Masukเรื่องรักที่เพิ่มระดับขึ้นตั้งแต่เด็กจนเติบโต ผู้อ่านต้องมีเหรียญไว้สำหรับเสี่ยงทายด้วย เพราะหัวก้อยของคุณจะกำหนดทิศทางของตัวละคร
Lihat lebih banyakพี่ซูชิจัดแจงลากรถจักรยานสีชมพูพิงค์มาจอดเข้าช่อง ขาตั้งคู่ถูกถีบลงให้ส่วนท้ายยกลอยขึ้นอย่างทะมัดทะแมง ก่อนที่ต่อมาพี่แกจะเดินเข้าไปหยิบกล่องใส่อุปกรณ์ ,ไขควง , ประแจ , เลื่อยวงเดือน ฯลฯ สารพัดอะไหล่ออกมาวางไว้เกลื่อนกลาด อายเห็นก็ได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ ดูทรงแล้วพี่ซูชิน่าจะเอาจริง นี่คงไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันเล่น ๆ ประหนึ่งว่าจักรยานโซ่หลุดของเธอจะกลายเป็นวาระแห่งชาติสำหรับพี่ ม. 5 คนนี้ไปแล้ว.คุณยายเดินเข้ามาถามอายเล็กน้อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับจักรยาน ซึ่งอายก็ตอบไปตรง ๆ พลางขออนุญาตคุณยายนั่งเก้าอี้ดูพี่ซูชิซ่อมรถอยู่ตรงนี้ก่อน เธอไม่ได้จะเมินใส่ขนมไข่กลิ่นหอมของคุณยายเลย เพียงแต่ยานพาหนะคันนี้ก็สำคัญ เกิดซ่อมไม่ได้ขึ้นมาการกลับบ้านค่ำก็จะเป็นเรื่องใหญ่อีก."อ๋อ! ยายเข้าใจแล้วงั้นก็ตามสบายเลยนะลูก! เดี๋ยวขนมอมถาดนี้ยายจะวางไว้ตรงม้าหินหน้าบ้านนะ ถ้าเจ้าซูชิซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ก็มานั่งกินด้วยกันนะลูก (^-^) "คุณยายยังคงยิ้มแป้นเหมือนเดิม ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อเอาขนมไปให้คุณตา.แอเรียบริเวณโรงรถตรงนี้ก็เลยเหลือแค่อายกับพี่ซูชิอยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง เอาแล้วสิ! โรแมนติกกว่านี้สักนิด
"แกร๊กกกก! , แกร๊กกกก! , เอี๊ยดดด! , เอี๊ยดดด!"เสียงล้อเหล็กครูดกับรางเลื่อนส่งบานประตูเหล็กเคลื่อนเปิดจากซ้ายไปขวา ถึงจะช้าไปหน่อยแต่ก็เปิดออกได้ด้วยการสั่งงานด้วยเสียงจริง ๆ."เออ.. พี่ชูชิคะ? พี่คิดว่าหนูจะเชื่อพี่ไหม? (= . =)"อายสวนคืนกลับไปด้วยประโยคเดียวกันกับที่เคยโดนถาม ความเป็นกันเองของพี่ซูชิทำให้เธอผ่อนคลายลงเยอะ.แถมพูดเสร็จยังใช้นิ้วชี้เล็ก ๆ จิ้ม ๆ ไปที่อวัยวะเบื้องต่ำอย่างปลายเท้า เพราะเห็นจะ ๆ แล้วว่าที่ประตูมันเคลื่อนได้น่ะ ล้วนมาจากการตวัดเท้าคุ้ยเขี่ยของพี่ ม.5 ล้วน ๆ ! เขาเตะบอลให้โรงเรียนแห่งนี้มาตั้งแต่ ม.ต้น ประตูบานแค่นี้เทียบชั้นพลังกล้ามขาของซูชิไม่ได้เลย."แหะ ๆ ๆ โดนจับได้ซะล่ะ! น้องนี่ตลกดีจัง (^-^)""มาเถอะ ๆ เข้ามา ๆ ยังไงซะการปรับโซ่จักรยานพี่ก็ทำจริงจังแน่นอน""งานนี้ทำจริงทำชัวร์ไม่ได้โม้บอกเลย! (^0^)"จัดไปอีกหนึ่งประโยคคลาสสิคแห่งยุค คนยุคนี้อาจจะไม่เข้าใจแต่ถ้าเป็นคน Gen พี่ซูชิ กับ อาย จะต้องรู้จักวลีฮิตนี้ของ "สมรักษ์ คำสิงห์" นักชกมวยโอลิมปิกของประเทศเป็นแน่.และขณะจูงจักรยานโซ่หลุดผ่านเข้ามาในบริเวณบ้าน อายก็พบว่าที่นี่ช่างเต็มไปด้วยบรรยาก
สภาวะการณ์ตกอยู่ในห้วงของความรักบังเกิด แรงดึงดูดของโลกน่าจะออกแรงมากกว่า 500 นิวตัน/ตารางฟุต เพื่อดึงร่างเล็กของอายไม่ให้บินลอยหายไปเป็นลูกโป่งสวรรค์ เป็นความจริงที่พี่ซูชิก็แค่คลับคล้ายคลับคลา แกเห็นแต่ด้านหลังก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่า จะใช่น้องคนที่เป็นลมที่หน้าเสาธงเมื่อตอนเช้ารึเปล่า? เพราะถ้าใช่มันจะเป็นอะไรที่บังเอิญเกินไปไหม?."เฮ้! , น้องพี่ถามน้องอยู่นะ! จะจูงจักรยานไปไหนอ่ะก็เห็นอยู่ว่าโซ่มันเสีย!"พี่ซูชิขึ้นเสียงใส่ซะแล้ว พอเจอเสียงดังเข้าหน่อยอายก็ถึงกับสะดุ้งไปเลย."อะ.. เอ่อ.. คือ.. ว่า..!"สาว ม.ต้น พยายามกลั้นใจหันหน้ามาตอบ แต่ทว่าเสียงพูดกลับเปล่งออกมาได้แค่นั้น .อายเขินกับสิ่งที่เป็นมาก ตะกุดของดาวเหนือดูจะสร้างปัญหามากกว่าจะสร้างประโยชน์ ซ้ำร้ายเพราะเมื่อไม่มีมินอยู่ด้วย การจะใช้พละกำลังเผ่นหนีป่าราบแบบที่เคยทำก็ไม่มีต้นหนนำขบวนซะอีก ความมั่นใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม อายกำแฮนด์จักรยานจนมือเปียกโชก จะพูดเป็นคำให้ครบประโยคยังทำไม่ได้."เอ้า! น้องคือเด็กม. 3 คนที่เป็นลมเมื่อตอนเช้านี่?!""น้องมาอยู่นี่ได้ไงอ่ะ? พี่ไม่เห็นเคยรู้ว่าบ้านน้องอยู่แถวนี้ ( ํ . ํ) ? ""ปกติพี่ก็เ
การเรียนอันหฤโหดตลอดทั้งวันจบลงได้ด้วยเสียงออดเลิกเรียนในตอนบ่าย 3 โมงครึ่ง นักเรียนทุกคนต่างแยกย้ายเดินทางกลับบ้าน คนไหนผู้ปกครองมารับก็ดีไป คนไหนกลับเองได้คุณครูก็ไม่ว่า และตามปกติกว่าอายกับมินจะได้กลับถึงบ้านก็ต้องเลย 4 โมงเย็นกว่า ๆ โน่นกว่าพวกแม่ ๆ จะมารับ.และหากเป็นเหมือนเช่นทุกวันสองคนนี้ก็คงหนีไม่พ้น การซื้อไส้กรอกเจี้ยวหมามานั่งทานรอผู้ปกครอง ทว่าวันนี้แม่ของมินดันมารับเร็วมาก และพอถูกถามว่าอายจะกลับพร้อมกันไหมลูก? เธอก็เลยตอบคุณน้าไปตามตรงว่า."ไม่หรอกค่ะคุณน้า พอดีหนูปั่นจักรยานมาโรงเรียนเอง""แล้วหนูก็ต้องรับผิดชอบด้วยการปั่นมันกลับด้วย..""ขอบคุณ ๆ น้าที่ชวนนะคะ แต่หนูกลับเองได้สบายมากค่ะ (^-^)".การจากลาประจำวันเลยแยกกันที่ตรงหน้าประตูโรงเรียน แผ่นหลังไว ๆ ของมินซ้อนมอเตอร์ไซด์คันจิ๋วของคุณแม่หายลับตาไปแล้ว ฝั่งอายเองก็ได้เวลากลับบ้างเหมือนกัน เธอเดินเตร็ดเตร่ไปที่ลานจอดจักรยาน พลันลากเอาจักรยานสีชมพูพิงค์คั่นเก่งออกมาจากช่องจอด สบช่องพอดีกับการที่จิตใต้สำนึกเกิดภาพแฟลชแบล๊ดขึ้นในหัว!."ฟริ๊งงง~!"."เฮ๊ย! เมื่อวานก็แบบนี้เลยแต่แค่ไม่มีมินซ้อนอยู่ข้างหลัง?!""งั้นวั