Share

ตอนที่ 4 เงาของโชคชะตา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-07-22 12:00:23

ตอนที่ 4

เงาของโชคชะตา

หอระฆังสูงของเมืองหลวงตีระฆังก้องกังวานยามชวี เป็นสัญญาณบอกเวลาให้ชาวเมืองเริ่มเก็บร้านค้า หรือแผงตามตรอกข้างทางในย่าน

ฮวาอิงและซูเม่ยก็ไม่เว้นเช่นกัน หลังจากที่ขนมชั้นหมดเกลี้ยงในเวลาไม่นาน เหลือเพียงส่วนที่จะเก็บไว้กินเอง ทั้งคู่ก็รีบเก็บแผงร้านของตน ภาชนะและผ้าห่อขมวดแบกไว้บนหลังซูเม่ยเพราะนางไม่ยอมให้คุณหนูของตนทำ

“วันนี้พวกเราขายดีเกินคาดเลยเจ้าค่ะ! ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณหนูจะทำขนมหวานได้เก่งถึงเพียงนี้ ข้าติดตามคุณหนูมาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่เคยเห็นคุณหนูแตะต้องเตาไฟเลยด้วยซ้ำ ว่าแต่...คุณหนูไปร่ำเรียนตอนใดกันเจ้าคะ?” ซู่เม่ยเอ่ยด้วยดวงตาเปล่งประกาย มือทั้งสองจับหูหิ้วตะกร้าสานแบกหลัง

“เอ่อ...ข้า...ก็เรียนที่สำนักศึกษาในเมืองซ่างผิงน่ะสิ”

“อ่อ...ที่แท้สำนักศึกษามีเรียนนอกตำราด้วยสินะเจ้าคะ บ่าวเป็นเพียงไพร่ มิเข้าใจตำหรับตำราหรอกเจ้าค่ะ”

“ฮ่ะ...ฮ่ะ...” ฮวาอิงหัวเราะกลบเกลื่อน

“คุณหนู เรารีบกลับกันดีกว่าเจ้าค่ะ มืดค่ำเพียงนี้กลัวจะเข้าตำหนักเย็นมิได้” ซูเม่ยเอ่ยต่อผู้เป็นนาย ซึ่งฮวาอิงก็พยักหน้าเห็นด้วย

ฮวาอิงในชุดชาวบ้าน ร่างกายเต็มไปด้วยคราบเหงื่อและฝุ่นจากการนั่งข้างถนนหลายชั่วยาม เดินนำด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

“คุณหนูวันพรุ่ง...จะออกมาอีกหรือไม่เจ้าคะ?”

“แน่นอนสิ เจ้าก็ได้ยินที่ข้าคุยกับท่านป้าเจ้าของแผงลอยแล้วนี่”

“งั้นวันพรุ่งบ่าวจะตื่นให้เช้ามากกว่าเดิมเจ้าคะ จะได้เตรียมของให้ก่อน คุณหนูจะได้สบายขึ้นเจ้าค่ะ” ซูเม่ยยิ้มให้กับฮวาอิง

“ไม่เป็นไรหรอก วันนี้เจ้าเองก็เหนื่อย ทำด้วยกันมีความหมายกว่า ข้าเองก็มีความสุขที่ได้ลงมือทำเช่นกัน”

ทันใดนั้นเองขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินกลับ ฮวาอิงก็ได้ยินเสียงกระซิบลมหอบหนึ่งในพงหญ้า เสียงฝีเท้าหนัก ๆ บดใบไม้ดังเข้ามาใกล้ พร้อมเสียงร้องโอดครวญ

“อึก...ใคร...อยู่ตรงนั้น...ช่วย...”

ฮวาอิงชะงักฝีเท้าทันที ดวงตาคมหันไปมองพุ่มไม้ด้านข้างที่สั่นไหว ซูเม่ยสะดุ้งรีบคว้าแขนนายของตน

“คะ...คุณหนู! อย่าเข้าไปเลยเจ้าค่ะ อาจเป็นพวกโจรได้” สีหน้าซูเม่ยหวาดผวาหนัก แต่ฮวาอิงกลับไม่คิดเช่นนั้น เธอพิจารณาจากเสียงที่ทุ้มแผ่วเบา มันบ่งบอกถึงการร้องขอความช่วยเหลือเสียมากกว่า

“ถ้าเป็นคนที่กำลังจะใกล้ตายล่ะซูเม่ย แบบนั้นข้าคงรู้สึกผิดเป็นแน่” นางเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับแน่วแน่ นี่ไม่ใช่โลกเดิมที่นางรู้จัก ทว่าความเป็นมนุษย์ย่อมมีคุณค่าเสมอ ฮวาอิงตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ ท่ามกลางความตกใจของซูเม่ย

“นี่มัน...” สิ่งที่นางพบคือร่างหนึ่งทรุดลงอยู่ใต้พุ่มไม้ แม้ความมืดจะบดบังจนเห็นได้เพียงเงาราง ๆ แต่ก็พอมองออกว่าเป็นชายร่างสูงในชุดดำที่เปรอะเปื้อน เลือดสีเข้มไหลซึมจากชายเสื้อ หยดเป็นทางลงบนพื้นดิน

ฮวาอิงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าใกล้ ๆ ใช้สายตาเช็คโดยรอบอย่างรวดเร็ว

“แผลฉกรรจ์อะไรขนาดนี้ จะรอดไหมเนี่ย!” นางพึมพำ ก่อนจะหันไปบอกซูเม่ย

“ซูเม่ย! เอาผ้าในตะกร้ามาให้ข้าหน่อยสิ!”

“แต่...คุณหนูเจ้าคะ!”

“เอามาเถอะนา...เร็วเข้า!” เสียงสั่งหนักของฮวาอิงทำให้สาวใช้ไม่กล้าขัดคำสั่งอีก รีบคว้าเศษผ้าที่เอาไว้ปูรองแผงลอยส่งให้นาง  ฮวาอิงรับมาฉีกผ้านั้นเป็นเส้นยาวอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงฉีกแขนเสื้อตัวนอกของชายคนนั้น

‘แกว๊ก!’

ฮวาอิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วลงมือเอาผ้าที่มี รัดเหนือบาดแผลของชายหนุ่มคนนั้นแน่นเพื่อห้ามเลือด ก่อนใช้เศษผ้าอีกอันปิดแผลกันฝุ่น

“นี่มัน...วิธีรักษาแบบใดกัน ข้าไม่เคยเห็นเลยเจ้าค่ะ” ซูเม่-ยพึมพำออกมาด้วยความทึ่ง

“อย่าได้เอ๊ะใจอันใด! ข้าร่ำเรียนมาจากสำนักศึกษา ฟวู่...” เมื่อเสร็จสิ้น นางถอนหายใจยาว มือเย็นชืดสัมผัสเลือดอีกฝ่าย แต่จิตใจยังมั่นคง ดวงตาสบชายตรงหน้าเพียงเสี้ยววิ เห็นเพียงดวงตากับคิ้วเข้มขมวดเท่านั้น

“นายท่าน!” เสียงองครักษ์ชุดดำหลายคนวิ่งกรูเข้ามาบริเวณใกล้เคียง ฮวาอิงเริ่มเห็นท่าไม่ดีและไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วเธอจึงพยายามจะหลบหนีออกจากตรงนี้ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะลุก มือข้างหนึ่งของชายหนุ่มก็รั้งนางไว้ พร้อมกับเอื้อนเอ่ยเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา

“จะ...เจ้าชื่ออันใด...” นางชะงักไปเล็กน้อย คราแรกเธอเกือบจะตอบชื่อ ฮวาอิงออกไปแล้ว แต่ซูเม่ยกับสะกิดนางพร้อมกับส่ายหน้ามิให้นางพูดความจริง

“ข้าชื่อ...หลินห‍ยาง” ฮวาอิงตอบช้า ๆ ก่อนเอ่ยชื่อที่นางคิดทันควัน เป็นชื่อตัวละครที่นางเคยอ่านในนิยายจีนโบราณจากโลกเดิม “เป็นชาวบ้านละแวกนี้ ท่านปล่อยข้าไปเถิด ข้าไม่อยากตายไปอีกคน”

‘จ๊อก...’

ในขณะที่ฮวาอิงกำลังผวา เสียงท้องร้องหิวโหยของชายหนุ่มผู้บาดเจ็บเจียนตายก็ดังขึ้น ชายหนุ่มดูอ่อนแรงแทบลืมตาไม่ขึ้น  พลันเสียงฝีเท้ากลุ่มหนึ่งก็ใกล้เข้ามาเต็มที

นางไม่รู้จะช่วยเยี่ยงไร จึงหยิบเอาขนมชั้นที่เหลืออยู่ในห่อใบตองวางไว้ใกล้ ๆ ชายหนุ่ม ก่อนจะวิ่งหนีไปพร้อมกับสาวใช้ของตน

“นายท่าน!” เสียงของกลุ่มชุดดำเข้ามาใกล้อีก ชายหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บ พยายามหยัดร่างตัวเองขึ้นนั่งอย่างเจ็บปวด ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเฮือกสุดท้ายที่จะเปล่งได้

“อยู่ตรงนี้!”

องครักษ์ชุดดำหลายคนเมื่อเห็นก็วิ่งกรูเข้ามาราวกับฝูงเหยี่ยว หนึ่งในนั้นที่เหมือนจะเป็นหัวหน้ารีบเข้าตรวจสอบร่างกายของชายหนุ่มที่บาดเจ็บทันที

“นายท่าน! อย่าตายนะขอรับ”

“เจ้าแช่งข้าหรือกระไร ข้ายังไม่ตาย” ชายหนุ่มที่ดูมีอำนาจกว่าองครักษ์กลุ่มนี้ เอ่ยเสียงเข้ม แต่ก็อ่อนแรงยิ่งนัก

“ใครที่ลอบทำร้ายนายท่านเพียงนี้ หรือว่าเป็นคนของชินอ๋องขอรับ” คนสนิทของชายหนุ่มบาดเจ็บเอ่ยด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนจะค่อย ๆ พยุงคนที่เขาเรียกนายท่าน

“ข้ายังไม่สามารถบอกได้ แต่ที่แน่ ๆ เป็นคนที่มีอำนาจใหญ่ในวังหลวงนี้แน่นอน จ๊อก...” หัวหน้าองครักษ์ได้ยินเสียงท้องร้อง ก็หันไปตะโกนด่าลูกน้องทันที

“พวกเจ้าบังอาจส่งเสียงท้องร้องต่อหน้าคุนายท่านได้เยี่ยงไร...ไร้มารยาท” สิ้นคำ องครักษ์ชุดดำทุกคนต่างส่ายหน้ากันพร้อมเพรียงปฏิเสธ

“ไม่ใช่พวกเจ้าแล้วจะเป็นใครได้อีกที่เสียมารยาทต่อหน้านายท่าน” หัวหน้าองครักษ์ยังคงตะเบ็งเสียงด่าทอลูกน้อง

“ไป๋อวี่พอเถอะเสียงเจ้านี่แหละที่ทำให้ข้ารำคาญใจ...” เสียงของคุณชายที่บาดเจ็บเอ่ยด้วยลมหายใจรัวระริน “พวกเจ้ารีบพาข้ากลับจวน...จะปล่อยให้ข้าสิ้นลมตรงนี้หรือกระไร”

“ข้าน้อยขอโทษขอรับคุณชาย ข้าจะรีบพาทันกลับไปรักษาโดยด่วน” วินาทีที่องครักษ์กำลังจะพานายท่านกลับ จู่ ๆ เขาก็นึกได้

“ช้าก่อน เจ้าวานให้คนเก็บห่อขนมใบตองตรงนั้นมาด้วย ข้าอยากจะทานมันหลังจากข้ากลับจวน”

 เหล่าองครักษ์มองหน้ากันไปมา แต่สุดท้ายหัวหน้าองค์รักษ์ไป๋อวี่ก็พยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะให้ลูกน้องเดินไปเก็บขนมห่อใบตองนั้นกลับไปด้วย

ทางด้านฮวาอิงกับซูเม่ย หลังจากเดินทางจวนใกล้ถึงตำหนักเย็น ก็พบว่ามีทหารยามคุ้มกันแน่นหนากว่าเดิม ดวงตาทั้งสองสบกัน ก่อนจะเป็นซูเม่ยเอ่ยขึ้นก่อน

“คุณหนูเจ้าคะ ข้ามีวิธี!”

“ยังไง” ฮวาอิงทำหน้าหยักคิ้ว

“แต่วิธีนี้อาจจะดูไม่ดีเสียหน่อย...คุณหนูจะถือตัวรึเปล่าเจ้าคะ”

“นี่ซูเม่ย เจ้าเห็นข้าเป็นคนเช่นไร ข้าไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้น ไปเถอะ...การที่เรายืนอยู่ตรงนี้เสี่ยงกว่ามาก เนื้อตัวข้าก็มีกลิ่นคาวเลือดอยู่ด้วย ขืนทหารเดินออกมาตรงนี้มีหวังข้าโดนจับประหารชีวิต เหมือนศาลไคฟงแหง ๆ”

“ศาลไคฟง?”

“ไม่ต้องสงสัยแล้ว รีบพาข้าไปได้แล้ว” ซูเม่ยมองหน้านายของตนด้วยความงุนงง เพราะบ่อยครั้งหลังจากที่คุณหนูของนางฟื้นขึ้นมา ก็มักจะพูดคำแปลกประหลาดที่นางไม่เข้าใจ พานทำให้ยิ่งสงสารชะตากรรมนายของตน

ซูเม่ยพาฮวาอิงเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในเงามืดตรงดิ่งไปตรอกกำแพงหลังวัง ลอบกลับสู่ตำหนักเย็นผ่านช่องทางหมาลอด จวบเดินมาถึงเรือนของตนด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนนะนอนแผ่กองบนพื้นแบบไม่มีท่าทีกุลสตรีใด ๆ

“คุณหนูเดี๋ยวข้าไปเตรียมน้ำอุ่น ๆ ให้นะเจ้าคะ”

“ขอบใจเจ้ามากซูเม่ย เจ้าเองก็ต้องดื่มเช่นกันนะ”

“เจ้าค่ะ”

หลังจากซูเม่ยเดินออกจากห้องไป ฮวาอิงหยัดตัวขึ้นลุกนั่ง ก่อนจะมองถุงเงินของตนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“นี่เป็นเงินที่ ข้าหามาได้ด้วยตัวคนเดียวครั้งแรงที่ข้าลงมือทำโดยไม่ต้องให้ใครบงการ มีความสุขจัง” นางเทเงินจากถุงหลายอีแปะลงบนฝ่ามือเพื่อเชยชมก้าวแรกของการเปิดขายขนม ก่อนจะเก็บลงในถุงผ้าเหมือนเคย และเตรียมตัวไปชำระร่างกายเสียหน่อย

“จะว่าไปชายคนนั้นจะตายไหมเนี่ย แผลก็ลึกขนาดนั้น เฮ้อ...แต่ข้าเองก็รักชีวิต ข้าช่วยได้เท่านี้จริง ๆ หวังว่าเขาจะอยู่รอดปลอดภัยนะ ข้าไม่รู้ชื่อ ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ข้าก็หวังว่าเขาจะรอดชีวิต...และได้กินขนมชั้นสักชิ้นเถอะ นั่นมันของที่หาไม่ได้จากโลกนี้เชียวนะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 38 ข่าวลือสะพัด

    ตอนที่ 38ข่าวลือสะพัดเช้าวันรุ่งขึ้นในยามที่อากาศสดใส ทว่าในตำหนักมิ่งหลัน กลับมีบรรยากาศที่แตกต่างออกไป นางในจับกลุ่มกันกระซิบกระซาบ ไม่ก็คนครัวเงี่ยหูฟังบางอย่าง เช่น ข่าวลือ ที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟในเตาฟืนเสียอีก“ข้าได้ยินมาจาก คนส่งวัตถุดิบอ้างว่า...ชินอ๋องทูลขอพระราชอนุญาตแล้วจริง ๆ นะ”“แต่ข้าได้คุยกับขันทีในตำหนักมังกรหยก เขาอ้างว่าไม่ใช่แค่ทูลขอ...แต่ถึงขั้นเตรียมห้องเรือนหอไว้ในจวนแล้วล่ะ!”“แต่ที่ข้าได้ยินมาตำแหน่งที่ชินอ๋องทรงขอเป็นถึงชายารองเชียวนะ”“ปานนั้นเชียวรึ!!! คนครัวจากครัวหลวงตำหนักมิ่งหลันนั่นนะ”เสียงลือกระพือจากห้องครัวทุกตำหนัก ถึงลานซักล้างจากเรือนขุนนางฝ่ายใน สะพัดเข้าทุกตรอกทางเดินทั่วทั้งวังหลวง...แม้กระทั่ง ตำหนักมิ่งหลัน ซึ่งควรเป็นสถานที่เงียบสงบ และควรได้ยินแต่เสียงเครื่องครัว แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยคลื่นกระซิบแผ่วที่มองไม่เห็น บรรยากาศดูอึมครึมผิดปกติ ทั้งที่อากาศปลอดโปร่งดีแท้ซูเม่ยเดินเข้ามาในเรือนพำนักอย่างเงียบเชียบ ผ้าคลุมศีรษะแนบหน้าลงเล็กน้อย นางเหลือบมองรอบตัวราวคนหวาดระแวง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบเบา ๆ ข้างหูนายของตน“คุณหนู...เกิดเรื่องใหญ่แ

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 37 ขนมสอดไส้ แด่ฮองเฮา

    ตอนที่ 37ขนมสอดไส้ แด่ฮองเฮาณ ห้องรับรองหลักตำหนักมิ่งหลัน ถูกจัดเตรียมอย่างสวยงามสำหรับถวายอาหารและขนมหวาน ตามรับสั่งของฮองเฮาชุดภาชนะลายครามพิเศษถูกนำออกมาใช้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อต้อนรับองค์รัชทายาท ผู้เสด็จมาเยือนโต๊ะไม้สลักสวยงามประดับด้วยดอกไม้สดจากสวน กลิ่นหอมของน้ำเก๊กฮวยในจอกอบอวลลอยฟุ้งหอมฮวาอิงยืนนอบน้อมอยู่ในมุมห้องกับเฟยเทียนด้านหนึ่ง ในเครื่องแต่งกายเรียบร้อย สะอาดสะอ้านไม่อวดตน รอบกายคือบรรดานางใน ขันที ที่คอยจัดเตรียมอาหารมื้อพิเศษนี้โดย ขนมสอดไส้ ถูกวางเด่นบนจนหยกขาวฮองเฮาเสด็จพร้อมด้วยรัชทายาทที่เดินตามมาติด ๆ พระพักตร์ของฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ยังคงสงบนิ่ง แต่สายพระเนตรมักกวาดมองรอบด้านด้านองค์รัชทายาท ชายหนุ่มรูปงามผู้มีสายตาเยือกเย็น แต่ลึกในแววตานั้นกลับแฝงด้วยนัยยะบางอย่างราวกับมีความในใจ เขามองฮวาอิงครู่หนึ่ง ด้วยความรู้สึกคล้ายกำลังพินิจบางอย่าง... ก่อนจะหันกลับไปสนใจอาหารตรงหน้าทั้งฮองเฮา และรัชทายาทรับประทานอาหารกันอย่างเงียบ ๆ พระพัก

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 36 ขนมที่ห่อด้วยใจ

    ตอนที่ 36ขนมที่ห่อด้วยใจฮวาอิงลืมตาตื่นท่ามกลางความเวียนศีรษะ และไอเล็กน้อย ที่ยังหลงเหลืออยู่“คุณหนูยังไม่หายดี อย่าลุกเลยเจ้าค่ะ นอนพักผ่อนก่อน” ซูเม่ยที่กำลังยกยาเข้ามา วางถาดแล้วรีบมาประคองฮวาอิงไว้แค่ก...แค่ก ฮวาอิงไอเบา ๆ มือแตะหน้าผากตนเองแล้วส่ายหน้า “ข้าดีขึ้นแล้ว เพียงแต่มึนนิดหน่อย ไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ”“แต่คุณเพิ่งกินยาได้เพียงครั้งเดียวเมื่อคืน...วันนี้ให้ข้าจัดการแทนเถิดนะเจ้าคะ หรือไม่ก็แจ้งท่านเฟยเทียนว่าขอเลื่อนวันถวายขนมไปก่อน ข้าเชื่อว่าฮองเฮาทรงเข้าใจ”ฮวาอิงยังคงส่ายหน้า“ข้าไม่อยากให้ฮองเฮาต้องรอคอยคนอย่างข้าเลย ข้ายกให้ใครทำขนมสอดไส้นี้ไม่ได้หรอกมันซับซ้อน และยังไม่ได้สอนใคร” เสียงพูดของนางแม้เบาบาง ทว่าแฝงความดื้อรั้นและแน่วแน่“แม่นางฮวาอิงฟื้นแล้วงั้นหรือ? แต่จากที่ข้าดูสภาพแล้ว แม่นางไม่ควรฝืนนะ” เฟยเทียนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าครุ่นคิด นางส่งสายตามองฮวาอิง ประเมินนางที่นอนซมแล้วยังดูซีดเซียวอยู่นักฮวาอิงประสานมือโค้งให้อย่างอ่อนน้อม“ท่านเฟยเทียน ข้าเคยสัญญากับฮองเฮา ว่าจะรับผิดชอบขนมถวายเมื่อวันก่อน มาวันนี้ข้าคงไม่อาจละทิ้งหน้าที่ได้ ข้าขอทำเถอะเจ้าค่

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 35 กลิ่นอุ่นยังมิจาง

    ตอนที่ 35กลิ่นอุ่นยังมิจางสายฝนเริ่มซา กลายเป็นเพียงละอองโปรยปราย ชะใบไม้ให้กลายเป็นสีเขียวเข้มชุ่มฉ่ำ กลิ่นฝนผสมกลิ่นไม้จากบ้านเรือนเก่าเคล้าคลอในอากาศ ขณะสองร่างใต้ร่มคันเดียวกันก้าวเดินช้า ๆ ไปตามตรอกถนนสายหนึ่งหนิงอ๋องถือร่มอยู่ด้านซ้าย ฮวาอิงยืนอยู่ด้านขวา ระยะห่างระหว่างไหล่ทั้งสองไม่เกินหนึ่งฝ่ามือ ทว่ากลับไม่มีใครรู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย“เด็กชายคนนั้นชื่อเสี่ยวเป่า” เสียงทุ้มนุ่มของเขาดังขึ้น “พ่อของเขาเคยร่วมรบด้วยกันที่ชายแดนตะวันตกเมื่อนานมาแล้ว บัดนี้เจ็บเรื้อรัง ไม่อาจรบแนวหน้าได้อีกต่อไป”ฮวาอิงเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย“ท่านเป็นถึงแม่ทัพสูงสุด กลับรู้จักพวกเขาโดยตรงเลยหรือเจ้าคะ?”“ไม่หรอก...ทหารเป็นหมื่นเป็นแสนข้าจะรู้จักหมดได้เยี่ยงไร เพียงแต่ข้าอ่านบันทึกประจำวันว่ามีเหตุการ์ณใดบ้างเกิดขึ้นก็เท่านั้น” หนิงอ๋องเงียบไปครู่ก่อนเอ่ยต่อ“แม่ของเสี่ยวเป่า เคยเขียนจดหมายขอบคุณกองบัญชาการหลังได้รับเบี้ยยังชีพ ข้าเห็นชื่อเลยจำได้...ไม่คิดเลยว่าคนที่ทำเพื่อชาติ กลับต้องแบกภาระทางบ้านไปด้วย จะให้ข้าปล่อยไปได้เยี่ยงไรจริงไหม ประจวบเหมาะวันนี้มีเวลาว่างจึงอยากหาของขวัญให้ลูกชายเขา”

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 34 ร่มคันเดียวกลางฝน

    ตอนที่ 34ร่มคันเดียวกลางฝนยามเช้าในเมืองหลวงวันนี้ ลมโชยแผ่วอ่อนให้ได้กลิ่นหอมจากร้านน้ำชาริมทางลอยแตะจมูก ช่วยปลุกบรรยากาศให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นท้องฟ้าวันนี้โล่งโปร่งไร้เงาเมฆฝนเหมือนหลายวันก่อน พ่อค้าแม่ค้าต่างจัดของขึ้นแผงกันอย่างคึกคัก เสียงเจรจาต่อรองราคายังคงเช่นเดิม พานทำให้ความรู้สึกของฮวาอิง นึกถึงช่วงที่ต้องปลอมตัวเป็น หลินหยาง ขายขนมไทยก่อนหน้านั้นวันนี้ฮวาอิงออกมาซื้อวัตถุดิบเพื่อทำขนมถวายแด่ฮองเฮา นางสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์สมฐานะตำแหน่งพิเศษมากขึ้น เพียงแต่ยังคงสวมผ้าปิดหน้าลายดอกเหมยไม่เผยใบหน้ามากนักส่วนซูเม่ยเดินอยู่ข้าง ๆ ถือตะกร้าไม้ไผ่สำหรับใส่วัตถุดิบ ทั้งที่นางมีตำแหน่งสูงในครัวหลวงและสามารถเอ่ยสั่งให้คนครัวออกมาซื้อได้ แต่นางกลับไม่ทำและประสงค์จะออกมาเดินตลาดเพื่อเลือกวัตถุดิบด้วยตนเอง“วันนี้ คุณหนูจะทำขนมอันใดถวายแด่ฮองเฮาเจ้าคะ?” ซูเม่ยเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดี“ขนมสอดไส้” ฮวาอิงหันใบหน้าตอบซูเม่ย“เป็นขนมอย่างไรเจ้าคะ ข้าไม่เคยได้ยินอีกแล้ว”“เป็นขนมที่ข้าชอบมาก กลิ่นหอมใบเตยนวลกะทิและน้ำตาลเคี่ยว ด้านในสอดใส่มะพร้าวคั่วน้ำตาล เป็นขนมที่ดูธรรมดาแต่ทำให้คนกินแทบ

  • ท่านอ๋องข้าไม่อยากเป็นสตรีอันสูงศักดิ์   ตอนที่ 33 คำสั่งเหนือใคร

    ตอนที่ 33คำสั่งเหนือใครเบื้องหน้าคือ สถานที่ประทับของฮ่องเต้ผู้มีอำนาจคับจักรวรรดิอวิ๋นชวน หวังอ๋องและฮวาอิงเดินอยู่บนลานหินหน้าตำหนักมังกรหยกอย่างสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยแรงกดดันที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กลุ่มขันทีในชุดเต็มยศเดินเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบฮวาอิงเดินตามหลังหวังอ๋องอย่างเงียบเชียบ ใต้เสื้อคลุมไหมสีขาวนวลตา มือเรียวซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ปลายนิ้วเรียวเกร็งไว้ไม่ให้สั่น เพราะไม่ว่านางจะกล้าเพียงใด หรือเคยปะทะฝีปากกับอ๋องผู้มากอำนาจมานักต่อนักแต่...วันนี้คือการเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ผู้เป็นเจ้าของจักรวรรดิทั้งผืน ในฐานะองค์หญิงซ่างผิงผู้คิดวิธีถนอมเสบียงแด่เหล่ากองทัพฮวาอิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ชะลอฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะย่ำเท้าก้าวต่อไป หวังอ๋องที่เดินนำหน้าหันมองนางเพียงครู่ ก่อนจะพยักหน้าให้นางตามตนมาเมื่อประตูบานไม้แกะสลักมังกรเบิกกว้าง เสียงขันทีอาวุโสก็เปล่งเสียงสูงกังวาน“หวังอ๋องแห่งราชวงศ์อวิ๋นชวน พร้อมองค์หญิงแห่งเมืองซ่างผิง ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”ภายในตำหนักมังกรหยก สงบ เงียบ ให้ความรู้สึกเย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ ใต้เพดานสูง มังกรห้าตัวเลื้อยพันเสาตำหนักดั่งคอยค้ำจุนแผ่นดินพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status