Home / วาย / ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1 / บทที่ 11 มารยาท่านอ๋อง 1/3

Share

บทที่ 11 มารยาท่านอ๋อง 1/3

last update publish date: 2024-11-11 19:47:04

การเดินทางผ่านมาหลายชั่วยามตัดป่าเขาเลี่ยงตัวเมือง เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายตามความประสงค์ของไท่จื่อมู่หรงลู่เฉิน แต่ดูเหมือนว่าความต้องการของรัชทายาทหนุ่มจะไม่เป็นดั่งที่หวัง 

เสียงฆ่าฟันแว่วเข้ามาให้ได้ยินจากที่ไกล ๆ กลิ่นคาวเลือดลอยคุ้งมาตามสายลม โชยปะทะจมูกบ่งบอกให้พวกเขารู้ว่าข้างหน้ามีเรื่องยุ่งยากที่ไม่ควรเข้าไปมีส่วนร่วม

“ไทจื่อ ด้านหน้า…” สือหลงโหยวหันไปหาองค์รัชทายาทมู่หรงลู่เฉิน เขามอบหน้าที่ตัดใจให้ผู้มีศักดิ์สูงสุดในที่นี้ในการตัดสินใจว่าจะทำเช่นไรต่อ แต่ยังไม่ทันได้ตกลงหรือกล่าวสิ่งใด ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีทางเลือก และต้องติดร่างแหไปด้วยแล้ว 

เพราะ…

เหล่าชายชุดดำที่เหมือนจะเป็นผู้ร้าย หันมาสนใจเหยื่อผู้มาใหม่ วิ่งกรูเข้ามาหวังฉกชิงทรัพย์สิน พวกมันพุ่งเข้ามาหาผู้ที่คิดว่าจัดการง่ายที่สุดก่อนใคร และคนที่อ่อนปวกเปียกในสายตาพวกมัน เห็นทีจะเป็นชินอ๋องที่สวมหน้ากากจอมเสเพลไร้แรงฆ่าไก่ชื่อดังผู้นี้ 

“อย่า ๆ อย่าเข้ามาใกล้ข้า” 

เสียงร้องแหกปากโวยวายดังออกมาจากริมฝีปากของชินอ๋องเจ้าแห่งความวุ่นวาย ที่ยังคงทำหน้าที่เป็นตัวบัดซบที่ดีอย่างไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อยแม้อยู่กลางป่ากลางเขา

สายตาสองคู่มองไล่ตามหลังชินอ๋องไป ถึงกับบนกลอกตาเอือมระอากับภาพที่เห็น มู่หรงลู่เฉินยกมือนวดขมับตัวเองเบา ๆ “ตามไปช่วยชินอ๋อง”

“พ่ะย่ะค่ะองค์รัชทายาท” สือหลงโหยวรับบัญชาไล่ตามคนที่ตกใจวิ่งไม่รู้ทิศหนีโจรป่า คนที่หาความยุ่งยากมาให้เขา

มู่หรงลู่เฉินตามญาติผู้พี่อย่างระมัดระวัง เขาไม่รู้ว่าโจรป่ากลุ่มนี้ร้ายกาจเพียงใด ในใจอยากจับมัดพี่ชายผูกไว้กับเอว อีกใจก็อยากจับส่งคืนเสด็จพ่อให้ดูแลหลานรักด้วยพระองค์เอง แต่เมื่อรับของร้อนมาจากทุกคนแล้ว เขาก็ได้แต่ดูแลพี่ชายจอมยุ่งต่อ

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจหลีกเลี่ยงผู้คนมาตลอดทาง แต่ไม่วายก็ต้องมีเหตุให้ปวดหัวอยู่ดี

เยี่ยหยางยังคงเสียงดังลั่นได้คงเส้นคงวาเสียงไม่มีตก สุ่มสี่สุ่มห้าวิ่งไม่ลืมหูลืมตา ทิ้งม้าที่ไม่รู้มันวิ่งหนีหายไปไหนพอ ๆ กับเจ้านายที่ขี่มันที่วิ่งเข้าไปกลางวงคมกระบี่อย่างไม่มีใครล่วงรู้ความคิดที่แท้จริง 

มู่หรงลู่เฉินเห็นญาติผู้พี่ตกอยู่ท่ามกลางอันตราย ก็พยายามฝ่าวงล้อมของชายชุดดำที่มารุมห้อมล้อม แต่เหมือนจะยิ่งตึงมือสลัดไม่หลุด 

ชินอ๋องมู่หรงเยี่ยหยางผู้หาเรื่องวุ่น วิ่งเข้าสู่ใจกลางที่สถานที่ก่อเหตุด้วยตัวเองอย่างมีจุดประสงค์ เขาก้มคู้กุมหัวลงกรีดร้องเหมือนกลัวคมกระบี่คมดาบที่พุ่งเข้ามาอย่างคนขี้ขลาด เมื่อลู่เฉินและสือหลงโหยงมองมา 

แต่เมื่อใดที่ทั้งคู่ละสายตาไปรับมือกับศัตรูตรงหน้าตัวเอง ตัวบัดซบกลับมีท่าร่างที่พลิ้วไหว เดินอาจ ๆ หลบหลีกคมอาวุธอย่างสบาย ๆ เหมือนเดินเล่นในสวนหลังบ้านอย่างมีฝีมือ และไม่มีใครสังเกตเห็นแม้แต่น้อยว่าเขาก็มีอาวุธ

กิ่งไม้เรียวเล็กยาวประมาณท่อนแขนถูกควงในมือ ดวงตาเฉียบคมกวาดมองชายชุดดำที่ล้อม ตอนแรกก็แค่จะเข้ามาดูให้แน่ใจว่า ไอเวทที่เขาจับได้เป็นของจริงหรือไม่ 

ถ้าหากพวกมันไม่คิดลงมือกับเขา เยี่ยหยางอาจปล่อยให้พวกมันทำมาหากินตามปกติ แถมบริจาคสมทบทุนด้วยความเมตตาให้อีกนิดหน่อย แต่ดันชี้ของมีคมของอันตรายใส่เขาก่อนใครนี่สิ สงสัยพวกมันจะดวงตกถึงคราวเผชิญเคราะห์ เพราะเขาสามารถเชือดคอพวกมันได้เร็วกว่าใครในสามคนนี้ เขาก็แค่ไม่อยากทำก็เท่านั้น ทว่าพวกมันกลับคิดลงมือกับเขา

เช่นนั้นก็เล่นด้วยกันสักหน่อยเถอะ

เยี่ยหยางแสร้งวิ่งมั่วซั่ว จนออกห่างจากสายตาจับผิดของมู่หรงลู่เฉิน และสือหลงโหยว อยู่ท่ามใจกลางพวกอยากเจ็บตัว

ชายชุดดำล้อมเยี่ยหยาง ยืนนิ่งดูเชิงเหมือนรอสัญญาณบุก ทันทีที่มีชายคนหนึ่งเสือกคมดาบเข้ามา ท่อนแขนของเยี่ยหยาง ก็ตวัดกิ่งไม้เรียวสกัดต้าน ปลายดาบห่างจากเขาเพียงหนึ่งช่วงตัวก็ไม่สามารถขยับเข้ามาทำร้ายเขาได้ลอยเข้ากระแทกต้นไม้ด้านข้างจนหมดสติทันที

‘เหอะ! อ่อนว่ะ แค่คาถาลอยตัว เหวี่ยงกระแทกต้นไม้เบา ๆ ก็สลบ’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 115 ข้าต้องฝึกทำอาหารให้ภรรยาทาน (3)

    อาหารมื้อเช้าจบลงอย่างมีความสุขของครอบครัวและอย่างเศร้าใจสำหรับเสี่ยวฉง สี่คนพ่อแม่ลูกตัดสินใจเดินเที่ยวในเจียงตงร่วมกัน ออกจากโรงเตี๊ยมพร้อมชางเหอและซูผิงผู้เป็นภรรยา รวมถึงบ่าวสกุลจูหานเฟยและเฉิงเยว่แม่ลูกเดินนำหน้าขบวนนำเที่ยว เข้าร้านนู้นออกร้านนี้อย่างสนุกสนาน ตามด้วยสองพ่อลูกอย่างจูเหวินฟงและเยี่ยหยางที่คอยเดินตาม แล้วรับของกินเล่นที่ผู้เป็นภรรยาและแม่ยื่นให้ บ่าวไพร่ต่างหอบหิ้วข้าวของที่นายหญิงเดินซื้อเต็มไม้เต็มมือ ก็ได้รับอานิสงส์อิ่มหนำสำราญกันทั่วหน้า เพราะเจ้านายอารมณ์ดีเมตตาปรานีเลี้ยงของกินพวกเขาด้วย “เส้าหยาง”“ขอรับ ท่านพ่อ”“เจ้าฝึกฝนปราณยุทธถึงระดับใด?”นั่นไง...มาแล้ว ข้ากะแล้วเชียว ไม่ว่ายังไงต้องมีคำพูดแบบนี้หลุดถามออกมาจากปากท่านพ่อเยี่ยหยางครุ่นคิดว่าเขาจะตอบระดับใดดี น้อยไปก็ไม่ได้ มากไปก็ไม่ดี ถึงแม้เขาจะไม่มีลมปราณซักเสี้ยวก็ตาม อืม...ระดับจ้าวยุทธก็ไม่เลว ระดับต่ำกว่าอาจารย์ที่เทียนถูหวู่เล็กน้อย ระดับเทียบเท่าศิษย์หลักเทียนถูหวู่ แถมยังเหมาะเข้ากับข่าวลือที่ว่าพวกนั้นอีก“ระดับจ้าวยุทธขอรับท่านพ่อ”“ดี” จูเหวินฟงตอบ แม้เขาจะตรวจสอบไม่ได้ว่า คนที่บอกว่า

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 114 ข้าต้องฝึกทำอาหารให้ภรรยาทาน (2)

    “ไหน ๆ หมุนตัวให้แม่ดูหน่อยสิลูก”เสียงของหานเฟยดังเข้าลูกชายสองคนที่ขมวดคิ้วเป็นปม เมื่อได้ยินประโยคทะแม่ง ๆ...ใคร?... ใครมาแย่งท่านแม่ของพวกเขาทันทีที่สองพี่น้องเห็นก็เบิกตาถลนกว้าง พวกเขาห่างท่านแม่ไม่ถึงหนึ่งเค่อกับมีเด็กชายร่างอวบอ้วนราวห้าขวบ มาคลอเคลียออดอ้อนออเซาะมารดาพวกเขา เยี่ยหยางแทบอยากพุ่งเข้าไปฉุดเจ้าฉงฉงออกไปห่างจากสายตาท่านแม่ของเขาทันที“หยางหยาง เฉิงเอ๋อร์มาแล้ว” หานเฟยหันไปหาผู้ที่เข้ามาใหม่ด้วยใบหน้ายิ้มกว้างแต่จูเหวินฟงกลับมีสีหน้าย่ำแย่มืดครึ้มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีบุรุษเพศผู้มาแย่งความสนใจจากภรรยาของเขาเพิ่มอีกแล้ว “เสี่ยวฉงนั่งนี่สิลูก” หานเฟยจัดที่นั่งทานอาหารเช้าให้ ข้างขวามือนางเป็นสามีสุดที่รักที่มีสีหน้าราวกับคนถ่ายไม่ออก ข้างซ้ายเป็นเด็กหนุ่มผมขาวนั่งตาใสอย่างฉงหยิ๋น ถัดจากสามีและเสี่ยวฉงเป็นบุตรชายสองคนที่เริ่มปั้นหน้าคล้ำไม่ต่างจากคนเป็นพ่อฮึ่ม...ฉงฉง / เจ้ากิเลน / เด็กบัดซบ เสียงความคิดของสามบุรุษตระกูลจูบรรยากาศบนโต๊ะอาหารมื้อเช้าที่มีสีหน้าอึมครึม ไม่สบอารมณ์ของหนุ่ม ๆ กับใบหน้ายิ้มแป้นเล้นของหนึ่งตัว สตรีคนเดียวในวงคีบอาหารให้ทุกคนกันอย่างท

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 113 ข้าต้องฝึกทำอาหารให้ภรรยาทาน (1)

    หลังจากได้กลิ่นหอมฟุ้งปลุกตื่น จูงจมูกพวกเขามาที่ครัว ทำให้ทราบว่าผู้ที่ปรุงอาหารเลิศรส คือนายใหญ่แห่งเหวินชาและสัตว์เทวะของเจ้านาย ที่พวกเขามีโอกาสได้เห็นเป็นบุญตา “ใกล้แล้วหยางหยาง” เสี่ยวฉงตอบกลับ มันชิมรสชาติที่แก้ไขด้วยความพอใจ แล้วหันไปรับกระทะจากพ่อครัวคนหนึ่งยกขึ้นเตา อ้าปากตนเองพ่นลูกไฟเร่งความร้อนจนไฟโหมแรง มือถือตะหลิวพลิกกลับผัดผักไปมาอย่างคล่องแคล่ว เหล่าลูกศิษย์ต่างเก็บรายละเอียดกันทุกเม็ด แม้แต่ท่วงท่าก็ยังเรียนรู้ที่จะเลียนแบบตาม “ดี” เยี่ยหยางมองอาหารที่เตรียมด้วยตัวเองด้วยความพึงพอใจ ที่เขาเตรียมทุกอย่างได้สมบูรณ์ เมื่อวานเย็นเขาไม่มีเวลามากพอที่จะเตรียมอาหารมื้อแรกของครอบครัวด้วยตัวเอง มื้อเช้าวันนี้จึงเหมาะสมมากนัก อาหารหกเจ็ดอย่างถูกปรุงขึ้น โดยดัดแปลงสูตรและวัตถุดิบใหม่ทั้งหมด ให้มีรสชาติของอาหารที่ระนาบมนตราและที่นี่ “จิงหลิง เจ้าควบคุมอุณหภูมิให้ดี เพิ่มความร้อนอีกหน่อย” “ขอรับนายท่าน” จิงหลิงจิตวิญญาณของสรรพาวุธที่สูงส่ง ทำหน้าที่ตัวเองอย่างแข็งขันตามที่มันเคยเอ่ยบอก หน้าที่ของมันตั้งแต่ได้เจ้านายมา คืองานครัว การเป็นภาชนะเครื่องครัวตามที่นายท่านต้อ

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 112 ท่านพ่อ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ (3)

    พวกเขาคุยเล่นกันสักพักใหญ่จนผ่านยามจื่อมาครึ่งชั่วยามแล้ว ตาของท่านแม่จะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ แต่ก็ยังไม่ยอมนอน เยี่ยหยางจึงร่ายเวทหลับใหลให้ท่านแม่น้องชายได้พักผ่อน เพราะท่าทีของทั้งสองคนคืนนี้ คงตั้งใจพูดคุยทั้งราตรี ไม่หลับไม่นอนแน่นอน เฉิงเยว่เองพลังเวทพึ่งปะทุ ร่างกายต้องได้รับการพักผ่อน ไม่อย่างงั้นแกนเวทอาจเสียหายได้เนื่องจากยังไม่สมบูรณ์ ท่านแม่เองก็เดินทางมาไกล แถมเจอเรื่องวิวาทอีก ร่างกายคงเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว เขามองทั้งสองคนหลับจนสนิทแล้ว จึงเดินไปหาบิดาผู้เปล่าเปี่ยวนอนตาค้าง เพราะขาดเมียรักข้างกาย เฮ้อ...ท่านพ่อนอนเถอะ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ คาถาหลับใหลกำลังถูกร่ายใส่จูเหวินฟงที่นอนไม่หลับ เพราะขาดคนข้างกายอีกทั้งแปลกที่แปลกทาง แต่เมื่อเห็นบิดาเข้าห้วงนิทราเขาก็ยกเลิกคาถา อีกทั้งตอนนี้เงียบสงบนัก เหมาะกับการตรวจสอบร่างกายท่านพ่ออย่างละเอียดอีกครั้ง เยี่ยหยางร่ายคาถาเวท เพราะคิดถึงคำเตือนที่เผิงเหล่ยพูดถึงพิษที่ยังอยู่ในร่างบิดา นี่มัน…พิษกลืนวิญญาณ พิษกลืนวิญญาณเป็นพิษร้ายแรงที่กัดกร่อนร่างกายของผู้ต้องพิษ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ตามปริมาณที่ได้รับ หัวใจจะ

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 111 ท่านพ่อ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ (2)

    เยี่ยหยางไม่รู้ว่าวิธีตรวจสอบแบบนี้จะได้ผลหรือไม่ เพราะดูยากที่จะเชื่อถือ แต่เขาก็ไม่สามารถใช้วิธีเดียวกับที่ยืนยันกับเฉิงเยว่แสดงให้บิดาเห็น ด้วยเหตุผลที่ว่าท่านพ่อลืมเรื่องราวในระนาบมนตราสิ้นจากท่าทีที่แสดงออก เขาจึงขอเวลาในการฟื้นฟูความทรงจำของพวกท่านที่ลืมเลือนอย่างช้า ๆ ไม่ให้เกิดผลกระทบใด ๆ ดีที่น้องชายบอกกล่าวเรื่องทั้งหมดมาก่อน แล้วเขาก็เห็นแล้วว่าพวกท่านจำอะไรไม่ได้จริง ไม่ได้ทำอะไรผลีผลามใช้เวทมนตร์ จนกระตุ้นพลังเวทของพวกท่านทั้ง ๆ ร่างกายบาดเจ็บสายตาสี่คู่มองหยดเลือดสองหยดที่ค่อย ๆ รวมกันเป็นเม็ดใหญ่รอยอยู่ในภาชนะเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกแยก ไม่ตกตะกอนนอนก้น ซึ่งหมายความว่าเยี่ยหยางเป็นบุตรชายของจูเหวินฟง หรือจูเหวินฟง คือ มู่หรงหลงหมิง คือ แมทธิว วินเซอร์ “ฮือ ๆ หยางหยางลูกแม่” จูเหวินฟงเห็นเมียรักน้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ กอดรับขวัญบุตรชายคนโต? พลางฟังลูกชายคนเล็ก? เล่าเรื่องราวที่รับรู้มาจากพี่ชายตัวเอง เขาเห็นทีไม่เชื่อจะไม่ได้ ลูกเมียเห่อคนเป็นพี่ชายลูกชายสักขนาดนี้แล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่เขายังไม่ยอมรับลูกคนนี้หรอกยังอยู่ในช่วงประเมินคุณภาพ ภาพครอบครัวพ่อแม่ลูก

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 110 ท่านพ่อ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ (1)

    ท่านพ่อ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ เยี่ยหยางที่ถูกน้องชายที่น่ารักจู่โจม ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก วันนี้เขาถูกแก้ผ้ามาสองครั้งสองคราภายในวันเดียวกัน ทำไมเฉิงเยว่เปลื้องผ้าผู้คนได้คล่องมือเช่นนี้ น้องชายเขาไปฝึกปรือถอดผ้าจากผู้ใด เห็นทีเขาต้องเข้มงวดคัดกรองน้องสะใภ้ให้ดีแล้วล่ะ หญิงสาวเดินเข้าไปหาลูกชายที่หายสาบสูญ ลูบใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเป็นส่วนใหญ่อย่างคิดถึงสุดหัวใจของคนที่เป็นมารดาจะให้บุตรได้ “หยางหยาง” หานเฟยจำได้เพียงปานแดงและชื่อเล่นที่เอ่ยเรียกลูกชายเท่านั้น เยี่ยหยางได้ยินมารดาเรียกหาตัวเอง ก็โผเข้าอ้อมกอดมารดาเหมือนเด็กน้อย “ท่านแม่” ในความทรงจำของเขา ท่านพ่อเป็นคนที่เข้มงวดเสมอ เพราะด้วยสถานการณ์ของระนาบมนตราในตอนนั้น ตั้งแต่เขาเริ่มรู้ความ ก็ไม่เคยได้รับอ้อมกอดของคนเป็นพ่ออีกเลย มีแต่คำสั่งสอน คำดุด่าให้เขาได้เตรียมพร้อมรับมือกับสงครามที่พร้อมปะทุตลอดเวลา มีเพียงท่านแม่ที่เป็นคนให้กำลังใจเขา ปลอบโยนโอบกอดเขา และบอกเสมอว่าท่านพ่อที่ไม่แสดงออกมา ก็รักเขาเหมือนกัน คนตัวโตที่กลายเป็นเด็กเกือบจะน้ำตาร่วง แต่เมื่อเงยหน้าเห็นบิดาที่จ้องเขม็งก็หยุดชะงัก เร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status