โจริญที รักกันดีตีกันตาย

โจริญที รักกันดีตีกันตาย

last updateHuling Na-update : 2025-12-24
By:  Nook Nick Ongoing
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
23Mga Kabanata
539views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เรื่องย่อ... "มันไม่แข็งกับคนอื่นก็เพราะมึง" เสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งก้องวนเวียนในหัวของนทีมาตลอดวันหยุด หลังจากคืนที่เขาพลาดท่า...กับอดีตคู่อริที่ชื่อ โจริญ นทีก็โดนตามตื๊อไม่เลิกถึงขั้นข่มขู่ว่าจะแบล็คเมล์คลิปบนรถคืนนั้นเลย เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ ไปกดอ่านได้ในเรื่อง... โจริญที รักกันดี ตีกันตาย เรื่องนี้เป็นSide storyคู่รองจากเรื่อง:รักไม่ใส ในรั้วขาว เรื่องนั้นเป็นเทอมหนึ่งเน้นคู่หลัก เรื่องนี้เทอมสองเน้นคู่รอง และสำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านแนะนำให้อ่านเรื่องแรกก่อนจะได้อรรถรสเพิ่มยิ่งขึ้น

view more

Kabanata 1

1แข็ง ไม่แข็ง

'ร้านขายยานนนที'

เป็นร้านขายยาโดยเภสัชกรที่ลูกค้าแห่แหนกันมาซื้อยาแน่นร้านทุกวัน แม้ไม่เจ็บแต่ก็ต้องเก็บเงินมาซื้อยาดมวันละร้อยรอบ เพราะลูกชายเจ้าของร้านโคตรพ่อโคตรแม่หล่อ

ทุกคนต่างขนานนามว่าเขาคือชายหนุ่มที่พระเจ้าสร้างขึ้น ด้วยรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลามาพร้อมกับใฝเสน่ห์เม็ดเล็กใต้ตาซ้ายและผิวสีน้ำผึ้งสุขภาพดีชวนให้คนหลงใหล  

เขาคนนั้นกำลังเหม่อลอยอยู่หน้าเคาน์เตอร์ยาเหมือนคิดอะไรอยู่ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกเพ่งมองด้วยสายตาหวานเยิ้มจากเหล่าลูกค้าในร้าน

'มันไม่แข็งกับคนอื่นก็เพราะมึง' 

เสียงนั้นคอยรังควานผมอยู่ตลอดเวลา

"เกี่ยวไรกับกูวะ!!"  

"เกี่ยวสิครับ ผมปวดฟัน มาซื้อยาแก้ปวดฟัน"

ผมสะดุ้งหลังพลั้งปากโดยไม่รู้ตัวแล้วมีเสียงอู้อี้ตอบกลับมา

"อ่ะ ขอโทษครับ"

รีบก้มหัวทันทีด้วยความรู้สึกผิด เมื่อเห็นชายวัยกลางคนยืนจ้องอยู่ตรงหน้าพร้อมแก้มซ้ายที่ดูบวมตุยเหมือนพึ่งไปถอนฟันคุดมาใหม่ๆ

"เมื่อกี้ไม่ได้ว่าลูกค้านะครับ พอดีคิดอะไรไปเรื่อยเลยหลุดปาก ขอโทษด้วยนะครับ...ฝ่าฟันคุดมาสินะครับ^^" ก้มหัวสำนึกผิดเสร็จผมยิ้มทักทาย เรื่องในหัวพลันหายวับไปทันที อารมณ์ที่หงุดหงิดเมื่อครู่ก็เช่นกัน ก่อนรีบจัดแจงยาให้ลูกค้าตรงหน้าโดยเร็ว 

"นี่ครับ" แล้วยื่นยาให้ลูกค้า

รับเสร็จเขาก็จ่ายเงิน แล้วเดินออกจากร้านไปเงียบๆ 

เห้ออ... ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย ทั้งๆที่ช่วงปิดเทอมเป็นเวลาส่วนตัว กะจะเรียนรู้งานในร้านเพิ่มเติมสักหน่อย 

ร้านนี้เป็นธุรกิจครอบครัวของป๊ากับม้า

ทั้งสองคนเป็นเภสัชกร ป๊าทำงานประจำที่โรงพยาบาลเอกชน ส่วนใหญ่ยุ่งจนไม่ค่อยได้กลับบ้านเพราะมักต่อเวรแทนคนอื่นเป็นประจำ

ส่วนม้าประจำอยู่ที่ร้าน คอยจัดแจงยาให้ลูกค้า นับสต๊อกของ สั่งของและงานอื่นๆอีกมากมาย ปิดร้านเสร็จก็สลบคาร้าน นานๆทีจะเห็นโผล่มาที่บ้าน

"เพราะหมอนั่นคนเดียว" 

หลังลูกค้ากลับความคิดเดิมก็แวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง พอคิดว่าใกล้เปิดเทอมใจก็ห่อเหี่ยวขึ้นมา 

เรื่องเรียนไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องคนนี่สิ

คิดแล้วท้อใจ ใกล้จบอยู่รอมร่อดันมีอุปสรรคมาเสียได้ แถมยังเป็นอุปสรรคอันใหญ่อันหลวงที่แก้ยากอีกด้วย ผมรีบสลัดความคิดในหัวทิ้งแล้วหันมาสนใจกระปุกยาในตู้ต่อ ก่อนเริ่มบันทึกรายละเอียดยาลงสมุดโน๊ตขนาดพกพาง่ายของตัวเองอีกครั้ง

จดเสร็จก็เหลือบมองม้า เห็นเธอกำลังแนะนำยาให้ลูกค้าอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ กวาดตามองรอบๆก็ เห็นว่าลูกค้าเริ่มเบาบางลงบ้างจึงขอปลีกตัวกลับ

"ไปก่อนนะครับ" 

ม้าหันมาพยักหน้ารับรู้ จากนั้นผมจึงเดินออกมาขณะเดียวกันมอเตอร์ไซค์ท่อดังคันหนึ่งก็แว๊นเข้ามาจอดหน้าเคาน์เตอน์ราวกับสายฟ้า ทำให้คนในร้านตกใจพากันแตกตื่น

บื้นน!! บื้นนน!!

เขาบิดไมค์ทำเซียนเหมือนเรียนมาก่อนดับรถมันทำให้ผมนึกสงสัย ไอ้เวรนี่ใครวะ? แล้วเดินเข้าไปอย่างหงุดหงิด ถ้าบ้านไม่เคร่งเรื่องมารยาทเดี๋ยวนทีสอนเอง  

 "นี่คุณ!!" เคาะหมวกกันน็อคสองครั้ง

ทำมาเป็นสวมหมวกกันนงกันน็อค ไอ้ห่า ขับมาขนาดนี้ไม่ผ่านหัวกูไปเลยล่ะ 

เจ้าของรถท่อดังถอดหมวกกันน็อคออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มทรงผมหยิกหยองเป็นเอกลักษณ์ เขาสะบัดหัวไปมาให้ผมเข้าทรงราวกับภาพสโลโมชั่นที่สะกดสายตาทุกคู่

ผมอึ้ง อ้าปากพะงาบๆ ไม่คิดว่าเขาจะกล้ามาหยามถึงถิ่น เจ้าตัวมองผมด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์มุมปากยกยิ้มก่อนพูดว่า "ซื้อยาจู๋แข็ง" 

ผมขบกรามแน่นข่มอารมณ์ตัวเองไว้ หยามเกียรติกันเกินไปแล้ว เขานี้แหละตัวการเจ้าของเสียงทุ้มที่วนเวียนในหัวตลอดวันหยุด

ลูกชายประธานโรงเรียนที่กวนตีนไม่มีใครเกิน

โจริญ เห็นแล้วอยากยัดบุหรี่ใส่รูจมูก แต่เพราะไม่มีบุหรี่ในมือ เลยได้แต่กระซิบกระซาบกวนโอ้ยข้างๆหูแทน 

"คน ไร้ น้ำ ยา" 

พูดเสร็จก็ยกยิ้มสะใจพลางหมุนตัวออกจากร้านโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย แข็ง ไม่แข็ง เกี่ยวไรกับผมล่ะครับ ไปจัดการเอาเองสิ 

ออกจากร้านได้ไม่นาน มอเตอร์ไซค์ท่อดังก็ขับตามหลังมาติดๆพร้อมคำพูดแสนหยาบคายเหมือนกลัวใครไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอันธพาล

"มึงว่าใครไร้น้ำยา!!" 

หนวกหู ผมยกนิ้วแหย่หูตัวเองขณะเดินหนีอย่างไม่แยแส 

"รับผิดชอบมาดิวะ!!"

แม้เขาจะโวยวายแหกปากน่ารำคาญจนคนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันเหลียวมอง ผมก็ยังเลือกที่จะเมินเฉยและยิ้มหวานขอโทษให้กับคนเหล่านั้น

"เออ! เมินไปเลย กูจะแฉให้หมดว่าไอ้หล่อที่พวกแม่งชอบกรี๊ดกันสันดารเป็นไง"

ความเบื่อหน่ายมาพร้อมกับอากาศอบอ้าวและเสียงแว้ดๆชวนให้หงุดหงิด ครับ แฉไปเลย แฉไปเถอะ 

"คลิป"

ผมไม่รู้สึกเกรงกลัวคำขู่นั้นเลย กระทั่งเขาพูดประโยคนี้ขึ้นมา...

ประโยคสั้นๆที่ทำให้ใจหล่นวูบ ก่อนหยุดเดินกระทันหันพลันหันขวับมองคนข้างๆ อย่าบอกนะว่า...

ผมอึ้งตาค้างขณะที่อีกฝ่ายยิ้มชอบใจ

"ลืมไปแล้วเหรอวันนั้นมึงอยู่บนรถใคร หืม?"

เวรแล้ว...

ความรู้สึกตึงเครียดเริ่มเข้าครอบงำพร้อมๆกับหัวคิ้วเริ่มขมวดเป็นปม เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นกลางหน้าผาก

"มึงต้องการไรจากสังคมโจ" ผมถามอย่างหมดหนทาง ทั้งๆที่คิดว่าจะทำเมินจนกระทั่งเรียนจบ แต่ดูทรงแล้วไม่น่ารอด 

"กูไม่ได้ต้องการไรจากสังคม แต่ต้องการจากมึงแหละครับ!!"

"อะไร?" 

ความหวั่นในใจเริ่มก่อตัวขึ้น สิ่งที่เขาต้องการจากผมคืออะไรกันแน่ ผมเกลียดข้อเสนอที่มักหยิบยี่นให้โดยไม่ต้องการ โดยเฉพาะการพยักหน้าบ่งบอกให้ผมซ้อนรถโดยไม่พูดอะไรสักคำ

เพราะมันทำให้ผมไม่สามารถเดาได้เลยว่าเขาจะมาไม้ไหน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังทำตามโดยการขึ้นไปซ้อนท้ายรถ 

จากนั้นเจ้าของรถก็บิดคันเร่งสุดไมค์แล้วขับออกไปด้วยความเร็วเต็มพิกัด 

แบ๊นน!! แบ๋นนนน!!

เสียงท่อดังก้องไปทั่วถนน ผู้คนที่เดินไปมาต่างหันมามองด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ บางคนถึงกับโวยวายให้ได้ยิน "แต่งท่อหาพ่อมึงอ่ะ!!" 

ขายหน้าฉิบหาย 

ผมปิดหน้าตัวเอง ไอ้คนขับแม่งรอดไปเพราะมันสวมหมวกกันน็อคแถมไม่สนใจห่าไรเลย

สักพักก็มาถึงเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้ใหญ่เขียวขจี ไร้ผู้คน ได้ยินแต่เสียงแมลงดังวี่ๆตลอดทาง แถมตอนนี้ตะวันเริ่มลับขอบฟ้ารู้สึกวังเวงใจชอบกล

"จะพากูไปไหน!!" ผมยื่นหน้าตะโกนถามใกล้ๆ เพราะเขาขับแรงชนิดที่ว่าต้องตะโกนเสียงดังจนน้ำลายกระเด็นถึงจะได้ยิน

"ไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก" อีกฝ่ายเปิดหมวกตะโกนกลับ นึกว่าหยดฝนกระเด็นเข้าหน้า ไอ้สัตว์เอ๊ย!!

ผมรีบเช็ดหน้า ตอนแรกก็คิดว่ามันกวนตีนไปงั้น เลยทนอีกสักหน่อย แต่พอเห็นว่ามันขับไปเรื่อยๆไม่มีทีท่าจะหยุดก็เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

อย่าบอกนะว่า 'ไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก' จะทำตามที่พูดจริงๆ

"ไอ้โจ!! จะพากูไปไหน!!" เริ่มแหกปากโวยวาย

"เดี๋ยวก็รู้!!" 

"ไม่บอกกูโดด!!" พูดจริงแต่ยังไม่ทำ

"ถึงแล้วๆ" 

ผมนิ่ง เมื่อเห็นว่าเราอยู่กลางป่ากลางเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ พามาที่นี่ทำไม? 

ลงจากรถเขาก็เดินแหวกโพรงหญ้านำเข้าไปด้านใน 

ระหว่างทางผมไล่ตบยุงตามแข้งขาอย่างหงุดหงิด ส่วนคนนำเหมือนเดินอยู่ในทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ไม่นานเขาก็หันกลับมาบอกว่า "ถึงแล้ว" 

ในตอนที่ผมยืนเกาไม้เกามือยิกๆ กว่าจะถึงค่ำมืดพอดี แต่เมื่อทอดมองวิวเบื้องหน้าความรู้สึกหงุดหงิดหายไปฉับพลัน แสงระยิบระยับเหลืองนวลบนตึกสูงตระหง่านและบ้านเรือนทั่วเมือง สวยงามจนหัวใจพองโต ไม่กล้าแม้แต่กระพริบตา

จนลืมเหตุผลที่แท้จริงไปเสียสนิทเลยว่า...

"พากูมาที่นี่ทำไม?" ผมหันไปมองคนยืนข้างๆ คิดได้หัวคิ้วก็เริ่มขมวดด้วยความสงสัย "อย่าบอกนะว่าตกหลุมรักกูเพราะเรื่องคืนนั้น"

"ฮ่าๆๆๆๆ หลงตัวเองฉิบหาย หน้าอย่างกูเนี่ยนะชอบมึง ก็แค่..." 

เหมือนเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน เสร็จก็หยุดนิ่งไป เขามองผมด้วยสายตาลังเลเหมือน

คิดอะไรบางอย่าง

"แค่?" ผมย้ำ

"ไม่มีเพื่อน"

นั่นคงเป็นสาเหตุของโจริญที่คนในโรงเรียนส่วนใหญ่เหม็นขี้หน้า ได้ฉายาสารพัด 

อันธพาล เสเพล เกเร เพลย์บอย

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
23 Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status