรงว่าเรื่องนี้อาจทำให้หญิงสาวมีภัย อีกทั้งเกรงว่านางจะถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวประหลาด ดังนั้นหลันเซียวจึงนำดอกเยี่ยเซียงมาปลูกโดยรอบ เพื่อกลบกลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนกายของบุตรสาวแทนกระนั้นเรื่องยังคงไม่อาจเป็นไปดังใจหมาย เพราะในวันที่หลันเยี่ยเซียงปักปิ่น แม่นมที่เกษียณออกไปกลับโกรธแค้นที่ถูกจับได้ว่าขโมยของ นางปล่อยข่าวลือนี้ออกไป กระทั่งทำให้ผู้คนต่างพากันมาพิสูจน์ยังโชคดีที่มีเพียงไม่กี่คนซึ่งรู้ว่าผิวกายของหลันเยี่ยเซียงนั้น จะส่งกลิ่นหอมกรุ่นเฉพาะในยามค่ำคืน ในยามกลางวันที่ผู้คนต่างก็พากันมาพิสูจน์นั้น แน่นอนว่านางย่อมเป็นปกติเช่นคน
Read More
บทที่ 4
หอตำราของเค่อหลี่ มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเข้าไปได้ เขาเองกว่าจะขอร้องท่านอาจารย์เว่ยให้ช่วยเสนอกับอาจารย์อาวุโสทั้งสอง กระทั่งสามารถเข้ามาอ่านตำราได้ทุกวันนับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายทุกขั้นตอนกว่าจะเข้าไปด้านในได้ หลันเฟิ่งจึงอดทนอย่างถึงที่สุด แม้กระทั่งในยามที่เขาต้องยืนรอหลิวเย่ากวง จนอีกฝ่ายออกมารับที่กำแพงเรือนด้านหลัง“เจ้าถอนหายใจสามครั้งแล้ว” หลิวเย่ากวงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ขอรับศิษย์พี่”“อย่าใส่ใจเสียงซุบซิบเลย พวกเขาเพ่งเล็งเจ้าก็เพราะข่าวลือเรื่องโจรราคะที่กำลังมายังเมืองอี๋หยาง”“ข้าเองก็เดาไว้เช่นนั้น”“น้องสาวของเจ้านับเป็นโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของอี๋หยาง แน่นอนทุกคนย่อมต้องคิดว่านางต้องตกเป็นเป้าหมาย”“ขอรับ” หลันเฟิ่งพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจนใจ“จากที่ข้าได้ลองสนทนากับท่านเจ้าเมือง โจรราคะผู้นี้น่าจะเป็นชาวยุทธ์ที่เข้ามาก่อความวุ่นวาย ดูท่าแล้วฝีมือของเขาคงไม่เลว หาไม่จะสามารถหลบหนีการจับกุมของทางการไปได้อย่างไร”“ฝีมือไม่เลวหรือ” หลิวเย่ากวงเสียงสูงเล็กน้อย “ข้าว่าเขาน่าจะเป็นยอดฝีมือเลยกระมัง เจ้าหน้าที่ทางการจากเมืองผิงหยางยังไม่อาจจับกุมเขาได้ เช่นนี้แล้วยังจะหมายความเป็นอ
Read More
บทที่ 5
หากให้เดาหลิวเย่ากวงสังหรณ์ว่าเรื่องนี้ อาจเกี่ยวพันไปถึงเรื่องที่ศิษย์พี่สามเคยถูกลอบวางยาพิษ และช่วงนั้นเป็นช่วงที่ศิษย์พี่รองของเขาเคยออกไปหายาถอนพิษ กระทั่งติดค้างน้ำใจของเซวี่ยอวี้เช่นนี้ หาไม่อาจารย์ทั้งสองไหนเลยจะอนุญาตเป็นกรณีพิเศษในเวลาพักผ่อนหลังจากการเรียนของศิษย์เค่อหลี่ เสียงพูดคุยจอแจมักจะดังเล็ดลอดเข้ามายังกำแพงด้านใน เช่นกันกับในยามนี้ที่มีข่าวลือมากมาย เกี่ยวกับโจรราคะที่กำลังตรงมายังเมืองอี๋หยาง“เจ้าได้ยินหรือยัง เรื่องที่โจรราคะหลังก่อเรื่องที่ผิงหยาง เขาบอกว่าจะตรงมาที่นี่”“ได้ยินแล้ว”“ข้าว่าเป้าหมายคงหนีไม่พ้นแม้นางหลัน”“นั่นสินะ”“จะว่าไปก็รู้สึกเห็นใจอยู่เหมือนกัน”“แต่ข้าออกจะสมน้ำหน้า”“เหตุใดเจ้าไร้น้ำใจเช่นนี้ อย่างไรเสียศิษย์พี่หลันก็เป็นหนึ่งในศิษย์เค่อหลี่”“ใครใช้ให้พวกเขาหยิ่งยโสเล่า ข้าส่งแม่สื่อไปทาบทามตั้งหลายครั้ง พวกเขากลับเอาแต่ปฏิเสธ”“แต่พวกเขาก็ปฏิเสธเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่เฉพาะเจ้าไม่ใช่หรือ”“นั่นสิ แม่นางหลันนางเป็นถึงโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของเมืองอี๋หยาง แต่งให้กับเจ้าที่มีอนุมากกว่าสาวใช้บ้านข้า ศิษย์พี่หลันไม่ตำหนิเจ้าที่กล้าส่งแ
Read More
บทที่ 6
ในยามที่กำลังจะเดินสวนทางกันนั้น หลันเฟิ่งกลับทำท่าทางราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาหมุนกายและส่งเสียงเรียกเซวี่ยอวี้“จอมยุทธ์เซวี่ย”“มีอะไรหรือ” เซวี่ยอวี้หันกลับมามองอีกฝ่ายด้วยดวงตาเต็มไปด้วยคำถาม“คือ…” หลันเฟิ่งมีท่าทีลังเล “ท่านจะยังรั้งอยู่ที่เมืองอี๋หยางนานอีกนานหรือไม่ขอรับ คือ…” หลันเฟิ่งอึกอัก“ไม่เกินสิบวัน” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ“เอ่อ เช่นนั้น ช่วงที่ท่านอยู่ที่นี่หวังว่าท่านจะ…”เซวี่ยอวี้มุ่นคิ้วลงเล็กน้อย มองดูท่าทีราวกับอยากจะเอ่ยบางอย่างแต่กลับลังเล เขาไม่ได้เอ่ยถามเพียงจ้องเขม็ง ก่อนหันหลังจากมา เมื่อหลันเฟิ่งไม่มีทีท่าว่าจะจบประโยค เขายังคงได้ยินเสียงถอนใจพร้อมกับบ่นพึมพำของอีกฝ่ายดังแว่วมา“ข้าทำอะไรลงไป เขาจะยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้อย่างไรกัน”บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลหลันเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ทั้งนี้ก็เพราะมีการเพิ่มจำนวนเวรยามอย่างเห็นได้ชัด หลันเยี่ยเซียงมองทุกความเปลี่ยนแปลงด้วยดวงว่างเปล่ากระนั้นในยามค่ำคืนที่ผิวกายของนางหอมกรุ่น นางกลับเปิดหน้าต่างออกมาเงียบๆ ปล่อยให้แสงจันทร์อาบไล้ลงไปบนเรือนผมยาวสลวยที่ไม่ได้รวบมัด เพราะตอนนี้นางกำลังจะเข้านอน“คุณห
Read More
บทที่ 7
รุ่งเช้าวันถัดมาหลันเยี่ยเซียงและหลันอิ๋งชุนก็ให้รู้สึกประหลาดใจยิ่ง หลันเฟิ่งไม่เพียงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตามสบาย แต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเดินทางไปยังเค่อหลี่เช่นทุกครั้งเช่นกันกับหลันเซียวและสุ่ยเซียนที่เดินออกมายังห้องโถงของคฤหาสน์“พี่ใหญ่วันนี้ท่านไปไปเค่อหลี่หรือเจ้าคะ”หลันอิ๋งชุนวิ่งเข้าไปกอดผู้เป็นพี่ชายอย่างออดอ้อน ซึ่งเขาเองก็ยกมือขึ้นลูบซาลาเปาสองก้อนเหนือศีรษะของเด็กสาว“วันนี้พี่ใหญ่ปรึกษากันกับท่านพ่อและแม่รอง พี่ใหญ่จะพาทุกคนไปไหว้พระที่อารามสงบใจนอกเมือง จะได้พาเจ้ากับพี่รองออกไปเที่ยวด้วยดีหรือไม่”“จริงหรือเจ้าคะ!”หลันเยี่ยเซียงสบตากับบิดาและพี่ชาย ดวงตาของนางทอประกายระยิบระยับ นานมากแล้วที่นางไม่ได้ออกไปเที่ยวนอกเมืองเช่นนี้ ดังนั้นแน่นอนนางจึงตื่นเต้นไม่แพ้หลันอิ๋งชุนที่วิ่งไปรอบๆ ด้วยความยินดีสุ่ยเซียนเองก็มองออก ดังนั้นจึงเดินข้ามาจับมือของหญิงสาวจากนั้นก็ยิ้มปลอบประโลม “หลังมื้อเช้าพวกเจ้าสองคนก็รีบไปเตรียมตัวเถิด แม่รองจะให้คนรีบไปเตรียมรถม้า”“เจ้าค่ะ”การเดินทางไปยังอารามบนเขานอกเมืองอี๋หยางเต็มไปด้วยความครึกครื้น เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของบุตรสาวทั้งสองคน ท
Read More
บทที่ 8
“หากข้าโดนโจรราคะผู้นั้นพาตัวไป ตระกูลหลันต้องเสื่อมเสีย ไม่เพียงแต่จะเป็นปัญหาต่อพี่ใหญ่ในภายภาคหน้า แต่กับชุนเอ๋อร์เองหลังปักปิ่นนางอาจจะไม่ได้คู่หมายที่ดี”หลันเยี่ยเซียงก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย นางมองตรงไปยังภูเขาสูงที่ล้อมรอบอารามสงบใจ หญิงสาวพลันรู้สึกเศร้าใจ“ทั้งหมดที่ข้ามี ใบหน้านี้ ผิวกายอันหอมกรุ่นนี้ ล้วนเป็นคำสาปทั้งสิ้น หาไม่เหตุใดข้าจึงเป็นต้นเหตุแห่งความกังวลให้ผู้อื่นถึงเพียงนี้”หญิงสาวหลับตาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แม้ท้องฟ้าจะสดใสไร้ซึ่งเมฆหมอก หากแต่ชีวิตของนางในยามนี้เหตุใดจึงมืดมนยิ่งนัก“เซียงเอ๋อร์” สุ่ยเซียนเดินมาจากเบื้องหลัง ทำให้ทั้งสาวใช้และผู้เป็นนายรีบปรับอารมณ์ ทั้งสองหันกลับไปก่อนส่งยิ้มพร้อมส่งเสียงสดใส“แม่รอง เราจะกลับกันแล้วหรือเจ้าคะ”“คุณชายใหญ่มิใช่รับปากจะพาเจ้าสองพี่น้องไปเที่ยวหรอกหรือ มาเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ” หลันเยี่ยเซียงยิ้มกว้างก่อนเดินตามสุ่ยเซียนออกไปความเงียบเข้าครอบคลุมทันทีที่กลุ่มคนจากตระกูลหลันจากไป ร่างสูงของเซวี่ยอวี้กระโดดลงมาจากต้นอู่ถง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยในยามที่มองตามขบวนรถม้า ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวลงเขาไปเมื่อครู่เขานอนอยู
Read More
บทที่ 9
“ได้สิ ศิษย์พี่กวงเองก็เคยอนุญาตแล้ว”หลายวันก่อนหลิวเย่ากวงเคยพูดทีเล่นทีจริงว่าเขาอาจอยากพาน้องสาวไปเค่อหลี่ เพียงแต่เขาต้องนั่งอ่านตำราต่างๆ ในห้องรับรองด้านนอก แทนการเข้าไปในหอตำราเช่นทุกครั้งมองดูใบหน้าตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปในเค่อหลี่ของหลันเยี่ยเซียง หลันเฟิ่งพลันยิ้มออกมาบางๆ เขาไม่เสียใจสักนิดที่ระบายโทสะวันนี้ น้องสาวของเขาคนนี้หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย นางไม่เพียงแต่มีใบหน้างดงามผุดผาด แต่จิตใจของนางเองก็สะอาดบริสุทธิ์ด้วยเขาและบิดาปกป้องนางมาโดยตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งให้นางพบกับความสุขสบายไร้กังวล เขาไหนเลยจะคาดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้หลันเซียวมองรถม้าที่วิ่งออกไปช้าๆ ใบหน้าของเขาผ่อนคลายลงไปมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่อาจหักใจเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ สุ่ยเซียนเดินเข้ามายืนเคียงข้างผู้เป็นสามี“ท่านพี่ ท่านว่าเรื่องนี้จะได้ผลหรือ เซียงเอ๋อร์ต้องรู้แน่นอนว่าพวกท่านคิดจะทำอะไร”“ลองดูก็ไม่เสียหาย คุณชายหลิวเป็นคนดี ลูกเฟิ่งเองก็เห็นว่าเป็นเขาย่อมดีกว่าคุณชายตระกูลมั่งคั่งในเมืองอี๋หยางที่ดีแต่เสเพลไปวันๆ”หลันเซียวถอนหายใจออกมา เขาเคยพบหลิวเย่ากวงผู้นี้มาก่อน ในใจชื่นชมช
Read More
บทที่ 10
ทันทีที่หลันเฟิ่งก้าวออกไปจากห้อง หลันเยี่ยเซียงที่ดูเหมือนกำลังพูดคุยกับหลิวเย่ากวงอย่างออกรส บัดนี้กลับหันไปมองยังประตูทางเข้าเช่นกันกับหลิวเย่ากวงที่สังเกตเห็นในทันที“รู้กระมังว่าเขาจงใจ”หลันเยี่ยเซียงหันมามองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนยิ้มออกมาอย่างจนใจ “พี่ใหญ่หวังดีต่อข้ารู้ดี แต่อย่างไรข้าก็ต้องขออภัยท่านด้วยที่ทำให้ท่านเดือดร้อน”“เดือดร้อนหรือ” หลิวเย่ากวงหัวเราะออกมา “ความจริงเมื่อวานตอนที่เขาบอกว่าจะพาเจ้ามา ข้าก็เดาได้หลายส่วนแล้ว เขาสนิทสนมกับข้ามานาน การได้เห็นเขาไว้วางใจข้าถึงเพียงนี้ ไม่นับว่าเป็นเรื่องเสียหาย ตรงกันข้ามข้ากลับเห็นใจในสิ่งที่เจ้าและตระกูลหลันกำลังเผชิญ”หลันเยี่ยเซียงนิ่งฟังอีกฝ่ายพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ นางรู้ว่าในสายตาของหลิวเย่ากวงนั้น เขาหาได้มองนางเช่นบุรุษหลายคนมอง แม้จะมีท่าทีชื่นชมในตัวนาง แต่ในแววตาคู่นั้นกลับแตกต่างไปจากผู้อื่น นางมองออกว่าชายหนุ่มมีเพียงความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจเท่านั้น“ขอบคุณท่านยิ่งนัก”“ในสายตาข้าความงดงามภายนอกของเจ้า ยังไม่น่าชื่นชมเท่ากับความเข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้ เจ้าไม่เพียงไม่โทษว่าพี่ชายจงใจมัดมือชก แต่กลับยอมมาที่นี่โด
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status